<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกแม่1.3พันคน ร่วมใจให้นมลูก หลังพบสถิติคุณแม่ยุคใหม่ยังให้ลูกกินนมตัวเองแค่30% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ก.ย.62-แม่กว่า 1,300 คน ร่วมกิจกรรมให้นมลูกนาน 3 นาที บันทึกสถิติ Thailand Records สะท้อนคุณค่าและความสำคัญของนมแม่ที่มีประโยชน์และสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะการให้นมลูกตั้งแต่แรกเกิด - 6 เดือน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและเสริมสายใยระหว่างแม่กับลูก &amp;nbsp;กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย &amp;nbsp;บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กแบรนด์ &amp;nbsp;พีเจ้น &amp;nbsp;ร่วมกับภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน &amp;ldquo;Thailand Breastfeeding Day By Pigeon อุ่นรักจากอกแม่ ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ&amp;rdquo; ครั้งที่ 5 โดยมีคู่แม่ลูกกว่า 1,300 คนเข้าร่วมกิจกรรม กับการให้นมลูกจากอกแม่นาน 3 นาที เพื่อบันทึกใน Thailand Records อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่ตระหนักถึงคุณค่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นอกจากนี่ยังมีการเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;นมแม่ท่ามกลางสื่อโซเชียล : เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างสุขใจและปลอดภัย&amp;rdquo; โดย ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์ เจ้าของเพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสุวรรณา โชคดีอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กแบรนด์ พีเจ้น กล่าวว่า เรามีความมุ่งมั่นที่จะรณรงค์และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้นมแม่แล้ว ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คุณแม่ยุคใหม่หันมาใส่ใจกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น รวมถึงเป็นทางเลือกแรกในการวางแผนเลี้ยงลูกของทุกครอบครัว เพราะนมแม่ไม่เพียงแต่เป็นโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย ที่แม่ทุกคนอยากส่งต่อคุณค่านี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ การให้นมยังเป็นการเชื่อมสายใยรัก ที่แม่ได้ถ่ายทอดความอบอุ่น ความผูกพันจากแม่สู่ลูก อันเป็นพื้นฐานของการเลี้ยงดูลูกน้อยให้เติบโต มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปีนี้มีคู่แม่ลูกจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างสถิติใหม่มากถึง 1,300 คน จำนวนคู่แม่ลูกที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งในกรุงเทพฯ และผ่านระบบออนไลน์ทางเฟซบุ๊กของพีเจ้น จะถูกบันทึกเป็นสถิติใหม่ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่การทำสถิติในด้านจำนวนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมและจุดยืนความมุ่งมั่นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกัน แม้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย และตั้งใจจะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; สุวรรณา กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์ กล่าวว่า อยากให้คุณแม่เข้าใจธรรมชาติของนมแม่ โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกเกิด และยังเป็นการช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนให้คุณแม่เพิ่มมากขึ้นด้วย แต่ยังไม่ควรที่จะปั๊มนมในช่วงนี้ เพราะอาจจะมีผลกระทบกับเต้านม และเมื่อลูกหิวในช่วง1-2 สัปดาห์ ก็ให้เข้าเต้า และเข้าเต้าอยากถูกวิธี และการสต๊อกนม ต้องมีเป้าหมาย เพื่อให้ลูกอิ่ม และเติบโต ในกรณีที่คุณแม่ไปทำงาน ไปต่างจังหวัด หรือทำงาน การปั๊มนมสต๊อกไว้วันต่อวันจะดีที่สุด แต่หากใครมีเวลาก็ควรจะให้จากเต้าจะดีกว่า และในยุคสมัยนี้คุณแม่ที่ดูสื่อโซเชียลมีเดีย อาจจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับตัวเอง กับการสต๊อกนม หรือการให้ความรู้ต่างๆ ซึ่งบางเรื่องไม่ถูกวิธี อย่างเรื่องอาหารการกิน ซึ่งสิ่งสำคัญคือหากกังวลควรให้หมอวินิจฉัย และแม่ต้องทานอาหารที่มีประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.วาสนา จิติมา รองหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเสริมว่า นมแม่เป็นอาหารที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับทารก ประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิดที่มีคุณค่าเสริมสร้าง ร่างกายให้เติบโต ช่วยพัฒนาสมอง จอประสาทตา ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เร็ว และมีภูมิคุ้มกันโรคที่ไม่สามารถหาได้จากอาหารอื่น ดังนั้นการส่งเสริมให้ลูกดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด และสามารถให้ดื่มได้ตลอดไปจนถึง 2-3 ขวบ แต่ต้องควบคู่ไปกับอาหารหลักสำหรับวัยนี้ เพราะนมแม่ก็จะกลายเป็นอาหารเสริมที่ดี อีกทั้งโครงการนี้ยังมีความสอดคล้องกับเป้าหมาย ของภาครัฐในการสนับสนุนให้อัตราการกินนมแม่อย่างเดียวของทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% ภายในปี 2568 ซึ่งในปัจจุบันอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่ที่ 30% และจากการสอบถามคุณแม่เกือบ 100% อยากให้ลูกกินนมตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดารัตน์ ทรัพย์ใจเที่ยง หนึ่งในแม่ที่เข้าร่วมกิจกรรมเล่าว่า ตนมีลูกผู้หญิงหนึ่งคนอายุ 9 เดือน ซึ่งในตอนที่เขาเกิด มีอาการตัวเหลือง และตนก็ไม่มีน้ำนมแต่คุณหมอแนะนำว่าลูกได้ทานนมแม่จะดีที่สุด จึงพยายามทำตามคำแนะนำ จนในที่สุดมีน้ำนมดีใจมาก และเราก็ให้เขาทานนมแม่มาตลอด แม้จะต้องทำงานด้วย ซึ่งร่างกายก็แข็งแรง และเวลาร้องไห้ เพียงแค่ให้เข้าเต้าก็จะหยุดร้อง เพราะลูกจะไม่ชอบดื่มนมที่ปั๊ม &amp;nbsp;ในฐานะแม่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เลี้ยงลูกจากนมตนเองมาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45256</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Breastfeeding Day By Pigeon อุ่นรักจากอกแม่ ร่วมสร้างสถิติแห่งความภาคภูมิใจ” ครั้งที่ 5, บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด(มหาชน), ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็กแบรนด์  พีเจ้น, ผศ.วาสนา จิติมา, ภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สุวรรณา โชคดีอนันต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d7491e5ba557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
