<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.แจ้งผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในไทย17รายอึ้งพบจากชาวเมียนมาไม่เข้าสถานกักกัน5ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 17 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (State Quarantine) ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 1 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 2 ราย ปากีสถาน 1 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย ญี่ปุ่น 1 ราย เมียนมา 4 ราย และบาห์เรน 1 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ไม่เข้าสถานที่กักกันจากเมียนมา 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 4,209 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,462 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,747 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 8 ราย รวมเป็น 3,923 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 226 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86714</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, ชาวเมียนมา, โควิด19, ไม่เข้าสถานกักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd597d76e604.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ยันเที่ยวได้ทุกจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หมอทวีศิลป์&amp;rdquo; แถลงไทยมีผู้ป่วยใหม่ 25 ราย อยู่ในสถานกักกันทั้งหมด ชี้หาก 19-20 ธ.ค. ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่นอก State Quarantine ถือว่าผลพวง &amp;ldquo;วันจีวันท่าขี้เหล็ก&amp;rdquo; คุมได้โดยสมบูรณ์ โล่ง! ตรวจเชื้อผู้เกี่ยวข้องบุคลากรทางการแพทย์ 745 คนลบทั้งหมด ย้ำเที่ยวได้ทุกจังหวัด แต่ต้องการ์ดไม่ตก โดยเฉพาะเรื่องสวมหน้ากาก
เมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในไทยว่า วันนี้มีผู้ป่วยรายใหม่ 25 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกันทั้งหมด ได้แก่ เมียนมา 7 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ 6 ราย, เกาหลีใต้ 3 ราย, สหรัฐอเมริกา, ตุรกี และคูเวต ประเทศละ 2 ราย รัสเซีย, สวีเดน และสิงคโปร์ ประเทศละ 1 ราย หายป่วยเพิ่ม 6 ราย ผู้ป่วยสะสมรวม 4,151 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,461 ราย มาจากต่างประเทศ 1,690 ราย เข้าสถานที่กักกันรวม 1,164 ราย หายป่วยรวม 3,880 ราย เสียชีวิต 60 ราย ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 211 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงกรณีผู้ป่วยที่เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และเข้ามายัง จ.เชียงราย ว่าข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. สะสมรวม 46 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 เข้าทางเส้นทางธรรมชาติ เดินทางเข้ามาก่อนเป็นข่าว 17 ราย กระจายอยู่ใน 6 จังหวัดคือ เชียงราย 6 ราย, เชียงใหม่ 5 ราย, กทม. 3 ราย, พะเยา, พิจิตรและราชบุรี จังหวัดละ 1 ราย กลุ่มที่ 2 ผ่านจุดข้ามแดนและเข้าพักในสถานกักกันโรคท้องถิ่นของรัฐ ซึ่งเดินทางเข้ามา 196 ราย แต่ติดเชื้อรวม 27 ราย และกลุ่มที่ 3 ผู้สัมผัสผู้ป่วยในไทย รวม 2 รายคือ ผู้ป่วยใน จ.เชียงรายและสิงห์บุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเมียนมา เมื่อเข้ามาแล้วในช่วงปลายเดือน พ.ย. แล้วอยู่ที่จังหวัดและอำเภอใดในไทย ขอให้ท่านแสดงตัวและเข้ามาตรวจหาเชื้อได้ทันที เป็นความสำคัญที่เราต้องขอร้องให้ท่านที่ไปในช่วงเวลานั้นเข้ามารายงานตัว เพราะตอนนี้ยังไม่ครบ 14 วันที่เจอรายแรกจากเมียนมา และในพื้นที่ต่างๆ ที่พบผู้ป่วยนั้นก็ขอให้นับเวลาต่อไปอีก 14 วัน ซึ่งก็ประมาณวันที่ 19-20 ธ.ค. หากไม่มีตัวเลขผู้ป่วยขึ้นมาก็มั่นใจได้&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากรณีพบการติดเชื้อในจังหวัดท่องเที่ยวของไทย หากประชาชนจะไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ควรปฏิบัติตัวอย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ทีมกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ลงพื้นที่ จ.เชียงราย กลับมาเล่าให้ฟังว่าเงียบทั้งเมือง ทั้งที่เราพยายามบอกว่าระบบและมาตรการต่างๆ ที่มีสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยืนยันว่าไปเชียงรายได้ ขณะนี้ทุกคนสามารถเดินทางไปได้ทุกที่หากสวมหน้ากากอนามัย แล้วขอให้ประชาชนได้ติดตามการแถลงข่าวอยู่เป็นประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าววว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้หยิบยกประเด็นลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติแล้วภายหลังตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจในจังหวัดท่องเที่ยว ที่ประชุม ศบค.จึงได้วางมาตรการ 3 ระดับ โดยระดับที่ 1 ระดับประเทศ ทั้งในส่วนเมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย จะให้หน่วยงานงานภาครัฐประสานงานกันระหว่างประเทศใช้มาตรการควบคุมและป้องกันโรคเป็นหลัก, ระดับที่ 2 ระดับชายแดนให้นายอำเภอ, อสม. ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. มีบทบาทหลักในการทำหน้าที่เฝ้าระวังผู้แปลกหน้าที่เดินทางเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย และระดับที่ 3 ระดับเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันสอดส่องดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการพบผู้ป่วยรายแรกใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2563 ซึ่งนับจนถึงวันนี้จะเป็นเวลา 12 วัน และผู้ติดเชื้อรวม 46 ราย ซึ่งในภาพรวมสามารถนำกลับไปอยู่ใน State Quarantine ถือว่าสถานการณ์ควบคุมได้ ขอให้มั่นใจ ที่ จ.เชียงใหม่ไม่พบผู้ป่วยมาตั้งแต่ 5 ธ.ค.แล้ว ส่วนเชียงรายที่พบก็เกิดจากระบบการทำงานเชิงรุกที่เรานำตัวคนไทยที่กลับจากเมียนมาเข้าสู่ระบบ พะเยาไม่มีเคสใหม่ตั้งแต่ 1 ธ.ค. กทม.ไม่มีเคสใหม่ตั้งแต่ 6 ธ.ค. พิจิตรตั้งแต่ 1 ธ.