<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอปยอดฮิต&#039;TikTok&#039;มีผู้ใช้งานเกิน 1,000 ล้านรายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอปพลิเคชันแชร์วิดีโอขนาดสั้น &amp;quot;ติ๊กต็อก&amp;quot; ของบริษัทไบต์แดนซ์ จากจีน ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้ใช้งานแอปนี้ทั่วโลกเกิน 1,000 ล้านรายแล้ว เผยช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 ดันยอดผู้ใช้งานพุ่งหลายร้อยล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า แอปนี้ได้รับความนิยมอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่มาตรการล็อกดาวน์, ปิดโรงเรียน และการทำงานทางไกล เพื่อควบคุมการแพร่เชื้อไวรัส ช่วยผลักดันให้มีผู้ใช้งานแอปนี้มากขึ้น โดยมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมากกว่า 300 ล้านรายนับแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ที่เป็นครั้งล่าสุดที่ไบต์แดนซ์เปิดเผยจำนวนผู้ใช้งานติ๊กต็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดิมแอปนี้ผลิตออกมาโดยยึดหลักการจำกัดวิดีโอขนาดสั้นเพียง 15 วินาที แต่เมื่อเดือนกรกฎาคม ติ๊กต็อกได้เพิ่มเวลาให้เป็น 3 นาที เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานในวงกว้างขึ้นและเพื่อแข่งขันกับยูทูบ ที่ออกแอป &amp;quot;ยูทูบชอร์ตส์&amp;quot; ใช้ในมากกว่า 100 ประเทศเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมมาต่อสู้กับแอปจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แอปติ๊กต็อก ซึ่งอยู่ในเครือของไบต์แดนซ์กรุ๊ปและในจีนมีชื่อเรียกว่า โต่วอิน ยังคงมีผู้ใช้งานตามหลังยูทูบห่างไกล ยูทูบอ้างว่ามีผู้ใช้งานเดือนละ 2,300 ล้านรายเมื่อปี 2563.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118111</URL_LINK>
                <HASHTAG>TikTok, ติ๊กต็อก, ผู้ใช้งานเกิน1000ล้านราย, ไบต์แดนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152d5b92856e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คุณยายบัวฮอง’จากแม่ค้าผักสู่ดาวTIKTOKรุ่นใหญ่ แนะแนวคิดสู้ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่สร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี สำหรับรายการ &amp;ldquo;Next People คนไม่หมดไฟ&amp;rdquo; รายการน้ำดีของ เว็บไซต์ MThai.com (เอ็มไทยดอทคอม) เว็บไซต์อันดับ 1 ในเครือ โมโน เน็กซ์ ที่ได้บุคคลทุกวงการและหลากหลายอาชีพมาบอกเล่า พูดคุยแนวคิด และการดำเนินชีวิตแบบไม่ย่อท้อจนประสบความสำเร็จ ล่าสุดไปฟังแนวคิดจาก &amp;ldquo;คุณยายบัวฮอง จงปัตนา&amp;rdquo; แม่ค้าผักย่านบางโพวัย 72 ปี ที่ต่อสู้ ไม่ย่อท้อต่อโรคมะเร็ง อัดคลิปขายของลงโซเชียลจนได้กลายเป็นดาว TIKTOK ที่มีคนติดตามกว่า 2.5 แสนคน และมีคนกดหัวใจส่งให้กว่า 2 ล้านคน จนสามารถสร้างรายได้ให้กับคุณยายมากมายในช่วงสภาวะเช่นนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย &amp;ldquo;คุณยายบัวฮอง&amp;rdquo; กล่าวว่า &amp;ldquo;เริ่มต้นเล่น TIKTOK จากคนขายผักด้วยกันชวนให้เล่นนานแล้ว เขาบอกว่าเล่นแล้วมีความสุขนะ ยายก็เล่นไปไม่ได้คิดอะไร จนดัง ตอนนี้น้ำพริกยายขายไปถึงเมืองนอกเลยนะ ยายอ่านหนังสือไม่ออกด้วย ต้องให้ Siri อ่านให้ เวลาลงคลิปยายก็ลงเองหมดเลย มีคนถามว่าใครตัดต่อให้ ยายบอกเลยว่าไม่มี ยายทำคนเดียว ถามว่าแก่แล้วมาทำอะไรแบบนี้อายไหม? ยายไม่อาย เราทำของเรา เรามีความสุขเราก็ทำ เจอต้นไม้ที่ไหนยายก็เต้น ใครจะมองก็ช่างเขาไม่สนใจ ชีวิตเราใครเขาจะมาช่วยเรานอกจากตัวเราเอง ประมาณ 4-5 