<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบังคับคดีค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานอนุกรรมการบูรณาการและพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ยั่งยืน ให้ ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10 แห่ง เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ภายในงาน Thailand Social Expo 2018 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; โดยได้กล่าวถึง ความสำคัญของการจัดทำระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo; การจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศ และการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระดับชาติ เป็นเรื่องสำคัญ และมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;


fifa356 นายกรัฐมนตรี ที่จะนาพาประเทศไทย ไปสู่ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; ประกอบกับ ที่ผ่านมา พบปัญหาในการจัดเก็บข้อมูลด้วยมือ (manual) ทำให้ข้อมูลไม่เที่ยงตรง ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่ทันการณ์ &amp;nbsp;ส่งผลต่อการจัดทำรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานสำคัญของประเทศไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในปี 2558&amp;nbsp;


bnk789&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จัดทำระบบฐานข้อมูลของประเทศไทยขึ้น และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานอัยการสูงสุด โดยขณะนั้น ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลหลัก 2 ส่วน คือ ด้านการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และด้านการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการติดตามสถิติ สถานะทางคดี รวมทั้งสถิติและสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสถานการณ์การค้ามนุษย์มีความซับซ้อนมากขึ้น รัฐบาลจึงได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพิ่มเติม เช่น บก.ปคม. สำนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ และแผนกคดีค้ามนุษย์ ในสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 


save168&amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้สามารถรองรับการบันทึกข้อมูลสารสนเทศการดำเนินคดี การบันทึกข้อมูลสารสนเทศของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การเชื่อมโยงข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการประมวลผลข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ทั้งในระดับนโยบายและระดับผู้ปฏิบัติ &amp;nbsp;จึงได้ขยายความร่วมมือเรื่องฐานข้อมูลค้ามนุษย์ระหว่างหน่วยงานเพิ่มเติมจากเดิม 4 หน่วยงาน เป็น 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวง พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครอง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;


สล็อต &amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วน และครอบคลุม และเพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำไปต่อยอดการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางและรูปแบบของการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการหารือกับประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ ในการป้องกันมิให้เกิดการค้ามนุษย์โดยแก้ที่สาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14915</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, กระทรวง พม., ค้ามนุษย์, นนทบุรี, พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์, ลาดกระบัง, อิมแพค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b697f96b1714.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม.ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบฐานข้อมูล และการบังคับคดีค้ามนุษย์ เพื่อเยียวยาให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น.&amp;nbsp; พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ภายในงาน Thailand Social Expo 2018 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอก อนันตพรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มุ่งมั่นเป็นองค์กรที่มีบทบาทนำด้านการพัฒนาสังคม และแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบ เพื่อนำพาประเทศไทย ไปสู่ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ด้วยตระหนักว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวง พม. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผนึกกำลังพัฒนางานในการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามหลักมาตรฐานสากล โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบังคับคดี จนนำไปสู่การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง 2 ฉบับ ในวันนี้ คือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1) บันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ระบบฐานข้อมูลของประเทศไทยด้านการดำเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย&amp;nbsp; 


save168&amp;nbsp;หน่วยงาน ดังนี้ กระทรวง พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp; 


fifa356&amp;nbsp;สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครอง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&amp;nbsp;