ค. ราชบุรีตั้งแต่ 2 ธ.ค. และสิงห์บุรีตั้งแต่ 4 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จังหวัดต่างๆ เหล่านี้ การควบคุมโรคทำได้ดี มีความเข้มแข็งมาก ดังนั้นไม่มีปัญหา ท่านสามารถไปเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ที่กล่าวมานี้และทุกจังหวัดในไทยได้ แต่ขอให้ใส่แมสก์อย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคได้อย่างดี เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และต้องสแกนไทยชนะ&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการติดเชื้อในประเทศ ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และทำงานใน Alternative State Quarantine (ASQ) ทั้ง 5 รายว่า ข้อมูลสรุปจากการสอบสวน คือ มีบุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย ได้รับเชื้อจากการปฏิบัติงานใน ASQ แล้วมาแพร่เชื้อให้ผู้ร่วมงานนอกเวลางานจากการรับประทานอาหารร่วมกัน จึงทำให้มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อรวม 5 ราย และจากผลการสอบสวนโรคจาก รพ.ต้นสังกัด ซึ่งได้เก็บตัวอย่างจากผู้สัมผัสอื่นๆ อีก 31 ราย ไม่พบการติดเชื้อ ส่วนเพื่อนร่วมห้องพักเดียวกัน 6 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ และห้องสัมภาษณ์งานใน รพ.รัฐ 7 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวอีก 7 ราย ผลตรวจก็ไม่พบเชื้อเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 229 ราย แบ่งเป็นผู้อยู่ใน รพ.เอกชน 195 ราย ตรวจไม่พบเชื้อทั้งหมด และที่ทำงานใน ASQ ทั้ง 2 แห่ง รวม 34 คน ตรวจไม่พบเชื้อ สรุปผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 51 คน และเสี่ยงต่ำ 229 คน รวม 280 คน ตรวจไม่พบเชื้อทั้งหมด และตรวจบุคลากรในแผนกอื่นๆ อีก 465 คน รวมทั้งหมดทั้ง รพ. 745 คน ตรวจไม่พบเชื้อทั้งหมด&amp;rdquo; นพ.โสภณกล่าว และว่า กรณีโซเชียลมีเดียระบุว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 ในผับย่านเซ็นทรัลเวิลด์นั้น ยืนยันว่าจากรายงานพบผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ มีเพียง 8 ราย คือ 3 รายที่เชื่อมโยงกับ จ.ท่าขี้เหล็ก และบุคลากรทางการแพทย์ 5 รายนี้เท่านั้น ยังไม่พบรายงานในรายอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สธ.ระบุว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ของไทยอยู่ภายใต้การควบคุม ขอให้ประชาชนอย่ากังวลใจ และยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายหรือเชียงใหม่ได้ ซึ่งนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ยังได้เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 9 ธ.ค. เพื่อสร้างความมั่นใจด้วย แต่ขอให้ระวังตัวเอง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ส่วนมาตรการลดวันกักตัวผู้ที่เดินทางเข้าไทยนั้น ยังอยู่ในการพิจารณาของ ศบค. แต่สถานการณ์ช่วงนี้คงต้องชะลอการพิจารณาไปก่อน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จากการที่ได้พูดคุยกับ สธ. ได้ประเมินแล้วยังมีความมั่นใจว่าสามารถเอาอยู่ เพราะการลักลอบเข้ามา 5-6 คน มีการติดเชื้อ 1-2 คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นการแข่งขันกีฬาทุกประเภทยังเดินหน้าตามปกติ โดยหากหลังจากวันที่ 13-14 ธ.ค.ยังไม่มีการระบาดเพิ่มหลังมีการตรวจคัดกรองกับผู้ไปร่วมกิจกรรมที่สิงห์ปาร์ค และผู้ลักลอบเข้ามาทางธรรมชาติ กระทรวงจะไปจัดกิจกรรมโดยนำโมเดลการแข่งขันฟุตบอลที่ จ.ระยอง มาใช้อีกครั้ง
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 และขอประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกรณีที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ และสำหรับคนที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยขอให้เข้ามาทางช่องทางปกติที่ถูกต้อง ภาครัฐยินดีที่จะดูแล ที่สำคัญขอให้คนไทยภายในประเทศใช้ชีวิตกันอย่างปกติ ไม่ต้องกังวลกันเกินเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือและการอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับเข้าไทยว่า สถิติข้อมูลการเดินทางกลับเข้าไทยจนถึงวันที่ 6 ธ.ค. มีคนไทยกลับประเทศแล้ว 134,799 คน จาก 141 ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงมาตรการของกองทัพบกในการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการหน่วยทหารทุกหน่วยที่รับผิดชอบด้านชายแดน ทั้งทหาร ตำรวจ กองกำลังต่างๆ ยกระดับมาตรการดำเนินงาน โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 3 ได้เพิ่มเติมกองกำลังชุดปฏิบัติการเข้าไปอีกจำนวนหนึ่งและเพิ่มเครื่องมือสนับสนุนทั้งลวดหนามหีบเพลงในช่องทางธรรมชาติ รวมถึงเพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง
พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า ทอ.มีโดรนและอากาศยานไร้คนขับ (ยูเอวี) พร้อมสนับสนุนภารกิจลาดตระเวนตามแนวชายแดนเพื่อสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย หากมีการร้องขอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. โดยสรุปว่า ในพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่ยังไม่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 จึงขอให้ ศบค.เร่งประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะประเด็นผู้ที่เดินทางเข้า-ออกจาก จ.เชียงใหม่ต้องกักตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดมาก และหากพบว่ามีจังหวัดใดหรือหน่วยงานใดประกาศเรื่องดังกล่าว ขอให้ ศบค.แจ้งขอความร่วมมือให้ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เพราะมีการส่งต่อทางโซเชียล?เป็นข้อสงสัย นักท่องเที่ยว?สอบถามทุกวันจนกระทบบรรยากาศ?และความเชื่อมั่น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86461</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, State Quarantine, การ์ดไม่ตก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เที่ยวได้ทุกจังหวัด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0e2be5a368.