<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว &#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; ขึ้นศาลฟ้อง ThaiPBS หมิ่นประมาทปมซื้อขายตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย. 64 &amp;nbsp;- ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้ได้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ThaiPBS โดย นายโยธิน สิทธิบดีกุล ผู้อำนวยการสำนักโทรทัศน์และวิทยุ, นายวราวิทย์ ฉิมมณี และ น.ส.พรวดี ลาทนาดี สองผู้ประกาศรายการข่าวค่ำมิติใหม่ทั่วไทย เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟ้องโจทก์ระบุกรณีรายการมีหัวข้อย้ายบิ๊กโจ๊กกลับ สตช. เนื้อหากล่าวหาโจทก์โดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง เรียกรับเงินแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ซึ่งการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการจงใจหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยมีเจตนาให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับฟังข่าวเข้าใจได้ว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือประพฤติมิชอบ เรียกรับเงินในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หรือเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 2/2562 ให้โอนย้ายโจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ ที่โจทก์ไม่เคยทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือเรียกรับเงินเพื่อซื้อขายตำแหน่ง อีกทั้งโจทก์ไม่เคยถูก ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ สตง. ตรวจสอบเกี่ยวกับกรณีทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือประพฤติมิชอบเรียกรับเงินในการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หรือเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือถูกดำเนินคดีหรือถูกดำเนินการทางวินัยเกี่ยวกับเรื่องการเรียกรับเงินซื้อขายตำแหน่ง ตามที่จำเลยทั้งสามได้หมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการโฆษณาแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอข่าวของจำเลยทั้งสาม จึงเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่ 3 โดยการโฆษณาด้วยเอกสารและข้อความอันเป็นเท็จทำให้ประชาชนทั่วไป พ่อค้า นักธุรกิจ ข้าราชการ ทหารตำรวจข้าราชการพลเรือนสามัญ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้รับฟังและชมรายการข่าวเข้าใจว่าโจทก์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตต่อหน้าที่ อาศัยตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกประจานและถูกเกลียดชังจากประชาชน ทั้งๆ ที่การที่มีคำสั่งย้ายให้โจทก์ไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานนายกรัฐมนตรี โจทก์ไม่ได้กระทำผิดตามที่จำเลยทั้ง 3 นำเสนอข่าวดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตลอดระยะเวลาที่โจทก์รับราชการโจทก์มีความประพฤติดี และเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการตำรวจ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ประกอบคุณงามความดีมาทั้งชีวิต และอุทิศตนเพื่อการทำงานอย่างสุดกำลังความสามารถให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศชาติมาโดยตลอด โจทก์จะนำเสนอรายละเอียดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาต่อไป เหตุเกิดทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร เนื่องจากจำเลยทั้งสามได้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จอันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์บนเว็บไซต์ www.facebook.com ผ่านเพจเฟซบุ๊คของจำเลยที่ 1 ทั่วราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ศาลเรียก จำเลยทั้งสามมาไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณาพิพากษาลงโทษ ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยที่ 1 ลบข้อความและสื่ออิเล็คทรอนิกส์ที่เผยแพร่ทั้งหมดที่ได้หมิ่นประมาทโจทก์ในระบบคอมพิวเตอร์ของเว็บไซต์ www.facebook.com บนเพจข่าวค่ำมิติใหม่ทั่วไทย ThaiPBS และ http://www.thaipbs.or.th/ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันลงโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน โดยให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันลงโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในสื่อออนไลน์ที่เป็นสื่อของจำเลยที่ 1 บนเพจ ข่าวค่ำมิติใหม่ทั่วไทย ThaiPBS&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98778</URL_LINK>
                <HASHTAG>ThaiPBS, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606ea8f78c338.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองเรื่องตั้งรัฐบาล : อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันก่อนผมกับคุณวราวิทย์ ฉิมมณีตั้งวงวิเคราะห์การเมืองเรื่องตั้งรัฐบาล ในรายการ &amp;quot;ตอบโจทย์&amp;quot; &amp;nbsp;ทาง ThaiPBS ร่วมกับนักวิชาการสามท่าน คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านสาธารณสุขและการเกษตร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กับ รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปตรงกันประเด็นหลักว่า &amp;quot;อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะยังมีประเด็นค้างคาอยู่หลายเรื่องที่อาจจะพลิกสูตรการตั้งรัฐบาลผสมได้ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าที่ กกต.ตัดสินใช้วิธีคำนวณที่ทำให้มีพรรคการเมืองเข้าสภาฯ ถึง 27 พรรค และมีพรรคที่ได้ 1 ที่นั่งมากถึง 13 พรรคนั้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากศาลมีมติที่แตกต่างไปจากสูตรที่ กกต.กำหนด จะทำให้ตัวเลขการตั้งรัฐบาลผสมเปลี่ยนไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อตารางเวลาการเลือกประธานสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาเป็นสัปดาห์นี้ คำวินิจฉัยของศาลคงจะมาหลังจากการลงมติไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากศาลตัดสินออกมายืนยันแนวปฏิบัติที่ กกต.กำหนดไปแล้ว การเมืองก็คงเดินหน้าในครรลอง &amp;nbsp;&amp;quot;ปริ่มน้ำ&amp;quot; ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามก็คือ หากศาลตัดสินหลังจากการเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีแล้วที่ผิดไปจากสูตรที่ใช้ในวันที่เลือกตั้งประธานสภาฯ และเลือกนายกฯ จะมีผลย้อนหลังหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วงสนทนาเห็นว่าไม่น่าจะมีผลย้อนหลัง แต่ก็จะทำให้เกิดเรื่องคาใจประชาชนจนทำให้เกิดประเด็นความชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรมไปอีกยาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และหากเกิดกรณีนี้จริงก็จะเป็นปรากฏการณ์แห่งเดียวของโลกทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมให้ทั้งสามท่านคาดเดาว่าหากเป็นไปตามแนวโน้มที่เห็นอยู่ ใครจะได้เป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งอาจารย์สิริพรรณและอาจารย์วิโรจน์บอกว่าหากทางเลือกมีเพียงแค่นายกฯ ก็คงชื่อลุงตู่ค่อนข้างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อาจารย์ปริญญาตอบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถามอย่างนี้ถามผิดคนแล้ว ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหมายก็คือทั้งสองพรรคจะตัดสินใจไปอยู่ขั้วไหน ขั้วนั้นก็จะเป็นผู้กำหนดตัวนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านก็ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าอย่าเพิ่งเชื่อว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนจะยกมือให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาทั้งหมด เพราะอย่างน้อย 50 คนก็มาจากการการกลั่นกรองจากอาชีพต่างๆ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะมีมติเหมือนกับอีก 200 คนที่เป็นการเลือกโดย คสช.โดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์สิริพรรณตั้งประเด็นใหญ่ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญถึงความถูกต้องชอบธรรมของกระบวนการของการได้มาซึ่ง ส.ว. เพราะถ้าไปดูมาตรา 114 ของรัฐธรรมนูญมีประโยคที่ว่า ส.ว.ต้องเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยและต้องไม่มีการกระทำที่มีผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน รวมถึงขณะนี้เรามีมาตรฐานจริยธรรมที่ประกาศใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 และข้อ 11 ใช้คำเดียวกันเลยคือ ประเด็นเรื่องการต้องไม่มีการกระทำที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอยกมาตรา 114 ของรัฐธรรมนูญ 2560 มาให้ได้อ่านอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรา 114 สมาชิกผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่า &amp;quot;โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์&amp;quot; หรือที่ภาษาฝรั่งเรียก conflict of interest นี่แหละที่อาจจะกลายเป็นประเด็นที่อาจมีคนร้องศาลรัฐธรรมนูญว่ากระบวนการเลือกสรร ส.ว.รอบนี้บางขั้นตอนอาจเข้าข่าย &amp;quot;การทับซ้อนแห่งผลประโยชน์&amp;quot; หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นไม่มีการเปิดเผยรายชื่อของคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ตั้งแต่ต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สำคัญคือ มีข่าวว่ากรรมการบางท่านได้เลือกตัวเองให้เป็น ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากคณะกรรมการเลือกกรรมการบางท่านเป็น ส.ว.จริง จะเข้าข่าย &amp;quot;การขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวว่า คสช.ได้ส่งรายชื่อของคณะกรรมการสรรหา ส.ว.ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเป็นเช่นนั้นก็ควรจะเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแหละจะทำให้เกิดความชัดเจนโปร่งใส ให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้พิจารณาเองว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีอำนาจเคารพในความรู้สึกของคนไทยทั่วไปหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ThaiPBS, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โครงการปลูกผักปลอดสาร กับภูมิปัญญาชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมตระเวนสัมผัสชุมชนในต่างจังหวัดทั่วประเทศ ได้ความรู้และบทเรียนสำหรับการสร้างชาติสร้างบ้านเมืองมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองระดับชาติยังไม่เข้าใจความเป็นไปและวิถีของชาวบ้านอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดผมเจอภูมิปัญญาชาวบ้านของจริง...เมื่อชุมชน &amp;quot;บ้านม่วงใหญ่&amp;quot; ที่มหาสารคามประกาศเลิกใช้สารเคมี หันมาตั้ง &amp;quot;โครงการปลูกผักปลอดสารพิษ&amp;quot; พลังชาวบ้านก็เกิดได้อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมาผมทำรายการ &amp;quot;ฟังเสียงประเทศไทย คำตอบอยู่ในหมู่บ้าน&amp;quot; ของ ThaiPBS ได้พบปะกับผู้นำชุมชนและสมาชิกโครงการปลูกผักปลอดสารพิษที่บ้านม่วงใหญ่ ต.โพนงาม อ.โกสุมพิสัย &amp;nbsp;ของจังหวัดมหาสารคาม ได้ความกระจ่างและสัมผัสถึงความมุ่งมั่นของชุมชนท้องถิ่นแห่งนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใหญ่ปัญญา แสงทามมาตย์ แห่งบ้านม่วงใหญ่บอกว่า ได้เริ่มทดลองมาโครงการนี้มาประมาณสองปีและปีนี้เริ่มเห็นผลที่เป็นกิจจะลักษณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใหญ่เด็ดถั่วฝักยาวจากต้นสดๆ มายื่นให้ผม และเราทั้งสองก็เคี้ยวกินสดๆ กันตรงนั้น ทั้งกรอบทั้งหวานอย่างเหลือเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้เรามีสมาชิกกว่า 40 ครัวเรือนแล้ว และเรากำลังพยายามชักชวนครอบครัวอื่นๆ ที่ยังใช้สารเคมีปลูกพืชผักมาร่วมด้วย บางคนเข้ามาทดลองด้วยการทำทั้งสองวิธี ผมเชื่อว่าอีกหน่อยพวกเขาจะเปลี่ยนมาทำเกษตรปลอดสารพิษแน่นอน เพราะสุขภาพพวกเราดีขึ้น คนเจ็บป่วยน้อยลง และผักที่เราปลูกได้ราคาดีกว่าเดิม...เครือข่ายของเราก็หาตลาดสำหรับผักที่ปลูกอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติได้ด้วย...&amp;quot; ผู้ใหญ่ปัญญาบอกผมอย่างมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้งในรูปแบบของความรู้ อุปกรณ์และการฝึกอบรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านเริ่มทำปุ๋ยคอกของตนและผลิตปุ๋ยฮอร์โมนด้วยไข่และน้ำหมัก ซึ่งใช้บำรุงดินแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความริเริ่มเช่นนี้มาจากผู้นำชุมชนและชาวบ้าน ความช่วยเหลือและส่งเสริมจากหน่วยราชการมีจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคดีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเห็นความสำคัญเรื่องนี้ ลงมาถามไถ่ถึงความช่วยเหลือที่ชาวบ้านต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยราชการบางแห่งเมื่อเห็นผลงานของชาวบ้านก็เข้ามาติดป้ายเสมือนอ้างเป็นเครดิตของตัวเอง &amp;nbsp;ผมถามว่าเป็นเช่นนี้จริงไหม ชาวบ้านบอกว่า &amp;quot;จริงครับ มันเป็นอย่างนี้บ่อยๆ ครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ช่วยยังไม่เป็นไร ข้าราชการบางคนมาเห็นงานที่ชาวบ้านริเริ่ม เช่นกรณีการปลูกผักปลอดสารพิษนี้ กลับมาบอกว่าชาวบ้านทำไม่สำเร็จหรอกเพราะมีปัญหาต่างๆ มากมายที่ชาวบ้านไม่อาจจะแก้ได้ &amp;nbsp;ขาดทั้งเงินทั้งบุคลากรและความรู้ความเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนฟังแล้วรู้สึกทันทีว่าข้าราชการคนนั้นไม่ได้มีใจที่จะช่วยเหลือ และที่พูดให้เสียกำลังใจเช่นนั้นก็เพราะตัวเองกลัวว่าหากชาวบ้านทำสำเร็จ ตนก็จะไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นตัวอย่างข้าราชการที่เลวในระดับท้องถิ่นที่สมควรจะต้องถูกถอดออกจากการทำหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมือไม่พายยังเอาเท้าราน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เราไม่ท้อครับ เพราะเรามั่นใจว่าการที่เราร่วมมือกันอย่างจริงจัง และมีภาคประชาสังคมมาช่วยเหลือเรา อีกทั้งเราก็เรียนรู้ด้วยตนเอง ทำปุ๋ยอินทรีย์อย่างไรเราก็เรียนรู้จากผู้รู้ที่มาเยี่ยมเยียน หรือไม่เราก็ดูจากยูทูบเองได้ เดี๋ยวนี้เป็นยุคดิจิตอลแล้วครับ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือคำตอบจากปากของผู้นำชุมชนแห่งนี้ ที่ทำให้ผมมีความมั่นใจว่าการพัฒนาประเทศจากนี้ไปต้องมาจากฐานรากจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทสนทนาบนท้องไร่ท้องนาและแปลงผักริมห้วยวันนี้ ทำให้ผมเชื่อว่าหากมีการเชื่อมโยงระหว่างการตื่นตัวของชุมชนต่างจังหวัดในการทำเกษตรกรรมปลอดสารพิษกับตลาดในระดับจังหวัดและระดับชาติ ความเปลี่ยนแปลงในชนบทเพื่อการยกระดับปากท้องและการนำนวัตกรรมมาปรับเปลี่ยนวิถีแห่งการเกษตรของเราจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ThaiPBS, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัดเข็มขัดให้แน่น อากาศข้างหน้าแปรปรวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงนี้ผมออกภาคสนาม ตั้งวงคุยกับผู้คนหลายวงการ เดินเยาวราช, คลองเตยและจตุจักร เพื่อชีพจรของคนไทยวันนี้ก่อนวันเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกทำรายการ &amp;ldquo;ฟังเสียงประเทศไทย คำตอบอยู่ในหมู่บ้าน&amp;rdquo; กับ ThaiPBS ผมก็พบปะคนในชุมชนต่างๆ เพื่อสอบถามถึงปัญหา, ทางแก้และความคาดหวังจากการเลือกตั้งครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตื่นเช้าผมก็จะเดินตลาดในจังหวัดต่างๆ เพื่อถามไถ่ความเป็นอยู่และความคิดต่อสถานการณ์บ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีโพลไหนจะดีเท่ากับคนข่าวอย่างเราได้สนทนาถามตอบอย่างไม่เป็นทางการกับเจ้าของประเทศในทุกซอกหลืบของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกได้ว่าผู้คนมีความตื่นตัวต่อก้าวใหม่ของบ้านเมืองครั้งนี้อย่างมาก ไม่มีใครลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นและมีข้อเสนอให้กับนักการเมืองที่เสนอตัวเองมารับใช้ประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุหนึ่งที่มีกระแสความสนใจของชาวบ้านต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นเพราะการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศแห่งการนำเสนอนโยบาย, การซักถามความเห็นของกันและกัน, การตั้งความหวังว่าอะไรๆ จะดีขึ้นได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่มีสิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้งครั้งนี้มีถึง 7-8 ล้านคน นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีการถกแถลงถึงความชอบไม่ชอบ, เห็นพ้องและเห็นต่างกับแนวทางการเสนอทางออกของประเทศชาติอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎกติกามารยาทของการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ ทั้งที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญกับในกฎหมายลูกทั้งหลายทั้งปวงมีรายละเอียดใหม่มากมายที่ต้องทำความเข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเกิดคำถามอย่างกว้างขวางว่า สิทธิและหน้าที่ กฎเกณฑ์ข้อห้ามและกรอบของระเบียบทั้งหลายนั้นมีการตีความในภาคปฏิบัติอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอได้คุยกันอย่างตรงไปตรงมาก็พอจะประเมินถึง &amp;ldquo;กระแส&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;คะแนนเสียง&amp;rdquo; ที่จะมีแนวโน้มออกไปทางใดทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจับได้ว่าคนส่วนใหญ่ต้องการ &amp;ldquo;ความชัดเจน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความสด&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ความสามารถ&amp;rdquo; ในการทำให้นโยบายที่นำเสนอประชาชนนั้นเกิดขึ้นได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับแรกคือ เรื่องปากท้องอย่างไม่ต้องสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับต่อมาคือ ความหวังว่าบ้านเมืองจะเข้าสู่การปรองดอง ปราศจากความรุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหวังอันดับสามของคนที่ผมพูดจาด้วยคือ &amp;ldquo;อะไรๆ ที่มันใหม่ๆ บ้าง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผมนั่นหมายถึงการเรียกร้องของประชาชนให้ได้มาซึ่ง &amp;ldquo;คุณภาพมาตรฐานการเมือง&amp;rdquo; ยุคใหม่ที่มิใช่เป็นเพียงการต่อรองเพื่อตำแหน่งแห่งหนและอำนาจทางการเมืองแบบการเมืองเก่าๆ ที่นักวิเคราะห์วิจารณ์ในกรอบเก่าๆ ยังใช้เป็นหลักในการประเมินสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ social media มีบทบาทสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีการเลือกตั้งมาเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกำหนดผลการเลือกตั้งที่มิอาจจะคาดเดาให้ถูกต้องได้แบบเดิมๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แนวทางการหาเสียงแบบเดิมๆ ที่มีแต่ &amp;ldquo;คำขวัญ&amp;rdquo; ลอยๆ และวาทะเพราะๆ นั้นไม่ใช่จะสร้างความเลื่อมใสศรัทธากับคนไทยวันนี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานวัยกลางคนที่เอียนระอากับการเมืองน้ำเน่าแบบก่อนเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะมีความสนใจการเมืองเป็นครั้งแรก เพราะมีประเด็นถกแถลงที่มีผลกระทบทั้งโดยตรงและทางอ้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยในยุคดิจิทัลที่พยายามจะยกระดับตนเองสู่ 4.0 ย่อมไม่อาจรับได้กับการหาเสียงของนักการเมืองที่มีมาตรฐานเพียง 1.0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันคำว่า &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ก็อาจจะไม่ได้กำหนดด้วยอายุเท่านั้น หากแต่อยู่ที่วิธีคิดและทัศนคติต่อความเป็นไปของบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอายุน้อยที่เดินตามแนวคิดคนรุ่นก่อน ไม่พร้อมจะก้าวออกจาก &amp;ldquo;comfort zone&amp;rdquo; ของตัวเองก็ไม่อาจจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันคนวัยทำงานและอยู่ในกลุ่มคนที่อายุมากกว่านั้นที่เกาะติดสถานการณ์บ้านเมืองทั้งในไทยและต่างประเทศ ปรับตัวได้กับความเปลี่ยนแปลงที่หนักหน่วงรุนแรงในยุค disruption ก็ย่อมจะถือได้ว่าอยู่ในกลุ่ม &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงสังคมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยปัจจัยใหม่ๆ หลายข้อ จะมีปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่คาดเดาไม่ออกในวันนี้ออกมาให้เห็นกันอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุณารัดเข็มขัดให้แน่น มุ่งมั่นฟันฝ่าไปข้างหน้า เส้นทางข้างหน้าจะมีความแปรปรวนสูง ไม่ใช่คนใหญ่ชนะคนเล็ก ไม่ใช่คนเร็วชนะคนช้า แต่คนที่พร้อมจะปรับตัวตลอดเวลาให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะอยู่รอดปลอดภัยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ThaiPBS, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติโรฮีนจา ที่ผมสัมผัสมา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนข่าวต้องเข้าถึงต้นตอของข่าว!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเข้าค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาทางฝั่งบังกลาเทศมาแล้วหลังจากที่ติดตามข่าวสารมายาวนาน และได้พยายามหาโอกาสเข้าไปสัมผัสกับ คนไร้รัฐ กลุ่มนี้มาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยจำนวนผู้ลี้ภัยกว่า 900,000 คน ถือว่าที่นี่เป็นค่ายผู้ลี้ภัยใหญ่ที่สุดในโลกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ตั้งวงคุยและเจาะลึกถึงเรื่องราวการ &amp;quot;หนีตาย&amp;quot; ของหลายครอบครัวจากฝั่งรัฐยะไข่ของเมียนมา...สรุปว่าเป็นความโหดร้ายที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ได้อย่างเหลือเชื่อจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณ ปู ไปรยา ในฐานะ Goodwill Ambassador หรือทูตสันถวไมตรีของ UNHCR หรือข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติร่วมทีมร่วมสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจากับผม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอได้ยินได้ฟังเรื่องราวจากคนโรฮีนจาแล้วบอกว่าช็อก...ไม่เชื่อว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นได้ในยุคนี้สมัยนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอบอกว่าการตัดสินใจครั้งแรกที่เสนอตัวเป็นอาสาสมัครช่วยงานผู้ลี้ภัยเมื่อ 4 ปีก่อน ก็เพราะได้เห็นข่าวเรื่องการหนีตายของชาวโรฮีนจานี่แหละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวจากปากของชาวโรฮีนจาเองตอกย้ำถึงความน่าสะพรึงกลัวของการดำรงชีวิตอยู่ในรัฐยะไข่...เรื่องราวการฆ่าฟัน กักกัน ทรมาน ข่มขืน และจงใจสร้างบรรยากาศแห่งความน่ากลัวสำหรับคนที่ยังเหลืออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 55% ของเกือบล้านคนที่ค่ายลี้ภัย Kutupalong ที่เมือง Cox&amp;rsquo;s Bazar ในอ่าวเบงกอลตรงข้ามรัฐยะไข่ของเมียนมาแห่งนี้เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 และ 42% อายุต่ำกว่า 11 อีกทั้งยังมีผู้หญิงและผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาพของค่ายเป็นเพิงพักพิงชั่วคราวแยกเป็น 22 กลุ่ม มีความแออัดยัดเยียดและมีปัญหาการรักษาสุขภาพอนามัย รวมไปถึงการศึกษาสำหรับเยาวชนที่ยังห่างไกลจากความปกติอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในภาวะฉุกเฉินของการต้องอยู่รอดในค่ายลี้ภัยที่ยังมี ภาวะฉุกเฉินซ้อน เข้ามาในรูปของภัยธรรมชาติที่น่าหวาดหวั่นไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือมรสุมตามฤดูกาลของอ่าวเบงกอลและพายุไซโคลนหนักหน่วง ที่สามารถกวาดเพิงที่พักราบเป็นหน้ากลองได้หากไม่มีการวางมาตรการป้องกันเอาไว้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่ของค่ายส่วนใหญ่เป็นดินโคลน ดังนั้นพอฝนลงทุกอย่างก็เฉอะแฉะ การเดินเหินสัญจรไปมามีอุปสรรคมากมาย สะพานไม้ไผ่ที่ทำจากฝีมือของผู้ลี้ภัยเองก็อยู่ในสภาพทรุดโทรมเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณค่ายลี้ภัยแห่งนี้เคยอุดมไปด้วยป่าเขาเขียวขจี แต่หลังเหตุการณ์รุนแรงที่ทหารเมียนมาลงมือปราบปรามชาวโรฮีนจาอย่างหนักเริ่มตั้งแต่ 25 สิงหาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา เมื่อผู้ลี้ภัยหลั่งไหลข้ามเข้ามาจากรัฐยะไข่ ป่าไม้ก็ถูกทำลายเพื่อนำไปทำเป็นฟืนและการดำรงชีพของผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; UNHCR ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ตั้งแต่การตั้งจุดแรกรับไปถึงการช่วยสร้างเพิงที่พัก&amp;nbsp; ระดมอาหาร ยารักษาโรค น้ำสะอาด ส้วม และตะเกียงพลังแสงอาทิตย์ในบางจุด รวมถึงการร่วมกับชาวโรฮีนจาช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อทดแทนป่าที่หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กๆ ผู้ลี้ภัยเรียนรู้สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของช้างป่าที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่ในบริเวณนี้ และเริ่มหายไปเมื่อผู้ลี้ภัยมาปักหลักอยู่ตรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ลี้ภัยที่อยู่ในบริเวณเชิงเขาที่เผชิญภัยดินถล่มก็ถูกย้ายมาอยู่ในจุดใหม่ที่ถูกปรับที่ให้ราบขึ้น UNHCR มีพันธมิตรมาร่วมหลายองค์กร รวมถึงกาชาดบังกลาเทศ องค์กรระหว่างประเทศกับหน่วยงานการกุศลจากทั่วโลกผสมกับเงินบริจาคของเอกชนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่งบประมาณที่ต้องใช้เพื่อปรับคุณภาพมาตรฐานให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ยังขาดแคลนอยู่ไม่น้อย จึงมีการรณรงค์ให้มีการบริจาคจากเอกชนทั้งส่วนตัวและในฐานะบริษัทและองค์กรทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามรายละเอียดและเบื้องหลังของ วิกฤติโรฮีนจา จากที่ผมสัมผัสมาได้ในเร็วๆ นี้ทางรายการ ​​&amp;ldquo;โลกป่วน&amp;rdquo; ThaiPBS ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19909</URL_LINK>
                <HASHTAG>Goodwill Ambassador, ThaiPBS, กาแฟดำ, ชาวโรฮีนจา, วิกฤติโรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่ออันวาร์เผยบทสนทนากับนาจิบ คืนวันเลือกตั้งพลิกแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผมมีโอกาสนั่งคุยกับอันวาร์ อิบราฮิมสำหรับรายการ &amp;quot;โลกป่วน&amp;quot; ทาง ThaiPBS หลังจากเขาออกจากคุก ได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังจากจับมือกับมหาเธร์ โมฮัมหมัดโค่นนาจิบ ราซัค ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ประเด็นหนึ่งที่ผมอยากรู้คือเกิดอะไรขึ้นในคืนวันเลือกตั้ง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงหรือที่นาจิบ ราซัคโทรศัพท์ไปหาเขาในคุกเพื่อต่อรอง หาทางจับมือกับเขาเพื่อสกัดผู้เฒ่ามหาเธร์? คำตอบของอันวาร์ที่ให้ผมมาน่าจะเป็นการเปิดเผยรายละเอียดของบทสนทนาระหว่างเขากับนาจิบที่รอบด้านที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: แต่คืนวันเลือกตั้ง นาจิบก็โทร.หาคุณอีกใช่ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ใช่ครับเขาโทร.มาจริง&amp;hellip;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: แล้วคุณได้ตกลงอะไรกับเขาไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ไม่นะครับ เพราะว่าตอนที่รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งโทร.มาหาผมก่อนหน้านั้น เขาบอกว่าเขายอมรับความพ่ายแพ้ เช่นเดียวกับรัฐมนตรีมหาดไทย ที่เขาจะต้องมีข้อมูลข่าวกรองอยู่แล้ว ที่ยอมรับว่าแพ้ ซึ่งเขาบอกว่านาจิบก็อยากคุยกับผมเหมือนกันในอีก 1 ชั่วโมง ซึ่งเขาไม่เชื่อว่านาจิบเตรียมใจที่จะยอมรับความจริง เพราะฉะนั้นตอนที่นาจิบยกหูพูดกับผม ผมก็จึงพูดด้วยอย่างสุภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: สุภาพเหรอครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ใช่ครับ ใช่ครับ ผมสุภาพ ทั้งๆ ที่ไม่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: ไม่ควรสุภาพเหรอครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ครับ บางครั้งที่จริงผมน่าจะใช้สัญชาตญาณนักฆ่ามากกว่า เพราะว่าเป็นสิ่งที่นักการเมืองหลายคนก็ทำ แต่ผมไม่ทำ ตอนนาจิบคุยกับผม แล้วบอกว่าเขา (นาจิบ) รู้ว่าพวกเขาแพ้ ผมเลยไม่จำเป็นจะต้องพูดจาแย่ๆ กับเขา แล้วก็บอกว่าเรายังไม่มีตัวเลขชัดเจน เขาบอกว่ามีปัญหาที่หน่วยเลือก ตั้ง ผมก็เลยบอกว่าโอเคเรายังมีเวลา แล้วหลังจากนั้นพอผ่านไปอีกหลายชั่วโมงอะไรๆ ก็ชัดเจนขึ้น เขาก็บอกว่า รู้ไหม&amp;hellip;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: เขาโทร.มาอีกเหรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: โทร.มาอีก ตอนนั้นผมบอกว่า ฟังนะนาจิบ ในฐานะเพื่อน เห็นไหมผมเรียกเขาว่าเพื่อนนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: ในฐานะเพื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ในฐานะเพื่อน ฉันอยากจะแนะนำให้ยอมรับความพ่ายแพ้ซะ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่น &amp;nbsp;เขาก็พูดนั่นพูดนี่ไปเรื่อยๆ แล้วบอกว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะชนะ เพราะว่าที่จริงแล้วเขายังไม่พอใจกับผลการเลือกตั้ง ผมเลยบอกว่าฟังนะ ตอนนี้ฉันยังติดคุกอยู่ แม้ว่า&amp;hellip;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: ใช่ คุณเป็นนักโทษอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ผมไม่ได้บอกว่าไอ้บ้า แกทำให้ฉันต้องติดคุก ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น ผมบอกว่าว่ากันตามกฎหมายแล้วผมยังติดคุกอยู่ แล้วก็บอกว่าเขาน่าจะเป็นสายสุดท้ายที่ได้โทร.