ปีที่แล้วยายเป็นมะเร็งในมดลูก ไปตรวจเจอหมอเขาก็ตัดออกก็ รักษามาเรื่อยๆ แต่ทีนี้มันลามอีกบางคนก็บอกว่าทำคีโมแล้วจะหัวล้านนะ, 3 เดือนตายนะ ยายบอกยายไม่ตายหรอก ยายไม่กลัว ยายสู้ถึงที่สุด คนเรามีลมหายใจอยู่ก็ต้องสู้ อย่าท้อ ไม่ต้องไปขอใครเดี๋ยวเกิดชาติหน้าลำบาก ยายอยากจะบอกคนที่ท้อหรือมีปัญหาอะไร เป็นโรคอะไรก็ตาม ถ้ายังมีลมหายใจอยู่อยากให้สู้ต่อไป&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามารถติดตามรับชมแนวความคิดและการต่อสู้ชีวิตของดาว TIKTOK รุ่นใหญ่วัย 72 ปีอย่าง &amp;ldquo;คุณยายบัวฮอง&amp;rdquo; ได้ใน &amp;ldquo;รายการ Next People คนไม่หมดไฟ&amp;rdquo; ออกอากาศวันพฤหัสที่ 29 กรกฏาคม 2564 เวลา 20.00 น. ได้ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก Mthai, mono29 news และชมย้อนหลังผ่านทุกช่องทางของ Mthai, youtube channel : &amp;nbsp;mono29 และ เว็บไชต์ seeme.me&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111510</URL_LINK>
                <HASHTAG>Next People คนไม่หมดไฟ, TikTok, คุณยายบัวฮอง, คุณยายบัวฮอง จงปัตนา, ติ๊กต่อก, เอ็มไทยดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61023f46c0600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TikTok โหมการตลาด แจกเงิน ชวนคนโหลดแอป-ชมวีดีโอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;TikTok แพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นชั้นนำระดับโลกเปิดตัว TikTok ทำกลยุทธ์การตลาดครั้งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการแจกเงินให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งมีเป้าหมายในการขยายฐานผู้ใช้ และขยายเวลาในการใช้งานให้นานขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเมื่อเร็วๆนี้ TikTok &amp;nbsp;ได้เปิดตัวไอคอนใหม่ บนหน้าวีดีโอ ชื่อว่า &amp;nbsp;TikTok โบนัส &amp;nbsp; ซึ่งเป็นการทำตลาดเชิงรุก ด้วยการมอบเงินให้กับผู้ใช้งาน หากทำตามเงื่อนไขที่ระบุไว้&amp;nbsp;
แบ่งเป็นการเชิญเพื่อน 5 คน ที่ไม่เคยมีบัญชี TikTok มาก่อนให้สมัครและดาวน์โหลดใช้งาน ได้สามารถหาเงินได้สูงสุด 2,500 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ยังมีรางวัลสะสมแต้มสำหรับการดูวีดีโอ ซึ่งจะให้ 429-1778 แต้มทุกวัน เฉลี่ยแต้มละ 1 สตางค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ TikTok ทำการตลาดในลักษณะนี้ ก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;ก็ทำ แคมเปฐ TikTok Rewards ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ในประเภทต่างๆ ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวดีไซน์ขึ้นมาเพื่อสมนาคุณให้กับผู้ใช้งานโดยมอบของรางวัลหลากหลายไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มฟรี บัตรกำนัล (e-vouchers) หรือ คูปองส่วนลด จากแบรนด์ชื่อดังมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111418</URL_LINK>
                <HASHTAG>tiktok, tiktok  Bonus</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61012039c23a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เหล็กล็อคขากรรไกร”กลับสู่ยุคป่าเถื่อน เตือนอันตรายคนอยากผอมได้&quot;ไม่คุ้ม&quot;เสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เอาอีกแล้วกับการอวดอ้างใน TikTok ที่ระบุว่า การเอาสกรูเหล็กมาล็อคขากรรไกรให้อ้าปากได้แคบหรือน้อยลง เป็นวิธีการใหม่แสนสดใสให้คนอยากผอม ได้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;งานนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างแห่ออกมาเตือนว่า