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กละเอียดยิบ เมียชาวอินเดีย เชื่อไม่แพร่เพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.เผยยังไม่พบนักท่องเที่ยวลองสเตย์ติดเชื้อ ลุ้นผลตรวจโควิดเมียชาวอินเดีย ผู้ว่าฯ กระบี่สั่งทีมสอบสวนโรคเช็กละเอียดยิบ มั่นใจไม่แพร่เพิ่ม กลุ่มเสี่ยง 22 รายที่เชียงใหม่เข้าพบแพทย์&amp;nbsp; สุโขทัยสั่งผู้สัมผัส 32 รายกักตัวดูอาการ เสี่ยงสูง 1 รายตรวจแล้วไร้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,840 ราย หายป่วยแล้ว 3,661 ราย เสียชีวิตสะสม 60 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 3&amp;nbsp; ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานที่กักกันของรัฐ (State Quarantine) ดังนี้&amp;nbsp; เอธิโอเปีย 2 ราย แยกเป็นหญิงสัญชาติเอธิโอเปีย อายุ 28 ปี และชายสัญชาติเอธิโอเปีย อายุ 38 ปี&amp;nbsp; และโอมาน 1 ราย เป็นชายสัญชาติโอมาน อายุ 36 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่รัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ดังนั้นประเทศไทยจึงมีโอกาสพบผู้ติดเชื้อในประเทศได้ เนื่องจากอาจมีผู้ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการปะปนอยู่ในสังคม อย่างเช่นกรณีชายชาวอินเดียที่พบในจังหวัดกระบี่ ซึ่งต้องขอบคุณประชาชน โดยเฉพาะชาวกระบี่ที่ไม่ตื่นตระหนก และยังให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ขอให้ทุกคนสังเกตตนเองหากพบว่ามีอาการป่วย ไข้ ไอ อาการระบบทางเดินหายใจ การรับรสและกลิ่นลดลง ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะเริ่มในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือความเสี่ยงใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยมีมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ซึ่งขณะนี้จะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มพักระยะยาว (Long Stay) เข้ามาบ้างแล้ว แต่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อจากกลุ่มนี้ โดยกลุ่มแรกเดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 20 ต.ค. จำนวน 39 ราย ครบระยะเวลากักตัว 14 วันแล้วเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ กลุ่มที่ 2 เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 ต.ค. จำนวน 138 ราย ครบระยะเวลากักตัวเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเช่นเดียวกัน ส่วนกลุ่มที่&amp;nbsp; 3 เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. จำนวน 84 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 โดยจะครบระยะเวลากักตัวในวันที่ 10 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาการอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงผลการตรวจยืนยันเชื้อโควิด-19 ในภรรยาชายชาวอินเดียที่ติดเชื้อโควิดในประเทศไทย ซึ่งมีที่พักอาศัยที่ จ.กระบี่ว่า ขณะนี้ตัวอย่างสารคัดหลั่งของหญิงคนดังกล่าวเพิ่งส่งมาทางเครื่องบินและถึงกรมวิทย์ฯ เมื่อเช้าวันที่ 9 พ.ย.&amp;nbsp; คาดว่าผลการตรวจน่าจะทราบในวันที่ 10 พ.ย.นี้ สำหรับชายชาวอินเดีย ผลการตรวจหาภูมิคุ้มกัน IgG&amp;nbsp; พบว่ามีขึ้น แสดงว่ามีการติดเชื้อมานานแล้ว สำหรับหญิงที่เป็นภรรยาคาดว่าไม่น่าจะแตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทีมสอบสวนโรคสาธารณสุขเร่งลงพื้นที่สอบสวนโรคโดยละเอียด พร้อมนำผู้สัมผัสมาตรวจหาเชื้อเพิ่มเติมต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อเพิ่ม&amp;nbsp; ทั้งนี้จังหวัดกระบี่มีศักยภาพสูงในการตรวจหาเชื้อ โดยแล็บของโรงพยาบาลกระบี่สามารถตรวจเชื้อได้ถึง 200 เคสต่อวัน มีทีมควบคุมป้องกันโรครวม 7 ทีม สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และในเดือน ธ.ค.จะเพิ่มเป็น 27 ทีม อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณประชาชนชาวกระบี่ที่ไม่ตื่นตระหนกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นวินัยที่ประชาชนกระบี่ได้ถือปฏิบัติต่อเนื่องตามวิถี New Normal
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชายชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกระบี่ถูกตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีประวัติเดินทางมาท่องเที่ยวเชียงใหม่วันที่ 30 ต.ค.นั้น จากนั้นขับรถยนต์ไปเที่ยวลอยกระทงที่สุโขทัยวันที่ 31 ต.ค. และพักค้างคืน ก่อนที่จะกลับมาเชียงใหม่ในวันที่ 1 พ.ย. และเดินทางด้วยเครื่องบินกลับภูเก็ตในวันที่ 2 พ.ย.นั้น พบว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำจำนวน 20 รายได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรคที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้แพทย์เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งนำไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว ส่วนผู้เสี่ยงสูง 2 รายซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่และแม่บ้านทำความสะอาดห้องพักโรงแรม ได้เข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อทำการเก็บตัวอย่างตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว โดยคาดว่าผลการตรวจทั้งหมดน่าจะทราบในช่วงเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า กรณีชายชาวอินเดียมาเที่ยวงานลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ&amp;nbsp; จังหวัดสุโขทัย พบกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดจำนวน 32 ราย จึงแจ้งให้กักตัวเองที่บ้านถึงวันที่ 16 พ.ย. ในจำนวนนี้เสี่ยงสูง 1 ราย เป็นตำรวจเพื่อนชาวอินเดีย ซึ่งยืนยันผลตรวจจากห้องปฏิบัติการแล้วไม่พบเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ตามสุโขทัยมีมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเข้มข้นมาโดยตลอด ดังนั้นทุกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียคนนี้เดินทางไปและรับประทานอาหาร ได้ตรวจสอบแล้วว่าทุกแห่งมีการป้องกันอย่างเต็มที่ อีกทั้งการเดินสวนกันในการเที่ยวงานลอยกระทงครั้งนี้โอกาสเสี่ยงต่ำมากเพียง 0.05% โดยเฉพาะผู้ที่สวมใส่หน้ากากอนามัย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83331</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, State Quarantine, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa943b7de77b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โล่งอก!