<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจี๊ยบโยงภาพแย่งเก้าอี้รมต.ปลุกแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 มิ.ย.2562 - &amp;nbsp;ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กในเพจหมวดเจี๊ยบ Sunisa Divakorndamrong ระบุว่า ภาพการยื้อแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลของพรรคการเมืองต่าง ๆ อย่างมูมมามในขณะนี้ ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของกติกาการเลือกตั้งที่ออกแบบโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งทำให้ผลการเลือกตั้งบิดเบี้ยว จนเกิดระบบรัฐบาลผสมเกือบยี่สิบพรรค จะบริหารประเทศอย่างเป็นเอกภาพได้ยังไง ทั้งยังสะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองโดยยังไม่ต้องดูหน้าตา ครม. ด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเป็นลางร้ายว่า ต่อไปนี้ การเมืองจะกลายเป็นเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์ เพราะรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ จึงต้องง้อพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อแลกกับการยกมือสนับสนุนในสภาฯ ซึ่งจะเป็นช่องทางหากินของนักการเมืองที่ไม่ดีและใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวได้ง่าย ซึ่งจะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่า สวนดุสิตโพลล่าสุดระบุว่า คนไทย ร้อยละ 72.2 มองการแย่งเก้าอี้ในรัฐบาลว่าเป็นการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เพราะเป็นกระทรวงที่มีงบประมาณมาก ไม่ได้มองว่าเป็นการแย่งกระทรวงกันทำงานแต่อย่างใด
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ระบบการเมืองไทยอ่อนแอในขณะนี้ มีต้นตอมาจากรัฐธรรมนูญ ทางแก้คือต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่ใช่แก้แค่เพียงบางมาตรา เพราะมีการหมกเม็ดกลไกสืบทอดอำนาจเผด็จการไว้ในรัฐธรรมนูญเต็มไปหมด และมีการวางโครงสร้างทางอำนาจแบบผิด ๆ อย่างเป็นระบบ จึงต้องวางโครงสร้างทางการเมืองกันใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การแก้รัฐธรรมนูญแค่บางมาตราโดยไม่แตะโครงสร้างอำนาจจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง
แต่ประชาชนที่เห็นพิษภัยของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยสร้างแรงกดดันทางสังคมนอกสภาฯ ด้วยอีกทางหนึ่ง เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่ารอให้นักการเมืองแก้ฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองบางพรรคที่ได้ประโยชน์จากกติกาการเลือกตั้งบิด ๆ เบี้ยวแบบนี้ ก็คงไม่อยากเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ไม่หวังชัยชนะในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แต่ก็ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ รู้ตัวว่าจะแพ้ เพราะถึงจะแพ้ ก็ยังเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อได้ เช่นกัน จากการรวบรวมคะแนนที่แพ้จากหลาย ๆ เขต ซึ่งไม่ใช่หลักคิดที่ดีในการคัดกรองผู้แทนราษฎร และผิดหลักของการแข่งขันเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมที่สุดมาเป็นตัวแทนปวงชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่านี่เป็นกติกาเลือกตั้งที่ประชาชนเสียประโยชน์ แต่นักการเมืองบางพรรคได้ประโยชน์ ซึ่งคนที่ได้เป็น ส.ส. เพราะรัฐธรรมนูญแบบนี้ย่อมไม่ไม่ดิ้นรนที่จะเปลี่ยนกติกาเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ กติกาแบบนี้ ทำให้เจตจำนงในการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชนถูกบิดเบือนและผิดเพี้ยนไปจากความต้องการที่แท้จริง ทั้งยังทำให้ระบบการเมืองอ่อนแอ และทำลายความเข้มแข็งของระบบรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประชาชนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ก็ต้องมีส่วนร่วมโดยการสร้างแรงกดดันทางสังคมและต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อยกระดับให้เป็นประเด็นสาธารณะ ไม่อย่างนั้น ระบอบรัฐประหารจะหลอกหลอนประเทศไทยไปจนชั่วลูกชั่วหลาน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38068</URL_LINK>
                <HASHTAG>Sunisa Divakorndamrong, พท., พรรคการเมือง, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, รัฐบาล, เฟซบุ๊ก, โฆษกพรรคเพื่อไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfcc55b86ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
