<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นพิษ PM 2.5 สถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่น่าจับตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แฟ้มภาพ : ปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้ ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน หรือ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ยังเป็นสถานการณ์อันตรายต่อเนื่องที่น่าจับตา วิกฤตฝุ่นพิษเหล่านี้ส่งผลกระทบกับชีวิตของคนไทย เข้าสู่ฤดูหนาวเดือนธันวาคม ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ฝุ่นพิษมาตามนัด ห่มคลุมกรุงเทพมหานครขมุกขมัวจนติดอันดับต้นๆ เมืองมลพิษอากาศย่ำแย่ &amp;nbsp;ขณะที่ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในจังหวัดภาคเหนือเกินเกณฑ์มาตรฐานทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ทั้งที่รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนดูสถานการณ์มลพิษ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในไทยผ่านข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2559-2562&amp;nbsp;มลพิษอากาศ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเกินเกณฑ์มาตรฐาน (50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) ในช่วงต้นปี ระหว่างเดือนม.ค.-มี.ค.&amp;nbsp;และปลายปี คือ ในเดือนธันวาคมของทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในภาคเหนือ จากการตรวจดูข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;แห่งของ คพ.&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค. 62-วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พ.ค.63&amp;nbsp;พบว่า สถานการณ์&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;จะเกินค่ามาตรฐานระหว่างเดือน ก.พ.-เม.ย.&amp;nbsp;ลงลึกระดับพื้นที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบสุขภาพมากถึง&amp;nbsp;75&amp;nbsp;วัน และพบวันที่มีค่าฝุ่นสูงสุดถึง&amp;nbsp;366&amp;nbsp;&amp;nbsp;มคก.ต่อลบ.ม.&amp;nbsp;หรือเกินมาตรฐานถึง6&amp;nbsp;เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่เกณฑ์มาตรฐานฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ที่กำหนดโดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของไทยก็สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของนานาชาติที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก หรือ&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;กำหนดไว้ถึงเท่าตัว (เฉลี่ยไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;) ซึ่งในบ้านเรามีเสียงเรียกร้องให้ปรับค่ามาตรฐานลงมาเท่า&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;พร้อมคำถามดังๆ ปอดคนไทยทนมลพิษได้ดีกว่าของคนต่างประเทศหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แฟ้มภาพ : ฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมชั้นบรรยากาศกรุงเทพฯ เมื่อเดือนธ.ค.2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีมานี้ หลายคนได้ยินคำว่า ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ถี่ขึ้นในข่าวและโลกโซเชียล &amp;nbsp;เจ้าฝุ่นจิ๋ว&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมอย่างน้อย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp; ขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เล็กจนกระทั่งขนจมูกของคนเราไม่สามารถกรองได้ ที่สำคัญ คือ สามารถแทรกซึมผ่านผนังถุงลมฝอยเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ส่งต่อไปทั่วร่างกายพร้อมกับเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรังและมะเร็งได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าตกใจพบสัญญาณสุขภาพคนภาคเหนือตายด้วยโรคมะเร็งปอดและปอดอุดกั้นเพิ่มมากขึ้น