<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยอยู่อันดับ 42 เท่าเดิม ในดัชนี  World Talent Ranking ปี 2561</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;TMA และสภาพัฒน์เผยผลการจัดอันดับ IMD World Talent Ranking 2018 &amp;nbsp;ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 42&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเผยผลการจัดอันดับ World Talent Ranking จาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2561 ซึ่งทำการจัดอันดับความสามารถของ 63 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ด้านการพัฒนา ดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทยมีผลการจัดอันดับคงที่อยู่อันดับที่ 42 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว พิจารณาผลการจัดอันดับที่ประกอบด้วย 3 ด้านคือ การลงทุนและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Investment &amp;amp; Development) ความสามารถในการดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพจากภายนอกประเทศ (Appeal) และความพร้อมของบุคลากรที่มีอยู่ในประเทศ (Readiness) ปรากฏว่าประเทศไทยมีจุดเด่นด้านการดึงดูดและรักษาบุคลากรจากภายนอกอยู่ในอันดับที่ 24 ในขณะที่ด้านการลงทุนและพัฒนาบุคลากร และความพร้อมของบุคลากรยังอยู่ในอันดับค่อนข้างต่ำ คืออันดับที่ 46 และ 50 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเขตเศรษฐกิจที่อยู่ในอันดับสูงสุด 10 อันดับแรกอยู่ในยุโรปถึง 9 อันดับ ประกอบด้วยเขตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศนอร์ดิกถึง 4 เขตเศรษฐกิจ คือ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และสวีเดน และเขตเศรษฐกิจนอกยุโรปมีเพียงแคนาดาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเขตเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับ 5 เขตเศรษฐกิจ สิงคโปร์นับได้ว่าอยู่ในอันดับนำมาโดยตลอด อยู่ในอันดับ 13 เช่นเดียวกับปี 2560 และมีจุดเด่นในด้านความพร้อมของบุคลากรที่อยู่ในอันดับที่ 2 จาก 63 เขตเศรษฐกิจ สิงคโปร์ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านการดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพจากภายนอกมาเสริมข้อจำกัดด้านกำลังคนในประเทศของตนเอง ขณะที่มาเลเซียมีอันดับดีขึ้นจาก 28 เป็นอันดับที่ 22 ในปีนี้ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนและพัฒนาบุคลากร ส่วนอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับที่ 45 และ 55 ตามลำดับ
ทางด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าวว่า ประเด็นด้านทรัพยากรมนุษย์เป็นประเด็นที่มีความสำคัญและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ไว้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ 6 ด้าน โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์เรื่องการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมถึงการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะมีการจัดทำแผนแม่บทเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน TMA (TMA Center for Competitiveness) กล่าวว่า เราต้องจริงจังมากขึ้นในการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพของคน เพิ่มความพร้อมของบุคลากรไทย เพราะจากตัวอย่างเขตเศรษฐกิจที่ติดอันดับท็อปเทน จะเห็นได้ว่าล้วนมีจุดเด่นในด้านการลงทุนเพื่อการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาที่สะสมมายาวนาน เพื่อเตรียมเยาวชนและคนไทยทุกระดับ ให้พร้อมกับความท้าทายของโลกในยุคใหม่ ต้องการความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง การเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงจากบุคลากรในภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการพัฒนาความพร้อมของบุคลากรภาครัฐและเอกชน TMA ได้ดำเนินโครงการ Thailand Competitiveness Enhancement Program (TCEP) ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดย 3 ปีต่อจากนี้ จะมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมด้านการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22324</URL_LINK>
                <HASHTAG>IMD, TMA, World Talent Ranking, ประเทศไทย, สภาพัฒน์, สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย, อันดับที่ 42</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7ac978e9918.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TMA จับมือ ศศินทร์ฯ เปิดโครงการรางวัลพระราชทาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) &amp;nbsp;ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการ Thailand &amp;nbsp; Corporate Excellence Awards 2018 รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มอบให้แก่องค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ จำนวน 9 สาขารางวัล &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมศักดิ์ จิตติมาพร รองประธานสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการ Thailand Corporate Excellence Awards 2018 กล่าวว่า ภาคธุรกิจ คือ แรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาประเทศ และการเรียนรู้จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมระดับนานาชาติ &amp;nbsp;โครงการ Thailand Corporate Excellence Awards ริเริ่มโครงการขึ้นในปี 2544 &amp;nbsp;โดย TMA ได้ร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการฯ ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 โดยได้คัดสรรองค์กรที่มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ &amp;nbsp;และมีความเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่นๆ ได้ศึกษาเรียนรู้และนำแนวทางมาพัฒนาบริหารจัดการองค์กรของตนเองให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2550 