<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองหนุนชักทนไม่ไหว!อดีตรองอธิการฯมธ.จี้&#039;บิ๊กตู่&#039;คลุกปัญหาคอร์รัปชั่นแบบเดียวกับที่แก้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64- &amp;nbsp;รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ว่า Transparency International ประกาศค่าดัชนีการทุจริตคอรัปชั่นของประเทศต่างๆประจำปี 2020 ผลปรากฏว่าประเทศไทยได้ 36 คะแนน เท่ากับปี 2019 แต่อันดับร่วงลงมา 3 อันดับ อยู่อันดับที่ 104 จาก180 ประเทศ และอยู่ในอันดับที่ 5 ในภูมิภาคอาเซียนในขณะที่ประเทศที่ได้ที่1 คือประเทศ New Zealand และ Denmark ได้ 88 คะแนนเท่ากัน อันดับที่ 3 คือประเทศ Singapore ได้ 85 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานข่าวว่า นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียด และทบทวนการปฏิบัติงานใหม่ โดยสิ่งใดที่เป็นข้อแนะนำของ Transparency International เช่นการสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงานตรวจสอบ การสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการเปิดเผย และความโปร่งใสในการได้รับสัญญานั้น(ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไร) จะต้องได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ให้เกิดปัญหาเดิมซ้ำๆอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนายกรัฐมนตรีใช้วิธีสั่งการแบบนี้อย่างเดียว ก็เชื่อได้เลยว่า ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของประเทศไทยที่หยั่งรากลึกมานานจนถึงกระดูก จะยังคงเหมือนเดิม ปีหน้าดัชนีอย่างเก่งก็จะคงเดิมหรือต่ำกว่าเดิม อันดับจะต่ำลงอีก หากประเทศที่อยู่ต่ำกว่าเราเขาได้คะแนนแซงหน้าเราไป ซึ่งเป็นไปได้ค่อนข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นให้ได้ผล นายกรัฐมนตรีจะใช้วิธีสั่งการ และปล่อยให้เป็นไปตามระบบที่มีอยู่แล้วไม่ได้ เพราะถ้าได้ ป่านนี้การทุจริตคอรัปชั่นต้องหมดไปจากประเทศไทยนานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนที่จะแค่สั่งการ นายกรัฐมนตรีจะต้องลงไปคลุกกับปัญหานี้ด้วยตัวเอง ต้องทำแบบเดียวกับการจัดการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของชาติ เป็นปัญหาที่ถ่วงความเจริญก้าวหน้าของชาติอย่างร้ายกาจมาช้านาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของประเทศไทย น่าจะมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. อุปนิสัยของคนไทยเราที่มักง่าย ถือตัวเองเป็นใหญ่ ผลประโยชน์และความสะดวกสบายของตัวเองต้องมาก่อนส่วนรวมเสมอ นอกจากนี้ยังมักปฏิบัติตัวสวนทางกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลมี่ 9 นั่นคือมักใช้เงินเกินตัว ทำให้ต้องหาช่องทางหารายได้เพิ่ม ทั้งที่ถูกกฎหมาย และที่ผิดกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ข้าราชการของไทยมีรายได้น้อยเกินไป ส่วนใหญ่ข้าราชการชั้นผู้น้อย หากอาศัยเพียงเงินเดือนโดยไม่มีความช่วยเหลือจากครอบครัว เช่น จากพ่อแม่ ไม่มีทางที่จะมีชีวิตที่มีปัจจัยพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวก ครบถ้วนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กระบวนการพิจารณาอนุมัติเรื่องต่างๆในระบบราชการ ยังคงมีการให้ใช้ดุลพินิจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงมากเกินไป ทำให้เกิดช่องทางทุจริตคอรัปชั่น เรียกรับสินบนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเลือกตั้งในประเทศไทยยังคงมีการซื้อเสียงกันได้ การลงเลือกตั้งส.ส. จึงต้องใช้เงินกันอย่างมหาศาล ยิ่งหากต้องการเป็นรัฐบาล พรรคการเมืองเท่าที่ผ่านมายิ่งต้องใช้เงินมาก นักการเมืองหากใช้เงินตัวเองหรือใช้เงินพรรค ก็มักค้องมีการถอนทุน หากใช้เงินจากกลุ่มธุรกิจ ก็ต้องมีการตอบแทน เป็นวงจรอุบาทว์ที่ยังคงอยู่ ไม่ได้หายไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. &amp;nbsp; หน่วยงานที่ตรวจสอบเช่น ปปช ยัง. คงทำงานแบบเชิงรับ กล่าวคือ รอให้มีผู้มายื่นร้องเรียนแล้วจึงดำเนินการ&amp;nbsp;
6. บทลงโทษของกฎหมายสำหรับคดีทุจริตคอรัปชั่นยังไม่แรงพอ ทั้งฝ่ายรับสินบนและฝ่ายให้สินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. การแก้ปัญหาการทุจริตของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ยังไม่ชัดเจนว่ามีความจริงจังจริงใจพอ ยังไม่มีรัฐบาลไหนสามารถดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ทุจริตแบบไม่ไว้หน้าใคร เรื่องที่จริงจังคือการสร้างภาพด้วยการจัด event เช่น การประกาศสงครามกับการทุจริตคอรัปชั่น แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอนุมัติเรื่องต่างๆที่ใช้ดุลพินิจให้น้อยลง ทำได้โดยวางหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนแน่นอน หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก็ให้อำนาจ( empower) เจ้าหน้าที่ระดับล่างอนุญาตหรืออนุมัติได้เลย โดยไม่ต้องเสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อให้พิจารณาอนุญาตหรืออนุมัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กระบวนการขออนุญาตต่างๆของกรมการขนส่งทางบก เช่น การต่อทะเบียนรถยนต์ การต่ออายุใบขับขี่ เป็นต้น แต่เดิมในสมัยก่อนใช้เวลานานมาก เพื่อให้เร็ว ประชาชนมักต้องติดสินบนเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ได้เร็วขึ้น ปัจจุบันหากเอกสารถูกต้อง ข้อมูลครบถ้วน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็ต่อให้ได้เลย การคอรัปชั่นด้วยการติดสินบน รับสินบนจึงหมดไปโดยปริยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสถานการณ์การทุจริตคอรัปชั่นของประเทศไทยในสายตาชาวโลกเป็นเช่นนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะปล่อยให้อันดับการทุจริตคอรัปชั่นอยู่ต่ำเตี้ยเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ และจะใช้วิธีการแบบเดิมก็คงไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งทีมขึ้นใหม่ที่ทำงานเชิงรุกไม่ใช่เชิงรับอย่าง ปปช ลักษณะของทีมทำงาน ควรเป็นลักษณะเดียวกันกับ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ ศบค และต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่เชิงรับแบบ ปปช ประกอบด้วยคนเก่งและคนดีที่ต้องการทำงานเพื่อชาติอย่างแท้จริง และต้องทำงานแบบเต็มเวลา ไม่ใช่อยู่ในรูปของคณะกรรมการ ที่มีแต่การประชุม ประชุมเสร็จแล้วก็ต่างก็กลับสู่หน่วยงานในสังกัดตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีต้องมีความกล้าหาญ เดินหน้าแบบไม่ไว้หน้าและไม่มีการประนีประนอมกับใครทั้งสิ้น และลงมานำทีมเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่นายกรัฐมนตรีจะต้องลงมาแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของชาติโดยลงมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่นายกรัฐมนตรีจะหยุดถ้อยทีถ้อยอาศัย ประนีประนอมกับพรรคการเมือง ทั้งพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ แล้วจัดการกับปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างเด็ดขาด แบบไม่ต้องเกรงใจใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำเช่นนี้อาจมีความเสี่ยงต่อการอยู่ในอำนาจของพลเอกประยุทธ์เอง แต่หากทำได้สำเร็จ ชื่อของพลเอกประยุทธ์จะได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นรัฐบุรุษที่สร้างคุณูปการให้กับประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่ตามมาเป็นความท้าทายที่คุ้มต่อการเสี่ยงอย่างยิ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91722</URL_LINK>