ยืนยันด้วยข้อมูลล่าสุดของ&amp;nbsp;Thaihealth Watch&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ ซึ่งรวบรวมสถิติสถานการณ์สุขภาพคนไทย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี ย้อนหลังรายเขตสุขภาพระหว่างปี&amp;nbsp;53-62&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่า แนวโน้มอัตราตายจากโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกภาค แต่ภาคเหนือมีอัตราตายสูงกว่าภาคอื่น เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;เท่า จาก&amp;nbsp;20.3&amp;nbsp;คนต่อแสนประชากรในปี&amp;nbsp;53&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;30.7&amp;nbsp;คนในปี&amp;nbsp;62&amp;nbsp;รองลงมา กรุงเทพฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ทุกภาคมีแนวโน้มตายจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;1.3 - 2&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;ที่มาของความเสี่ยงเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งอาจมาจากสูดดมฝุ่นควันอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ย้ำกันอีกครั้งแหล่งกำเนิดฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มาจาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปัจจัยหลัก ได้แก่ การคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;,ภาคอุตสาหกรรม,ภาคการก่อสร้าง&amp;nbsp;,การเกษตรและป่าไม้ โดยเฉพาะการเผาในที่โล่งแจ้งที่ทำให้ทุกพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp; ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงถึงจุดความร้อนจากการเผา หรือ&amp;nbsp;Hot Spot&amp;nbsp;กับค่ามลพิษอากาศ &amp;nbsp;อีกแหล่งPM2.5&amp;nbsp;เป็นมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ภาคเหนือเผชิญหมอกควันซ้ำเติมจากเมียนมา ใต้จากการเผาป่าในอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจาก&amp;nbsp;Thaihealth Watch&amp;nbsp;ชี้ด้วยว่า นโยบายภาครัฐมีส่วนทำให้เกิดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ทั้งจากการเก็บภาษีรถยนต์เก่าในอัตราที่ต่ำกว่ารถยนต์ใหม่ ทำให้มลพิษที่เกิดจากรถเก่าที่เครื่องยนต์สันดาปไม่สมบูรณ์เพิ่มขึ้น พบรถเก่าอายุตั้งแต่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ปี เพิ่มจาก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านคัน ปี&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มาเป็น&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านคันปี&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ผลจากลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นตามปีรถคันนั้นใช้งาน อีกทั้งการไม่ยกระดับมาตรฐานไอเสียและมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ก่อมลพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันไทยยังใช้มาตรฐาน&amp;nbsp;EORO 4&amp;nbsp;สำหรับรถบรรทุกขนาดเล็ก ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;55&amp;nbsp;และใช้&amp;nbsp;EURO 3&amp;nbsp;รถบรรทุกขนาดใหญ่ ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ไม่ปรับเปลี่ยนเพราะเกรงกระทบภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่หลายชาติ เช่น จีน ขยับไปEURO 5&amp;nbsp;ปล่อยไอเสียน้อยลง ส่วนรัฐบาลไทยเลื่อนเป้าสู่&amp;nbsp;EURO 5&amp;nbsp;ไปเป็นปี&amp;nbsp;67&amp;nbsp;จากเดิมปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทั้งที่ควรรปรับให้เร็วที่สุด ทำให้ปัญหามลพิศอากาศจากการคมนาคมแก้ไขได้อย่างล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เด็กเล็กกลุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์&amp;nbsp;โฆษกศูนย์แก้ไขมลพิษทางอากาศ และหัวหน้าโครงการ&amp;nbsp;Prime mover&amp;nbsp;มลพิษทางอากาศที่ส่งต่อสุขภาพ สสส.