<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Travel bubble  ความหวังดึงศก.ไทยกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพูดถึงโควิด-19 นอกเหนือจากความร้ายแรงของอาการที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หนีไม่พ้นเลยคือ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่แค่ไทยที่ได้รับผลกระทบ แต่เรื่องนี้ส่งผลไปทั่วโลก การจับจ่ายของประชาชนลดลง และที่สำคัญนักท่องเที่ยวลดลงเช่นกัน จึงทำให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้อันดับหนึ่งของประเทศหายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้คือยุคมืดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตั้งแต่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการท่องเที่ยว จากที่เคยเรืองอำนาจก็ล่มสลายภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น ซึ่งไม่นับธุรกิจการท่องเที่ยวในระดับ SMEs โดยปัญหาดังกล่าวเป็นผลมาจากการขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เหมือนเป็นปัจจัยหลักในธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย จากช่วงปกติที่ไทยมีนักท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคนต่อเดือน กลายเป็น 0 ราย เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่บริษัทท่องเที่ยวบางแห่งจะต้องปิดตัวลง เนื่องจากไม่ได้มีแผนสำรองเพื่อรองรับการเกิดวิกฤตการณ์ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า หน่วยงานภาครัฐได้หาแนวทางในการกอบกู้วิกฤตการณ์เพื่อดึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครั้งนี้ หลังจากการผ่อนปรนโดยมาตรการของรัฐบาล ห้างร้านต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดตัวอีกครั้ง ส่งผลให้ภาครัฐมีนโยบายการรวมพันธมิตรกลุ่มท่องเที่ยวขึ้นมา นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า Travel Bubble หากจะเป็นการนิยามด้วยความเข้าใจอย่างง่าย Travel Bubble คือการที่เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศพันธมิตร โดยที่ประเทศเหล่านั้นมีมาตรการความปลอดภัยในระดับที่ดีเยี่ยม มีค่าสถิติของผู้ติดเชื้อในระดับที่น้อย และนักท่องเที่ยวที่ไปยังประเทศนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องทำ State Quarantine หรือกักตัวเพื่อรอดูอาการ 14 วัน เรียกได้ว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มทั่วไปและกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจสามารถเดินทางเคลื่อนย้ายได้ จากการควบคุมของรัฐ ผลที่ตามมาจะทำให้โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ธุรกิจในภาคบริการฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบรายได้จากการท่องเที่ยวของไทย พบว่า จีนมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทย 27.6% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สร้างรายได้ให้ประเทศคิดเป็น 28.1% ของรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด โดยมีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย 10.5% สร้างรายได้ 5.5% ญี่ปุ่น 4.5% สร้างรายได้ 4.6% ดังนั้นการทำ Travel Bubble ในระยะต้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ใช่การเปิดให้เดินทางโดยเสรี และจะต้องคำนึงถึงหลักการต่างๆ เช่น ดูจากประเทศที่มีความเสี่ยง จากต่ำ ปานกลาง จนถึงสูง เจรจากับประเทศเสี่ยงต่ำเป็นคู่ๆ ไป โดยขณะนี้มี 2 ประเทศที่มีหนังสือเสนอมาตรการ Travel bubble อย่างเป็นทางการมาที่ไทยแล้วคือจีนกับญี่ปุ่น แต่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้หมดตามสถานการณ์ โดยแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีนจะหมดไปแล้ว แต่จากการอุบัติขึ้นของไวรัสหมูสายพันธุ์ใหม่ในโรงฆ่าสัตว์ประเทศจีน ทำให้การเปลี่ยนแปลงประเทศจับคู่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องศึกษาประเทศคู่ทางให้ละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้น Travel bubble ยังกำหนดกลุ่มบุคคลที่ให้เข้ามาในแต่ละระยะและแผนการดำเนินกิจกรรมในประเทศ โดยกำหนดมาตรการร่าง Travel bubble ของประเทศต้นทางที่ได้จับคู่ การป้องกันตั้งแต่ประเทศต้นทางมีการตรวจคัดกรอง และทุกคนที่เข้ามาจะต้องมีประกันที่ครอบคลุมการตรวจรักษาโควิด-19 เผื่อกรณีนักท่องเที่ยวที่ติดเชื้อเดินทางเข้ามาในประเทศก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของภาครัฐได้ ที่ทุกวันนี้เน้นรักษาคนไทยด้วยกันเอง อีกทั้งต้องได้รับ Travel certificate/Visa ที่ออกโดยสถานทูตไทยก่อนที่จะเดินทางเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนมาตรการในประเทศ โดยเฉพาะปราการแรกของไทยคือ สนามบิน อาจมีการกำหนดแยกโซนในอาคารระหว่างประเทศสำหรับผู้ที่เดินทางแบบ Travel bubble หรือจัดสนามบินเฉพาะ เช่น อู่ตะเภา หลังจากนั้นเมื่อผ่านด่านสนามบินมาได้ นักท่องเที่ยวต้องมีแอปติดตามตัว เช่น DDC Care หรือหมอชนะ ซึ่งทุกคนจะต้องมีสมาร์ทโฟน ถ้าใครไม่มีจะต้องซื้อ หรือเช่าได้ที่สนามบิน และเดินทางด้วยรถของโรงแรมเท่านั้น ห้ามใช้ขนส่งสาธารณะ ในส่วนของโรงแรม จะต้องจัดชั้นที่พักแยกเฉพาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยทำความร่วมมือกับโรงพยาบาล ทั้งนี้ในระยะเริ่มแรกรัฐบาลยังไม่ให้คนทั่วไปเดินทางเข้ามายังประเทศไทย แต่จะเริ่มจากกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มศัลยกรรมเสริมความงามที่จะเข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลของไทย หลังจากนั้นค่อยพิจารณาความเป็นไปได้ในการเปิดให้คนทั่วไปมาเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในปัจจุบันมีตัวอย่างจากออสเตรเลียที่ได้มีการทำข้อตกลงผ่านการจับคู่เดินทางกับประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งประชากรระหว่าง 2 ประเทศสามารถเดินทางไปมาได้แบบไม่ต้องกักตัว 14 วัน และมีเงื่อนไขเกี่ยวกับข้อตกลง ยกตัวอย่างเช่น ใบรับรองตรวจโรคโควิด-19 ซึ่งต้องมีผลเป็นลบ นำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่สนามบิน สำหรับประเทศอื่นที่ไม่ได้ทำข้อตกลงด้วยก็ยังคงมาตรการห้ามเดินทางเข้าออกประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ จนกว่าจะมีการประกาศข้อตกลงอื่นๆ เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านสิงคโปร์และมณฑล 6 แห่งของจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง เทียนจิน ฉงชิ่ง เจียงซูและเจียงซี ได้เริ่มดำเนินการข้อตกลง &amp;ldquo;Fast Lane&amp;rdquo; ร่วมกัน เพื่อให้นักเดินทางที่เดินทางเพื่อธุรกิจและงานต่างๆ ทางราชการ สามารถเดินทางระหว่างสิงคโปร์ และทั้ง 6 มณฑลได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องตรวจเชื้อไวรัสทั้งก่อนและหลังเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมง และต้องมีหนังสือเชิญจากบริษัท หรือภาครัฐของประเทศปลายทางด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับไต้หวัน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่จัดการกับไวรัสได้ดีเยี่ยม และมีแผนทำ Travel bubble เช่นกัน นอกจากนี้ไต้หวันยังทำโปรแกรมทดลองร่วมกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพื่อแก้ปัญหาการกักตัวหลังการเดินทาง โดยให้นักเดินทางจากซานฟรานซิสโกจำนวน 500 คน ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จากต้นทางก่อนบินมาที่เมืองไทเป