สล็อต&amp;nbsp; (องค์การมหาชน) เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วน และครอบคลุม และเพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2) บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน ดังนี้ กระทรวง พม. สำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี กรมการขนส่ง และกรมการปกครอง เพื่อร่วมมือกันอำนวยความสะดวกในการบังคับคดี และช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้เสียหายฯ ให้ได้รับเงินชดเชยตามคำพิพากษาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ พลเอก อนันตพรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับข้างต้น เป็นความพยายามอย่างสำคัญของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลถือเป็นต้นแบบในการบูรณาการระบบฐานข้อมูลที่ก้าวหน้ากว่าหลายประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะได้นำไปต่อยอดการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางและรูปแบบของการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการหารือกับประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ ในการป้องกันมิให้เกิดการค้ามนุษย์โดยแก้ที่สาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง และเพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืนของประเทศไทยสืบไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14908</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ค้ามนุษย์, พม., พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b696da8ee3bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงานใหญ่ มหกรรม Thailand Social Expo 2018</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน Thailand Social Expo 2018 งานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย ที่แสดงผลงานนวัตกรรมทางสังคม เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและกลุ่มเป้าหมาย ผลการคิดค้น และการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของนุษย์ กล่าวว่า การพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในห้วงเวลาของการปฏิรูปประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พม.ในฐานะองค์กร ด้านการพัฒนาสังคมของประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ การแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม เพื่อการพัฒนาสังคมของประเทศอย่างมีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ พม.จึงผนึกกำลังบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมและการบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;เพื่อให้เห็นการรวมตัวของทุกภาคส่วนที่ทำงานด้านสังคมเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จัดงาน Thailand Social Expo 2018 งานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทยที่แสดงผลงานนวัตกรรมทางสังคม เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและกลุ่มเป้าหมาย ผลการคิดค้น และการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงาน คือ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพหน่วยงานด้านสังคมในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมของประเทศ สร้างพลังความร่วมมือของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วน และเพื่อแสดงผลงานสำคัญด้านการพัฒนาสังคมของประเทศ นวัตกรรมทางสังคมต้นแบบการพัฒนาสังคม ศักยภาพของกลุ่มเป้าหมาย และองค์ความรู้ด้านสังคม รวมถึงผลผลิต ผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานด้านสังคมทุกภาคส่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;กิจกรรมที่น่าสนใจของการจัดงาน Thailand Social Expo 2018 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top: 6pt;&quot;&gt;ได้แก่ การประชุมวิชาการ, การแสดงผลงานนวัตกรรม, การแสดงผลิตผลด้านสังคม และการแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่าย โดยมีรูปแบบการนำเสนอใน 4 Zone ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การประชุมวิชาการ เสวนา ปาฐกถา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาสังคม และการนำเสนอรายงานสถานการณ์ทางสังคมทั้งในเชิงประเด็นและเชิงกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคมของประเทศไทย ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม ต้นแบบที่ดีของการพัฒนาสังคม เทคโนโลยีเพื่อสังคม อาทิ &amp;nbsp;การจำลองบ้านและที่อยู่อาศัยที่เอื้อต่อคนพิการ, นวัตกรรมโรงรับจำนำ ทรัพย์หลุดจำนำ, นวัตกรรมด้านการออม, ผลงานผู้ได้รับรางวัล Thailand Energy (พน.)&amp;nbsp; 


save168&amp;nbsp;การให้บริการทางสังคม อาทิ รถทันตกรรมเคลื่อนที่ การนวดแผนไทย บริการวัดสายตาและบริการแว่นตา ทำบัตรประชาชนเคลื่อนที่ เป็นต้น&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การแสดงผลิตผลด้านสังคมของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;


