<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบดีล ขุนคลังยันรวม “ทหารไทย-ธนชาต” ผงาดแบงก์ใหญ่อันดับ 6 ของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 62 - นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า การควบรวมธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต ได้มีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรียบร้อยแล้ว โดยภายหลังการควบรวมจะทำให้สถานะของธนาคารขยับขึ้นเป็นธนาคารขนาดใหญ่ อันดับ 6 ของประเทศ มีขนาดทรัพย์สิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น แม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นจะน้อยลง แต่ผลตอบแทนจะได้มากขึ้น
ทั้งนี้ หลังการควบรวมยังคงใช้ชื่อธนาคารทหารไทยเหมือนเดิม โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้น แบ่งเป็น ING สัดส่วน 21.24% ทุนธนชาต สัดส่วน 20.43% และกระทรวงการคลัง สัดส่วน 18.4% ภายใต้เงื่อนไขว่า กระทรวงการคลังจะเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งประธานกรรมการธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมาได้หารือกับนายปิติ ตัณฑเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย ซึ่งยืนยันว่ายังดำเนินงานต่อไปปกติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยหลังจากควบรวมแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่งในการจัดการโครงสร้างภายในองค์กร ส่วนการควบรวมจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ เพื่อได้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยยืนยันว่ากระทรวงการคลังไม่มีนโยบายและแนวคิดในการขายหุ้นทหารไทย&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอุตตม กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงการคลัง จะให้กองทุนวายุภักษ์เข้าไปซื้อหุ้นธนาคารธนชาต ในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กลุ่มทุนธนชาตกลับมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารทหารไทย หลังการควบรวมจะทำให้การบริหารของธนาคารมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการรวมจุดแข็งของ 2 ธนาคารเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยธนชาตมีความเชี่ยวชาญด้านเช่าซื้อ ส่วนธนาคารทหารไทยเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งการควบรวมจะทำให้การทำงานดีขึ้น และเป็นประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกราย&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43075</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB, ควบรวมธนชาติ ทหารไทย, ทหารไทย, นายอุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4cff9b7fe56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็คอัพสุขภาพธุรกิจกับ TMB เป็น Healthy SME ไม่ยากอย่างที่คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โลกทุกวันนี้เปลี่ยนเร็วและแรง ความท้าทายที่เอสเอ็มอีกำลังเผชิญอยู่ คือ ความผันผวนของตลาดรวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ทั้งยังไม่ทราบว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจะเป็นโอกาส หรือความเสี่ยงต่อธุรกิจ สิ่งที่ทำได้คือ เอสเอ็มอีต้องมีสุขภาพธุรกิจที่แข็งแรง เพื่อที่จะสามารถรับมือกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้าใส่ และคว้าโอกาสที่จะเติบโตได้ในจังหวะที่ต้องการ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;เพราะ 42% ของ GDP ประเทศไทยมาจากเอสเอ็มอีที่มีอยู่ประมาณ 3 ล้านราย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในประเทศถึง 82% แต่จากสถานการณ์ล่าสุดพบว่า แม้จะมีธุรกิจเกิดใหม่กว่า 70,000 รายต่อปี แต่มีเพียง 50% เท่านั้นที่ก้าวผ่านปีแรกไปได้ เมื่อเข้าสู่ปีที่สองก็จะมีธุรกิจอีก 10% ที่ต้องปิดตัวลง แม้เอสเอ็มอีจะขยันและลงมือทำมากกว่าแล้วก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทีเอ็มบี พยายามคิดต่างและทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยมีสุขภาพธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น จึงได้จัดงาน TMB Healthy SME Day โดยเชิญเหล่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาตรวจสุขภาพธุรกิจ พร้อมเสริมวิตามินด้วยความรู้และโซลูชั่นทางการเงิน จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการตัวจริง ที่มุ่งมั่นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เพื่อนเอสเอ็มอีทำธุรกิจได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจะเป็น Healthy SME ไม่ยากอย่างที่คิด คุณพร้อมพงษ์ พัฒนธีระเดช หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริหารผลิตภัณฑ์และพอร์ตโฟลิโอ ธุรกิจเอสเอ็มอี ทีเอ็มบี กล่าวว่า &amp;ldquo;วันนี้ความท้าทายอยู่ที่โลกยุคดิจิทัลเปลี่ยนเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป หลายธุรกิจถูก Disrupt อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือ SME และหากมองในเชิงบวกแล้ว โลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปสามารถเป็น &amp;ldquo;โอกาส&amp;rdquo; ของ SME ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ทุกครั้งที่มีวิกฤต นั่นคือโอกาสของ SME แม้ SME จะเล็ก แต่เร็ว เขาเข้าใจว่าเวลานี้ลูกค้าต้องการอะไร และพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะตอบโจทย์ดังกล่าว ยิ่งวันนี้ดิจิทัลเทคโนโลยีสร้างโอกาสมหาศาลให้กับ SME เช่น ร้านใดที่มีอาหารขึ้นชื่อ ก็สามารถเดลิเวอรี่ให้กับลูกค้าถึงบ้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนคอลเซ็นเตอร์หรือมีฟีดมอเตอร์ไซค์รับ-ส่งด้วยตนเอง แต่ทว่า SME ยังคงมีปัญหาและข้อจำกัดหลายๆ ประการที่ไม่สามารถพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างอย่างที่ใจคิด และนี่คือโจทย์ของ TMB ที่จะต้องคิดและทำอะไรเพื่อ SME ไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ด้าน คุณสุรเวช เตลาน Managing Director บริษัท โนเบิลเรสเตอท์รองต์ จำกัด ร้านอาหาร Mo-Mo-Paradise ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจชาบูสุกี้สไตล์ญี่ปุ่น ตลอดระยะเวลา 11 ปีของการทำธุรกิจว่า ปัจจุบัน Big data และช่องทางออนไลน์ เปลี่ยนแปลงโลกของการทำธุรกิจอย่างมาก เอสเอ็มอียุคนี้ต้องปรับตัวให้เร็วเพียงพอ และใช้ออนไลน์มาร์เก็ตติ้งในการเข้าถึงลูกค้าอย่างตรงกลุ่ม ซึ่งจากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจ ส่งผลให้ยอดขายเติบโตปีละกว่า 10% นอกจากการเสียภาษีถูกต้องตั้งแต่วันแรกของการทำธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญคือ ต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก แต่เมื่อเข้าอบรม LEAN Supply Chain by TMB ก็ได้วิธีคิดใหม่และเครื่องมือสำหรับนำไปจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หากผู้ประกอบการมองธนาคารเป็นเพื่อน คุณจะรู้อะไรมากกว่าที่เคยรู้ และไม่พลาดหรือเสียโอกาสทางธุรกิจ อย่างแนวคิด Lean ทำให้เรียนรู้ว่า การลดต้นทุนไม่ใช่การลดคุณภาพ แต่เป็นการจัดการต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้เราสามารถแข่งขันได้ ทุกวันนี้ร้านอาหารเกิดขึ้นมากมาย ผมมองว่าใครทำราคาได้ดีที่สุด และเกิดกำไรมากที่สุด คือ ผู้ชนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;อีกเรื่องที่เอสเอ็มอีให้ความสนใจไม่น้อยคือ ภาษี คุณถนอม เกตุเอม &amp;ldquo;บักหนอม&amp;rdquo; แห่งบล็อกภาษีข้างถนน แฟนเพจ@TAXBugnoms เปรียบพิษร้ายของการเสียภาษีไม่ถูกต้องว่าเหมือนกับการที่คนเราเป็น &amp;ldquo;มะเร็ง&amp;rdquo; เราจะไม่รู้ตัวจนกว่าจะเป็นขั้นร้ายแรงแล้ว หลักการเดียวกัน โทษของภาษีจะมาเยี่ยมเอสเอ็มอีเมื่อทำผิดขั้นขีดสุด ซึ่งจะทำให้ธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง ยิ่งปัจจุบันยุทธศาสตร์ National e-Payment มีผลต่อการปรับปรุงระบบภาษีให้เป็นดิจิทัล โดยธนาคารมีหน้าที่ส่งสรุปข้อมูลการเงินของลูกค้าให้กรมสรรพากรตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์และประเมินสถานะผู้เสียภาษีต่อไปว่าจัดอยู่ในกลุ่มดีหรือกลุ่มเสี่ยง ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เอสเอ็มอีจะต้องรับผิดชอบ จัดการภาษีให้ถูกต้อง ถูกกฏหมายตั้งแต่วันนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมแนะนำให้เอสเอ็มอีกลับไปตรวจสอบบัญชี หรืองบการเงินว่าเป็นข้อมูลที่แท้จริงหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ต้องกล้ารื้อ กล้าล้าง ทำทุกอย่างให้โปร่งใส ใครทำผิด อยากแก้ไข ให้ยื่นภาษีเพิ่มเติมได้โดยไม่เสียดอกเบี้ยหรือค่าปรับ ประโยชน์อีกอย่างของการเปิดเผยข้อมูลจริง และทำบัญชีเดียว คือ สามารถนำงบการเงินที่ยื่นกับสรรพากรไปยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคารได้ด้วย และนอกจากนั้น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเอง การทำบัญชีที่ถูกต้องทำให้เรารับรู้และเข้าใจถึงต้นทุน และกำไร อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นผลดีทำให้เราสามารถเห็นสุขภาพการเงินของธุรกิจได้อย่างชัดเจน ช่วยให้เราวางแผนหรือบริหารงานต่างๆ ได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มีคำกล่าวว่า Data is Money การจะเป็นเอสเอ็มอีที่มีสุขภาพที่ดีได้ ต้องกล้าที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดให้ถูกต้อง ต้องเปลี่ยนความยุ่งเป็นข้อมูลที่ไปต่อยอดธุรกิจได้ โดยมี ทีเอ็มบี ที่ปรารถนาจะให้เอสเอ็มอีเติบโตไปได้เร็วและไกลกว่า (Get MORE with TMB) เป็นเพื่อนร่วมทาง พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37006</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB, TMB Healthy SME Day, ทีเอ็มบี, ธนาคาร., พร้อมพงษ์ พัฒนธีระเดช, เงิน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5cecbcee0f100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศค.มั่นใจควบรวม &quot;TMB-TBANK” ผุดแบงก์ใหม่ที่แข็งแกร่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2562 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การควบรวม บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ประมาณ 20% กับ บมจ.ธนาคารธนชาต (TBANK) จะทำให้เกิดธนาคารใหม่ที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและเป็นนโยบายที่กระทรวงการคลังสนับสนุน ให้ธนาคารพาณิชย์มีความเข้มแข็งรองรับการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีการแข่งขันกันรุนแรง

สำหรับการควบรวมดังกล่าว กระทรวงการคลังยังจะใช้เงินเพื่อซื้อหุ้นในการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารใหม่ไว้เท่าเดิมที่ 20% เพราะเห็นว่าธนาคารใหม่จะมีการดำเนินการที่ดีกว่าเดิม ส่วนราคาหุ้น และเงินที่จะที่นำมาใช้ในการซื้อหุ้นนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จะเป็นผู้สรุปและจัดหาแหล่งเงินซึ่งอาจจะมีการขายหลักทรัพย์ตัวอื่นที่ไม่มีความจำเป็นมาซื้อหุ้นในครั้งนี้

&amp;quot;กระทรวงการคลังมองว่าการควบรวมของทั้งสองธนาคาร เป็นเรื่องดีทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของธนาคารใหม่ลดลง มีความเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับธนาคารพาณิชย์ใหม่&amp;quot; นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวอีกว่า หากการถือหุ้นในธนาคารใหม่จะมีสัดส่วนลดลงบ้างก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะหากรวมกันแล้วธนาคารใหม่มีความเข้มแข็งมีการดำเนินงานที่ดีขึ้น ทำให้ราคาหุ้นเพิ่ม ก็ถือว่าไม่ได้ทำให้กระทรวงการคลังหรือรัฐบาลเสียหายจากการควบรวมและนำเงินไปลงทุนเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26786</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB, ควบรวม, ธนชาต, ลวรณ แสงสนิท, สศค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c3fd48b5188d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TMB ขายทิ้ง บลจ.ทหารไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
TMB แจ้งตลท. ขายหุ้นบลจ.ทหารไทย ล็อตแรก 65% และตกลงขายส่วนที่เหลืออีก 35% ในอนาคต ให้พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. 61 - รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) แจ้งต่อตลท.ว่า ธนาคารตกลงที่จะขายหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด ในสัดส่วน 65% ให้แก่ บริษัท พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย จำกัด (PCAL) รวมทั้งตกลงที่จะขายหุ้นในส่วนที่เหลือทั้งหมดอีก 35% ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อเข้าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับ อีสท์สปริง อินเวสต์เมนทส์ (สิงคโปร์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ PCAL ถือหุ้นอยู่ทั้งหมดโดยทางอ้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บลจ.ทหารไทย จะยังคงเป็นหนึ่งในบลจ.ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าของธนาคารร่วมกับบลจ.อื่นๆ ตามปกติ ซึ่งการเข้าเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับอีสท์สปริง ที่ได้รับรางวัล เอเชีย ฟันด์ เฮ้าส์ แห่งปี จากเอเชียนอินเวสเตอร์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพของบลจ.ทหารไทย และยังเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์การขายกองทุนแบบเปิด ให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าธนาคารได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินจากธนาคารแห่งสหรัฐอเมริกาเมอริลล์ ลินช์ และธนาคารไอเอ็นจี และที่ปรึกษาทางกฎหมายจากบริษัท อัลเลน แอนด์ โอเวอรี่ ร่วมให้ความเห็นในการกำหนดเงื่อนไข และข้อตกลงต่างๆ ตลอดการเจรจาสัญญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14104</URL_LINK>
                <HASHTAG>TMB, ขายหุ้น, ตลท., บลจ.ทหารไทย, พรูเด็นเชียล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b586723cc509.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