&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ที่พยายามสื่อสารมาตลอด คือ อย่าติดกับดักเกณฑ์มาตรฐานฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;ไทยควรขยับลงไปที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มคก.ต่อ ลบ.ม.&amp;nbsp;แต่เรายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำต่อ อีกประเด็นที่อยากสื่อสารป่าไม้ก็ปล่อยสารตั้งต้น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้น ถ้ายึดติดค่าวัด โดยไม่สนใจสารพิษมีอะไรบ้าง คงไม่ครบทุกมิติ ผลกระทบฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;สัมพันธ์กับโรคระบบทางเดินหายใจและมะเร็งปอด แต่มีอีกหลายโรคเพิ่มขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;อย่างมีนัยยะสำคัญ &amp;nbsp;แต่คนไทยไม่ทราบ จากการศึกษาแบ่งกลุ่มตัวอย่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม &amp;nbsp;กลุ่มแรกอยู่ในพื้นที่อากาศสะอาดค่าฝุ่นไม่เกินมาตรฐาน อีกกลุ่มอยู่ในพื้นที่เสี่ยง มีค่ามลพิศอากาศสูง กลุ่มหลังพบป่วยโรคเบาหวาน ตับ ไต โรคอัลไซเมอร์ สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;เพราะฝุ่นขนาดเล็กมาก เข้าสู่เม็ดเลือดแดง ไปอวัยวะต่างๆ รวมไต ซึ่งทำหน้าที่กรองฟอกเลือดให้สะอาด เมื่อเลือดสกปรก ไตทำงานหนัก มลพิษอากาศกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเสี่ยง ผู้หญิงเสี่ยงมากกว่าชาย เด็กเล็กจะอ่อนไหวต่อมลพิษอากาศมากกว่ากลุ่มช่วงวัยอื่น ขณะที่ก๊าซที่ส่งผลมากต่อการแอดมิทในโรงพยาบาล คือ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ &amp;ldquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศ.ดร.ศิวัช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าโครงการ&amp;nbsp;Prime mover&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;ระบุแต่ละปีมีคน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านคนต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพราะโรคที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ เช่น โรคหัวใจ ปอดอักเสบ และโรคหลอดเลือดสมอง บางโมเดลทะลุ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิดทั่วโลก &amp;nbsp;1.77&amp;nbsp;ล้านคน ในช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;หากเทียบความเสียหายฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;คงไม่ได้ ถือเป็นมัจจุราชเงียบบั่นทอนชีวิตคนไทยและคนทั่วโลกมาตลอด ในไทยบางโมเดลมีคนไทย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมื่นคนต่อปีต้องเสียชีวิตจากฝุ่นพิษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แนวทาง คือ แก้ต้นเหตุ และแก้ปลายเหตุ ศ.ดร.ศิวัช ชี้ว่า การแก้ต้นเหตุใช้เวลานานมาก และเป็นงานช้าง &amp;nbsp;ก่อนจะถามว่าประเทศไทยทำอะไรได้บ้าง ควรศึกษาจากประเทศพัฒนาแล้วที่เผชิญสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และแก้ปัญหาอย่างไร ตนเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ทำไมเราไม่ใช้กฎหมายที่มีอยู่บังคับใช้ให้เกิดประโยชน์ &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp;มีการพูดถึงตัวเลขมูลค่าความเสียหายจากฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;พันล้าน แต่อีกข้อมูลจากนักเศรษฐศาสตร์ในโครงการ&amp;nbsp;Prime mover&amp;nbsp;ประเมินไว้สูงถึง&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;ของจีดีพี เพราะรวมต้นทุนสุขภาพ การเสียโอกาสจากรายได้ที่ลดลง เม็ดเงินลงทุน ภาพลักษณ์ของประเทศที่เสียหายจากฝุ่นปกคลุมเมืองใหญ่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; แหล่งกำเนิดฝุ่นมาจากขนส่ง