และตรวจหาเชื้อซ้ำตลอดช่วง 14 วันที่กักตัว เพื่อค้นหาว่าผู้ที่ตรวจแล้วไม่พบเชื้อจำเป็นจะต้องกักตัวหลังจากการเดินทางยาวนานถึง 14 วันหรือไม่ หากการทดลองเสร็จสมบูรณ์อาจทำให้ช่วงเวลากักตัวของนักเดินทางสั้นลงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับประเทศไทย แม้ว่าการกลับมาของการท่องเที่ยวจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ก็เป็นสิ่งเดียวในขณะนี้ที่สามารถริเริ่มกลับมาฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศไทยให้ดีกว่าเดิมได้ ซึ่งจะต้องรอสัญญาณจากรัฐบาลว่าจะเริ่มโครงการนี้อย่างเป็นทางการได้เมื่อไหร่ เพื่อให้กิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้ฟื้นฟูตัวเองไปตามลำดับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70361</URL_LINK>
                <HASHTAG>Travel bubble, Travel bubble  ความหวังดึงศก.ไทยกลับมา, กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efdf3b2c1788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;มองโลกแง่ดี​กลุ่มค้านต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินโยงการเมืองจะได้เตือนสติรัฐบาลได้คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มิ.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 มีมติให้คงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปอีก 1 เดือนโดยจะเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัวโคโรน่า 2019 หรือ ศบค.ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ว่า เรื่องนี้ต้องรอผลการประชุมศบค. ว่าจะให้ความเห็นชอบตามที่เสนอหรือไม่ เพราะจะต้องฟังความคิดเห็นจากหลายหน่วยงาน​ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข แต่ที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานได้ระมัดระวังกันอยู่แล้ว ในเรื่องการคุมเข้ม&amp;nbsp; สำหรับครั้งนี้คงคุมเข้มในเรื่องของการเดินทางของนักท่องเที่ยวหรือ travel bubble&amp;nbsp; รวมถึงในวันที่ 1 ก.ค. นี้ โรงเรียนต่างๆจะเปิดเทอม จึงต้องดูแลเกี่ยวกับเด็กๆเป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp; นอกจากนี้ในส่วนของบริเวณชายแดนก็น่าเป็นห่วงเนื่องจากยังมีการเดินทาง ข้ามไปมาจากต่างประเทศ ซึ่งมีปัญหาอยู่พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่จะไม่เข้มงวดกับนักธุรกิจมากเท่ากับนักท่องเที่ยวทั่วไป นายวิษณุ กล่าวว่า มี​ 2​ อย่างคือถ้าเข้ามาแล้วอยู่ยาวก็ต้องกักตัว 14 วันก่อน กับถ้าอยู่สั้นแค่3-4 วัน ก็จะมีมาตรการอีกแบบหนึ่ง เช่น การใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ และเข้าโรงแรมที่จะต้องจ่ายเงินเอง พร้อมกับมีตารางเวลาที่จะสามารถให้ติดตามตัวได้ชัดเจน และต้องชี้แจงด้วยว่าเข้ามาทำธุรกิจอะไรไปไหนบ้าง ผ่านทางเครือข่ายแอพพลิเคชั่นไทยชนะ ข้อสำคัญคือด่านที่ตรวจสอบ คือด่านแรกจากประเทศของเขาโดยการตรวจโรค&amp;nbsp; ด่านที่สองคือมาตรวจเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกโรงแรมที่จะเข้าพักอาศัย โดยการจ่ายเงินเอง&amp;nbsp; ด่านที่สี่จะต้องจัดทำตารางเวลา ที่จะระบุได้ว่าเดินทางไปไหนมาไหนบ้าง ด่านที่ห้าคือใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ ในการให้ติดตามตัวได้ และด่านที่หกคือมีกำหนดเวลาที่อยู่แน่ชัด ซึ่งขณะนี้แจ้งความจำนงมาแล้วกว่า 20,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง มองว่าการคง​ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน&amp;nbsp; มีนัยยะทางการเมือง นายวิษณุ กล่าวว่า&amp;nbsp; ไม่เป็นไร ก็เป็นอย่างนี้กันทั่วโลก หลายกลุ่มก็มีการออกมาคัดค้าน เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ดี ถือเป็นการเตือนสติให้รัฐบาลได้คิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69770</URL_LINK>