                <HASHTAG>Transparency International, ดัชนีการทุจริต, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราบโกงเหลว! ‘ไทย’อันดับ101 เวียดนามดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปราบโกงเหลว! องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเปิดดัชนีคอร์รัปชันทั่วโลก ไทยเท่าเดิมได้แค่ 36 คะแนน แต่อันดับร่วงไปอยู่ที่ 101 จากอันดับ 99 เท่าบอสเนียฯ-โคโซโว โดยทั้งเวียดนาม-อินโดฯ แซงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ได้เผยแพร่ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐทั่วโลก (Corruption Perception Index - CPI) ประจำปี 2019/2562 ซึ่งเป็นครั้งที่ 25 แล้ว โดยมีเนื้อหาทั้งสิ้น 34 หน้า
ทั้งนี้ ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันที่เผยแพร่ออกมาล่าสุดนี้ ในภาพรวมปี 2562 มีหลายประเทศที่มีพัฒนาการด้านการต่อต้านการคอร์รัปชันเพียงเล็กน้อย และบางประเทศไม่มีพัฒนาการเลย ทั้งที่ปีที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวต่อต้านการคอร์รัปชันทั่วโลก และมีประชาชนหลายล้านคนออกมาพูดถึงการต่อต้านคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของพวกเขา
โดยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในภาครัฐทั่วโลกนั้น ยิ่งคะแนนยิ่งสูงแสดงถึงความโปร่งใสยิ่งมาก โดยในปี 2562 พบว่า 2 ใน 3 ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก หรือ 120 ประเทศจาก 180 ประเทศ ทำคะแนนต่ำได้ไม่ถึง 50 คะแนน ทำให้มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 43 คะแนน ในขณะที่ค่าเฉลี่ยในประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 45 คะแนน&amp;nbsp;
รายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติยังชี้ว่า ขณะที่คอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในบุคคลระดับสูงในรัฐบาลรวมไปจนถึงการติดสินบนเล็กน้อยถือเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณะพื้นฐาน เช่น การรักษาสุขภาพและการศึกษา และทำให้ประชาชนจำต้องทนอยู่กับผู้นำหรือองค์กรคอร์รัปชัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความสิ้นหวังในสังคมต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาล และเป็นตัวการกร่อนทำลายความเชื่อมั่นของสังคมต่อผู้นำทางการเมือง เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการเลือกตั้ง รวมถึงระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับดัชนี CPI นั้น ประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดคือ เดนมาร์ก และนิวซีแลนด์ที่ได้ 87 คะแนน ตามด้วยฟินแลนด์ที่ได้ 86 คะแนน, สิงคโปร์ สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ได้ 85 คะแนน, นอร์เวย์ 84 คะแนน, เนเธอร์แลนด์ได้ 82 คะแนน, เยอรมนีและลักเซมเบิร์กได้ 80 คะแนน ส่วนประเทศที่ได้คะแนนต่ำนั้นพบว่าโซมาเลียได้คะแนนเพียง 9 คะแนน, เซาท์ซูดานได้ 12 คะแนน, &amp;nbsp;ซีเรียได้ 13 คะแนน, เยเมนได้ 15 คะแนน, &amp;nbsp;เวเนซุเอลา, ซูดาน, อิเควทอเรียลกินี และอัฟกานิสถานได้ 16 คะแนน
ส่วนคะแนนของประเทศไทยในปี 2562 นั้น ได้คะแนน 36 คะแนน เท่ากับปี 2561 แต่อันดับกลับร่วงลงมา 2 อันดับจากอันดับที่ 99 มาอยู่ที่ 101 เท่ากับประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, โคโซโว, ปานามา และเปรู ซึ่งคะแนนที่ 36 นั้นถือว่าต่ำกว่าค่ามาตรฐานของดัชนีเฉลี่ยทั่วโลกที่ 43 คะแนน และดัชนีเฉลี่ยของประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่ 45 คะแนน