ว่า อุปกรณ์ลดน้ำหนักที่ล็อคกรามของคุณ หรือ &amp;ldquo;เหล็กล็อคฟันกราม&amp;rdquo; อาจทำให้คุณเสียชีวิตได้ และนั่นทำให้หลายคนตั้งข้อสังเกตว่ามันอันตรายมาก โดยเฉพาะหากคุณสำลักอาหารและนั่นอาจทำให้คุณหายใจไม่ทัน กระทั่งหมดสติได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นักวิจัยในนิวซีแลนด์และในอังกฤษกล่าวว่า &amp;ldquo;พวกเขากำลังต่อสู้กับ &amp;ldquo;โรคอ้วนที่กำลังระบาด&amp;rdquo; โดยการล็อคขากรรไกรของผู้คนให้ปิดสนิทติดกัน 2 มิลลิเมตร โดยใช้อุปกรณ์แม่เหล็กติดตั้งในปาก เป้าหมายคือการให้ผู้สวมใส่ให้รับประทานอาหารที่เป็นของเหลวเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับอุปกรณ์ล็อคฟันดังกล่าวนั้น จะมีปุ่มสำหรับปลดล็อคได้ ในกรณีที่ผู้ใช้นั้นตกใจหรือสำลักอาหาร ที่สำคัญผู้ใช้บางคนมองว่าเป็นอุปกรณ์ลดน้ำหนักที่ไม่บังคับมากเกินไป มีปุ่มคลายล็อคเมื่อคุณสำลักอาหาร ประหยัด ที่สำคัญเป็นทางเลือกในการควบคุมน้ำหนัก ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนของการผ่าตัดลดน้ำหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีแอนน์ เจด&amp;rdquo; ผู้ก่อตั้งและอาจารย์ใหญ่ ของศูนย์ช่วยเหลือความผิดปกติของการกินแห่งชาติของสหราชอาณาจักร บอกว่า &amp;ldquo; จากการที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับโภชนาการและความผิดปกติในการกินนั้นรู้สึกไม่เห็นด้วยกับอุปกรณ์ดังกล่าว มันเหมือนกับการถอยหลังลงเหว เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวนั้นค่อนข้างอันตราย และเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักที่สุดโต่งมากเกินไป ดังนั้นการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ยกเว้นว่าคุณจะได้รับการฝึกฝน เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ลดน้ำหนักมายาวนาน เพื่อที่จะแก้ไขหรือรับมือในระหว่างการใช้งาน เช่น การที่คุณสำลักอาหารกระทั่งหายใจไม่ออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทอม ควินน์&amp;rdquo; ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการภายนอก ของ &amp;ldquo; Beat&amp;rdquo; หรือองค์กรการกุศลด้านความผิดปกติของการกินของสหราชอาณาจักร กล่าวถึงอุปกรณ์ดังกล่าวว่า &amp;ldquo; ทำให้การลดความอ้วนเป็นได้อย่างดีขึ้น อีกทั้งยังลดขั้นตอนในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะมั่นจะเหลือแค่ความมุ่งมั่นและตั้งใจในการลดน้ำหนักของผู้ที่ติดอุปกรณ์ล็อคฟันดังกล่าว แต่นั่นจะทำให้คุณลืมว่ากำลังกินอาหารที่ผิดปกติ หรือกำลังเกิดความผิดปกติในการกินอาหารอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไม่ต่างจาก &amp;ldquo; ชีลิส โครนีโกล์ด&amp;rdquo; รองผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารของ สมาคมโรคกินแห่งชาติในอเมริกาได้บอกว่า (National Eating Disorders Association) &amp;nbsp;&amp;ldquo; เธอให้คำจำกัดความเครื่องมือนี้ ซึ่งยึดติดกับฟันกรามของผู้สวมใส่ว่า &amp;ldquo;ป่าเถื่อน&amp;rdquo; เนื่องจากค่อนข้างอันตราย และตั้งคำถามว่าการที่ผู้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวนั้นได้อะไรจากอุปกรณ์นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซึ่งถ้าเปรียบเทียบอุปกรณ์ล็อคฟันเพื่อลดน้ำหนักชิ้นใหม่นี้ ก่อนนั้นในช่วงปี1980 หรือประมาณ 40 ปีมาแล้ว เคยมีการใส่อุปกรณ์เพื่อควบคุมฟันกรามมาแล้ว แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะส่วนใหญ่จะใช้กับผู้ป่วยทางจิตเวช และมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของช่องฟัน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวนั้น มีข้อดีอยู่ตรงที่ สามารถทำให้ฟันกรามของคุณ อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับการใช้อุปกรณ์ล็อคฟันเพื่อควบคุมน้ำหนักนั้น จากการศึกษาพบว่า มีผู้หญิงอ้วนจำนวน 7 คน ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในช่องปากเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และทำให้น้ำหนักของพวกเธอลดลงไปโดยเฉลี่ยมากกว่า 14 ปอนด์ในช่วงเวลาที่ใส่อุปกรณ์ดังกล่าว หรือคิดเป็นประมาณ 5.1% ของน้ำหนักตัวของพวกเขา แต่ภายหลังจาก 2 สัปดาห์ซึ่งถอดอุปกรณ์ดังกล่าวออกแล้ว ปรากฎว่าน้ำหนักของพวกเธอเพิ่มขึ้นมา 1.6 ปอนด์ และผู้เข้าร่วมการศึกษาทุกคนนั้น ล้วนมีค่าดัชนีมวลกาย หรือค่า BMI 30 ขึ้นไป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโรคอ้วนระดับที่ 2 และเสี่ยงต่อภาวะโรคอ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ท่ามกลางของคนที่ชื่นชมผลงานดังกล่าว ก็มีผู้ที่ไม่ชอบใจนัก ถึงขั้นออกมาระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวนั้นดูตลกและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และยังมีวิธีควบคุมน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพอีกหลายอย่าง หลังจากได้รับการทวีตข้อความนับพันข้อความจากโพสต์ต้นฉบับ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้โพสต์Twitter ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อประกาศคำชี้แจงให้ทราบว่า &amp;ldquo;อุปกรณ์นี้มีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการ เข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักได้ แต่ไม่สามารถทำได้ จนกว่าจะลดน้ำหนักบ้าง จึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวร่วมด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ด้าน &amp;ldquo;พอล เบิร์นตัน&amp;rdquo; รองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยโอทาโก ในนิวซีแลนด์ กล่าวว่า &amp;ldquo;เครื่องมือนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดน้ำหนักทั่วไป แต่สำหรับกรณีเฉพาะที่มีความจำเป็นทางคลินิก ในการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการลดน้ำหนัก ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเพื่อเพลดน้ำหนัก มักจะทำได้ยากในบางคน ดังนั้นจึงเป็นต้องใช้อุปกรณ์ล็อคฟันกราม โดยสรุปแล้วอุปกรณ์นี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการรักษาเพิ่มเติม หรือใช้ร่วมกับการรักษา ที่สามารถใช้ได้ในบางกรณีหรือบางคน ตามความเหมาะสมของแพทย์ผู้วินิจฉัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109305</URL_LINK>
                <HASHTAG>TikTok, คนอยากผอม, ลดน้ำหนัก, เหล็กล็อคขากรรไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea41f564d5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบยกแก๊งเด็กแว้นซิ่งโชว์ลง &#039;ติ๊กต็อก&#039; ริบรถของกลาง ตร.เผยมีรางวัลนำจับ 3 พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปราบการแข่งรถในทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปข.ตร.) เผยว่าสืบเนื่องจากได้ปรากฏคลิปวิดีโอวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์แข่งกันในแอปพลิเคชัน TikTok นั้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศปข.ตร. ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ชลบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รรท.