fifa356&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธงฟ้าราคาประหยัด (พณ.) สินค้า OTOP (มท.) ของกิน/ของใช้ ในรูปแบบตลาดชุมชน) (พอช.) ผลิตภัณฑ์ทอฝัน By พม. เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) การแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดี และสร้างสรรค์ของคนในสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสำเร็จจากการจัดงานที่ผ่านมา ช่วยให้เกิดภาพของความร่วมมือ และการสร้างความตระหนักแสดงพลังเพื่อพัฒนาสังคมที่มีความผาสุกร่วมกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14900</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, กระทรวง พม., สร้างพลัง, สุภัชชา สุทธิพล, เปิดเวทีสัมมนาเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b695b5619df4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน :  ประสบการณ์จากอาเซียน  “การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี/&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;3 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ณ ฮอลล์&amp;nbsp;5-8 &amp;nbsp;ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชนได้จัดเวทีวิชาการ &amp;ldquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีการเสวนาในประเด็นต่างๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;Inslusive&amp;nbsp;City Development&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยวิทยากรจากประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;Yap Kioe Sheng&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Urban Poverty and Housing Advisor) &amp;nbsp;จากประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ผู้คนอาศัยอยู่ในชนบท&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันคนย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตอนนี้เรามีเมืองที่ใหญ่มาก&amp;nbsp;ทั้งคนที่รวย &amp;nbsp;คนจนมาอาศัยอยู่ร่วมกัน&amp;nbsp;การพัฒนาเมืองก็มีข้อดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะทุกคนเข้าเมืองมาเพื่อทำงานหาเงิน&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความรู้ก็มีมาก&amp;nbsp;ในเมืองใหญ่สิ่งที่ยากคือ&amp;nbsp;การหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม&amp;nbsp;และต้องเรียนรู้การอยู่อาศัยร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากในชนบทที่ทุกคนเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมือง&amp;nbsp;ต่างก็เป็นพลเมืองของพื้นที่และได้ทำหน้าที่ที่สำคัญ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะขายอาหารริมถนน &amp;nbsp; ขับรถมอเตอร์ไซค์ &amp;nbsp;คนเก็บขยะ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง&amp;nbsp;ดังนั้นทุกคนในเมืองจึงควรได้รับการดูแลและได้รับการสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ควรเป็นพื้นที่ของทุกคน&amp;nbsp;เป็นเมืองของทุกคน &amp;nbsp;คนจน&amp;nbsp;คนแก่&amp;nbsp;เด็ก&amp;nbsp;เยาวชน&amp;nbsp;แต่ในบางครั้งเมืองก็กลับกลายเป็นพื้นที่ของคนรวยเท่านั้น&amp;nbsp;กรุงเทพฯ เป็นเมืองของคนขับรถ&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่สำหรับเดิน&amp;nbsp;ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ถูก (มีรถไฟฟ้าที่ราคาแพง)&amp;nbsp;ไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับคนพิการที่ใช้รถเข็น&amp;rdquo;ศาสตราจารย์ &amp;nbsp;Yap&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และว่า &amp;nbsp;เราคงไม่ได้ร้องขอให้รัฐบาลมาทำอะไรให้เราเพียงฝ่ายเดียว&amp;nbsp;แต่ในฐานะประชาชนเราต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ของเราเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เวลาเราพูดถึงเรื่องการพัฒนา&amp;nbsp;มักพูดถึงแต่เรื่องเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เศรษฐกิจแต่เพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังไม่พอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราควรมองถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;การมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกคนมีอยู่มีกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าถึงการรักษาสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มีกระทรวง&amp;nbsp;พม. ซึ่งเป็นกระทรวงหลักในการดำเนินการเรื่องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Marco &amp;nbsp;Kusumawijaya&amp;nbsp;(Senior Advisor,&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;for Urban Studies Jakarta)&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมืองในยุค&amp;nbsp;1.0เป็นเมืองที่รัฐเป็นผู้จัดการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมือง&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;คือชุมชนและรัฐร่วมกันจัดการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&amp;nbsp;เมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;(เมืองหลวงของประเทศ) เผชิญกับการไล่รื้อครั้งใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้ดำเนินการอย่างหนักในการต่อสู้เรื่องการไล่รื้อ&amp;nbsp;เรานำเสนอแนวทางการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยได้รับความรู้และประสบการณ์จาก พอช. และกรณีตัวอย่างจากประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเริ่มงานในจาการ์ตา&amp;nbsp;เริ่มต้นเหมือนที่ดำเนินการในโครงการบ้านมั่นคงในประเทศไทย&amp;nbsp;มีการดำเนินงานสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนในเมืองจาการ์ตา&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชุมชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการดำเนินงานเมืองเทียบกับประชากรทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านคนในประเทศอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เราได้สร้างกลยุทธ์ในการออกแบบชุดให้กับคนหาบเร่แผงลอย &amp;nbsp;เพื่อใช้ในการพูดคุยชักชวนเจ้าหน้าที่รัฐให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีปัญหา &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;ที่ไม่เชื่อมั่นในเรื่องการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้การสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนจากเดิมที่รัฐเป็นหน่วยงานที่ไล่รื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องเปลี่ยนมาเป็นสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Marco&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;และบอกว่า ระบบการบริหารของรัฐต้องเปลี่ยนมาสนับสนุนชุมชน &amp;nbsp;แต่หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินงานของชุมชนก็ไม่มีอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งคนทำงานในพื้นที่ก็ยังไม่เข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ตอนนี้เรามีหน่วยงานใหม่ในการสนับสนุนทุนเพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยในหน่วยงานที่มีอยู่เดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการจัดสรรที่ดินที่เหมาะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขณะนี้เราพยายามตั้งองค์กรที่คล้ายๆ พอช.ในระดับจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งมีความพยายามในการร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;จากโครงการ&amp;nbsp;Think city&amp;nbsp;ประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสังคมที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล &amp;nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณลงไปสู่ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ปีนัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการอนุรักษ์บ้านเก่า&amp;nbsp;ตึกเก่า &amp;nbsp;อนุรักษ์วัฒนธรรมและพื้นที่ทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;200&amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp;ปีนังเป็นเมืองท่าที่คึกคัก&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเมืองได้เปลี่ยนไป&amp;nbsp;กลายเป็นอาคารบ้านช่องที่ทรุดโทรม&amp;nbsp;ผู้คน จึงอพยพย้ายออกจากเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการฯ&amp;nbsp;จึงมาหาจุดแข็งของเมืองว่าเรื่องใดที่เราจะฟื้นฟูเมืองได้&amp;nbsp;ซึ่งก็คือเรื่องวัฒนธรรม อาคารบ้านเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเรื่องอาหาร&amp;nbsp;เราจึงเริ่มฟื้นฟูโดยทำงานร่วมกับชุมชนมัสยิดในการอนุรักษ์มัสยิด&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างความเชื่อใจของคนในพื้นที่ &amp;nbsp; โดยทำการอนุรักษ์อาคารเก่าในพื้นที่&amp;nbsp;และพัฒนาปรับปรุงจนกลายมาเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจของเมือง&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;มีการจัดงาน&amp;nbsp;Grorge Town Festival&amp;nbsp;ซึ่งเป็นงานที่มีชื่อเสียง&amp;nbsp;มีการบันทึกเรื่องราว&amp;nbsp;ดนตรี จนสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Murali Ram&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;Grorge Town&amp;nbsp;เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็สามารถพัฒนาให้เป็นเมืองที่มีชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้คนเข้ามาใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจในเมืองได้&amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องย้ายมาอยู่อาศัยในเมืองใหญ่&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะในเมืองด้วยการทำงานร่วมกับคนในเมือง&amp;nbsp;ทำให้คนรู้สึกอยากกลับเข้ามาอยู่ในเมืองเพราะมีพื้นที่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับปรุงกลุ่มบ้านแถว&amp;nbsp;จากเดิมที่มีแผนในการไล่รื้อคนที่อยู่อาศัยออก&amp;nbsp;จึงลงพื้นที่เข้าไปดำเนินการกับกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าและผู้เช่าในการปรับปรุงอาคาร&amp;nbsp;ทำงานร่วมกับ&amp;nbsp;ACHR(มูลนิธิที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย) &amp;nbsp;มีการจัดกระบวนการการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เพื่อให้คนที่อาศัยอยู่เดิมได้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ซึ่งคนเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่นั้นๆ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบัตเตอร์เวิร์ธ&amp;nbsp;การฟื้นฟูพัฒนาย่าน&amp;nbsp;เริ่มต้นด้วยการค้นหาจุดเด่นของพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการเริ่มต้นการสำรวจและการพูดคุยกับคนในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อค้นหาอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการเดินสำรวจเมือง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้คนเข้าใจเมืองตนเองมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Parked&amp;nbsp;Angkera&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Deputy Director General of the