<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สานพลังสังคม-ชุมชน” ฝ่าวิกฤตโควิด !! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ผู้สูงอายุจากชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตเทศบาลนครขอนแก่นกับคูปอง &amp;lsquo;ปันกัน&amp;rsquo; ใช้ซื้ออาหารและของจำเป็นในช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp; ส่งผลทำให้มีการปิดโรงงาน&amp;nbsp; ห้างร้าน&amp;nbsp; มีคนตกงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะความหิวไม่เคยปรานีใคร..!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการ &amp;lsquo;ครัวชุมชน&amp;rsquo; จึงผุดขึ้นมาหลายแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีทั้งคนตกงาน&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; คนชรา&amp;nbsp; เด็กๆ ที่กินไม่อิ่มท้อง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกินในชุมชน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นแกง&amp;nbsp; ผัด&amp;nbsp; ต้ม&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp; ขนมจีน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หรือแล้วแต่กำลังทุน&amp;nbsp; วัตถุดิบที่มี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ปันกันอิ่ม&amp;nbsp; แบ่งกันกินยามยาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผุสดี&amp;nbsp; ปั้นเลิศ&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา &amp;nbsp;เขตประเวศ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ อาศัยอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนอยู่ในที่ดินสาธารณะ&amp;nbsp; มีทั้งหมด 67 ครอบครัว&amp;nbsp; ประมาณ 300 คน&amp;nbsp; เกือบทั้งหมดมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หากินไปวันๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; มีรายได้วันละ 300-500 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากโควิดตั้งแต่ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เพราะหลายครอบครัวมีคนตกงาน&amp;nbsp; มีรายได้น้อยลง &amp;nbsp;ไม่พอเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; ชุมชนจึงหาทางช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; โดยนำเอาพืชผักต่างๆ ที่ปลูกบนที่ดินว่างในชุมชน (ปลูกก่อนโควิด&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา) เช่น&amp;nbsp; บวบ&amp;nbsp; น้ำเต้า&amp;nbsp; คะน้า&amp;nbsp; ฟักทอง&amp;nbsp; ผักกาด&amp;nbsp; ผักเคล&amp;nbsp; ผักน้ำ&amp;nbsp; ข่า&amp;nbsp; ตะไคร้&amp;nbsp; กะเพรา&amp;nbsp; โหระพา&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; มะเขือ&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มาแจกจ่ายไปทำกับข้าว&amp;nbsp; แต่ก็ไม่พอ&amp;nbsp; แจกจ่ายไม่ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พอดีช่วงนั้น&amp;nbsp; มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวง พม.&amp;nbsp; พอช. มีโครงการสนับสนุนให้ชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; จัดทำครัวชุมชนเพื่อทำอาหารแจกจ่ายกันกิน&amp;nbsp; ชุมชนได้รับเงินสนับสนุน 1 แสนบาทจึงเอามาทำครัว&amp;nbsp; แต่แจกจ่ายไปชุมชนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กันอีก 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; เป็นกับข้าวต่างๆ&amp;nbsp; แต่ทำได้ 8 ครั้งก็หมดงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผุสดีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ครัวปันอิ่มที่ชุมชนเฟื่องฟ้าฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์โควิดที่ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงวันนี้&amp;nbsp; เธอบอกว่า&amp;nbsp; ทุกครอบครัวก็ยังลำบากอยู่&amp;nbsp; คนที่เคยขายของในตลาดก็ยังหายใจไม่ทั่วท้อง&amp;nbsp; เพราะหากมีแม่ค้าพ่อค้าคนใดติดโควิด&amp;nbsp; ตลาดจะต้องถูกปิด&amp;nbsp; ทำมาหากินไม่ได้อีก&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่มีคนนั่ง&amp;nbsp; แต่ยังมีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการทำครัวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิพุทธิกา&amp;nbsp; และ พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ) มอบงบประมาณสนับสนุนการทำครัวชุมชนในปีนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนก็เอาผักสวนครัวที่ปลูกมาทำอาหาร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟักต้มไก่&amp;nbsp; คะน้า-บวบ-เอามาผัด&amp;nbsp; ฟักทองเอามาแกงไก่-ผัดไข่&amp;nbsp; ชะอมชุบไข่ทอด&amp;nbsp; แกงส้ม&amp;nbsp; น้ำพริก&amp;nbsp; ผักลวก&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; หมุนเวียนกันไป&amp;nbsp; ทำให้คนในชุมชนมีอาหารกิน&amp;nbsp; เด็กๆ กินอิ่มก็ไม่งอแง&amp;nbsp; ยิ้มหัวได้ทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ปีนี้เราจะทำให้ครัวชุมชนเดินไปได้ตลอด&amp;nbsp; เราจึงทำ &amp;lsquo;ครัวปันอิ่ม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ขายกับข้าวราคาถูก&amp;nbsp; ถุงละ 20 บาท&amp;nbsp; ถุงนึงจะใหญ่กว่าร้านข้าวแกงทั่วไป&amp;nbsp; ข้าวให้ฟรีไม่อั้น&amp;nbsp; และแจกฟรีสำหรับคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เด็กๆ&amp;nbsp; หรือครอบครัวไหนไม่มีเงินเราก็ให้ฟรีๆ ทั้งข้าวและกับ&amp;nbsp; เราช่วยกันทำขายอาทิตย์ละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; มีกับข้าว 5-6 อย่าง&amp;nbsp; บางครอบครัวจะซื้อเอาไปใส่ตู้เย็นกินได้ทั้งอาทิตย์&amp;nbsp; คนนอกชุมชนรู้ข่าวก็มาซื้อ&amp;nbsp; ครั้งนึงจะขายได้ประมาณ 2-3 พันบาท&amp;nbsp; ขายได้เงินไม่มาก&amp;nbsp; เพราะเราไม่ได้กะจะเอากำไร&amp;nbsp; ถือว่าช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; แบ่งปันกันกิน&amp;nbsp; ข้าวเปล่าเราก็ให้ฟรี&amp;nbsp; พอให้มีเงินมาหมุนเวียน&amp;nbsp; ถ้าทำแจกฟรีคงจะได้ไม่กี่ครั้ง&amp;nbsp; แต่ถ้าทำขายแบบนี้&amp;nbsp; เราจะช่วยกันได้ตลอดไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;เธอบอกถึงอนาคตของครัวปันอิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช่แต่จะเป็นเพียงผู้รับ&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้าฯ ยังใช้ที่ว่างในชุมชนที่พอเหลืออยู่&amp;nbsp; ปลูกสมุนไพรเพื่อป้องกันและรักษาโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ปลูกรวมแล้วกว่า 100 กระถาง&amp;nbsp; ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรเก็บไปทำยาได้แล้ว&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะช่วยกันเอามาตากแห้ง&amp;nbsp; แล้วส่งไปให้ &amp;lsquo;ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน&amp;rsquo; นำเอาไปบดบรรจุใส่แคปซูล&amp;nbsp; เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนต่างๆ ที่จัดทำครัวปันอิ่มโดยการสนับสนุนของมูลนิธิพุทธิกาเช่นเดียวกับชุมชนเฟื่องฟ้าฯ แล้ว 13 ชุมชนในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 7,792 ครัวเรือน &amp;nbsp;กระจายความช่วยเหลือได้ 28,033 คน&amp;nbsp; บางชุมชนขายอาหารราคาอิ่มละ 9-10 บาท&amp;nbsp; หรือสูงสุดไม่เกิน&amp;nbsp; 20 บาท&amp;nbsp; เป็นการช่วยเหลือจุนเจือกันในยามยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; เป็นหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสาน&amp;nbsp; มีสถาบันการศึกษา&amp;nbsp; โรงพยาบาลขนาดใหญ่&amp;nbsp; มีย่านธุรกิจการค้าที่คึกคักเฟื่องฟูมาช้านาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็มีชุมชนผู้มีรายได้น้อยกระจายอยู่รอบเมือง&amp;nbsp; มีคนทุกข์ยาก&amp;nbsp; ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะเช่าบ้าน&amp;nbsp; ต้องยึดเอาพื้นที่สาธารณะเป็นที่พักพิง&amp;nbsp; (ปัจจุบันมีประมาณ 120 คน)&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิดนี้&amp;nbsp; พวกเขาต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้านงเยาว์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กงภูเวศน์ &amp;nbsp;ประธานชุมชนเหล่านาดี 