เกษตรกรรม อุตสาหกรรม &amp;nbsp;ปัญหาที่ตามมา&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;เป็นลูกบอลปัญหาที่ไม่มีใครอยากรับ หน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องเกือบทุกกระทรวง แต่ทุกคนไม่อยากเป็นเจ้าภาพ รับเละ กรมควบคุมมลพิษก็ไม่มีอำนาจจัดการและไม่มีกฎหมายรองรับของตัวเอง เทียบกับสหรัฐอเมริกา มีหน่วยงาน&amp;nbsp;USEPA&amp;nbsp;สำนักพิทักษ์สิ่งแวดล้อม มีอำนาจตรวจสอบ รับผิดชอบเวลามีปัญหา&amp;nbsp; ถ้าทำงานแย่ ประชาชนเรียกร้องให้เปลี่ยนได้ &amp;nbsp;ซึ่งมีดาบให้ซามูไร คือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือ&amp;nbsp;Clean Air Act&amp;nbsp;ฉะนั้น ประเทศไทยต้องมีทั้งสองอย่างนี้ ผมพยายามเรียกร้องมาตลอด ไม่เช่นนั้น จะเจอเรื่องเดิม และทุกคนแตะบอลไปให้ไกลที่สุด ผลักให้หายะของส่วนรวม เป็นความรับผิดชอบของทุกคน&amp;ldquo; ศ.ดร.ศิวัช ย้ำไทยต้องมีเจ้าภาพไล่บี้ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หยุดเผาตอซังและไร่อ้อย มีการจัดการที่เหมาะสม ลดปัญหาฝุ่นพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกแนวทางสำคัญเกี่ยวข้องภาคคมนาคมและการขนส่ง นักวิชาการระบุ &amp;nbsp;ตราบใดที่บ้านเรายังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพไม่ดี ไม่เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว ยากที่จะลดเพดานค่ามาตรฐานมาที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มคก.ต่อลบ.ม.&amp;nbsp;ได้ รัฐควรยกระดับมาตรฐานไอเสียและมาตรฐานน้ำมันเป็น&amp;nbsp;EURO 5&amp;nbsp;โดยเร็วที่สุด ไม่ใช่เลื่อนไปเรื่อยๆ ส่วนภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ยึดหลักแนวคิด&amp;nbsp;Food Traceability&amp;nbsp;เป็นการตรวจสอบย้อนกลับการเพาะปลูกพืช เช่น ข้าวโพด อ้อย สามารถใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจสอบว่า พื้นที่เกษตรเกี่ยวข้องกับจุดความร้อน&amp;nbsp;Hot Spot&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าไม่มี คุณไม่เกี่ยว รวมถึงส่งเสริมการปลูกพืชยืนต้นแทนพืชเชิงเดี่ยว ลดการเผา อยากย้ำว่า &amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เป็นเรื่องใหญ่กว่าแค่ฝุ่นจิ๋ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;rdquo; หากไม่แก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม จะกลับมาเขย่าปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ต้องวิตกกังวลกันทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88776</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thaihealth Watch, กฎหมายอากาศสะอาด, นสพ.ไทยโพสต์, ฝุ่นพิษ, สถานการณ์สิ่งแวดล้อมปี 63-64, โครงการ Prime mover</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2befe79b49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา 10 พฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพคนไทย ปี 63 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) โดยศูนย์เรียนรู้สุขภาวะร่วมกับแผนงานสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีสร้างเสริมสุขภาพ สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ บริษัท ไวซ์ไซท์ ประเทศไทยและภาคีเครือข่ายทางวิชาการ จัดเวที&amp;ldquo;Thaihealth Watch จับตา10 ประเด็นพฤติกรรมสุขภาพคนไทยปี2563 &amp;ldquo; ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เมื่อวันก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่าThaihealth Watch เป็นเครื่องมือใหม่ที่เราสื่อสารกับสังคม หลายคนเคยเห็นรายงานสุขภาพคนไทยที่ สสส.ร่วมจัดทำจะเป็นเอกสารวิชาการให้ข้อมูลสถานการณ์เด็ดๆ แต่Thaihealth Watch ใช้โซเชียลมีเดียส่องสิ่งที่คนในสังคมพูดจากัน สสส.