Housing)จากประเทศกัมพูชา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การเจริญเติบโตของเมืองพนมเปญดึงดูดให้คนเข้ามาในเมืองมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับปัญหาของภาคชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรรมไม่สร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงผลักดันประชากรให้เข้ามาในเมือง&amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้คนในพนมเปญ&amp;nbsp;55%&amp;nbsp;ต้องเผชิญกับปัญหาความยากจน&amp;nbsp;การไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชากรต้องอยู่ในสลัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับทางการไม่ยอมรับว่าในเมืองมีปัญหาคนจนที่อาศัยในสลัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับประเทศ&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนในการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;ยูนิตต่อปี &amp;nbsp;แผนการพัฒนานี้มีเป้าหมายเข้าถึงกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลได้ทำงานร่วมกับเอกชนเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐ (ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท) &amp;nbsp;เพื่อให้คนมีรายได้น้อยเข้าถึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้หากเอกชนทำโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp;รัฐบาลจะทำการสนับสนุนงบประมาณให้กับเอกชนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Parked &amp;nbsp;กล่าวและบอกว่า &amp;nbsp;การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รัฐบาลจะมีแผนการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp;เพื่อให้คนรายได้น้อย &amp;nbsp;ปานกลาง&amp;nbsp;รายได้สูง &amp;nbsp;สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของชุมชน&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการร่างแผนการพัฒนาชุมชนและจะเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญต่อไป&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งเอกชน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และภาคีความร่วมมืออื่นๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Natalja&amp;nbsp;Wehmer&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากโครงการที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN-Habitat)&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อไหร่ก็ตามที่คนพัฒนา&amp;nbsp;ประเทศนั้นก็จะพัฒนาไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันประชากร&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในประเทศต้องอาศัยอยู่ในสลัม&amp;nbsp;อยู่ในที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี&amp;nbsp;เราจะทำอะไรกับปัญหานี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;? &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;และปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตัดสินใจร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในการเข้าถึงที่ดิน&amp;nbsp;การเข้าถึงทรัพยากรจากภาครัฐ&amp;nbsp;เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย&amp;nbsp;แต่&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;มีแผนเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;มีเป้าหมายบรรลุภายในปี&amp;nbsp;2573&amp;nbsp;(SDGs&amp;nbsp;2030 Agenda)&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เป็นสมาชิก&amp;nbsp;UN&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้การเห็นชอบในการดำเนินงานตามแนวทางนี้&amp;nbsp;เป็นข้อตกลงของรัฐบาลในการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนี้&amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง และตัวเองต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้แทนสหประชาชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เพียงแต่มีเป้าหมายเพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทุกคนสามารถใช้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานรัฐได้&amp;nbsp;ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งสิ้น&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp;จึงอยากให้แต่ละเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ละพื้นที่ได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของตนเอง&amp;nbsp;และพัฒนาต่อยอดเรื่องเหล่านี้ให้ไปสู่ระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่าเมืองต่างๆ ในประเทศไทยและในเอเซียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่จะเกิดขึ้นได้ก็จะเกิดการไล่รื้อ&amp;nbsp;เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้คน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ระบบโครงสร้างความสัมพันธ์ผู้คนในเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประชากรในโลกยังต้องอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp;บางเมืองคนมากกว่าครึ่งต้องอาศัยอยู่ในสลัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มความท้าทายของการพัฒนาในประเทศเอเชีย&amp;nbsp;จะเกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนจากชนบทเข้าเมือง&amp;nbsp;รัฐบาลแต่ละประเทศมีแนวโน้มในการรวมศูนย์มากขึ้น&amp;nbsp;เกิดการไล่ที่&amp;nbsp;เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อทำมาหากิน&amp;nbsp;การอยู่อาศัยแบบปัจเจกมากขึ้น&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยอยู่ไกล&amp;nbsp;ต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีงบประมาณในการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp;ใช้เรื่องที่อยู่อาศัยในการสร้างสถานภาพ&amp;nbsp;สร้างความเป็นพลเมืองให้กับผู้คนในเมือง คนสิงคโปร์มากกว่า&amp;nbsp;90 %&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในแฟลต&amp;nbsp;หลายประเทศทั่วโลกอยากนำแนวทางนี้มาพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นต้นแบบ แต่โมเดลนี้ไม่ได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเมืองไทย ได้มีกระบวนการคิดค้นเรื่องการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างก้าวหน้าและรวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือการแก้ไขปัญหาโดยประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องของที่อยู่อาศัยไม่ใช่สินค้า&amp;nbsp;ไม่ใช่ให้ใครมาสร้าง&amp;nbsp;แต่ที่อยู่อาศัยคือการสร้างชุมชน&amp;nbsp;ต้องให้คนในชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมสุขกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาเมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ทิศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.เศรษฐกิจนำ&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;กายภาพเป็นหลัก (ต้องมีชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเมืองที่ดี&amp;nbsp;สวยงาม )&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;คนและสังคมเป็นหลัก&amp;nbsp;ดังนั้นเมืองจะพัฒนาไปทำไมถ้าไม่พัฒนาเพื่อคนในเมือง&amp;nbsp;?&amp;nbsp;และให้ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เชื่อมโยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางแผน&amp;nbsp;และมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งการทำเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;คือระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องที่อยู่ที่นอน&amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างสิทธิขั้นพื้นฐานร่วมกัน&amp;nbsp;มีสวัสดิการ&amp;nbsp;มีสังคมร่วมกัน&amp;nbsp;ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp;ชุมชนเป็นรากฐานของการสร้างเมือง&amp;nbsp;เป็นประชาชนที่ตื่นรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนออกไป&amp;nbsp;แต่เป็นการเปลี่ยนการพัฒนาใหม่&amp;nbsp;คนเดิม &amp;nbsp;ชุมชนเดิม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรับปรุงที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp;จัดพื้นที่ใหม่&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;inclusive&amp;nbsp;city&amp;nbsp;หมายถึงการที่คนทุกคนในเมืองได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีที่อยู่อาศัยที่ดี &amp;nbsp;สวยงาม &amp;nbsp;ปลอดภัยในที่ดินเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้น &amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;อย่างรอบด้าน&amp;nbsp;เป็นการสร้างระบบใหม่ของเมืองที่มีองค์ประกอบจากท้องถิ่น &amp;nbsp; ชุมชน &amp;nbsp;สถาบันการศึกษา &amp;nbsp;และภาคีอื่นๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวสมสุขกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในงานเสวนาครั้งนี้ &amp;nbsp;ในช่วงท้ายตัวแทนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชนได้ร่วมกันมอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือ &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้แก่ผู้แทนจากลาวที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ &amp;nbsp;จำนวนเงิน&amp;nbsp;31,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14687</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาเซียน, Thailand Social Expo 2018, ขบวนการองค์กรชุมชน, คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ, ชุมชน, นวัตกรรมชุมชน, บ้านประชารัฐ, พอช, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b6571b383c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอยแล้วคุมเข้มถ่ายผู้นำ ชี้กฎเก่าข้องใจถูกวางยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สื่อมวลชนอึ้ง สันติบาลออกระเบียบเข้มถ่ายภาพนายกฯ ในงานไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป ต้องทำความเคารพก่อนและหลังถ่าย อยู่ห่าง 5 เมตร และข้อปฏิบัติอีกจิปาถะ ขณะที่บิ๊กตู่ข้องใจถูกวางยา ชี้เป็นเอกสารเก่าตั้งแต่ปี 58 ไหงมาโผล่ตอนนี้ วิจารณ์ขรมของเก่าทำไมออกประกาศพร้อมให้สื่อลงทะเบียนรับรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) มีภารกิจไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand Social Expo 2018 ที่ฮอลล์ 5-7 อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางไปถึง เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี ได้ตรวจสอบบุคคลที่จะเข้าร่วมงานอย่างเข้มงวด โดยทุกคนจะต้องเดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุ รวมทั้งต้องลงทะเบียน ติดบัตร และติดสติกเกอร์เพื่อแสดงว่าผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้วทุกคน และต้องให้ตรวจกระเป๋าและวัตถุต้องสงสัยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แต่เท่านี้ ตำรวจจาก กก.1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล1 ยังได้จัดทำใบลงทะเบียนสำหรับช่างภาพสื่อมวลชน โดยให้ลงชื่อ สังกัด และเบอร์โทรศัพท์อย่างชัดเจน มีการจดเลขที่ไอดีการ์ดบัตรประชาชน ตลอดจนแจกเอกสารกำหนดข้อปฏิบัติ มารยาทในการถ่ายภาพของช่างภาพสื่อมวลชน คือ 1.ต้องอยู่ในลักษณะเคารพต่อนายกรัฐมนตรี และแสดงความเคารพทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพ 2.การแต่งกายที่สุภาพ บุรุษชุดสูทสากล สุภาพสตรีชุดกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น 3.