<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริหารสมอง...เคล็ดไม่ลับ &quot;สูงวัยอย่างมีคุณภาพ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยลุคส์ที่กระชับกระเฉง และอัธยาศัยที่เป็นกันเองขณะออกงานสังคม นั่นจึงทำให้วัย 67 ปีของ พี่อ้อย-นภาลัย อารีสรณ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร &amp;ldquo;THAILAND TATLER&amp;rdquo; ดูดีสมวัย อีกทั้งเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพของเจ้าตัวที่เลือกออกกำลังสม่ำเสมอ อย่างการเอกเซอร์ไซส์แบบ &amp;ldquo;บอดี้เวต&amp;rdquo; เนื่องจากมีพื้นฐานที่เคยทำงานเกี่ยวกับที่พักและมีบริการสปา ตลอดจนการดูแลสุขภาพอย่าง &amp;ldquo;ชีวาศรม&amp;rdquo; ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายดังกล่าว จึงทำเองได้ที่บ้าน และนอกจากบุคลิกภาพและการแต่งกายที่ดูดีทันสมัยสมวัย จึงทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า บ.ก.บริหารแมกกาซีนชื่อดังมีเคล็ดลับในการใช้ชีวิตในวัยหลัก 6 อย่างไร มีคำตอบมาบอกกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(นภาลัย อารีสรณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่อ้อย-นภาลัย แอบกระซิบว่า ก่อนที่อายุเข้าวัยเกษียณ เจ้าตัวไม่มีปัญหาสุขภาพใดๆ แต่เมื่อผ่านช่วงวัยดังกล่าวมาแล้ว หรือเมื่อพออายุ 60 ปีขึ้นไป เริ่มมีปัญหาสุขภาพบ้าง เช่น คอเลสเตอรอลสูง ความดันสูง ปวดข้อบ้าง แต่เจ้าตัวก็เลือกออกกำลังกายมาโดยตลอด แต่หลัง 60 ปีนั้นจะออกเหมือนเดินไม่ได้ เช่น แต่ก่อนจะเดินลู่วิ่งวันละ 40 นาที และยกเวต 40 นาที วันเว้นวัน แต่ตอนนี้ทำไม่ได้เหมือนเก่า แต่ก็ยังออกกำลังกายอยู่เพียงแต่ว่าลดลงมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกวันพี่ก็ยังออกกำลังกายเหมือนเดิม แต่เพียงวันละ 30 นาที ตอนนี้ทำ &amp;ldquo;บอดี้เวต&amp;rdquo; ส่วนการเลือกอาหาร ตอนนี้พอมีปัญหาเรื่องไขมันสูง และความดันโลหิตสูง แต่เนื่องจากพี่ไม่รับประทานยา ก็ต้องปรับเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ พยายามกินแป้งและน้ำตาลให้น้อยลง ที่สำคัญก็จะกินอาหารครบ 3 มื้อค่ะ หรือทุกๆ 4 ชม.ก็ต้องรับประทานแล้ว แต่จะกินให้น้อยลง พออายุมากขึ้นมันจะแน่น ดังนั้นเมื่อเรารู้สึกอึดอัดก็จะหยุดกินค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะคนทำงานในแวดวงสิ่งพิมพ์และระบบออนไลน์ควบคู่กันนั้น พี่อ้อย บอกว่า การออกงานสังคม สิ่งที่ได้คือ เนื่องจากคนเราจะต้องเจอหาของใหม่ๆ ที่จะให้รสชาติกับชีวิต ไม่งั้นวันหนึ่งเราต้องเกษียณและนั่งอยู่บ้าน ทุกอย่างก็จะจบเลย นั่นจะทำให้เราไม่ต้องดูแลตัวเอง ไม่ต้องออกไปข้างนอก ไม่ต้องแต่งตัว ไม่ต้องเจอคน และไม่รู้ว่าชีวิตข้างนอกเป็นอย่างไร แต่เวลาที่เราออกงาน ได้เจอคน ได้เรียนรู้ของใหม่ ได้คุยกับคน ได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย มันทำให้ชีวิตมีความหมายค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากเรื่องงานแล้วส่วนเรื่องครอบครัว พี่อ้อย บอกว่ามีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 37 ปี อยู่ที่ประเทศไทย ส่วนคนเล็กอายุ 35 ปี อยู่ที่ประเทศอังกฤษ ประกอบกับเจ้าตัวเลี้ยงลูกให้เป็นตัวของตัวเอง แต่สิ่งที่ลูกๆ ทั้งสองไม่เคยลืม คือการติดต่อสื่อสารและให้เวลากับครอบครัว โดยการรับประทานอาหารด้วยกันอาทิตย์ละครั้งสำหรับลูกชายที่อยู่เมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน &amp;ldquo;การดูแลจิตใจ&amp;rdquo; เมื่ออายุเข้าสู่วัยหลัก 6 เจ้าตัวบอกว่า อยากนั่งสมาธิมานาน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ เนื่องจากเราเป็นคนที่อยู่ไม่นิ่ง ทำไม่ค่อยได้ มีความหวังว่าวันหนึ่งจะทำได้ เรื่องเข้าวัดจะไม่ค่อยได้ไป เนื่องจากเราโตมาจากต่างประเทศ แต่ทุกคืนก่อนนอนก็จะสวดมนต์ โดยบทสวดที่คุณแม่เคยสอนให้ท่องก่อนนอน ส่วนเรื่องชอบทำบุญนั้นก็ทำอยู่เสมอค่ะ ทำกับองค์กร &amp;ldquo;ยูนิเซฟ&amp;rdquo; โดยการบริจาคเงินช่วยเหลือทุกเดือน นอกจากนี้พี่กับเพื่อนก็จะรวมกลุ่มกัน จัดงานขายของช่วงปลายเดือนมีนาคมเป็นประจำทุกปี เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเกี่ยวกับการวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง เนื่องจากไม่ค่อยมีการสนับสนุนจากภาครัฐมากนัก แต่งานวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งเป็นเรื่องสำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พี่กับกลุ่มเพื่อนได้ทำกิจกรรมนี้มาประมาณ 13 ปีแล้ว ยอดเงินที่บริจาคนั้นเกือบ 10 ล้านบาท โดยเราเป็นคนจัดให้คนมาออกบูธ มีรายได้จากการขายบูธ รวมถึงมีการระดมบริจาคสิ่งของ และเราจะนำของที่ได้มาขายเพื่อช่วยระดมรายได้อีกทางหนึ่ง ส่วนคนที่มาจองบูธก็จะมีทั้งการจำหน่ายเสื้อผ้า กระเป๋าดีไซเนอร์ ทุกอย่าง เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง มันเหนื่อยนะ เพราะต้องประสาน ติดต่อ จัดงาน 1 วันเต็มเลย ตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น พวกเราหมดแรงกันเลย แต่สิ่งที่ทำมันก็เป็นเรื่องที่ดี มันได้ช่วยคนได้ ที่สำคัญมีความสุขที่ได้ทำความดีค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36047</URL_LINK>
                <HASHTAG>THAILAND TATLER, คุณภาพชีวิต, นภาลัย อารีสรณ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd542f2be78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