12&amp;nbsp; ตั้งอยู่ริมทางรถไฟในเขตเทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 มีทั้งหมด 135 ครอบครัว&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างรายวัน&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างในตลาด&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อย ๆ&amp;nbsp; เมื่อได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; จึงคิดเรื่องทำอาหารขายให้คนในชุมชนเพื่อช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ขายในราคาถูก&amp;nbsp; จานละ 15 บาท&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ก๋วยเตี๋ยวไก่&amp;nbsp; ข้าวมันไก่&amp;nbsp; ข้าวไข่เจียว&amp;nbsp; และอาหารตามสั่ง&amp;nbsp; เริ่มทำตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราขาย 15 บาท&amp;nbsp; แต่กินอิ่มเท่ากับคนอื่นขาย&amp;nbsp; 30 บาท&amp;nbsp; คนนอกชุมชนก็มากินได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เราก็ให้กินฟรี&amp;nbsp; คนที่รู้ข่าวก็มาสนับสนุน&amp;nbsp; เอาเงินมาช่วยให้ทำอาหารแจก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคนที่ตกงานในชุมชน&amp;nbsp; แม่บ้านที่ว่างงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราก็ให้มาช่วยกันทำครัว&amp;nbsp; หั่นผัก&amp;nbsp; ช่วยล้างจาน&amp;nbsp; พอให้มีรายได้วันละ 100-200 บาท&amp;nbsp; แล้วแต่ใครทำน้อย&amp;nbsp; ทำมาก&amp;nbsp; แต่ก็ช่วยให้มีรายได้&amp;nbsp; คนกินก็จะได้กินของถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกันไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;ป้านงเยาว์บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการจุดประกายของป้านงเยาว์&amp;nbsp; ทำให้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนและต่อยอดไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบางในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งกลุ่มคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; พอช. เครือข่ายสลัมสี่ภาค&amp;nbsp; กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน&amp;nbsp; กลุ่ม Hugtown เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่น&amp;nbsp; พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนรูปแบบการช่วยเหลือมีหลากหลาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนริมทางรถไฟนำพืชผักที่ปลูกมาแจกจ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศบาลนครขอนแก่นจัดตรวจคัดกรองเชื้อโควิดและฉีดวัคซีนให้กลุ่มคนไร้บ้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนคูปองปันกัน&amp;nbsp;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการคูปองปันกัน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น (พมจ.) และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในภาวะวิกฤตจากการตกงาน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายในเมืองขอนแก่นประมาณ&amp;nbsp; 300-500 คน&amp;nbsp; ให้มีเงินจับจ่ายซื้ออาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะจัดสรรคูปองอาทิตย์ละ 100 บาทให้แก่กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้นำไปซื้ออาหารและสินค้าจำเป็น&amp;nbsp; และยังช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียนด้วย&amp;nbsp; โดยมีชุมชนเข้าร่วม 11 ชุมชน&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; ร้านค้าเข้าร่วมรับคูปอง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 26 ร้าน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการ &amp;lsquo;สร้างพื้นที่สะสมอาหาร&amp;rsquo; &amp;nbsp;ปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการจ้างงานกลุ่มคนไร้บ้านให้ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ&amp;nbsp; เช็ดถูราวสะพานคนเดินข้าม&amp;nbsp; ให้ค่าตอบแทนวันละ 300 บาท&amp;nbsp; จ้างงานไปแล้วประมาณ 100 คนโดย พอช.สนับสนุนงบประมาณ 300,000 บาท&amp;nbsp; และ พมจ.