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี , พ.ต.อ.เมฒาวิศ ประดิษฐ์ผล รอง ผบก.ฯ ปฏิบัติราชการ ภ.จว.ชลบุรี ,พ.ต.อ.ธนาวุฒิ จงจิระ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ตรวจสอบพบว่า เจ้าของบัญชี TikTok ที่โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวคือ นายฐิติพงค์ กระทิงทอง อายุ 23 ปี เป็นผู้โพสต์คลิปวิดีโอของตนเองแข่งรถ ที่บริเวณ ถ.สุขุมวิท ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กับเพื่อนอีก 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบชื่อภายหลังคือ นายเอ และ นายบี (นามสมมุติ) ทั้งสองรายยังเป็นเยาวชน โดยคลิปดังกล่าวถ่ายไว้เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 64 เวลา 22.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้สืบสวนจนสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาแจ้งข้อกล่าวหา แข่งรถในทางสาธารณะ ,ขับรถประมาท หวาดเสียว ,ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องตาม พรบ.จราจรทางบกฯ รวม 8 ข้อหา และยึดรถจักรยายนต์ของกลางไว้ทั้ง 3 คัน ต่อมาศาลแขวงพัทยาได้มีคำพิพากษาให้ จำคุก 1 เดือน ปรับ 6,100 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ 3,050 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนพนักงานสอบสวนได้ส่งฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จ.ชลบุรี ส่วนผู้ปกครองจะได้เรียกมาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp; ย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ย้ำตลอดว่าให้ตำรวจช่วยแก้ปัญหาเด็กแว้นให้ได้ ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ก็ได้มีนโยบายกำชับในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้พบว่า สถิติการรับแจ้งเหตุและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเด็กแว้นลดลงเรื่อยๆ จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้ตระหนักถึงการรวมตัวมั่วสุมออกมาแข่งรถแล้วโพสต์คลิปตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่นเฟซบุ๊ก หรือ TikTok ที่เกี่ยวกับการแข่งรถในทางฯ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19) อาจมีความผิดตามกฎหมายหลายข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้อยากจะฝากเตือนไปยังผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานของท่านเพราะท่านอาจจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วย และหากพบเบาะแสการแข่งรถในทางหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งมายัง ศปข.ตร. ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือสามารถส่งคลิปวิดีโอหลักฐานมาทาง เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.&amp;quot; ได้ตลอด 24 ชม. โดยจะมีเงินรางวัล 3,000 บาท ให้กับผู้แจ้งในกรณีที่มีการจับกุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109018</URL_LINK>
                <HASHTAG>TikTok, พัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e66015726cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TikTokโชว์เท่&quot;แม่เหล็ก&quot;ติดลิ้น หมอเตือนเล่นสนุกอาจถึงตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กลายเป็นกระแสติดเทรนด์ท้าโชว์บนแพลตฟอร์ม TikTok กันจนเป็นเรื่องเป็นราว ถึงกับหามส่งโรงพยาบาลกันอย่างเร่งด่วนไปแล้ว กับคลิปที่มีการนำแม่เหล็กอันเล็ก 2 อันมาไว้บนลิ้นและใต้ลิ้น โดยอวดอ้างว่าเหมือนกรรมวิธีการเจาะลิ้นติดเครื่องประดับ โดยไม่ต้องเจ็บตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปรากฏว่า มีสาวๆนำคลิปขึ้นโชว์มากมาย แล้วก็มีบรรดาเด็กๆเลียนแบบ ส่งผลให้เกิดปัญหาเด็กหลายคนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลเพราะพลาดพลั้งกลืนเอาเจ้าแม่เหล็กก้อนกลมเล็กๆเข้าไป โดยมีรายงานข่าวระบุว่า เด็กในประเทศอังกฤษถึงขั้นต้องผ่าตัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณหมอทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ เห็นคลิปดังกล่าวแล้วจึงออกโรงเตือนว่า อันตรายอย่างมาก และขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองพยายามอย่าได้หาซื้อแม่เหล็กรูปร่างเล็กขนาดเหมือนหัวเข็มหมุดเก็บไว้ที่บ้านเด็ดขาด เพราะเด็กๆจะไม่มีทางรู้หรือเข้าใจถึงอันตรายเลยเมื่อถูกกลืนเข้าไปในท้อง ยิ่งถ้าเผลอกลืนเข้าไปมากกว่า 1 อัน มันก็จะไปสร้างปัญหาให้กับระบบทางเดินของหลอดเลือด ซึ่งในการผ่าตัดถือว่าอันตรายอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจกับเด็กๆว่า การแสดงออกหรือท้าทายด้วยวิธินี้ไม่ได้เท่ หรือเป็นผลดีกับตัวเด็กเลย มันอันตรายอย่างมาก และมีสิทธิ์ถึงตายได้ ถึงแม้จะเรียกรถพยาบาลทันก็ตาม&amp;quot; คุณหมอในซิซิเนติกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107788</URL_LINK>
                <HASHTAG>TikTok, แม่เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d82596cfcc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความเชื่อแบบผิดๆจากกระแส TikTok  แกว่งแขนหลังฉีดวัคซีนไม่ได้ช่วยอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 2564 กำลังเป็นเทรนด์ของหมู่วัยรุ่นในเมืองผู้ดีกันเลยทีเดียว สำหรับพฤติกรรมการแกว่งแขนเป็นวงกลมเหมือนกังหันลม หลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานระบุว่า บรรดาวับรุ่นอวดท่าแกว่งแขนส่งต่อกันในโลกโซเชียล ด้วยข้อมูลที่บอกว่า พวกเขาทำตามคำแนะนำจาก&amp;nbsp; TikTok ที่บอกว่า ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนสำหรับอาการปวดแขนนั้นจะบรรเทาเบาบางลงหากแกว่งแขนหมุนเป็นวงกลมแบบกังหันหลังรับวัคซีนเสร็จสิ้นทันทีทันใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนทันทีว่า &amp;quot;ไร้สาระ&amp;quot; เพราะอาการปวดเมื่อยแขนนั้นมิได้เกิดขึ้นทันที และที่สำคัญคือ ทุกคนมิได้มีผลข้างเคียงเหมือนกัน บางคนอาจจะไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้น และบางคนก็อาจจะมีอาการอย่างอื่นที่ไม่ใช่ปวดแขนเสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเคลื่อนไหวแขน หรือประคบเย็นบริเวณที่ฉีดยา อาจจะช่วยลดอาการปวดได้ แต่แกว่งแชนแบบรุนแรงเป็นกังหันไม่ใช่คำตอบที่เป็นเหตุเป็นผลเลย&amp;quot; นักวิชาการระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


@madi5643

&lt;p&gt;#TikTokGGT #covidvaccine #fyp #covid19 #covid2020 #vaccine #armswingchallenge&lt;/p&gt;
♬ Too Player by Vinny West - RyanKanta



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


@itsrissa_

&lt;p&gt;?? I swung my arm faster when I got outside but does this even work #vaccine #vaccinecovid19 #armswinging #1stshot&lt;/p&gt;
♬ Too Player by Vinny West - RyanKanta



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107272</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, TikTok, แกว่งแขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1dfb273b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
