<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การทูตเหนือความคาดหมาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าเฮียทรัมป์สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลกจริงๆ...ด้วยสไตล์การทูตที่ไม่เหมือนใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่เขียนข้อความขึ้นทวิตเตอร์เกริ่นลอยๆ ว่าไหนๆ เขาก็ไปเกาหลีใต้แล้ว ถ้าได้ทักทายสวัสดีกับน้องคิม จองอึน ตรงชายแดนก็น่าจะดีนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าแล้วเพื่อนรักมูน แจอิน แห่งเกาหลีใต้ก็เริ่มทำงานทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งทีมงานของทรัมป์ที่คุ้นเคยกับงานเกาหลีเหนือก็กระโดดขึ้นคอปเตอร์ไปตรงเส้นปลอดทหาร หรือ DMZ ตรงชายแดนเกาหลีเหนือกับใต้ตอนเที่ยงคืนของวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องทั้งหมดประสานกันเพียง 12 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เขียนทวิตเตอร์ตอนเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของทรัมป์สองคน &amp;nbsp; (Stephen Biegun กับ Alison Hooker) ก็หายตัวไปจากงานเลี้ยงที่กรุงโซลเพื่อไปทำภารกิจลับ โดยที่เกาหลีเหนือส่งเจ้าหน้าที่มาประสานงานที่ Tongilgak หรือ Unification Pavillion ตรงเขตปลอดทหาร Panmunjom ตอนเที่ยงคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่มาประกบเพื่อปูพื้นสำหรับงานใหญ่นี้น่าจะได้แก่ Kim Chang-son ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายเลขาธิการของกรมงานกิจการแห่งรัฐและผู้ช่วยอีกสองสามคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่โหมดของการเตรียมให้คิม จองอึน ออกเดินทางจากเปียงยางมาที่ชายแดนเพื่อมาพบกับทรัมป์ที่ออกจากกรุงโซลมาพบกันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ฉากใหม่จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าน่าตื่นเต้นก็เพราะเมื่อทรัมป์เหยียบดินแดนเกาหลีเหนือก็แปลว่าจะเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐ (ที่อยู่ในตำแหน่ง) จะเหยียบแผ่นดินของประเทศนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง มูน แจอิน แห่งเกาหลีใต้ ก็ไปพบกัน ณ จุดเดียวกัน สร้างประวัติศาสตร์อีกฉากหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือผู้นำมะกัน, เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือมาพบกันเป็นครั้งแรกเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรัมป์กับคิมเดินมาพบกันตรงจุดชายแดน สายตาทั่วโลกก็จับตามาที่ทั้งสองคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กับคิมถ้อยทีถ้อยชื่นชมกัน ต่างก็กล่าววลีที่ต้องการเห็นสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ตกลงกันว่าจะตั้งกรรมการชุดใหม่เพื่อเจรจาเรื่องลดอาวุธนิวเคลียร์ของโสมแดง เพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเปียงยาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมบอกทรัมป์ผ่านล่ามว่า &amp;ldquo;ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะพบท่านที่นี่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ตอบว่า &amp;ldquo;ผมถือเป็นเกียรติที่ได้มาพบกันที่นี่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนแรกผมคิดว่าจะคุยกันแค่ 2 นาที แต่เอาเข้าจริงๆ ก็คุยกันถึง 50 นาที&amp;rdquo; ทรัมป์บอกหลังการคุยกับคิมอย่างไม่เป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าการเจรจาในรายละเอียดจะไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะการต่อรองที่ผ่านมาก็ล้มเหลวมาตลอด ทำให้การพบปะของสองผู้นำที่สิงคโปร์และฮานอยล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ณ จุดนี้เรื่องลีลาและสีหน้ามาก่อนเนื้อหา ขอพาดหัวก่อนแล้วจึงเขียนรายละเอียดของข้อตกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพราะทรัมป์กับคิมมี &amp;ldquo;เคมี&amp;rdquo; ตรงกันด้วยการให้ &amp;ldquo;ดราม่า&amp;rdquo; นำเนื้อหานั่นเอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการกลับสู่การเจรจาในรายละเอียดของการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการระงับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจโดยสหรัฐก็ไม่มีการรับรองได้ว่าผลสุดท้ายจะตกลงกันได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มมีข่าวล่าสุดบอกว่าทรัมป์กับคิมอาจจะเจอกันอย่างเป็นทางการรอบใหม่ที่สิงคโปร์ เพื่อประกาศข้อตกลงที่กำลังให้ระดับทำงานทั้งสองฝ่ายลงมือต่อรองกันในรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่แน่ๆ คือคิม จองอึน ได้ชัยชนะทางการเมืองและการทูตไปเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้นำประเทศไหนที่จับมือกับสี จิ้นผิง, วลาดิเมียร์ ปูติน, และโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างมีสีสันได้อย่างคิม จองอึน บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่ช้าไม่นานมานี้เอง เกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ไม่มีใครคบหา เพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นประเทศเผด็จการ, ผู้นำโหดเหี้ยมต่อประชาชนของตน, สั่งสมอาวุธนิวเคลียร์ และเป็นเป้าการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้เงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ใครต่อใครก็ต้องการจะจับมือกับคิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นย่อมแปลว่านโยบายการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือถูกต้องแล้ว เพราะหากเปียงยางไม่มีอาวุธร้ายแรงเช่นนั้นคงไม่มีใครใส่ใจต่อรองเจรจากับคิมน้อยเป็นแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้การเมืองโลกปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง ผู้นำไทยตามไม่ทันหรือวิเคราะห์สถานการณ์ผิดก็จะเกิดความเสียหายให้กับประเทศชาติได้แน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40201</URL_LINK>
                <HASHTAG>Alison Hooker, Stephen Biegun, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์-คิมที่เวียดนามสิ้นเดือนนี้ ต้องมากกว่าแค่ชูมือถ่ายรูป!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแล้ว นัดพบคิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือ วันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ ที่เวียดนาม ข่าวบางกระแสบอกว่า จุดนัดพบน่าจะเป็นเมือง &amp;ldquo;ดานัง&amp;rdquo; ซึ่งตั้งอยู่ตรงชายฝั่งติดกับทะเลจีนใต้ ปากแม่น้ำฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดานังเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่งของเวียดนาม เป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของเวียดนาม เป็นศูนย์กลางการค้าและการศึกษาของเวียดนามส่วนกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะตั้งอยู่บนทางหลวงสาย 1A และทางรถไฟเชื่อมเหนือกับใต้ของประเทศ ดานังจึงเป็นศูนย์กลางการขนส่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งมรดกโลกยูเนสโกหลายแห่ง เช่น เมืองเก่าของเว้และฮอยอัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวล่าสุดบอกว่า นาย Stephen Biegun ตัวแทนพิเศษสหรัฐเกี่ยวกับกิจการเกาหลีเหนือได้บินไปเปียงยางเพื่อเจรจารายละเอียดกัยนาย Kim Hyok-chul อดีตทูตเกาหลีเหนือประจำสเปน ซึ่งเป็นตัวแทนของคิม จองอึน ในการลงรายละเอียดเพื่อปูทางสู่การพบปะระหว่าง 2 ผู้นำครั้งที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดรอบที่ 2 ระหว่างคิมกับทรัมป์จะต้องมีอะไรที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เพราะการเจอกันครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วเป็นเพียงการสร้างภาพให้ทั้ง 2 ให้ดูเป็นผู้แสวงหาสันติภาพเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งทรัมป์และคิมได้ประโยชน์จากการสร้างภาพคราวนั้นพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จะบอกว่าไม่ได้อะไรเลยก็ไม่ใช่ เพราะอย่างน้อยคิมก็หยุดการทดลองขีปนาวุธตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งอเมริกาก็หยุดการซ้อมรบกับเกาหลีเหนือและญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เพียงแค่นี้ไม่น่าจะพอ ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ชี้นิ้วไปอีกฝ่ายหนึ่งว่าไม่ทำตามที่รับปากเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์บอกว่าเกาหลีเหนือยังไม่ได้เลิกโครงการนิวเคลียร์อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมบอกว่าทรัมป์ก็ยังไม่ได้ผ่อนเบามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเปียงยาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จากวันนี้ถึงสิ้นเดือนนี้ ตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องหาข้อตกลงที่จะเป็น Road Map ที่จะผูกมัดทั้ง 2 ฝ่ายในอันที่จะเดินหน้าสร้างสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาไม่แล้ว จะถูกกล่าวหาว่าการมาเวียดนามคราวนี้เป็น &amp;ldquo;ปาหี่&amp;rdquo; ที่คนดูในเวทีระหว่างประเทศจะโห่เอากันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคำถามว่า ทำไมทั้งคิมและทรัมป์จึงเลือกเวียดนาม (ประเทศที่อยู่ในข่ายเข้ารอบสุดท้ายของการพิจารณาคือ ไทย, มองโกเลีย และเกาะฮาวายของสหรัฐ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลด้านอเมริกาคือ ความสนิทชิดเชื้อทางการเมืองระหว่างอเมริกากับเวียดนามในขณะนี้ แม้จะเคยเป็นศัตรูรบราฆ่าฟันกันในช่วงสงครามเวียดนาม แต่วันนี้อเมริกาต้องการจะให้เวียดนามเป็นกันชนต่ออิทธิพลจีน และฮานอยก็ต้องการให้วอชิงตันมาเป็นแรงถ่วงดุลอิทธิพลของจีนในย่านนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเกาหลีเหนือแล้ว เวียดนามเป็นมิตรมายาวนาน นอกจากจะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เหมือนกันแล้ว ประวัติศาสตร์เวียดนามเหนือ-ใต้ก็เป็นตัวอย่างสำหรับเกาหลีเหนือ-ใต้ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ฝ่ายเหนือของเวียดนามชนะทางใต้จนรวมชาติกันได้ และมีฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามรวมชาตินั้น ย่อมจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเกาหลีเหนือไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าเวียดนามอาจจะง่ายต่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับทรัมป์และคิมมากกว่าประเทศไทย จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การตัดสินใจเลือกจุดนัดพบครั้งนี้ไปอยู่ที่เวียดนามแทนประเทศไทย ทั้งๆ ที่ไทยเป็นประธานอาเซียนปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดครั้งนี้จึงมีความสำคัญไม่น้อยสำหรับสันติภาพของโลก และการเมืองระหว่างประเทศ เพราะเท่ากับเป็นการตอกย้ำว่า ดุลแห่งอำนาจของโลกกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากบทบาทของสหรัฐในเอเซียที่กำลังปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจนแล้ว อิทธิพลของจีน, ญี่ปุ่น, รัสเซียและอินเดียในภูมิภาคนี้ก็จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากคาบสมุทรเกาหลีสงบ โจทย์ต่อไปของเอเชียก็คือการที่จะให้ยักษ์เอเชียกับประเทศอื่นๆ ในย่านนี้ โดยเฉพาะอาเซียนจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพสิทธิ์ของกันและกันอย่างไรจึงจะนำไปสู่การเมืองโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28857</URL_LINK>
                <HASHTAG>Kim Hyok-chul, Stephen Biegun, กาแฟดำ, คิม จองอึน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