ขอนแก่น&amp;nbsp; 360,000 บาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ศูนย์พักคอยรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการช่วยเหลือเรื่องปากท้องดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนเหล่านาดี 12 ยังร่วมกับเทศบาลนครขอนแก่น และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp; ขอใช้พื้นที่บริเวณสถานีรถไฟชั่วคราวที่อยู่ใกล้ชุมชนจัดทำศูนย์พักคอยในชุมชน (Community&amp;nbsp; Isolation) หรือ CI เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่หนัก&amp;nbsp; เพื่อแบ่งเบาภาระของทางโรงพยาบาล&amp;nbsp; โดย CI แห่งนี้ใช้ห้องต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของสถานีรถไฟ&amp;nbsp; ปรับปรุงเป็นห้องพักสำหรับผู้ติดเชื้อหรือกักตัวดูอาการ&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 7 ห้อง&amp;nbsp; รองรับได้ 14 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

ตู้ทำการภายในสถานีรถไฟชั่วคราวขอนแก่นนำมาปรับปรุงเป็น CI

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อดิเรก&amp;nbsp; แสงใสแก้ว &amp;nbsp;นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย&amp;nbsp; ในฐานะจิตอาสาที่มีบทบาทสนับสนุนการจัดวางระบบ CI &amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ศูนย์พักคอยในชุมชน&amp;nbsp; หรือ CI &amp;nbsp;มีความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยที่ยังมีอาการไม่รุนแรงหรืออยู่ในสถานะสีเขียว&amp;nbsp; โดยผู้ป่วยจะต้องลงทะเบียนกับ สปสช.เพื่อรับยาและเวชภัณฑ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์และพยาบาลจะดูแลผู้ป่วยผ่านระบบ telemedicine หรือให้คำแนะนำการรักษาตัวผ่านโทรศัพท์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;CI จึงเปรียบเสมือนกับโครงการแก้มลิงเพื่อพักคอยน้ำ&amp;nbsp; ไม่ให้น้ำท่วม&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะมีผู้ป่วยสีเขียวที่ต้องเข้าไปรอการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนามเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; และถ้ารักษาช้าหรือรู้ตัวว่าติดเชื้อช้าก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp; เชื้อก็จะแพร่กระจายได้มากขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;อดิเรกเปรียบความสำคัญของ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกว่า&amp;nbsp; การจัดตั้ง CI ในชุมชนนั้น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนจะต้องชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp; และท้องถิ่น&amp;nbsp; เพราะบางคนอาจกลัวว่า CI จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำให้เกิดการต่อต้าน&amp;nbsp; ต้องมีการจัดวางระบบเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp; ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การวางเตียงควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร&amp;nbsp; เพื่อป้องกันการไอ จาม&amp;nbsp; นำสารคัดหลั่งที่มีเชื้อมาแพร่กระจาย&amp;nbsp; พื้นห้องควรทำความสะอาดได้ง่าย&amp;nbsp; ไม่มีรอยแยกหรือแตกเพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้องมีระบบระบายอากาศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบบพักน้ำ&amp;nbsp; โดยเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนระบายน้ำทิ้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องอาบน้ำ&amp;nbsp; ห้องสุขาควรแยกจากกัน&amp;nbsp; จำนวน 1 ห้องต่อผู้ป่วย 10 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เน้นการใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ชุมชนมีอยู่หรือสินค้ามือสองมาปรับปรุงเป็นอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อความประหยัด &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การทำห้องความดันลบสำหรับแยกผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงออกจากผู้ป่วยสีเขียว&amp;nbsp; ซึ่งหากเป็นระบบแบบโรงพยาบาลอาจใช้งบประมาณนับล้านบาท&amp;nbsp; หากชุมชนทำเองอาจใช้เงินเพียง&amp;nbsp; 