ทั้งนี้ เมื่อดูดัชนีของประเทศในอาเซียน 10 ประเทศนั้น พบว่า สิงคโปร์ได้ 85 คะแนน อยู่อันดับ 4 ตามมาด้วยบรูไนได้ 60 คะแนน อยู่อันดับที่ 35, มาเลเซียได้ 53 คะแนน อยู่อันดับ 51, &amp;nbsp;อินโดนีเซียได้ 40 คะแนน อยู่อันดับที่ 85 ซึ่งในรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติยังได้มีการยกตัวอย่างของอินโดฯ ที่ได้คะแนนเพิ่มมาถึง 2 คะแนนด้วย เวียดนามได้ 37 คะแนน อยู่อันดับที่ 96, ไทยได้ 36 คะแนน อยู่อันดับที่ 101, ฟิลิปปินส์ได้ 34 คะแนน อยู่อันดับที่ 113, ลาวและเมียนมาได้ 29 คะแนนเท่ากันอยู่อันดับที่ 130 และสุดท้ายกัมพูชาได้ 20 คะแนนอยู่อันดับ 162.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55360</URL_LINK>
                <HASHTAG>Transparency International, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ, ไทยเท่าเดิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29abf403703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ป้องนาฬิกาหรูเรื่องเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ป้อง &amp;quot;ป้อม&amp;quot; นาฬิกาหรูเรื่องเล็ก &amp;nbsp;ไม่เกี่ยวดัชนีโปร่งใสไทยร่วง อ้างมาจากสถานะรัฐบาล &amp;nbsp;ดีเอสไอล่าตัว &amp;quot;พ่อศิธา&amp;quot; หนีคดีฟอกเงินกรุงไทย ยังไม่พบร่องรอยเลขาฯ หญิงอ้อกับสามี คาดใช้พาสปอร์ตสัญชาติอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ประกาศค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2018 ของประเทศไทยได้ 36 คะแนน อยู่ลำดับที่ 99 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ลดลงจากปีก่อนที่ได้ 37 คะแนน อยู่อันดับที่ 96 ของโลก ว่ารัฐบาลไม่ต้องวางมาตรการอะไรเพิ่มเติม เพราะวางไว้หมดแล้ว เพียงแต่มาดูว่าที่อันดับตกลง ตกตรงไหนอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เขามองอยู่คือการเป็นรัฐบาลแบบนี้ จะตรวจสอบได้หรือตรวจสอบไม่ได้ แต่ตนเห็นว่าตรวจสอบได้ทุกองค์กร เมื่อเขาตรวจสอบผลออกมา &amp;quot;อย่างไรก็ต้องยอมรับกันบ้าง หากตรวจสอบแล้วไม่ยอมรับกันเลย เพราะผลสอบไม่เข้าข้าง เวลาตรวจสอบตัวเองไม่มีปัญหาก็ชอบ แต่บางอย่างเมื่อตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหาก็บอกว่าไม่เป็นธรรม คนที่ตรวจสอบเขาก็ทำงานไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปประเมินอีกทางหนึ่ง ผมเองไม่ได้ทำประโยชน์อะไรของตัวเองสักอย่าง อย่างน้อยคะแนนผมก็เต็มตรงนี้ ให้ผมไหม&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ส่วนหนึ่งที่อันดับของไทยตกลง เป็นผลมาจากกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และกลาโหม หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;โอ๊ย มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วเขาตัดสินมาหรือยัง เมื่อตัดสินแล้วก็จบ ให้จบๆ ไปเป็นเรื่องๆ บ้าง แล้วคดีใหญ่ๆ บางคดีมันก็จบไม่ใช่หรือ ทั้งๆ ที่ขัดแย้งต่อสายตาประชาชน มันก็จบใช่หรือไม่ ของไอ้คนหนีคดีก็หลายเรื่องก็จบ ทำไมไม่ดูตรงนู้น เชื่อมั่นกันหน่อยสิ ดูหลักฐานแนวทางที่เขาตรวจสอบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;นโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาทุจริต ทั้งหมดต้องกล้าแสดงออก กล้าแจ้งความ ไม่ต้องกลัว เราจะไปกลัวคนไม่ดีทำไม แต่คนดีๆ กลับไม่กลัว และไม่ต้องมากลัวตนทั้งสิ้น เพราะทำให้พวกท่านคนจน ทั้งนี้ อย่าให้ใครมาใช้ประโยชน์จากความบริสุทธิ์ใสซื่อของท่านไปเป็นประโยชน์ทางการเมืองโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีสำนักงานอัยการสูงสุดเตรียมประสานให้ดีเอสไอติดตามตัว นายมานพ ทิวารี ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้กับเครือกฤษดามหานครว่า หลังได้รับหนังสือประสานความร่วมมืออย่างป็นทางการจากสำนักงานอัยการสูงสุด จะส่งเรื่องให้ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวนายมานพ ซึ่งได้รับการประกันตัวในชั้นการสอบสวนของอัยการ โดยข้อมูลเบื้องต้นปรากฏว่า นายมานพขออนุญาตเดินทางไปเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าหลังเดินทางออกนอกประเทศแล้ว นายมานพได้กลับเข้ามาในประเทศไทยบ้างหรือไม่ หากไม่เคยกลับเข้าประเทศไทยเลย ดีเอสไอจะร้องขอให้ศาลอนุมัติหมายจับและเริ่มกระบวนการขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีดีเอสไอยังกล่าวถึงการติดตามตัวนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาอีก 2 ราย ในคดีฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยว่า ดีเอสไอยังอยู่ระหว่างติดตามตัว แต่ปรากฏข้อมูลครั้งสุดท้ายว่านางกาญจนาภาและนายวันชัย ซึ่งได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวนของอัยการได้ออกเดินทางจากไทยไปยังเกาะฮ่องกง จากนั้นก็ไม่ปรากฏร่องรอยใดๆ อีก คาดว่าบุคคลทั้ง 2 เปลี่ยนไปใช้พาสปอร์ตสัญชาติอื่นทำให้ติดตามตัวไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28031</URL_LINK>
                <HASHTAG>Transparency International, กาญจนาภา หงษ์เหิน, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5301228ddfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ชี้คนไทยได้รับผลกระทบจากคอร์รัปชันจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 - &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ได้เปิดเผยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันในรัฐบาลทั่วโลก หรือ (Corruption Perception Index - CPI) ประจำปี 2018 โดยประเทศไทยได้ 36 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อันดับลดลงจากปี 2017 ที่อันดับ 96 เป็นอันดับที่ 99 ของโลก ว่า อันดับดัชนีภาพลักษณ์การคอรัปชั่นในรัฐบาลที่ตกต่ำลงไป ทั้งที่ไม่มีนักการเมืองมา4-5ปี แสดงว่าที่รัฐบาลคสช.บอกว่านักการเมืองทุจริต อาจไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งหมด อันดับดัชนีที่ลดลงอาจมาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปมแหวนมารดานาฬิกาเพื่อน การต่ออายุองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน การส่งอดีตเลขาฯของตัวเองไปเป็นประธานองค์กรอิสระ คำตัดสินเรื่องนาฬิกาหรูที่ออกมาทำให้ภาพลักษณ์การตรวจสอบทุจริตล่มสลายลงทันที ไม่เหลือความเชื่อมั่นในสังคมโลก ทำให้มีปัญหากระทบต่ออันดับดัชนีภาพลักษณ์การคอรัปชั่นในรัฐบาล กระทบต่อความเชื่อมั่นขององค์กรระดับนานาชาติหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่าจนถึงวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ก็ยังไม่ได้ตอบคำถามของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่เผยแพร่บทความ 8 เหตุผลที่ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีก โดยเฉพาะประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนและสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ของพลเอกประยุทธ์ รัฐบาลมีองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมาย แต่ผลงานในเรื่องการปราบปรามคอร์รัปชั่นแทบไม่ปรากฏ ต้องไปพึ่งนักศึกษาฝึกงาน ที่ออกมาเปิดโปงเรื่องโกงเงินคนจน และอีกหลายเรื่องที่ประชาชนมิอาจฝากความหวังไว้กับองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบได้ทั้งหมด ขอให้รัฐบาลใช้เวลาที่มีอยู่ เร่งแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ประชาชนทั้งประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก และไม่ควรจะมีใครได้รับผลกระทบจากปัญหาทุจริตคอร์รัปชันภาครัฐ จนเป็นอุปสรรค ไม่สามารถประกอบสัมมาอาชีพได้อีกต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27832</URL_LINK>
                <HASHTAG>Transparency International, คอร์รัปชัน, องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2e8e82dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