ศบค.ไม่พบติดโควิดเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สธ.&amp;quot; เผยผลตรวจเบื้องต้นผู้สัมผัสใกล้ชิด-ครอบครัวดีเจที่ติดเชื้อโควิด-19 ยังไม่พบเชื้อ เร่งตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 7 คนที่เหลือในผับ เข้ากักตัวใน State Quarantine ชี้โอกาสแพร่เชื้อมีน้อย เพราะผู้ติดเชื้อไม่ได้ไอ-จาม เชื่ออาจติดเชื้อมาจากในผับ ศาลอาญาเผยผลตรวจผู้เกี่ยวข้องจำนวน 150 คน ไม่พบติดเชื้อเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 4 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย และตรวจพบในสถานที่กักตัวของรัฐ 3 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,431 ราย ยอดหายป่วยสะสมรวม 3,277 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 96 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย สัญชาติไทย อายุ 37 ปี ก่อนรับโทษเคยเป็นดีเจ ทำงานในร้านอาหารหลายแห่ง เข้าสู่ระบบกักกันก่อนเข้าแดนปกติในเรือนจำ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 2 ก.ย. ผลพบเชื้อ เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 29 ส.ค. มีเสมหะ เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ป่วยอีก 3 รายเดินทางมาจากต่างประเทศ รายที่ 1 มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นชายไทยอายุ 31 ปี ว่างงาน เดินทางถึงไทยวันที่ 25 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวแบบทางเลือก ในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 1ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ, รายที่ 2 มาจากสิงคโปร์ เป็นชายไทยอายุ 54 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางมาถึงไทยวันที่ 30 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ ในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 2 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และรายที่ 3 มาจากซาอุดีอาระเบีย เป็นชายไทยอายุ 53 ปี อาชีพล่ามของสำนักงานแรงงาน เดินทางมาถึงไทยวันที่ 2 ก.ย. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 ในวันที่ 3 ก.ย. ผลตรวจพบเชื้อ พบมีประวัติป่วยด้วยโควิด-19 เมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค.63 เข้ารับการรักษาที่ซาอุดีอาระเบีย ผลตรวจก่อนกลับวันที่ 29 ส.ค. ไม่พบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไทม์ไลน์ผู้ต้องขังชาย เวลา 09.00 น. เดินทางโดยรถส่วนตัวถึงศาลรัชดาฯ พบบิดาผู้ป่วย (ทนาย) ตัดสินที่ห้อง 801 ร่วมกับผู้ต้องหา 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน&amp;nbsp; เวลา 10.30 น. ตัดสินคดี มีเจ้าหน้าที่ 2 คนใส่กุญแจมือ พาผู้ป่วยและผู้ต้องหาอีก 2 คนลงลิฟต์ไปห้องฝากขังใต้ศาลอาญา อยู่ร่วมผู้ต้องขัง 16 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นเวลา 18.00 น. มีรถมารับผู้ป่วยและผู้ต้องขัง รวม 16 คนไปที่ทัณฑสถาน โดย 8 คนรวมผู้ป่วยไปที่แดนบำบัด และอีก 8 คนไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จากนั้นเวลา 19.00 น. ถึงเรือนจำมีการตรวจอาวุธ ตรวจวัดไข้ คัดกรองโควิด-19 ตัดผม ก่อนเข้ากักตัว 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ป่วยเป็นดีเจ มีไทม์ไลน์การเดินทางไปทำงาน โดยวันที่ 15 ส.ค. ไปที่ร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 3 เวลา 24.00-02.00 น., วันที่ 16 ส.ค. เป็นดีเจร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 5 เวลา 22.00-01.00 น., วันที่ 17 ส.ค. ร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 3 เวลา 24.00-02.00 น., วันที่ 18 ส.ค. เป็นดีเจร้าน First Cafe ข้าวสาร เวลา 21.00-24.00 น., วันที่ 20 ส.ค. ร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 3 เวลา 24.00-02.00 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 21 ส.ค. ดีเจร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 5 เวลา 22.00-01.00 น., วันที่ 22 ส.ค. ร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 3 เวลา 24.00-02.00 น., วันที่ 23 ส.ค. ดีเจร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 5 เวลา 22.00-01.00 น., วันที่ 24 ส.ค. ร้าน 3 วัน 2 คืน พระราม 3 เวลา 24.00-02.00 น., วันที่ 26 ส.ค. อยู่ในช่วงการดำเนินคดี, วันที่ 29 ส.ค. เริ่มมีเสมหะ, วันที่ 2 ก.ย.ตรวจพบเชื้อ และวันที่ 3 ก.ย.สอบสวนโรค
ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปจำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ รวม 589 คน โดยเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 78 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 511 คน โดยแบ่งเป็นผู้อยู่ในคอนโดมิเนียม ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 6 คน การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. จำนวน 5 คน ไม่พบเชื้อ ส่วนอีก 1คนเป็นแม่ของภรรยา รอตรวจวันที่ 4 ก.ย. พร้อมมาตรการแยกกักกันและติดตาม 14 วัน ส่วนที่ร้านอาหาร 3 วัน 2 คืน มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 1 คน เป็นเพื่อนดีเจ และอยู่ระหว่างค้นหาผู้ป่วยและผู้สัมผัสเพิ่มเติม ควรแยกกักกันและติดตาม 14 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สัมผัสที่ศาลอาญา จำนวนผู้สัมผัส 492 คน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 14 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 478 คน การตรวจทางห้องปฏิบัติการเมื่อวันที่ 3 ก.