<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โค้ชของเอสเอ็มอี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แคมเปญสำหรับดูแลผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีออกมากันอย่างรัวๆ ไม่ขาดสาย ทำให้เห็นอย่างจริงจังว่าการเดินหน้าพัฒนาเอสเอ็มอีในยุคนี้กำลังลุยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะหน่วยงานไหนก็จะหยิบยกคำว่าพัฒนาเอสเอ็มอีเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ เนื่องจากหลายฝ่ายได้วิเคราะห์กันมาแล้วว่า &amp;nbsp;เอสเอ็มอีถึงจะเป็นแรงเล็กๆ ในประเทศ แต่เมื่อรวมตัวกันแล้วก็จะสามารถผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ควร เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันสังคมและโลกมันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครั้นผู้ที่มีศักยภาพพอที่จะเป็นที่พึ่งพาได้เน้นไปพัฒนาของภาคเอกชนขนาดใหญ่อย่างเดียว แต่กลับไม่สนใจรายเล็กเลย การเติบโตของเศรษฐกิจก็ยังเดินหน้าได้อยู่ แต่เป็นเพราะเอกชนรายใหญ่ คนที่มีอยู่แล้วก็จะยิ่งมีมากขึ้น แต่ส่วนรายย่อยๆ ก็จะเจอกับปัญหาเดิมๆ แถมยังไม่มีช่องทางให้พัฒนาตัวเองด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งเทคโนโลยี ความต้องการ ตลาด และข้อจำกัดต่างๆ &amp;nbsp;ก็เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา หากเข้าสู่วงจรไม่ทัน มันก็เป็นเรื่องที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันที่อุตสาหกรรมรายใหญ่ที่มีกำลังก็จะอยู่รอด ส่วนรายย่อยๆ ไม่มีความรู้ ไม่มีกำลังก็จะวนเวียนอยู่ในตลาดเดิมๆ ใครสู้ไม่ไหวก็หายไป ใครไม่เจ๋งพอก็จะไม่ได้รับความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ยังดีที่รัฐบาลชุดนี้เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย จึงจี้ให้หลายๆ หน่วยงานให้ความสนใจกับกลุ่มนี้ จนออกแคมเปญออกมามากมายอย่างที่บอก แต่การที่จะหยิบยื่นความใส่ใจให้ไม่ใช้เพียงแค่เอาตัวอย่างมาให้ดู และยื่นเงินให้ ต้องเข้าใจก่อนว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เสมือนนักลงทุนใหม่ อาจจะมีความรู้ที่น้อย ไม่เข้าใจเทคโนโลยี ไม่เข้าใจตลาดเนื่องจากติดกับรูปแบบเดิมๆ ซึ่งจุดสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาคือการเข้าไปสอนและให้ความรู้ในทุกๆ ขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โค้ชหรือพี่เลี้ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญ เข้าไปช่วยให้ตรงจุด รวมถึงกระจายตลาดให้เกิดการรับรู้ของสินค้าหรือบริการ แก้ปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน ควบคู่ไปกับการผลักดันให้เข้าถึงเงินทุนจนเอสเอ็มอีสามารถดันตัวเองขึ้นมาจากจุดเดิมๆ &amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และก็ต้องยอมรับว่าโครงการ &amp;ldquo;Train the Coach&amp;rdquo; ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกที่ตอบโจทย์ในการพัฒนา โดยจะต้องพัฒนาโค้ช หรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจออกมาให้เพียงพอต่อความต้องการเอสเอ็มอีก่อน โดยเน้นไปในด้านเทคโนโลยี เนื่องจากยังเป็นจุดบอดของผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อวางรากฐานพัฒนาธุรกิจให้มีการปรับเปลี่ยน (Transforming) และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุค 4.0 ผ่านหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้าถึงเอสเอ็มอีได้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สสว. &amp;nbsp;มีความภูมิใจกับโครงการนี้อย่างมาก โดยออกมากล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเอสเอ็มอี ที่ในอนาคตจะช่วยสร้างระบบฐานข้อมูลโค้ชของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางทั้งให้คำปรึกษาและจับคู่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายในช่วง 3 ปี จะผลิตโค้ชมากกว่า 2,200 ราย และพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 10,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขั้นตอนการดำเนินการแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก โดยกลุ่มแรกจะเป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงธุรกิจทั่วไป เพื่อจะช่วยแก้ไขปัญหาทั่วไปทางธุรกิจ และปูพื้นเอสเอ็มอีสู่ 4.0 กลุ่มที่สองเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือเทคนิคเฉพาะด้าน และกลุ่มที่สาม เป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดย สสว.ตั้งเป้าหมายจะมีผู้เข้าร่วมพัฒนาตัวเองให้เป็นโค้ช 1,570 รายในปี 2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการนี้ถือเป็นโครงการตัวอย่างที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะถือว่ามีการแก้ปัญหาที่ถูกจุด เพราะอย่างที่บอกว่าจะยื่นเงินให้เอสเอ็มอีอย่างเดียวก็จะหวั่นเป็นหนี้เน่าค้างระบบหาใครมารับผิดชอบไม่ได้อีก เพราะอย่างนั้นไม่ใช่การยื่นเครื่องมือให้ แต่เป็นการยื่นผลผลิตให้เลย โดยเอสเอ็มอีก็จะมีความรู้เท่าเดิม สังคมเท่าเดิม รายได้เท่าเดิม และตายจากไปในบางราย แต่การให้ความรู้ ให้วิชา เป็นเหมือนการเสริมเกราะให้เดินต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง และมันก็เป็นโครงการดีๆ ที่น่ายกย่อง อะไรดีก็ต้องชื่นชมกันบ้าง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10432</URL_LINK>
                <HASHTAG>Train the Coach, กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