มาหาผม เพราะหลังจากนี้ เขาต้องไปตกลงกับมหาเธร์เอาเอง (หัวเราะ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: เจองานหินกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: หลังจากนั้นเขาก็เงียบไป แล้วผมก็บอกเขาอีก แนะนำให้ยอมรับความพ่ายแพ้ตอนนี้ นี่มันผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วนะ มันเกือบจะเช้าแล้ว ตอนนี้ประชาชนกำลังไม่พอใจ หลายคนก็กำลังโกรธ &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลที่สำคัญที่สุด การเปลี่ยนผ่านอำนาจในประเทศประชาธิปไตยที่ไหนๆ ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายตัวแทนเข้าสภาเกิน 50% แกก็ต้องยอมแพ้ ซึ่งเขาก็ยังปฏิเสธอยู่ดี จนกระทั่งช่วงสาย น่าจะซัก 11 โมง เขาก็ยังไม่ยอมแพ้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: เหรอครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันวาร์: เพราะความอหังการของเขา เขาก็เลยต้องเจอปฏิกิริยาสะท้อนกลับแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: เขาได้พูดถึงวิธีการไหนที่เขาจะได้ร่วมงานกับคุณในการไม่ให้มหาเธร์ได้กลับมาไหมครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ไม่ครับ เพราะมันชัดเจนมากในตอนนั้นว่าเราได้ทำข้อตกลงกันแล้ว แล้วผมก็อยู่ในคุกด้วย &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นผมจะเป็นนายกฯ ไม่ได้ จนกระทั่งผมลงสมัครเป็น ส.ส. เขาเองก็รู้ แต่เขาคิดว่าสิ่งที่ผมทำได้มากที่สุดก็คือ การเข้าไปมีอิทธิพลต่อทิศทางการทำงานของรัฐบาล และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องดี แล้วผมก็ไม่รับข้อเสนอด้วย ผมไม่เคยให้ความหวังอะไรทั้งนั้นว่าผมจะคุยกับเขาได้ ทำงานด้วยกันได้ &amp;nbsp;เพราะมันทำไม่ได้ ผมก็อยากจะให้การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้น และเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ นี่แหละครับคือสิ่งที่ผมพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: แปลว่าไม่มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการจะร่วมมือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: ไม่ครับ เขาพยายามทำให้คนอื่นเห็นว่าเราได้เตรียมตัวที่จะพูดคุยหรือต่อรองกัน แต่ว่าผมไม่ได้รับข้อเสนอนี้ครับ ผมบอกว่าฟังนะ การตัดสินใจของเราชัดเจนมาก และเราชนะการเลือกตั้ง ได้เสียงข้างมากอย่างชัดเจน การเจรจาจะเกิดขึ้นทีหลังถ้ายังอยากจะเจรจา แต่จะต้องไปเจรจากับมหาเธร์เอาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุทธิชัย: แล้วเขาพูดว่าไงครับตอนนี้คุณพูดถึงมหาเธร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์: เงียบกริบสิครับ (หัวเราะ) เขาไม่ตอบอะไรเลย แต่ผมบอกว่าเราทุกคนมีความสอดคล้องกันแล้วว่ามหาเธร์จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(อ่านต่อพรุ่งนี้และติดตามคลิปย้อนหลังได้ที่ www.thaipbs.com)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ThaiPBS, นาจิบ ราซัค, อันวาร์ อิบราฮิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาธีร์ : อาเซียนต้องรักกันมากกว่านี้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวานผมเสนอบางตอนของการสัมภาษณ์พิเศษกับนายกฯ มหาธีร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซีย ในวาระครบ 100 วันของ &amp;ldquo;ปรากฏการณ์พลิกแผ่นดิน&amp;rdquo; ของมาเลเซีย หลังจากที่ผู้นำวัย 93 ปีท่านนี้นำพรรคร่วมฝ่ายค้านโค่นอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค อย่างเกรียวกราว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ผมคัดเอาอีกบางตอนของบทสนทนาที่ออกอากาศแล้วในรายการ &amp;ldquo;โลกป่วน&amp;rdquo; ทาง ThaiPBS (ดูย้อนหลังได้ในเว็บไซต์ของไทยพีบีเอส)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม : ปีหน้าประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน และอาเซียนจะครบ 50 ปี ท่านมองว่าจากนี้ไป อาเซียนจะไปทางไหน มีอะไรบ้างที่เป็นความสำเร็จของอาเซียน และอะไรที่ล้มเหลว และจะไปต่ออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : สามัคคีกันมากขึ้น มีความเป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น ภายในกลุ่มอาเซียนจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป แต่บางครั้งเราก็ไม่ค่อยมีความร่วมมือระหว่างกัน ปัจจุบันเรามีปัญหาเมียนมา ผมคิดว่าอาเซียนเป็นองค์กรที่ดี เป็นหนึ่งในองค์กรระดับภูมิภาคที่อยู่รอดมาได้ยาวนานที่สุดและดีที่สุด แต่เราไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ในจุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม : ปัญหาเมียนมาที่ท่านเอ่ยถึง คือเรื่องโรฮีนจาใช่ไหมครับ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : โรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : อาเซียนทำอะไรได้? เพราะในสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เป็นที่เข้าใจกันอยู่ว่าไม่ควรก้าวก่าย/แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก ดังนั้นประเทศอาเซียนอื่นๆ สามารถทำอะไรได้กับปัญหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหลักการที่ดีว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก อย่างไรก็ตาม บางครั้งประเทศสมาชิกก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกตัวอย่างกรณีของกัมพูชา เมื่อ &amp;ldquo;พลพต&amp;rdquo; สังหารหมู่คนไป 2 ล้านคน และเราแค่ยืนดูเฉยๆ นี่คือภัยพิบัติจากมนุษย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในประเด็นแบบนี้ ผมมองว่าเราไม่ควรเชื่อในการไม่แทรกแซง เราควรมีมาตรการกดดันบางอย่างกับเมียนมา นี่เป็นเรื่องของความอยุติธรรม และทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม : ท่านหมายความว่าต้องมีข้อยกเว้นของหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในระหว่างกัน ใครจะเป็นคนตัดสินว่า กรณีใดควรยกเว้น กรณีใดไม่ควร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : ขึ้นอยู่กับการพิจารณาในกลุ่มประเทศอาเซียน และตัดสินใจร่วมกันว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง ควรทำสิ่งใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม : ยังมีการแบ่งฝ่ายในอาเซียน เกี่ยวกับบางปัญหาระหว่างจีนและสหรัฐ เห็นได้จากกรณีปัญหาทะเลจีนใต้ สมาชิกอาเซียนเสียงแตก ท่านกังวลเรื่องนี้ไหมครับ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : พวกเรากังวล แต่ต้องยอมรับความจริงว่า จีนเป็นประเทศมหาอำนาจ และเราสามารถคัดค้านการอ้างสิทธิ์ของจีนได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราทำอะไรไม่ได้เลยเกี่ยวกับปัญหานี้ เราสามารถพูดว่า &amp;ldquo;ไม่&amp;rdquo; แต่มันก็ไม่ได้หมายความตามนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือเหตุผลว่า ทำไมมาเลเซียจึงมีทัศนคติที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย เพราะถ้าเรายอมรับว่า ประเทศจีนเป็นชาติมหาอำนาจ และเราไม่สามารถทำสงครามกับจีน ดังนั้น เราจำเป็นต้องใช้วิธีการทางการทูตในการเจรจาต่อรองกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่น การยอมเพื่อเป็นเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนบางสิ่งกับจีน แล้วถ้าจีนปฏิเสธล่ะ เราควรทำอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ว่าเป็นของจีน ก็เพราะชื่อ &amp;ldquo;จีนใต้&amp;rdquo; แต่ในกรณีเกี่ยวกับทะเล สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การเดินเรือผ่านทะเล ถ้าจีนอ้างว่าทะเลจีนใต้เป็นของจีน แต่ยินยอมให้เรือสามารถผ่านเข้าไปได้ ผมก็คิดว่าเราต้องยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราไม่สามารถทำสงครามและส่งเรือรบเข้าไป นั่นเป็นไปไม่ได้และไม่ฉลาดด้วย ดังนั้นสิ่งดีที่สุดสำหรับเราก็คือ ประเทศจีนอ้างสิทธิ์ แต่เราก็ขอให้จีนเปิดทางผ่านในทะเลสำหรับเรือทุกลำ ซึ่งรวมถึงเรือรบให้ผ่านน่านน้ำได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม : รวมถึงเรือรบของอเมริกาด้วย?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : ใช่ ไม่มีการกีดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม : ท่านคิดว่าจีนและสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงนี้ได้ไหม เพราะดูเหมือนพวกเขาตกลงกันไม่ได้ ในข้อที่เรียกว่า &amp;ldquo;เสรีภาพในการเดินเรือ (Freedom of Navigation)&amp;rdquo; ซึ่งอเมริกากำหนดขึ้น ขณะที่ฝั่งจีนก็อ้างความเป็นเจ้าของหมู่เกาะ ประเทศอาเซียนสามารถทำอะไรได้บ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : จีนอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเล รวมถึงหมู่เกาะ แต่เราจะไปยั่วยุจีนทำไม มาเลเซียเราก็มีเกาะอยู่ที่นั่นเช่นกัน แต่ประเด็นสำคัญคือ การเป็นเส้นทางผ่านของเรือได้อย่างเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถาม : ตอนนี้เรือผ่านได้อย่างเสรี?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มหาธีร์ : ผมคิดเช่นนั้น แต่ว่าเรือรบอเมริกันมักจะยั่วยุจีน ด้วยการแล่นเรือเข้าไปใกล้หมู่เกาะ, บินข้ามน่านฟ้าบริเวณนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (อ่านบทสนทนาของผมกับนายกฯ มหาธีร์ต่อพรุ่งนี้ : หมดช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หรือยัง?)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ThaiPBS, กาแฟดำ, มหาธีร์ โมฮัมหมัด, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
