<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุด‘กม.ประชารัฐสวัสดิการ’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ร่ายผลงานด้านสังคม ลั่นดูแลกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เกิดจนตาย สั่ง มท.เพิ่มช่องทางพีอาร์ เล็งคลอดกฎหมายประชารัฐสวัสดิการ &amp;nbsp;แจงอนาคตประเทศต้องครอบคลุม 6 ด้าน ชี้ยุทธศาสตร์ 20 ปีแก้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงาน &amp;quot;Thailand Soical Expo 2018&amp;quot; เพื่อแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลทำงานหนักมา 3-4 ปี กว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคเก่าให้ผ่านพ้นไปให้ได้ และต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการปฏิรูป เพราะเราจะเป็นประเทศไทย 4.0 ช่วยกันทำสิ่งที่เกิดขึ้นในวันหน้า เพื่อไม่ให้สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้หายไป &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมอยากเห็นสังคมไทยมีความสุข ประชาชนมีความรักความสามัคคีปรองดอง ทุกคนต้องมีความเท่าเทียม สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ วันนี้ปัญหาของประเทศไทยเปลี่ยนรูปแบบทุกวัน โดยเฉพาะในสื่อโซเชียล ที่มีทั้งวิกฤติและโอกาส โดยเฉพาะภัยความมั่นคงในรูปแบบใหม่ ในอนาคตเราต้องมีแนวทางแก้ไขให้ได้ ทุกคนก็ต้องทำงานเชิงรุก ทำงานอย่างหนัก รวดเร็วในเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุการณ์ ต้องประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ทุกระดับต้องเตรียมความพร้อมในทุกเรื่อง และต้องจริงใจในการมาร่วมพัฒนาบ้านเมือง&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เราจัดระเบียบสังคม จากที่ก่อนหน้ารัฐบาลนี้เข้ามามีปัญหาหลายประการ รัฐบาลแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานาน นโยบายด้านสังคมรัฐบาลเน้นลดความเหลื่อมล้ำ แต่หลายอย่างแก้ไปแล้วประชาชนไม่รู้ช่องทาง เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ใช้วิธีออกมาร้องทุกข์ร้องเรียน แต่ก็ต้องเห็นใจบางคนไม่ได้ฟังข่าว ไม่รับรู้ข่าวสาร วันนี้ต้องปรับช่องทางการรับรู้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะเพิ่มช่องทางเหล่านี้ไว้ ทุกคน ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกพื้นที่ แม้แต่ กทม.ต้องหาวิธีการนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่เข้าใจอะไรคือประชารัฐ แล้วกลายเป็นว่ามาเรียกร้องรัฐบาลอย่างเดียว วันนี้ไม่ต้องเรียกร้อง รัฐบาลทำให้ รัฐบาลเอาใจใส่ทุกงาน ไม่ใช่ทำส่งๆ เพียงต้องใช้เวลาแก้ปัญหาในหลายเรื่อง และระหว่างนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายประชารัฐสวัสดิการ เพื่อให้การทำงานเป็นระบบ
&amp;ldquo;ต้องดูแลทุกกลุ่มเป้าหมาย จนสุดท้ายของชีวิต เพราะท้ายสุดกลับสู่แผนดินหมด และแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อตายจะเผาหรือฝัง ผืนดิน แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จะทำอะไรต้องเคารพด้วย นึกถึงบุญคุณของแผ่นดินด้วย เพราะเรายังมีที่ยืนอยู่โดยไม่ต้องไปเช่าใคร ภูมิใจตรงนี้ อย่าไปโทษว่าจน ถ้าอย่างนั้นก็จนอยู่อย่างนั้น ต้องเปิดหูเปิดตาให้มากขึ้น&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
จากนั้น นายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานจากหน่วยงานต่างๆ และทักทายประชาชนที่มาร่วมงาน
ในเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp; ในการขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย ทุกภาคส่วนต่างก็มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ แต่การจะแก้ปัญหาให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้น ต้องอาศัยการทำงานบูรณาการให้กลมเกลียวอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เน้นย้ำอยู่เสมอ และพยายามปรับวัฒนธรรมการทำงานของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางรากฐานและขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไปด้วยกัน ทั้งนี้ ในการสร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายนั้น จำเป็นต้องมีหลักคิด ที่ตรงกัน&amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เมื่อพูดถึงอนาคตของประเทศไทย หลายท่านอาจจินตนาการนึกถึงภาพที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการจะเดินไปสู่อนาคตที่ดี เป็นประเทศที่ดีของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถทำได้ โดยประชาชน 70 ล้านคนต้องรับรู้เข้าใจตรงกันในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่จะมาช่วยตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยการกำหนดเป้าหมาย และภาพอนาคตที่เราต้องการเห็นในอีก 20 ปีข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า ยุทธศาสตร์ 20 ปีได้ออกแบบเป้าหมายที่ต้องบรรลุเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ให้เป็นอนาคตของประเทศ 6 ด้าน เริ่มจาก 1.คนไทยอยู่ดีมีสุขและสังคมไทยสงบ มั่นคง ปลอดภัย 2.ประเทศมีความสามารถในการแข่งขัน เพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ที่เหมาะสม 3.ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมและทั่วถึง 4.สังคมไทยมีความเท่าเทียมและความเสมอภาค 5.ประเทศมีความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และ 6.การบริหารจัดการของภาครัฐมีประสิทธิภาพ และประชาชนเข้าถึงสะดวก
&amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศมีและได้ใช้มานานแล้ว เช่น มาเลเซียและสิงคโปร์ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่เราจะมีแผนพัฒนาประเทศในทุกมิติในระยะยาว ซึ่งผมและรัฐบาลนี้ตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเร่งดำเนินการตามแผนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประเทศมีรากฐานและเป้าหมายในการทำงาน ให้สามารถเดินหน้าและต่อยอดในระยะต่อไปได้ และไม่ได้เป็นการล็อก หรือบังคับให้ใครต้องทำอะไร อย่างที่หลายฝ่ายนำมาบิดเบือนโจมตี ในขณะนี้ เพราะกฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้วว่า เมื่อสถานการณ์หรือปัจจัยแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้องค์ประกอบเปลี่ยนไป ยุทธศาสตร์ชาติก็สามารถปรับปรุงให้เหมาะสม และทันต่อสถานการณ์ได้&amp;rdquo; นายกฯ ย้ำ
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นความท้าทายและน่ากังวลมากกว่า ก็คือการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้สำเร็จผลตามที่กำหนดไว้ เพราะไม่ว่ายุทธศาสตร์ชาติจะเขียนดีแค่ไหน มีการปรับให้ทันสมัยเพียงใด แต่หากทุกคนไม่ยอมรับ ไม่ช่วยกันนำไปขับเคลื่อน ตามภาระหน้าที่ เป้าหมายหรือภาพอนาคตที่วาดหวังไว้นั้น ก็คงเป็นได้แค่เพียงความฝัน&amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการพัฒนาประเทศด้วยแนวคิดไทยนิยมว่า ไม่ใช่การสร้างกระแสชาตินิยม และก็ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นแนวคิด หรือ way of thinking ในการขับเคลื่อนงานต่างๆ บนพื้นฐานของความต้องการ ความนิยมของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นความนิยม หรือความเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ที่ถูกที่ควร ช่วยกันสร้างค่านิยมในสิ่งดีๆ บนพื้นฐานของการมีคุณธรรมและจริยธรรมด้วย ไม่ใช่ว่านิยมอะไร อยากได้อะไร ได้มาไม่ว่าถูกหรือผิด ก็รับได้หมด คงไม่ใช่แบบนั้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไทยนิยมยังเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาและสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยยึดความต้องการของคนในพื้นที่ เรากล่าวมานานแล้วนะครับ ความต้องการของ Area Base ในพื้นที่น่ะ พูดมานานแล้ว วันนี้เราจะทำให้เป็นจริงเป็นจังมากยิ่งขึ้น ความต้องการของคนในชาติเป็นหลัก สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ร่วมกันแก้โจทย์ หรือปัญหาที่เป็นอัตลักษณ์ เฉพาะของแต่ละชุมชนแต่ละพื้นที่ที่เรียกว่าศักยภาพด้วยกลไกของประชารัฐ&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ไทยนิยมจึงเป็นการต่อยอด ขยายผลจากประชารัฐ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการระเบิดจากข้างใน การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบร่วม ซึ่งเมื่อมองในภาพรวมของประเทศ กระบวนการไทยนิยมนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย พัฒนาให้เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับสภาพสังคมของประเทศเรา ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เพียงเปลือกนอกที่สนใจแต่การเลือกตั้ง และให้ความสำคัญแต่เสียงส่วนใหญ่โดยไม่สนใจเสียงส่วนน้อยเหล่านี้
&amp;ldquo;หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา วันนี้ทุกอย่างค่อยๆ ปรับดีขึ้น ประเทศได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศมากขึ้น การขยายตัวเศรษฐกิจดีขึ้น การลงทุนและการส่งออก นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น มีโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ประเทศกำลังทยอยเดินหน้าต่อเนื่อง ส่วนใครจะวิ่ง จะเดิน จะบินไป ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการ และศักยภาพของแต่ละคนที่จะไปถึงเป้าหมาย แต่รัฐบาลก็มีหน้าที่ที่ต้องคอยประคับประคองให้คนที่ยังอ่อนแอ หรือแข็งแรงน้อยกว่าได้มีโอกาสพัฒนาและก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกัน เพราะเราไม่ต้องการทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14661</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Soical Expo 2018, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาสตร์พระราชา, หนังสือพิมพ์, แสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b645ffcd3085.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