กล้องที่จะนำมาบันทึกภาพต้องผ่านการตรวจและติดแท็กที่ได้รับอนุญาตจากตำรวจสันติบาล 4.จะอนุญาตให้เฉพาะช่างภาพที่ลงทะเบียนและได้รับอนุญาตเท่านั้น 5.ไม่แสดงกิริยาวาจาหรือมารยาทอันไม่สมควร 6.ในการถ่ายภาพควรอยู่ห่างจากนายกรัฐมนตรี 5 เมตรเป็นอย่างน้อย 7. ไม่ควรเบียดเสียดกันถ่ายภาพ หรือถ่ายภาพลักษณะยืนค้ำศีรษะผู้อื่น หรือยื่นกล้องถ่ายภาพในลักษณะถ่ายภาพข้ามท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อควรปฏิบัติในการบันทึกภาพ 1.ต้องไม่ถ่ายภาพตรงหน้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในห้องรับรอง 2.ห้ามถ่ายภาพขณะเดินขึ้นหรือลงจากที่สูง เช่น บันได ฯลฯ 3.ห้ามถ่ายภาพขณะรับประทานอาหาร 4.ห้ามออกนอกสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ วิ่งตัดหน้า วิ่งลุกลน หรือห้อมล้อมกีดขวางทางเดิน 5.ให้บันทึกภาพได้ในจุดหรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม 6.การใช้ไฟฉายใช้ได้ในทุกโอกาส แต่การถ่ายไฟไม่ควรเกิน 1,500 วัตต์ และควรอยู่ห่างจากห้องรับรอง 7.หากฝ่าฝืนมารยาทข้อควรปฏิบัติ หรือไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะถูกริบปลอกแขนและห้ามบันทึกภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์ปรับระเบียบช่างภาพสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของสื่อมวลชน ได้รีบทำความเข้าใจกับตำรวจสันติบาล 1 ทันที พร้อมชี้แจงสื่อมวลชนด้วยว่า การปรับระเบียบนี้ เป็นในส่วนของตำรวจสันติบาล 1 เท่านั้น ซึ่งปกติการดูแลรักษาความปลอดภัยนายกฯ จะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล 3 เป็นหลัก แต่วันนี้ส่วนใหญ่ติดภารกิจ จึงเปลี่ยนมาใช้กำลังตำรวจสันติบาล 1 แทน ทั้งนี้ ภายหลังทำความเข้าใจ ตำรวจสันติบาล 1 จึงได้มีการปรับมาตรการดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส. สั่งการให้ตรวจสอบแล้วว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีการออกข้อปฏิบัติจริงหรือไม่ และออกอย่างถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ โดยปกติตำรวจสันติบาลและสื่อมวลชนก็ปฏิบัติงานร่วมกัน มีความเข้าใจกันดีมาโดยตลอด ข้อปฏิบัติใดๆ ก็พูดคุยประสานงานกันด้วยดี ไม่ได้มีข้อกำหนดอะไรเป็นพิเศษแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ส.กล่าวว่า โดยปกติแล้วอำนาจหน้าที่ในการดูแลปฏิบัติร่วมกับสื่อมวลชนในภารกิจของนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ไม่ใช่กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ดังนั้นการปรากฏเอกสารที่อ้างว่าเป็นข้อบังคับข้อปฏิบัติ จาก บก.ส.1 จึงเป็นเรื่องไม่ปกติ ซึ่งตนเองยังไม่เห็นเอกสารตัวจริง จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีความผิดปกติอย่างไรบ้าง จริงหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานชี้แจงขึ้นมา แล้วจะชี้แจงสื่อมวลชนอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีความชัดเจนจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งออกมาชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เอกสารดังกล่าวมีมาตั้งแต่ปี 2558 จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมถูกนำมาเผยแพร่ตอนนี้ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มสื่อมวลชนและคนที่ได้พบเห็น โดยนายกฯ ไม่ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเกิดปัญหาการทำงานระหว่างทีมนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เชื่อว่าวัตถุประสงค์ของการออกข้อปฏิบัติในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคงมีความปรารถนาดี ต้องการให้การปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตั้งใจจะยกระดับการทำงานของทั้งเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนให้มีความเป็นสากล และมีมาตรฐานเช่นเดียวกับนานาประเทศ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า หากพิจารณาความเป็นจริงตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บังคับใช้ข้อปฏิบัตินี้โดยเคร่งครัดแต่อย่างใด ส่วนเรื่องใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น โค้งคำนับก่อนและหลังการถ่ายภาพ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของช่างภาพ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลไปพิจารณาทบทวนและถอนออกจากข้อปฏิบัติ เพราะคนจะเคารพหรือให้เกียรติกันนั้น ขึ้นอยู่กับวัตรปฏิบัติของแต่ละบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดหลัง พล.ท.สรรเสริญได้ชี้แจงในกลุ่มไลน์ผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลถึงเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นที่ระบุว่า เป็นเอกสารตั้งแต่ปี 2558 ไม่เข้าใจว่าทำไมถูกนำมาเผยแพร่ตอนนี้ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มสื่อมวลชนและคนที่ได้พบเห็น เพราะเอกสารดังกล่าวได้นำมาวางไว้ให้ลงทะเบียนที่จุดลงทะเบียนของงาน Thailand Social Expo 2018 และเจ้าหน้าที่ยังได้ขอให้ช่างภาพเซ็นชื่อพร้อมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ซึ่งไม่ใช่เป็นเอกสารเก่า รวมทั้งผู้ดำเนินรายการยังได้ประกาศผ่านไมโครโฟนถึงข้อห้ามหลายข้อสำหรับสื่อ ซึ่งได้ยินทั่วทั้งงาน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14662</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, มารยาทในการถ่ายภาพ, หนังสือพิมพ์, ออกระเบียบเข้มถ่ายภาพนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b64605a0a9c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