8,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง ใช้ศูนย์เด็กเล็กที่ปิดชั่วคราวทำ CI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ร่วมกับ พอช. สนับสนุนการจัดตั้ง CI ในชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; โดยขณะนี้จัดตั้งแล้วใน 8 ชุมชน &amp;nbsp;และกำลังทยอยจัดตั้งอีกหลายแห่ง &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ชุมชนคลองลัดภาชี&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; ชุมชนคลองลำนุ่น&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ชุมชนตึกแดง&amp;nbsp; เขตบางซื่อ ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งหมดเป็น CI ขนาดเล็กตามสภาพของชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ที่ทำการชุมชนหรือศูนย์เด็กเล็กมาปรับปรุง&amp;nbsp; รองรับผู้ติดเชื้อได้ประมาณ&amp;nbsp; 5-20 คน&amp;nbsp; แต่บางแห่งอาจรองรับได้มากกว่านี้ตามสภาพพื้นที่&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณแห่งละ 50,000-150,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือเป็นการสานพลังสังคมและชุมชนเพื่อฝ่าวิกฤตโควิดไปด้วยกัน !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116918</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, Telemedicine, กลุ่ม Hugtown, กลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน, คนขอนแก่นไม่ทิ้งกัน, ครัวชุมชน, ครัวปันอิ่ม, จังหวัดขอนแก่น, ชมรมคนปลูกฟ้าทะลายโจรทั้งแผ่นดิน, ชุมชนเฟื่องฟ้าพัฒนา, ชุมชนเหล่านาดี 12, ปันกันอิ่ม  แบ่งกันกินยามยาก, ป้านงเยาว์   กงภูเวศน์, ผุสดี  ปั้นเลิศ, พมจ., พมจ.ขอนแก่น, พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพุทธิกา, ศูนย์พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, สร้างพื้นที่สะสมอาหาร, สสส., สานพลังสังคม-ชุมชน, อดิเรก  แสงใสแก้ว, เครือข่ายชุมชนเมืองขอนแก่น, เครือข่ายสลัมสี่ภาค, เทศบาลนครขอนแก่น, โครงการคูปองปันกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142f4a656b9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนทุกคนต้องได้ฉีด ยกเว้น! ผู้ป่วยระยะสุดท้ายและผู้แพ้วัคซีนรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มส.ผส. ร่วมกับ สสส. จัดเสวนา &amp;ldquo;COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อไขคำตอบให้ผู้ฟังผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ฟันธงทุกคนควรฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่ต้องกลัวเข็ม ต้องกลัวโควิด-19 มากกว่า ย้ำผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน และผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนรุนแรงอย่าเพิ่งฉีด เสี่ยงปัญหาสุขภาพ ต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย ผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;หยิบยกปัญหาที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าผู้สูงอายุในประเทศไทยได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนหรือไม่ ทั้งกลุ่มที่มีปัญหาทางสุขภาพ มีโรคประจำตัว และกลุ่มที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs พร้อมถอดบทเรียนว่ากลุ่มไหนที่ควรได้รับการยกเว้นฉีดวัคซีนจากปัจจัยสุขภาพ โดยในวงเสวนามีการถอดบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญผู้สูงอายุ 3 ท่านที่สะท้อนมุมมอง พร้อมเสนอแนะแนวทางระบบการจัดการวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน แพทย์อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การบริหารจัดการวัคซีนมีความจำเป็นต้องมีระบบจัดการที่ตอบโจทย์กับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สุขภาพมีปัญหา ร่างกายยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ทันที เพราะอาจส่งผลกระทบกับร่างกาย ซึ่งกลุ่มคนที่ยังไม่ควรได้รับวัคซีนในตอนนี้ หรือจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ให้รอบคอบ คือ &amp;ldquo;ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย&amp;rdquo; ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอาจจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้า เพราะถ้าฉีดวัคซีนเข้าไปอาจจะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ได้ นั่นหมายความว่าวัคซีนโควิด-19 อาจจะไม่มีประสิทธิภาพกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ถ้าฉีดไปก็ไม่มีประโยชน์กับชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวต่อว่า กลุ่มที่ยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 คือ ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน หรือแพ้ยาอย่างรุนแรง เพราะอาจได้รับผลกระทบหลังจากการฉีดซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ทำให้สุขภาพและชีวิตมีปัญหา เช่น เป็นไข้ บวม ช้ำ ปวด ผื่นขึ้นบริเวณที่ฉีดวัคซีน หรือมีอาการหอบหืด เพราะร่างกายมีปฏิกิริยาที่ไม่ตอบรับกับวัคซีนโควิด-19 นอกจากนี้คนไข้ที่เคยได้รับพลาสมาหรือยาต้านไวรัสรักษาโควิด-19 ให้รอดชีวิตได้ หรือคนไข้ที่เป็นโควิด-19 ใน 10 วันยังไม่ควรได้รับวัคซีน แต่กลุ่มนี้จะมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไปขึ้นอยู่กับแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม รวมถึงคนที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมได้ เช่น โรคทางระบบประสาทและสมอง เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับหมอเป็นพิเศษ ใครที่มีประวัติเลือดออกต้องกินยาละลายลิ่มเลือดจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกคนที่แข็งแรง ไม่แพ้วัคซีนหรือรักษาโควิดหายแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับวัคซีนโควิด-19 อยากย้ำว่าทุกคนอย่าได้กลัววัคซีน เพราะการแพทย์ของเรา คนไข้หนักๆ ก็สามารถบริหารจัดการได้ ถ้าปล่อยให้มีการติดโควิด-19 จำนวนมากจะทำให้อัตราการตายสูงขึ้น อาจารย์อยากบอกทุกคนว่า เราอาจกลัวโควิด-19 ได้ แต่อย่ากลัววัคซีน เพราะมันจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เราผ่านวิกฤติครั้งนี้ได้&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.พญ.สิรินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าจะวิเคราะห์ผู้สูงอายุบางกลุ่มว่ากลัวเข็มฉีดยา หรือไม่อยากจะฉีดวัคซีน-19 จำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายกรณี สิ่งที่อยากย้ำคือ กระทรวงสาธารณสุขต้องทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับผู้สูงอายุว่ามีผลกับเส้นเลือดตีบหรือไม่ หรือมีเปอร์เซ็นต์การเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนกลุ่มนี้ เพราะเรามีพันธุกรรมต่างกับชาวต่างประเทศ ฉะนั้นควรให้ข้อมูลกับผู้สูงอายุให้มากที่สุด จากสถิติคนที่ติดโควิด-19 ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงกว่าคนทั่วไป บางคนแค่เริ่มต้นมีอาการป่วยก็เสียชีวิต จึงอยากย้ำว่าขอให้ฉีดวัคซีน-19 ไม่ต้องเลือกวัคซีนยี่ห้อใด แต่อยากให้ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไปด้วยกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าถามอาจารย์ว่าผู้สูงอายุควรจะเลือกฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไร ซิโนแวคหรือแอสตร้าเซนเนก้าได้ทั้งนั้น ขอให้ได้วัคซีน-19 กันเถอะ การได้รับวัคซีนไม่ได้หมายความจะไม่ติดเชื้อ แต่เป็นการลดโอกาสการติดเชื้อ ลดโอกาสป่วยให้น้อยลง แม้จะป่วยก็จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่า โอกาสจะตายจากโควิดก็น้อยกว่า ขอให้ช่วยกันฉีดวัคซีนป้องกัน&amp;rdquo; ผศ.พญ.สิรินทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ณปภัช สัจนวกุล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช สัจนวกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลจากการสำรวจกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพช่วงล็อกดาวน์ ปี 2562 มีผู้สูงอายุที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน พบผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย 4.9 ล้านคน และจากงานวิจัยมีผู้สูงอายุประมาณ 93% ของผู้มีรายได้น้อยได้รับความช่วยเหลือเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แต่ที่น่าสนใจคือ มีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยเข้าถึงโครงการคนละครึ่งได้ยาก เพราะปัญหาการลงทะเบียนต้องใช้เทคโนโลยี ต้องให้ลูกหลานเข้ามาช่วยเหลือในการลงทะเบียนให้ ใครที่มีลูกหลานอยู่ในบ้านก็จะช่วยเหลือได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณปภัช กล่าวต่อว่า อาชีพการทำมาหากินเปลี่ยนไป ทำให้ผู้สูงอายุได้รับผลกระทบรุนแรงมากขึ้น พบผู้สูงอายุ 70-80% ถูกเลิกจ้างและพักงานในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังมีปัญหาในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ และพบผู้สูงอายุมากกว่า 3 ใน 4 มีปัญหาเรื่องการหาทางออกในช่วงบั้นปลายชีวิต ดังนั้นมาตรการช่วยเหลือในภาครัฐจะต้องไม่นิ่งนอนใจ ต้องช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด มาตรการคนละครึ่ง เราชนะ ด้วยการเยียวยาเงิน 3,000 บาท 5,000 บาท การเพิ่มเงินช่วยเหลือ การเข้าถึงสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การได้รับการลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโดยสารในการเดินทางต่างๆ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่เคยใช้บริการสิทธิ์เหล่านี้ เดินทางด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกันภาครัฐต้องคิดหามาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลการวิจัยที่มีการศึกษาในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลในภูมิภาค เป็นข้อมูลระดับประเทศ การเข้าถึงบริการสุขภาพ คนไข้รับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน บริการฟื้นฟูผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง คนไข้ที่รับการผ่าตัดและนอนในโรงพยาบาล ในช่วงโควิดระบาดระลอกแรก ในช่วงนั้นเรายังไม่รู้จักโรคระบาดนี้ เพราะเป็นอุบัติใหม่ของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าโรคจะระบาดไปมากน้อยเพียงใด พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ในช่วงแรกการให้บริการภายในโรงพยาบาลทั่วไปลดลง 10% ในบรรยากาศที่ประเทศล็อกดาวน์ มีผู้สูงอายุเข้าพบหมอเพื่อติดตามอาการของโรคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้ป่วย เกิดจากมาตรการภาครัฐในช่วงโควิดงดการเดินทาง การเคลื่อนย้าย ให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน ทำงานที่บ้าน เรียนทางออนไลน์ ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังเมื่อติดเชื้อโควิด โอกาสที่มีอาการรุนแรงสูง ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นจะทำให้เสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลต่างๆ มีมาตรการสำหรับผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วน จะรับรักษาเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น การฟื้นฟูบำบัดในช่วงคนไข้ที่เจ็บป่วยด้วยหลอดเลือดสมอง ฟื้นฟูหลังจากที่ได้รับการรักษา จำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ทาง รพ.ได้มีการสำรวจบริการเสริมเข้ามาใช้ในโรงพยาบาลด้วย การให้บริการรับยาด้วยช่องทางต่างๆ การสั่งยาทางไปรษณีย์ รับยาใกล้บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล คนไข้ไม่จำเป็นต้องรับยาในโรงพยาบาล เพื่อลดความแออัดภายในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิดเป็นวิกฤติในโอกาสในการใช้มาตรการต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดกลุ่มเสี่ยงเข้ามาในโรงพยาบาล ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็ต้องจัดพื้นที่ ปรับเปลี่ยนหอผู้ป่วยเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิดระลอก 3 ที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลทุติยภูมิรับส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการหนัก การขยายพื้นที่ ICU ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนในช่วงโควิดเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การให้บริการแพทย์ทางไกลขึ้นอยู่กับหมอแต่ละท่าน มีหน่วยตรวจที่จะให้ความสะดวก การใช้โทรศัพท์ในการพูดคุยหารือกับแพทย์ มีปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต คนไข้บางรายก็เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ไม่สะดวกมากนัก การโทรศัพท์เพื่อติดตามอาการคนไข้ในโรงพยาบาลสุขภาพใกล้บ้าน การวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจวัดความดันโลหิต บางครั้งคนไข้ที่มีโรคเรื้อรังก็ต้องได้รับการบริการดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเพราะการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถูกกักตัวรอดูอาการ ในขณะที่ผู้สูงอายุติดเตียง ญาติเข้ามาดูแลไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องมาดูแลแทนญาติ เมื่อบุคลากรก็ถูกกักตัว จำนวนหมอและพยาบาลลดลงไปอีก เราก็ต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์เหล่านี้ด้วย คนที่ดูแลคนที่ติดบ้านติดเตียงในช่วงโควิด การฟื้นฟูการให้บริการคนไข้ที่บ้านก็ต้องถูกยกเลิกไปโดยปริยาย พบว่าในต่างประเทศมีสถิติกลุ่มเปราะบางมีอาการรุนแรง 44-72% มีคนเสียชีวิต บุคลากรที่ดูแลติดเชื้อไปด้วยในระหว่างการดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรักษาคนไข้ด้วยระบบ Telemedicine เป็นความหวังใหม่ในสถานการณ์โควิด อันที่จริงโรงพยาบาลทุกแห่งได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ระบบนี้มาก่อนที่จะมีโควิด แต่การขับเคลื่อนยากมาก ตอนนั้นผู้บริหารโรงพยาบาลคิดว่าภายใน 5-6 ปีจะต้องเดินหน้า พอดีเกิดโควิดโรคอุบัติใหม่ขึ้น จึงนำระบบ Telemedicine มาใช้ให้เป็นจริง แม้จะไม่ง่ายนัก แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าบุคลากรทางด้านสาธารณสุขไม่ได้เก่งสารสนเทศกันทุกคน มีข้อจำกัดในบางกลุ่ม จึงต้องมีการพัฒนาเจ้าหน้าที่ในหลายภาคส่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ในบ้านเราพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีน ปัญหาคนป่วย ผู้สูงอายุ ปัญหาความยากจน หลายปัญหาถูกซ่อนไว้ใต้พรม มีแนวโน้มว่าผู้สูงอายุมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคของตัวเองค่อนข้างสูง ยิ่งการระบาดของโควิดในระลอก 3 มีความรุนแรงยิ่งกว่า 2 ครั้งแรก ปีก่อนทั้งปีป่วย 3,000 ราย แต่ปีนี้พบผู้ป่วยในวันเดียว 9,000 ราย ผู้สูงอายุจึงมีความปริวิตกเป็นอย่างมาก มีการจัดทำคู่มือหรือให้ข้อมูลเพื่อเป็นการพึ่งพาตัวเอง อยู่ในที่พักอาศัยอย่างปลอดภัย มีโทรศัพท์สายด่วนติดต่อผู้สูงอายุโดยตรงแยกจากประชากรกลุ่มอื่นด้วย ทำให้ผู้สูงอายุได้รับฟังข่าวสารจากคนข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีโครงการเรามีเรา กรมกิจการผู้สูงอายุมีโครงการไทยห่วงไทย คนไทยไม่ทิ้งกัน ใช้โทรศัพท์ปรึกษาหารือกันได้ ผู้สูงอายุบางรายไม่ได้มีโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ ก็ใช้บริการโทรศัพท์กลางภายในชุมชน มีอาสาสมัครช่วยลงทะเบียนให้ ประสบการณ์ในชุมชนเป็นเกราะคุ้มกันอย่างดีภายในชุมชน เมื่อมูลนิธิได้รับของบริจาคจะไม่เข้าไปในพื้นที่ เพราะผู้สูงอายุมีความหวั่นเกรงว่าจะนำโรคไปให้เขา ก็ต้องให้คนในชุมชนที่มีความคุ้นเคยกันนำสิ่งของต่างๆ ไปมอบให้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) : ภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105297</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19 การเข้าถึงบริการทางสังคมและสุขภาพของผู้สูงอายุ, Telemedicine, การรักษาคนไข้ด้วยระบบ, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, จัดเสวนา, ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่, ซิโนแวค, ดร.ณปภัช สัจนวกุล, ดร.นพ.ภูษิต ประคองสาย, ดร.ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์, ทุกคนต้องได้ฉีด, ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน, ผส., ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย, ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว, ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting, มส., รัฐบาลรณรงค์, วัคซีน, สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, สร้างภูมิคุ้มกันหมู่, สสส., แอสตร้าเซนเนก้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba3117378bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