และภาคีเครือข่ายร่วมกันวิเคราะห์ พบว่ามี10 ประเด็นพฤติกรรมสุขภาพคนไทยปี2563 ในกลุ่มวัยเด็กและเยาวชนที่น่าจับตาได้แก่ โรคซึมเศร้า ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตปี2562 พบว่า ไทยมีผู้ป่วยซึมเศร้า2.9 ล้านคนจากประชากร70 ล้านคนอัตราฆ่าตัวตายสูงขึ้น ทุก 1 ชั่วโมงจะมีคนฆ่าตัวตาย 6 รายโดยมีกลุ่มเด็กเยาวชนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จถึงปีละ 300 ราย โซเชียลมีเดียมีทั้งมุมที่เป็นต้นเหตุขยายสาเหตุที่มีแต่เดิมอีกมุมช่วยเยียวยาได้จากกระแสบนโลกออนไลน์ พบว่า สาเหตุที่ทำวัยรุ่นซึมเศร้าอันดับ 1 มาจากปัญหาความสัมพันธ์โดยเฉพาะครอบครัว ตามด้วยเรื่องหน้าที่การงาน การถูกกลั่นแกล้งหรือBully และความรุนแรง จากการศึกษาข้อความที่ส่งนั้นปรับทุกข์ก็มี ร้องขอความช่วยเหลือก็มี ช่วงเวลาที่วัยรุ่นโพสต์ข้อความอยากฆ่าตัวตายมากที่สุดในสื่อทวิตเตอร์ คือ วันอังคาร 4 ทุ่มและวันศุกร์1 ทุ่ม หากช้อนความรู้สึกได้ทันจะสามารถลดความเสี่ยงจากการคิดสั้นได้ถึงร้อยละ 50&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; ซึมเศร้ามีหลายระดับ เริ่มจากเครียดแต่เอาอยู่ สสส. จับมือกรมสุขภาพจิตทำแผนสุขภาพจิตแห่งชาติขึ้น เน้นส่งเสริมสุขภาพจิต ลดความเครียด ออกกำลังกาย จะพัฒนาแผนต่อไป ถัดมาเครียดจัดประคองได้กลุ่มนี้ ถ้ามีคนรับฟังจะไม่ก้าวสู่โรคซึมเศร้า ต่อมาซึมเศร้ากระทบชีวิตต้องพบแพทย์ คนรอบข้างช่วยเหลือ สุดท้ายซึมเศร้าจะฆ่าตัวตายต้องแก้ระดับนโยบาย เราพูดถึงการปลดล็อค พ.ร.บ.สุขภาพจิต เด็กต่ำกว่า18 เข้าถึงสิทธิการรักษาโรคทางจิตเวชโดยปราศจากผู้ปกครอง&amp;ldquo; ดร.สุปรีดา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภัยคุกคามทางออนไลน์เป็นประเด็นต่อมาผู้จัดการกองทุน สสส. ฉายภาพให้ฟังว่า เด็กไทยยุคไซเบอร์ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย10-12 ชั่วโมงต่อวัน ผลสำรวจของ COPAT ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทยในปี62 พบว่าเด็กร้อยละ 31 ถูกกลั่นแกล้งทำร้ายล่อลวงละเมิดร้อยละ34 เคยกลั่นแกล้งคนอื่น เด็กมากกว่าร้อยละ50 เชื่อว่า เมื่อเกิดปัญหากับตัวเองจะจัดการได้ นอกจากนี้เพศทางเลือกโดนมากที่สุดถึงร้อยละ49 และเมื่อถูกแกล้งออนไลน์เด็กถึงร้อยละ40 ไม่บอกใคร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; เด็ก74% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจารทางออนไลน์ ที่ต้องจับตาความสัมพันธ์ผ่านโลกไซเบอร์พบ25% เคยนัดเพื่อนที่รู้จักในออนไลน์ เรื่องที่เกิดตามมาคือโดนพูดจาล้อเลียน ดูถูก หลอกเงิน ที่สำคัญถูกละเมิดทางเพศ ที่หนักหนากว่าเก่าการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์เกิดได้ตลอดเวลา ขยายได้ไกลทั่วโลก และอยู่ต่อเนื่องไปอีก5-10 ปี ถูกกระทำซ้ำไม่รู้จบดังนั้น ภาคีและสสส.ศึกษาจริงจังบทบาทครอบครัว พ่อแม่ ครู ผู้ให้บริการเน็ทสังคมจะต้องช่วยกัน&amp;ldquo; ดร.สุปรีดา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรื่องที่ควรจับตาเรื่องที่3 ทางเลือกทางรอดของเด็กและเยาวชนในการเดินทาง ดร.สุปรีดา บอกว่า อุบัติเหตุทางถนนเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่ของคนไทยติดสามอันดับสาเหตุการตายของคนไทย เป็นวัยรุ่นชายวัยทำงานเพศชายและจากมอเตอร์ไซค์เกือบร้อยละ80 และไม่สวมหมวกกันน็อคเรื่องนี้เกิดซ้ำซาก สถิติการใส่หมวกกันน็อกยังไม่ถึงร้อยละ50 ขณะที่เด็กเล็กใส่หมวกกันน็อกเพียงร้อยละ8 เท่านั้น ในปี2563 สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายทำงานโดยลงลึกใน283 อำเภอกลุ่มเสี่ยงซึ่งครอบคลุมการเสียชีวิตถึง81% ในกลุ่มวัยทำงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เวทีนี้มีข่าวดีมาบอกจำนวนแม่วัยใสลดลง แต่ข่าวร้ายอัตราการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นสูงขึ้นถึง3 เท่าตัว โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสและหนองใน เป็นประเด็นที่ปีหน้าต้องกัดไม่ปล่อย ดร.