ย. เสี่ยงสูง 10 คน เสี่ยงต่ำ 146 คน ไม่พบเชื้อ ทั้งนี้กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแนะนำให้กักตัวที่บ้าน 14 วัน ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำประสานศูนย์บริการติดตามเฝ้าระวังอาการ 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้สัมผัสที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ พบสัมผัสเสี่ยงต่ำ 6 คน ติดตามเฝ้าระวังอาการ 14 วัน ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง พบผู้สัมผัส 40 คนเป็นเจ้าหน้าที่ โดยเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 13 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 27 คน นัดหมายเก็บตัวอย่างวันที่ 8 ก.ย. และ 16 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กลุ่มเสี่ยงสูงควรมีการแยกกักกันเพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อ ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำมีการสัมภาษณ์เพิ่ม 34 คน ติดตามเฝ้าระวังอาการ 14 วัน นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องขังที่นอนห้องพักเดียวกัน 36 คนที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผลการตรวจห้องปฏิบัติการครั้งที่ 1 ผลตรวจเป็นลบทุกราย นัดหมายเก็บตัวอย่างวันที่ 8 และ 16 ก.ย. ควรมีการแยกกักกันจากผู้ต้องขังรายอื่นๆ ขณะที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 8 ราย เป็นผู้ต้องขังรถคันเดียวกัน ทั้งหมดอยู่ระหว่างการรอผลตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า หลังจากที่กองระบาดวิทยาได้มีการสอบสวนผู้ที่ติดเชื้อในประเทศ และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด พบว่ามีข้อมูลบางส่วนที่เพิ่มขึ้น? สำหรับความเสี่ยงของผู้ติดเชื้อรายนี้จะต้องดูจาก 2 สัปดาห์ คือ วันที่ 15 ส.ค.-29 ส.ค. ก่อนวันที่ผู้ติดเชื้อรายนี้ป่วย พบว่าวันที่ 16, 21 ส.ค. ผู้ติดเชื้อได้ไปทำงานเป็นดีเจที่ร้าน 3 วัน 2 คืน สาขาพระราม 5 เวลา 22.30-01.00 น. นอกจากนี้ยังได้ไปทำงานที่ร้าน 3 วัน 2 คืน สาขาพระราม 3 เมื่อวันที่ 17, 20, 22 ส.ค. เวลา 24.00-02.00 น. ส่วนวันที่ 18 ส.ค. ได้ไปทำงานที่ร้าน First Cafe ถนนข้าวสาร เวลา 21.00-24.00 น. ทั้งนี้ ทางทีมงานที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันไทยชนะได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่ามีใครบ้างสแกนใช้บริการในช่วงดังกล่าว ขณะนี้ได้ติดต่อไปยังผู้ที่สแกนแล้ว ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยง คือคนที่พบหรืออยู่ใกล้กับผู้ติดเชื้อในวันที่ 26 ส.ค. ที่ผู้ติดเชื้อได้ไปศาลรัชดาฯ ประกอบด้วยบิดาของผู้ป่วยซึ่งเป็นทนาย อยู่ในห้องเดียวกันร่วมกับผู้ต้องขังอีก 2 คน ในช่วงของการตัดสินคดี มีเจ้าหน้าที่ 2 และมีผู้ต้องขังที่อยู่ในบริเวณเดียวกันรวม 16 คน
ยังไม่พบผู้ใดติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อเสร็จสิ้นการตัดสินคดีแล้ว ช่วงเย็นได้มีการรับผู้ป่วยและผู้ต้องขังรายอื่นไปที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ? 8 คน และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครอีก 8 คน โดยได้มีการตรวจหาเชื้อเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยไม่พบเชื้อ จะเห็นได้ว่าในภาพรวมสามารถระบุผู้ที่มีความเสี่ยงสัมผัสเสี่ยงสูงได้ครบ สำหรับคนที่มีความเสี่ยงต่ำรองลงมาอยู่ระหว่างการติดตาม สำหรับผลตรวจผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดในขณะนี้ ซึ่งตรวจแล้วทั้งหมดเกือบ 200 ราย ก็ยังไม่พบผู้ใดติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่คอนโดฯ ที่ผู้ป่วยได้อาศัย มีอยู่ 6 คนที่เป็นสมาชิกในครัวเรือน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผลทางห้องปฏิบัติการพบว่าไม่มีเชื้อ แต่แนะนำให้กักกันโดยเจ้าหน้าที่จะติดตามอาการทางเดินหายใจ อาการไข้ต่อจนครบ 14 วัน นับจากวันที่พบกับผู้ติดเชื้อครั้งสุดท้าย ในส่วนของผู้ที่อยู่ในศาลรัชดาฯ ได้มีการตรวจหาเชื้อทั้งหมด 156 คน ผลตรวจไม่พบเชื้อเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดอยู่ในการกักกันควบคุมโรคให้ครบ 14 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามอาการทุกวัน รวมทั้งสวมหน้ากาก?อนามัย? ล้างมือทุกวัน เพื่อลดความเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย รองนายแพทย์ สสจ.นนทบุรี กล่าวว่า สภาพสถานที่ทำงานของผู้ป่วยรายนี้ที่ร้าน 3 วัน 2 คืน ในจังหวัดนนทบุรี ภายในร้านได้มีการแยกโซนเฉพาะ เพราะฉะนั้นโอกาสที่มีการสัมผัสกับคนในวงกว้าง จึงมีข้อจำกัดอยู่ สำหรับสภาพร้านพบว่าได้แบ่งออกเป็น 2 โซน โซนละ 200 ตร.ม. ลักษณะคือโซนในร้านเป็นผับ และโซนนอกจะเป็นร้านอาหารให้นั่งทาน สำหรับผู้ป่วยรายนี้ทำงานอยู่ในโซนนอก มีอาการถ่ายเท โดยหลังจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ที่สัมผัสเสี่ยงคือพนักงานภายในร้านทั้งหมด 20 คน เมื่อได้ซักถามเพิ่มเติมพบว่ามีผู้ใกล้ชิดคือผู้รับบริการที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเดินผ่านกับผู้ป่วยคนดังกล่าว 3 คน รวมผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมด 23 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีการนำเรียนข้อมูลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีรับทราบ โดยมีบัญชาให้ประชุมกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ซึ่งมีมติทั้งหมด 4 ข้อคือ 1.มีคำสั่งให้ปิดสถานที่ดังกล่าวจำนวน 3 วัน รวมถึงทำความสะอาดพื้นที่ภายในร้าน 2.พนักงาน และผู้รับบริการที่มีความเสี่ยงสูงจำนวน 23 คน ต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดให้ที่โรงพยาบาลบางกรวย 2 โดยเจ้าหน้าที่ตามกลับมาได้ 16 คน อีก 7 รายอยู่ระหว่างการตามตัว 3.สำหรับผู้สัมผัสร่วมบ้านของ 23 คนที่ได้กล่าวมาข้างต้นให้เก็บตัวอยู่ที่บ้าน โดยมี อสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และ 4.ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สงสัยหรือกังวลว่าจะสัมผัสผู้ป่วยในห้วงเวลาวันที่ 21-23 ส.ค.ให้มาตรวจได้ฟรีที่โรงพยาบาลบางกรวย 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวอย่างเชื้อที่ได้จากผู้ป่วยมาถอดรหัสพันธุกรรม โดยจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะได้คำตอบว่าเชื้อเป็นสายพันธุ์ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศรจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการข้อสันนิษฐาน?ผู้ป่วยรายดังกล่าว อาจจะติดเชื้อมาจากการไปสัมผัสกับผู้ที่มาจากต่างประเทศที่ได้มาพบในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้ป่วยรายนี้ได้ทำงานอยู่ หรือติดมาจากในประเทศ สำหรับคนที่มีเชื้อแต่ไม่มีอาการ โดยการแพร่เชื้อยังไม่รุนแรง จากการที่ตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดได้มีผลตรวจเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น แนวโน้มการติดเชื้อโควิด-19 ของผู้ป่วย เกิดจากการใช้ชีวิตส่วนตัวหรือการทำงาน นพ.โสภณกล่าวว่า สมมติฐานในเบื้องต้นจากหลายหลักฐานที่ปรากฏ คือผู้ป่วยรายนี้ไม่มีอาการมาก มีเสมหะ ไม่ได้ไอหรือจาม เพราะฉะนั้นโอกาสที่เขาจะเป็นผู้ที่แพร่เชื้อก็จะน้อยลง ส่วนกรณีที่ว่าเขารับเชื้อมาจากใคร จากกิจกรรมของผู้ป่วย โอกาสที่ผู้ป่วยรายนี้พบผู้คนจำนวนมากนั้นมาจากการทำงาน ซึ่งเป็นการทำงานตอนกลางคืน มีโอกาสพบผู้คนอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้สุงสิงกับคนอื่นตลอดเวลาเพราะว่าทำงานแค่บางวัน
ศาลอาญาไม่พบโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ถ้าหากมองในแง่ของการเป็นคนที่มีอายุ 37 ปี ซึ่งอยู่ในวัยทำงานที่ร่างกายแข็งแรงก่อนจะถูกต้องขัง โอกาสที่จะรับเชื้อจากผู้อื่นที่อยู่ในวัยเดียวกัน ซึ่งอาชีพการทำงานในสถานบันเทิงก็จะพบว่าเป็นคนวัยทำงานเหมือนกันเป็นหลัก จึงมีโอกาสได้รับเชื้อกับคนกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม จากการที่ประเทศไทยไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันยาวนาน ก็จะมีสถานบันเทิงที่มีโอกาสที่ต่างชาติมาใช้บริการ แต่ถ้าเรามีการป้องกัน สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ ไม่ได้คลุกคลีใกล้ชิด โอกาสที่ติดเชื้อก็จะอยู่ในระดับที่น้อยๆ ได้ ซึ่งอาจจะไม่เห็นกลุ่มก้อนของคนติดเชื้อในสถานที่เดียวกันเป็นจำนวนมาก เพราะถ้าหากมีการระบาดในร้านก็จะรู้ทันทีว่ามีคนป่วยเป็นอาการทางเดินหายใจหลายราย ด้วยข้อมูลที่มีในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณเผยว่า รายงานจากต่างประเทศส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อในอาการน้อยก็จะไม่ได้สาเหตุของการแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่น มักจะเป็นคนที่มีอาการมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น คือคนติดเชื้อแค่ 80% ไม่ได้แพร่เชื้อต่อ เพราะมีแค่ 20% เท่านั้นที่มีโอกาสแพร่เชื้อ ดูจากคนในครอบครัวใกล้ชิดที่สุด 5 คน เขาอยู่ด้วยกันก่อนวันที่ 26 ส.ค.มาอย่างต่อเนื่อง ก็ยังไม่ได้รับเชื้อ ดังนั้นการที่จะเห็นการติดเชื้อจากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งแบบน้อยๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ที่โรคยังไม่ระบาด เพราะทุกคนร่วมมือกันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอาญาออกเอกสารข่าวระบุว่า กรณีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563 ศาลอาญาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในทัณฑสถานพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยบุคคลดังกล่าวได้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ศาลอาญาในวันที่ 26 สิงหาคม 2563 และเข้ารับการกักตัวในห้องแยกโรคก่อนส่งเข้าทัณฑสถานพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น ศาลอาญาได้ตรวจสอบส่วนงานที่ผู้ติดเชื้อมาติดต่อในวันดังกล่าวทั้งหมด เช่น งานตรวจร่างกายและวัตถุก่อนเข้าอาคารศาลอาญา งานประชาสัมพันธ์ งานหน้าบัลลังก์ ผู้พิพากษาและผู้ช่วยผู้พิพากษาในบัลลังก์ดังกล่าว งานควบคุมผู้ต้องขัง เป็นต้น เพื่อคัดแยกและกักตัวบุคคลที่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อออกจากส่วนงานอื่น จากนั้นแจ้งกรมควบคุมโรคและสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เพื่อนำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน (BIOSAFETY MOBILE UNIT) มาเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งจะทำให้ทราบผลการตรวจภายใน 24 ชั่วโมง จากการตรวจเชื้อบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย จำนวน 150 ราย ปรากฏว่าไม่พบการติดเชื้อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ศาลอาญาได้ออกข้อกำหนดและมาตรการป้องกันการติดเชื้อโรคตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและได้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด โดยกำหนดให้ทุกคนที่เข้ามาในอาคารศาลอาญาต้องสวมหน้ากากอนามัย ผ่านการวัดอุณหภูมิร่างกาย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคลในบริเวณศาล นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีลิฟต์สัมผัสมาให้บริการเพื่อลดการสัมผัสกับวัตถุโดยตรง อันจะทำให้โอกาสในการติดเชื้อโรคลดลง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76527</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, State Quarantine, ครอบครัวดีเจที่ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อมาจากในผับ, ผลตรวจเบื้องต้น, ผู้สัมผัสใกล้ชิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200904/image_big_5f524c6d4cbb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไร้ผู้ป่วย‘โควิด’ 17สิงหามาอีก รวม5เที่ยวบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยไม่พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่ ทั้งจากภายในประเทศ และที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและพักอยู่ใน State Quarantine 17 ส.