<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยต้องเร่ง RCEP เมื่อ CPTPP เดินเครื่อง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงเขตการค้าเสรีใหม่ล่าสุดที่เรียกขานกันว่า TPP-11 หรือ CPTPP ที่มีสมาชิก 11 ประเทศร่วมก่อตั้ง มีผลประกาศใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ ภายใต้อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนริเริ่มให้เกิด TPP หรือ Trans-Pacific &amp;nbsp;Partnership แต่โดนัลด์ ทรัมป์ฉีกทิ้งหน้าตาเฉย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิกแรกเริ่ม วันนี้ก็ยังไม่ได้เป็น แม้จะได้แสดงความสนใจ และกระซิบญี่ปุ่นขอให้ช่วยเชียร์ให้เราเข้าเป็นสมาชิกในจังหวะที่เหมาะควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอทรัมป์เบี้ยว ดึงสหรัฐฯ ออก ญี่ปุ่นก็ก้าวเข้ามาเป็นแกนนำ ยืนยันกับอีก 10 ประเทศผู้ก่อตั้งว่าจะต้องเดินหน้าต่อไป เพราะทุกประเทศเห็นประโยชน์ของการลดภาษีและอุปสรรคการค้าขายต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่เหลือปรับเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ เติมคำว่า Comprehensive and Progressive อันหมายถึงการทำให้ครอบคลุมกว้างขวางและให้ &amp;quot;ก้าวหน้า&amp;quot; มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงปรับชื่อใหม่ให้เป็น CPTPP โดยไม่สนใจว่าสหรัฐฯ จะเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับข้อตกลงนี้คือไม่มีจีนอยู่ในกลุ่มนี้ เพราะแรกเริ่มเดิมทีที่อเมริกาเสนอตั้งเขตการค้าเสรีนี้ก็เพื่อสกัดอิทธิพลของจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะจีนไปผลักดันเขตการค้าเสรีอีกกลุ่มหนึ่งในภูมิภาคนี้ที่เรียกว่า RCEP หรือ Regional &amp;nbsp;Comprehensive Economic Partnership ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 16 ประเทศ รวมถึงอาเซียนทั้ง 10 ชาติ บวกจีน, ญี่ปุ่น, อินเดีย, เกาหลีใต้, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากันว่าการที่จีนหนุนเนื่อง RCEP นั้นก็เพื่อจะสกัดอิทธิพลของอเมริกาในเอเชียเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปรียบเทียบสองกลุ่มนี้แล้วก็จะเห็นว่า RCEP น่าจะใหญ่กว่าทั้งในแง่ของเศรษฐกิจรวมของสมาชิก และพลังอำนาจการต่อรองที่มีทั้งจีน, อินเดียและญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่มนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่ม TPP มีญี่ปุ่น, แคนาดา, เม็กซิโก, เปรู, ชิลี, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, และอาเซียนอีก 4 &amp;nbsp;ประเทศคือ สิงคโปร์, มาเลเซีย, บรูไน และเวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศเปิดตัวทีพีพีครั้งนี้มีครบทุกประเทศสมาชิกที่ได้ขออนุมัติจากรัฐบาลหรือรัฐสภาของตนเองแล้ว ยกเว้นเวียดนามที่จะผ่านขั้นตอนนี้ในต้นปีและคาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 14 มกราคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีพีพีมีประโยชน์ต่อประเทศที่เป็นสมาชิกตรงที่จะยกเลิกหรือลดกำแพงภาษีของสินค้าที่ค้าขายระหว่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าทุกประเทศจะมีทั้งได้และเสีย แต่ทุกชาติสมาชิกประเมินแล้วจะได้ประโยชน์มากกว่าเสียเปรียบจึงยอมลงนามในข้อตกลงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นญี่ปุ่นบอกว่าจะได้เปรียบจากการส่งออกรถยนต์ที่จะเจอภาษีในต่างประเทศน้อยลง สามารถแข่งขันกับรถจากประเทศอื่นได้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คนญี่ปุ่นก็กลัวว่าสินค้าหลายอย่างจะเข้ามาในตลาดของตัวเองด้วยภาษีที่ต่ำลง มีผลกระทบต่อการผลิตสินค้าหลายตัวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว, เนื้อหมู, ผลไม้ ตลอดไปถึงสินค้านมเนยทั้งหลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างเช่นญี่ปุ่นสั่งเข้าเนื้อวัวจากอเมริกาและออสเตรเลียเป็นหลัก ทุกวันนี้มีกำแพงภาษีขาเข้าสูงถึง 38.5% แต่ภายใต้ข้อตกลงใหม่นี้ภาษีนี้จะค่อยๆ ลดลงใน 16 ปี จนท้ายที่สุดจะเหลือเพียง 9%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน RCEP ยังอยู่ในกระบวนการต่อรองในรายละเอียด พูดจากันมาหลายปียังไม่สามารถตกลงกันได้ทุกประเด็น เพราะการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ที่กระทบคนหมู่มากและมีผลต่อชาวไร่ชาวนาด้วยนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อ CPTPP ใส่เกียร์เดินหน้าแล้ว RCEP ก็คงต้องเร่งฝีเท้าเพื่อขยายผลของการเปิดการค้าให้เสรีมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องด้วยเพราะไทยเป็นประธานอาเซียนในปีใหม่นี้ จึงควรเป็นหัวข้อในวาระของไทยในอันที่จะเร่งให้ประเทศสมาชิกเดินหน้าหาข้อตกลงในมวลหมู่ทั้ง 16 ประเทศสมาชิกให้ประกาศใช้ RCEP ในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นหรือไม่ว่าญี่ปุ่นอยู่ในทั้งสองกลุ่ม จึงน่าจะเป็นแกนสำคัญในการผลักดันให้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีของเอเชียและแปซิฟิกเดินเครื่องได้อย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ ของทรัมป์ไม่เล่นด้วยก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงอะไรนัก เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วหากสองกลุ่มนี้รวมพลังกันได้อย่างจริงจัง ทำให้เห็นผลประโยชน์ที่ทุกประเทศสมาชิกได้จากการประสานมือกัน อย่างไรเสียอเมริกาก็จะต้องทบทวนจุดยืนของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะแม้ทรัมป์จะยังแข็งขืน ยืนกระต่ายขาเดียวไม่เล่นด้วยกับแนวทาง &amp;quot;การค้าเสรี&amp;quot; แต่หากคนอเมริกันเองเห็นว่าทรัมป์ทำให้คนมะกันเสียประโยชน์ ด้วยวิธีการคิดอันคับแคบแบบ America First &amp;nbsp;ทรัมป์ก็จะต้องปรับเปลี่ยนท่าที และอาจจะต้องหันมาขอร่วมวงด้วยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งทรัมป์อาจโดนกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนที่เรียกว่า impeachment ในปีใหม่นี้ จนกลายเป็นเป็ดง่อยไม่มีอำนาจบารมีพอที่จะบริหารประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแม้ทรัมป์จะรอดการถูกเด็ดหัวในปีนี้ อีกสองปีก็จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครจะบอกได้ว่าทรัมป์จะรอดไปถึงตอนนั้น หรือแม้จะยังอยู่รอด ใครจะบอกได้ว่าเขาจะไม่ถูกสอยร่วงระหว่างทาง หรือแพ้ภัยตัวเองในการเลือกตั้งคราวหน้า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อภาพเป็นเช่นนี้ ไทยเราจึงควรจะต้องออกแรงสุดฤทธิ์ในปีใหม่นี้ เพื่อเล่นบทเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ RCEP คลอดออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25990</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPTPP, TPP-11, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