สุปรีดา กล่าวว่า 5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กลับมาซิฟิลิสหนองในเทียมหนองในแผลริมอ่อนและฝีมะม่วงเพิ่มในกลุ่มวัยรุ่นมาสู่โจทย์เดิม ทำไมไม่ใส่ถุงยางเหตุผลที่วัยรุ่นไม่ใช้ถุงยางเมื่อเจาะลึกในโลกออนไลน์คือถุงยางราคาแพงอายไม่กล้าซื้อใช้วิธีอื่นเช่นฝังยาคุมดังนั้นจำเป็นต้องกลับมาทบทวนเพื่อลดการติดโรค สสส.ร่วมกับกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขผลักดันให้ปี2563 คนไทย90% ต้องเข้าถึงถุงยางอนามัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีกเรื่องติดอันดับคือ E-Sport ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า E-Sport เป็นกีฬาหรือเกมส์ ทำให้หลายคนกุมขมับเพราะมีพื้นที่สีเทาเยอะ ส่องโซเชียลเทรนด์มาแรงกลายเป็น1 ใน5 อาชีพในฝันของเด็กไทย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนักกีฬามืออาชีพได้ การศึกษาพบว่าวินัยและการแบ่งเวลาเป็นเส้นแบ่งสำคัญระหว่างนักกีฬามืออาชีพกับเด็กติดเกมนอกจากนี้ ยังพบการพนันออนไลน์ดูดเงินที่แฝงมาพร้อมกับการแข่งขัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; อาการติดเกมส่งผลต่อสุขภาพพฤติกรรมการเล่นมีผลกระตุ้นแบบเดียวกับต้องเสพมากขึ้น ส่งผลลบต่อชีวิตประจำวัน สมัชชาสุขภาพหยิบยกถกทางออกป้องกันและแก้ไขในฐานะผู้เล่น ผู้ปกครอง ผู้ผลิตเกม ผู้จัดแข่ง รัฐ ถ้ามีE-Sport ต้องควบคุมปีหน้าต้องถกมากขึ้น&amp;ldquo; ดร.สุปรีดา เผย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประเด็นที่6 น่าจับตาไม่แพ้กัน ดร.สุปรีดายกพฤติกรรมกินอยู่อย่างไทยพบว่าการเสียชีวิต 3 อันดับแรกของคนไทยยังคงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน หัวใจขาดเลือดแต่ละปีมีคน4 แสนคนตาย โดยพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคผลการสำรวจ Top Post อาหารยอดนิยมในโลกออนไลน์ในปีที่ผ่านมาพบว่า รสเผ็ดและหวานยังคงเป็นรสชาติยอดนิยมของคนไทย วัยทำงานติดอาหารรสจัด วัยรุ่นเน้นที่รูปลักษณ์ แชะแชร์แล้วกิน ขณะที่เด็กคนโสดคนทำงานบริษัทกินผักน้อยที่สุดจากข้อมูลคนไทยกินเพื่อหาความสุขในการกินสูงขึ้น แต่กินด้วยสติปัญญาพิจารณาคุณภาพอาหารลดลง ยูเอ็นตั้งเป้าลดตายจาก NCDs 1ใน3 ภายในปี2573 ต้องทำงานอีกมาก ปรับพฤติกรรมการกิน รวมถึงการทำงานเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงอาหารสุขภาพมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มาแรงปีนี้และปีหน้า ดร.สุปรีดาพูดถึงเมื่อกัญชาเป็นยารักษาโรคว่า หลังจากที่กัญชาได้รับการปลดล็อกอนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์เพื่อการรักษาผู้ป่วยโรคที่กรมการแพทย์ประกาศรับรองว่าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์มีเพียง 4 โรค คือภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากและโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษาภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วย โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งและภาวะปวดประสาท ขณะที่โลกออนไลน์ที่ระบุถึงสรรพคุณใช้กัญชารักษาโรคไปไกลมากกว่าที่ได้มีการรับรองมีชุดความรู้กัญชากว่า 35,000 ไอเทม จะจัดการอย่างไร ขณะที่งานวิจัยกัญชายังมีอีกจำนวนมากจึงต้องมีการศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กระแสมาแรงจนน่าจับตาเรื่องที่8 Fake News สุขภาพ ดร.