ค. คนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศอีก 5 ราย &amp;quot;หมอยง&amp;quot; ชี้ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าอาหารนำเข้าเป็นต้นตอการระบาดซ้ำในหลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศว่า ไม่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ทั้งจากภายในประเทศ และที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและพักอยู่ใน State Quarantine โดยยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมล่าสุดคงอยู่ที่ 3,376 ราย เป็นผู้ป่วยในประเทศ 2,444 ราย และผู้ป่วยใน State Quarantine จำนวน 439 ราย และมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 3,193 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 125 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานเที่ยวบินนำคนไทยกลับจากต่างประเทศ วันที่ 15 ส.ค. มีจำนวน 682 คน เป็นเที่ยวบินจากเยอรมนี (ฮัมบูร์ก) 10 คน, จากเนเธอร์แลนด์ (อัมสเตอร์ดัม) 165 คน, จากฟิลิปปินส์ (มะนิลา) 104 คน, สหราชอาณาจักร (ลอนดอน) 1 คน, ญี่ปุ่น (โตเกียว) 2 คน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) 200 คน และฮ่องกง 200 คน ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยกลับจากต่างประเทศในวันที่ 16 ส.ค. มีจำนวน 382 คน เป็นเที่ยวบินจากสหรัฐอเมริกา (ผ่านไทเป) 100 คน, จากเยอรมนี (มิวนิก) 150 คน, จากสหรัฐอเมริกา (ผ่านฮ่องกง) 100 คน, อินเดีย (นิวเดลี) 30 คน และฝรั่งเศส (ปารีส) 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินที่นำคนไทยตกค้างกลับไทยในวันที่ 17 ส.ค. 5 เที่ยวบิน จากเดนมาร์ก (โคเปนเฮเกน) โอมาน (มัลกัต) สหราชอาณาจักร (ลอนดอน) เวียดนาม (โฮจิมินห์) เมียนมา (ย่างกุ้ง) วันที่ 18 ส.ค. มี 3 เที่ยวบิน จากจีน (ปักกิ่ง) อียิปต์ (ไคโร) สหรัฐอเมริกา (ผ่านโตเกียว), วันที่ 19 ส.ค. มี 5 เที่ยวบิน จากเอธิโอเปีย (แอดดิสอาบาบา) สหรัฐอเมริกา (ผ่านเกาหลีใต้) บรูไน (บันดาร์เสรีเบกาวัน) กาตาร์ (โดฮา) ญี่ปุ่น (โตเกียว) วันที่ 20 ส.ค. มี 5 เที่ยวบิน จากแคนาดา (ผ่านฮ่องกง) อินโดนีเซีย (จาการ์ตา) อิหร่าน (เตหะราน) มัลดีฟส์ (มาเล) ไต้หวัน วันที่ 21 ส.ค. มี 4 เที่ยวบิน จากสหรัฐอเมริกา (ผ่านเกาหลีใต้) สิงคโปร์ เกาหลีใต้ (โซล) จีน (เฉิงตู) วันที่ 22 ส.ค. มี 3 เที่ยวบิน จากเนเธอร์แลนด์ (อัมสเตอร์ดัม) กาตาร์ (โดฮา) เยอรมนี (แฟรงก์เฟิร์ต)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยประเด็นโควิด-19 ติดต่อทางอาหารได้หรือไม่ ว่า Coronavirus รวมทั้งเชื้อโควิด-19 สามารถติดต่อได้ โดยเชื้อมาสัมผัสที่เยื่อบุปาก คอ จมูก ตา การรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด มีเชื้อปนเปื้อน สามารถติดเชื้อโรคได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าอาหารนำเข้าในจีนเป็นต้นเหตุของการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้ว่าจะพบเชื้อในกุ้งแช่แข็งส่งจากประเทศเอกวาดอร์ที่ต้าเหลียน การพบเชื้อโควิดในเขียงปลาแซลมอนที่ปักกิ่ง การระบาดในนิวซีแลนด์ ที่มีผู้หนึ่งทำงานอยู่ในโรงงานเกี่ยวกับอาหารเย็น เป็นเพียงหลักฐานทางอ้อมว่าการพบเชื้อในอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการพบเชื้อโควิด-19 ในปีกไก่แช่แข็งที่ส่งมาจากบราซิล ที่เซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ทำให้มีการเตือนและระมัดระวังการแพร่ระบาดจากอาหารแช่แข็ง เชื้อ โควิด-19 สามารถอยู่ในอาหารแช่แข็งได้เป็นเวลาหลายเดือน อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดว่าการระบาดแต่ละแห่งติดมาจากอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ก็ควรจะระมัดระวังอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงก็อยากจะเห็นพันธุกรรมของไวรัสที่ระบาดที่ปักกิ่งและต้าเหลียนเป็นอย่างไร คล้ายกับพันธุกรรมจากแหล่งใด เหมือนพันธุกรรมที่พบในอาหารแช่แข็งหรือไม่ ยังไม่เห็นการยืนยันอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายพันธุ์ที่ระบาดใหม่ในนิวซีแลนด์จากผู้ป่วย พบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับสายพันธุ์ระบาดในออสเตรเลียและอังกฤษ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดหรือชัดเจนโยงไปถึงโรงงานอาหารแช่แข็งในนิวซีแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของอาหารจึงจำเป็นจะต้องมีการตรวจหาเชื้อโรค RNA ของไวรัสสามารถตรวจได้ มีความไวสูงมาก เพื่อเป็นการป้องกันและตระหนักถึงความสะอาด และการปนเปื้อนของเชื้อที่อาจจะมากับอาหารได้ เชื้อโควิด-19 มีความคงทนอยู่ได้นานในอากาศเย็น และถ้าแช่แข็งก็จะยิ่งอยู่นานหลายเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด ความร้อนฆ่าเชื้อโรคได้แน่นอน ควรล้างมือเมื่อจับต้องผลิตภัณฑ์อาหารดิบ เนื้อสัตว์ อาหารแช่แข็ง จะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ดูแลเคร่งครัดกับสุขอนามัย ถึงแม้ว่าจะไม่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74557</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, State Quarantine, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไม่พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200815/image_big_5f375c02cd778.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;โพสต์ให้คิดก่อนผ่อนปรนให้ต่างชาติเดินทางเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 - นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;rdquo;โควิด-19&amp;rdquo; ระบุว่า การตรวจพบ โควิด-19 ใน state quarantine ผู้ที่มาอยู่ใน state quarantine และมีการตรวจเชื้อหา โควิด-19 ดูข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะผู้ที่มาอยู่ใน state quarantine จะตรวจพบเชื้อหลังวันที่ 10 คือวันที่ 11 ถึง 14 อยู่ประมาณ 8% แสดงว่าการตรวจพบเชื้อส่วนใหญ่จะอยู่ใน 10 วันแรกหรือ 92 เปอร์เซ็นต์ เมื่อดูตัวเลข 8 เปอร์เซ็นต์ ก็คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าตัวเลขนี้จะมากหรือน้อย ในกรณีที่จะมีการผ่อนปรน ให้มีการเดินทางเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าสมมุติ จะมีการตรวจเชื้อ เมื่อมาถึงสนามบิน และจะมีการตรวจเชื้ออีก ใน 7 วันต่อมา โอกาสจะไม่พบ ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ยังมีความเป็นไปได้ จะต้องมีมาตรการอื่นมารองรับ ในกรณีที่มีการเปิดการเดินทาง และจะยกเว้นการเข้าสู่ State quarantine การเดินทางไปมาหาสู่กัน ก็มีความจำเป็น เพราะประเทศไทยจะอยู่โดดเดี่ยวอย่างนี้ไม่ได้ เราคงจะต้องมาช่วยกัน หาทางออก ในกรณีที่เริ่มมีการเปิดให้มีการเดินทางไปมาหาสู่กัน
เพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ และคนไทยก็อยู่ได้ด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69533</URL_LINK>
                <HASHTAG>state quarantine, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5edd89e61feb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกกลาโหม&#039; ลั่นลากคอ &#039;ไอ้โม่ง&#039; ชักใยนายหน้างาบหัวคิวเลือกสถานกักกันของรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - ความคืบหน้ากรณี การติดตามกลุ่มคนเกี่ยวข้องเรียกเก็บค่าหัวคิวจากเจ้าของโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ของรัฐ (State Quarantine) จ.ชลบุรี ล่าสุด พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ตนได้ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นทีภาคตะวันออกที่จัดเป็น state quarantine เมื่อที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการได้ให้ข้อมูล รายชื่อ ไลน์ที่ได้พูดคุยในการเรียกรับเปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขต่างๆ จึงได้ส่งไปให้ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 หมดแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวมีผู้เสียหายทั้ง 3 ส่วน คือ ผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่ได้รับค่าห้องพักเต็มราคา ผู้กักตัวอาจถูกตัดปริมาณอาหาร หรือไม่ได้รับบริการอย่างเต็มที่ และ รัฐที่ได้รับความสูญเสียในเรื่องงบประมาณ และภาพลักษณ์ในการจัดหาพื้นที่ State Quarantine จึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งดูแลในภาพรวมต้องค้นหาว่าใครอยู่เบื้องหลังผลประโยชน์ และตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบและขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าพบว่า ทหาร ตำรวจ หรือคนของกระทรวงสาธารณสุข ก็ให้จัดการให้หมด ผมบอกผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคที่ 2 และ พลตำรวจโท ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าต้องเปิดเผยเลยว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวใหญ่ เบอร์ใหญ่ขนาดไหนก็ต้องเปิดออกมา เพราะเป็นเรื่องตัวบุคคลที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ ในขณะที่องค์กร และ รัฐ มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาในเรื่องโควิด -19&amp;rdquo;โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังที่กระทรวงกลาโหม ได้ส่งมอบหลักฐานและรายชื่อ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกรับค่าหัวคิวจากโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวของคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ทาง สตช. มอบให้ ตำรวจภูธรภาค2 ไปดำเนินการ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับผิดชอบ โดยได้ตั้งพนักงานสอบสวน มีรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชลบุรี และ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา รวมถึงชุดพนักงานสอบสวน ร่วมหาข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้น มีผู้เกี่ยวข้อง 9 ราย เป็นเซลล์ติดกับผู้ประกอบการโรงแรมโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนในการเลือก State Quarantine ในเดือนเมษายน เริ่มจาก 1.กระทวงสาธารณสุข (สธ.) จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนเอกชน ผู้ประกอบการ โรงแรมที่พัก พร้อมแจ้งคุณสมบัติ และ ความต้องการ รวมถึงราคาห้องพักไปทางช่องทางต่างๆ 2. ผู้ประกอบการเสนอตัวเข้ามาทางเว็บไซต์ว่ามีคุณสมบัติตามกรอบที่กำหนด 3. สธ. ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสเปค ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ 4.ชุดของ ทหาร ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ สธ. จะลงพื้นที่ไปดูเรื่องการวางระบบการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการ 5.รอการแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแจ้งเที่ยวบินและจำนวนคนที่จะส่งไปโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่โรงแรมที่เสนอตัวเข้ามา พบว่าโรงแรมส่วนใหญ่ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ สธ.กำหนด เพราะไม่มีใบอนุญาต หรือ ใบอนุญาตไม่ถูกต้อง ทำให้หาโรงแรมได้ไม่เพียงพอ อีกทั้ง มีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศลงทะเบียนขอกลับประเทศเป็นจำนวนมาก พบว่าจนถึงกลางเดือน มิ.ย มียอดผู้ลงทะเบียนถึง 1.5-2 หมื่นคนต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปริมาณห้องพักในการรองรับผู้เดินทางกลับมีแค่วันละ 200 คน รัฐจึงอยากขยายการหาห้องพักให้ได้วันละ 400 คน ดังนั้นจึงต้องเร่งหาโรงแรมเอกชนเพิ่ม ทำให้ช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมามีการพูดกันแบบปากต่อปากอย่างไม่เป็นทางการว่า ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยกันหา ใครรู้จักโรงแรมไหนก็ให้เสนอมา ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ให้เครือข่าย โดยเฉพาะนายหน้า หรือ เซลล์ ซึ่งรู้ข้อมูลในพื้นที่มาติดต่อและรับไปประสานงานกับผู้ประกอบการ และเรียกรับหัวคิว&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67186</URL_LINK>
                <HASHTAG>State Quarantine, กลุ่มเสี่ยงโควิด-19, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, สถานกักกัน, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc90cf780f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