TMA และ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards ถือเป็นเกียรติอย่างสูงต่อ TMA สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ และองค์กรที่ได้รับรางวัลซึ่งล้วนแต่เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริหารระดับสูงของประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกภาคส่วนต้องให้ความสนใจกับการสร้างความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพราะฉะนั้นการที่เราดำเนินการโครงการรางวัลพระราชทานโครงการ Thailand Corporate Excellence Awards ขึ้น เป็นการเผยแพร่ความรู้ในแง่ของต้นแบบการบริหารจัดการที่เป็นเลิศจากองค์กรชั้นนำของประเทศในสาขาต่างๆ เพื่อที่องค์กรอื่นๆ สามารถนำต้นแบบเหล่านั้นมาเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์กรของตนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป และยังถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันประเทศอีกด้วย&amp;rdquo; นายธรรมศักดิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมศักดิ์ จิตติมาพร ประธานโครงการฯ กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินงานว่า TMA ได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูง องค์กรที่มีรายได้สูงสุดติดอันดับ 1,000 องค์กรแรกของประเทศไทย โดย TMA ได้พัฒนารูปแบบการสำรวจให้มีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้น และปีนี้ได้นำดิจิทัลแพลตฟอร์มมาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการค้นหาข้อมูลขององค์กรที่ถูกนำเสนอชื่อเข้ามาในโครงการฯ &amp;nbsp;และคณะทำงานได้รวบรวมข้อมูลทุกอย่างไว้บนเว็บไซต์ thcorpexcellence.org ทั้งนี้ผู้บริหารสามารถที่จะอ่านรายละเอียดของแต่ละองค์กรที่ถูกนำเสนอชื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้บนเว็บไซต์ ซึ่งกระบวนการใหม่นี้จะทำให้การตอบแบบสอบถามสามารถที่จะประมวลผลได้รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะเดียวกันทางโครงการฯได้มีการพัฒนาแบบสำรวจความคิดเห็น &amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูลการบริหารจัดการด้านต่างๆ มาถอดรหัสเป็นองค์ความรู้ และวิเคราะห์ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพ ออกมาเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการรวมถึงเผยแพร่เป็นกรณีศึกษาในรูปแบบรายงานสรุปประจำปี พร้อมทั้งอัพโหลดขึ้นทางเว็บไซต์ควบคู่กับการจัดกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้นี้ให้กับองค์กรอื่นๆ อาทิ เช่น กิจกรรม A Night Out with CEOs, STI Forum, ICT Forum ฯลฯ &amp;nbsp;ซึ่ง TMA คาดหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยพัฒนาองค์กรและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.อดิทธิ์ เชี่ยวสกุล &amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านนิสิตเก่าสัมพันธ์ หัวหน้าหน่วยวิรัชกิจและการประกันคุณภาพ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;กล่าวว่า ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life &amp;ndash; Long Learning) ของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศศินทร์ฯ สอดคล้องกับนโยบายด้านการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงร่วมมือกับทาง TMA คิดหาวิธีการและกระบวนการคัดเลือกองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ และมีความเหมาะสมที่จะเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่นๆ ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งประเภทของรางวัลพระราชทานThailand Corporate Excellence Awards แบ่งออกเป็น 9 สาขารางวัล ได้แก่ ความเป็นเลิศด้านการพัฒนาการบริหารจัดการขององค์กร ความเป็นเลิศด้านการบริหารทางการเงิน &amp;nbsp;ความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล &amp;nbsp;ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ &amp;nbsp;ความเป็นเลิศด้านผู้นำ ความเป็นเลิศด้านการตลาด ความเป็นเลิศด้านสินค้า/การบริการ ความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน/ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นรางวัลพระราชทานสำหรับองค์กรที่มีรายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี &amp;nbsp; และความเป็นเลิศในการบริหารจัดการโดยรวม ซึ่งเป็นรางวัลพระราชทานสำหรับองค์กรที่มีรายได้น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี &amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากการจัดทำรูปแบบสรุปรายงานประจำปี ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถนำไปเป็นกรณีศึกษา โดยเฉพาะน้องๆ นิสิตนักศึกษาที่กำลังเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการ รวมถึงกลุ่มสตาร์ทอัพที่ต้องการเรียนรู้ความสำเร็จจากองค์กรต้นแบบ สามารถที่จะดาวน์โหลดรายละเอียดหรือหยิบเนื้อหาจากรูปเล่มรายงานไปเป็นกรณีศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น และยังช่วยลดเวลาด้านการค้นข้อมูล ซึ่งข้อมูลของแต่ละองค์กรได้ถูกคัดเลือกให้มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการจากผู้เชี่ยวชาญ&amp;rdquo; รศ.ดร.อดิทธิ์ กล่าวเสริม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้งานประกาศผลรางวัลผลรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards 2018 จะจัดในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยาม เคมปินสกี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14905</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand   Corporate Excellence Awards 2018, TMA, สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์, สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b696a3f7790a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