สุปรีดา กล่าวว่า จากการสำรวจบนโลกออนไลน์ดีกรีตั้งแต่ปั้นน้ำเป็นตัวส่งไปหลอกลวงคนและความเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วส่งต่อ การจัดการไม่ง่าย พบว่า5 ข่าวปลอมสุขภาพที่มียอดแชร์มากที่สุดคืออังกาบหนูรักษามะเร็ง น้ำมันกัญชารักษามะเร็ง หนานเฉาเว่ยรักษาสารพัดโรค บัตรพลังงานรักษาสารพัดโรค ความฉลาดของลูกได้จากแม่มากกว่าพ่อ เพจที่เผยแพร่ข่าวปลอมแล้วได้รับยอดแชร์มากที่สุดส่วนมากเป็นเพจที่ตั้งชื่อเป็นสำนักข่าว แต่ไม่ใช่สื่อหลัก ส่วนเพจที่ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอมและได้รับยอดแชร์มากที่สุดเป็นเพจสำนักข่าวเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นหมอแล็บแพนด้าที่ไม่ใช่เพจสำนักข่าว แต่ได้รับยอดแชร์มากที่สุดการทำงานของสสส. สร้างเครือข่ายช่วยกันกว้างขวาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังมีประเด็นทางสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพ ดร.สุปรีดากล่าวถึงเรื่องที่9 &amp;quot;ชีวิตติดฝุ่นอันตราย&amp;quot; ว่า PM 2.5 เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ5 ของประชากรโลกในปี2558 องค์การอนามัยโลกประกาศให้ในปี2559 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศ7 ล้านคนซึ่งร้อยละ91 เกิดในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกตะวันตกหากดูจากค่าความเข้มของฝุ่นPM 2.5 ในกทม.ย้อนหลังจะพบแนวโน้มฝุ่นพิษเกิดขึ้นในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. ซึ่งเด็กและผู้สูงอายุจัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงส่วนคนทั่วไปทำให้อายุเฉลี่ยลดลง จึงร่วมกับเครือข่ายอากาศสะอาดประเทศไทยจัดทำข้อเสนอแนะจัดการฝุ่นตั้งแต่ต้นทางทั้งเขตเมืองภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประเด็นสุดท้าย ดร.สุปรีดา กล่าวว่าเป็นเรื่องอาหารที่เป็นขยะส่วนเกิน คนไทยสร้างขยะอินทรีย์ที่บางส่วนเป็นขยะอาหารเฉลี่ยปีละ 254 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อยมากกว่าชาวฝรั่งเศสร้อยละ30 และมากกว่าชาวอเมริกันร้อยละ40 ขณะที่การจัดการขยะจากงานวิจัยของทีดีอาร์ไอพบว่าการกำจัดโดยการเผาฝังกลบเป็นวิธีการที่หลายประเทศแนะนำให้ทำน้อยที่สุดขณะที่ประเทศไทยใช้วิธีการนี้มากที่สุดดังนั้นภาครัฐในระดับนโยบายควรสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการลดขยะอาหารและการนำอาหารที่ต้องทิ้งไปใช้ประโยชน์อื่นหรือนำไปบริจาคแทนการฝังกลบส่วนผู้บริโภคก็ไม่ซื้อาหาร เพราะราคาถูก ซื้อเพราะลด ใกล้หมดอายุ นี่คือการสร้างปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;งานเดียวกันเปิดเวทีให้ ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. เผยแนวทางรับมือกับโลกดิจิทัลในแต่ละเจนเนอเรชั่นเรียกว่ามาขยี้ประเด็นพฤติกรรมเสี่ยงบนโลกออนไลน์เต็มๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo; โลกดิจิทัลนำภาวะคุกคามมามากมายGen Y และGen Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีทั้งการกลั่นแกล้งข่าวปลอมด้านสุขภาพค้นหาข้อมูลและช้อปออนไลน์สำหรับการกลั่นแกล้งไซเบอร์มาช่องทางใหม่แต่อยู่ภายใต้แนวคิดเดิมวิธีจัดการคือหยุดสนใจและกดบล็อคสุดท้ายบอกให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการปัญหาจะลดลงอีกวิธีเป็นทักษะการรักษาข้อมูลส่วนตัวตั้งรหัสผ่านบัญชีอีเมล์ตั้งค่าส่วนตัวและที่สำคัญการโอนเงินอย่าใช้ไวไฟสาธารณะ และรู้เท่าทันภัยคุกคามจากอินเตอร์เน็ทส่วนเรื่องข่าวปลอมเราต่อสู้ได้อย่าหลงเชื่อหัวข้อข่าวพิจารณาลิงค์ข่าวอย่างถี่ถ้วนตรวจสอบแหล่งข่าวหากพบไม่จริงให้หยุดส่งต่อ&amp;ldquo; ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวพร้อมให้คำแนะนำดีๆสามารถใช้ได้กับทุกเจนเพื่อรับมือโลกออนไลน์ไม่ว่าปีนี้หรือปีไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53300</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thaihealth Watch, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, สุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e0434e2217a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