                <HASHTAG>Travel Bubble, การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19, นายวิษณุ เครืองาม, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef56c16e2229.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดมาตรการ&quot;จับคู่ต่างชาติเดินทางเข้าไทย (Travel Bubble) ไฟเขียว 5 ประเทศก่อนล็อตแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ. &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการประมวลสถานการณ์กระทรวงสาธารณสุข (MIU) กล่าวถึง ข้อเสนอการเดินทางรูปแบบ Travel bubble ว่า ประเทศไทยได้มีมาตรการเฝ้าระวังโรคโควิด 19 ทำให้ขณะนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 31 วัน โดยมีการคัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศ การเฝ้าระวังทั้งในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) การเฝ้าระวังในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เรือนจำ คนขับรถรับจ้าง/สาธารณะ ตรวจแล้วเกือบ 1 แสนราย รวมทั้งในกลุ่มแรงงานต่างด้าว เช่น สมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 1 หมื่นคน ไม่พบผู้ติดเชื้อ และจะขยายไปจังหวัดต่าง ๆ เป้าหมาย 24,000 ราย รวมทั้งการเฝ้าระวังในชุมชนและกลุ่มเสี่ยง โดยอาสาสมัครสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างระบบเศรษฐกิจสังคม และประชาชนในประเทศปลอดภัย รัฐบาลได้มีนโยบายเตรียมจับคู่เดินทางระหว่างสองประเทศที่สามารถจัดการเรื่องโควิด 19 ได้ดีเท่า ๆ กัน (Travel Bubble) โดยมีหลักการคือประเทศที่มีเสี่ยงต่ำเป็นคู่ ๆ ไป เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ &amp;nbsp;กำหนดกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น นักธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ ครูนานาชาติ และเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งจะต้องมีแผนการทำกิจกรรม หรือ Time line ที่จะทำในประเทศไทยที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจกล่าวต่อว่า ได้กำหนดมาตรการในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ประเทศต้นทาง ผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศกลุ่ม Travel bubble ไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทาง ได้รับการตรวจคัดกรองโควิด 19 ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง ทำประกันภัยครอบคลุมการตรวจรักษาโควิด 19 และได้รับใบอนุญาตเดินทาง/ วีซ่า (Travel certificate/Visa) จากสถานทูตไทย ขณะเดินทาง ต้องปฏิบัติตามแนวทางที่สายการบินกำหนด สวมหน้ากากตลอดเวลา ลด/เลี่ยงการสัมผัสระหว่างผู้โดยสารด้วยกัน และลูกเรือ-ผู้โดยสาร เมื่ออยู่บนเครื่องหากมีอาการไอ จาม มีน้ำมูกจะต้องแยกโซนที่นั่งจากผู้โดยสารอื่น และลูกเรือมีชุด PPE สำหรับเมื่อมาถึงประเทศไทย กำหนดสนามบินที่กรุงเทพฯ หรือสัตหีบ และแยกโซนไม่ปะปนกับผู้โดยสารภายในประเทศ มีคัดกรอง ตรวจหาเชื้อโควิด 19 &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องเพิ่มขีดความสามารถ/ความรวดเร็วของการตรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งผู้เดินทางเข้าทุกคนต้องมี Application DDCCare, หมอชนะ และใช้สมาร์ทโฟน ที่มีระบบ GPS/Bluetooth/4G เดินทางไปด้วยรถโรงแรมเท่านั้น ซึ่งต้องเป็นโรงแรม/ที่พักที่ระบุไว้ ซึ่งควรแยกชั้นเฉพาะ มีระบบส่งต่อกับโรงพยาบาลคู่สัญญาดูแลรักษา เมื่อผลตรวจเชื้อโควิด 19 เป็นลบจึงเดินทางไปทำกิจกรรมได้ ขณะอยู่ในประเทศไทย ต้องติดตามตัวได้ตลอด และสังเกตอาการตัวเองหากป่วยให้พบแพทย์ หรือโทรปรึกษาทางสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้มีหลายประเทศแสดงความสนใจ และมี 2 ประเทศที่ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการและระบุรายละเอียดการดำเนินงาน คือ จีน และญี่ปุ่น กระทรวงสาธารณสุข จะนำข้อเสนอของประเทศต่าง ๆ มาพิจารณาและเจรจากันเป็นคู่ประเทศ &amp;nbsp;เพื่อจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อไป&amp;quot;นพ.ศุภกิจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69699</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, Travel Bubble, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef45abb865fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวใจคาถา &#039;เศรษฐกิจรอด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ บอก &amp;quot;จะทำงานเชิงรุก&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ขอช่วยปลุก...ให้รุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุกให้แปลงเครดิต ไทย &amp;quot;อันดับ ๒&amp;quot; โลก ที่ฟื้นโควิด เป็นเงิน-เป็นทอง ไหลเข้าประเทศ เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ เรา &amp;quot;เปิด ๗๗ จังหวัด&amp;quot; ให้เที่ยวกันเองภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยัง &amp;quot;ปิดประเทศ&amp;quot; ไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา คือ สำหรับต่างชาติ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำลังวางแผนจับคู่ประเทศท่องเที่ยว ที่เรียก Travel Bubble เขามาบ้านเรา-เราไปบ้านเขา ไม่ต้องกัก ๑๔ วัน เพียงมีกติกาต้องปฏิบัติเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓๐ มิถุนานี้ จบไตรมาส ๒ ด้วย &amp;quot;สาหัสปางตาย&amp;quot; ตั้งแต่คนบนตึกยันก้นกระต๊อบ แต่ถือว่าคุ้ม เมื่อเทียบกับเครดิตที่ไทยได้รับตอบแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรกฎา-ธันวา ไตรมาส ๓ และ ๔ เป็น ๖ เดือน เหมือนออกซิเจน เหลือเพียง ๖ ถัง ในห้องไอซียู &amp;nbsp;ไม่มีอะไหล่-สำรองอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น รัฐบาลต้องใช้ ออกซิเจน ๖ ถังนี้ ในความหมาย ทุกนาทีคือชีวิต ดังนั้น เป้าหมายต้องแม่น &amp;nbsp;ลั่นไกแล้วต้องไม่พลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมด ต้องอยู่ในคำจำกัดความของปฏิบัติการ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;NOW!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอบคอบ ป้องกันโควิดเกิดรอบ ๒ นั้นดี แต่ถ้ารอบคอบจนละล้า-ละลัง ได้แต่จะ..จะ..ไม่กล้าเปิดประตูบ้าน เพื่อก้าวออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดี ที่ไม่รู้จักพลิกแพลงใช้ ดีขนาดไหน ก็ไร้ค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ขึ้น &amp;quot;ไตรมาส ๓&amp;quot; ตั้งแต่กรกฎาเป็นต้นไป แผนเปิดประเทศ ควรต้องเป็นจริงทางปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้หมายถึง &amp;quot;เปิดอ้า&amp;quot; ใครไป-ใครมาก็ได้อย่างตะก่อน แต่ผมเห็นว่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยจุดแข็ง &amp;quot;เครดิตมาตรฐานการแพทย์ไทย&amp;quot; Travel Bubble ที่ยังไม่ลงตัว จะจับคู่แต่งงานกับประเทศไหน นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากบอกท่านรองนายกฯ สมคิด และท่านรัฐมนตรีท่องเที่ยว &amp;quot;พิพัฒน์ รัชกิจประการ&amp;quot; ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับตลาดเฉพาะกลุ่ม &amp;quot;ที่ชัวร์อยู่แล้ว&amp;quot; ประกาศเจาะจงให้เข้ามาก่อนเลยไม่ดีหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มนี้ ผมมองว่า มีลูกค้าแน่นอน แถมเงินหนัก จับจ่ายไม่อั้นอีกตะหาก ตามสถิติ เฉพาะกิน/เที่ยว ใช้จ่ายน้อยที่สุด ตกวันละไม่หนี ๕๐ เหรียญยูเอส/คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มนี้ คือ กลุ่ม Medical Tourism &amp;quot;ท่องเที่ยวสุขภาพ&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งโรงพยาบาลของไทย รวมทั้งสถานศัลยกรรมความงามของไทย ในย่านเอเชีย โดยเฉพาะตะวันออกกลางและอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ แปลงเพศ ไปจนถึงตรวจสุขภาพประจำปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีๆ เดินทางเข้ามาไม่รู้กี่หมื่น-กี่แสน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่ม &amp;quot;ตะวันออกกลาง&amp;quot; บางกอกคือสวรรค์ของเขา มาตรวจรักษาทั้งทั่วไป ทั้งเฉพาะโรค &amp;nbsp;คือหาหมอด้วย เที่ยวด้วย ปีละไม่ต่ำกว่า ๔-๕ แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งตอนนี้ กรกฎา-สิงหา หน้าร้อนในตะวันออกกลาง ปกติ เขาจะหนีร้อน เดินทางเข้ามา เที่ยวด้วย หาหมอด้วยมากเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ ไทย หมายมั่นเป็น Medical Hub อยู่แล้ว ยังจะรีรออะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาโรงพยาบาลของเรา ที่ประสงค์จะจับคู่กับลูกค้า Medical Tourism ในต่างประเทศ Bubble กันเข้ามาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดประเทศ ให้ลูกค้ากลุ่ม Medical Tourism เข้ามา ในความเป็นกลุ่มจำเพาะ จะออกมาตรการอะไรด้านโควิด มันก็ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวทั่วไป อย่างที่จะจับคู่กับจีน ตลาดใหญ่ก็จริง แต่อยู่ในช่วง &amp;quot;เสี่ยงสูง&amp;quot; ควบคุมยาก ได้ไม่คุ้มเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองรอบด้านแล้ว เงินจากท่องเที่ยวที่จะหมุนเศรษฐกิจไทยได้บ้าง ยามนี้ เจาะจงกลุ่ม &amp;quot;ทางการแพทย์&amp;quot; ดีสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยโควิด........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องการได้รับการรักษาดูแลด้วยวิทยาการแพทย์ไทย ให้ประสานกับโรงพยาบาล ส่งตัวมาได้เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ &amp;quot;ทีมไทย&amp;quot; ด้วยบุคลากรทางการแพทย์ของเรา มีประสบการณ์ จนชำนาญในการป้องกันดูแล &amp;nbsp;นำผู้ป่วยจากต้นทาง ส่งถึงโรงพยาบาล ไม่ต้องกลัวการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เห็นมั้ยล่ะ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมอรูปหล่อ &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; และหมอคนสวย &amp;quot;หมอบุ๋ม&amp;quot; แถลงแต่ละวัน ขึ้นต้นพบผู้ป่วยใหม่ บางวันเป็นสิบ บางวันเกือบสิบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังทีแรก ใจหายแวบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอฟังต่อ อ๋อ...เหล่านี้ เดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ บ้าง ยุโรปบ้าง ตะวันออกกลางบ้าง เอเชียบ้าง &amp;nbsp;กระทั่งจากกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยป่วยจากนอกประเทศ แล้วรับตัวกลับเข้ามาอยู่ในโซน &amp;quot;ชีวิตใหม่&amp;quot; คือถึงหมอไทยแล้ว หมดห่วง!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เคยปรากฏ การสาธารณสุขไทย จะปล่อยให้คนป่วยที่เข้ามาตามระบบ หลุดรอดการคัดกรองออกไปแพร่เชื้อภายนอกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากจุดนี้.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงมั่นใจ ศักยภาพไทยใช้เป็น &amp;quot;จุดขาย&amp;quot; ทางรักษาคนป่วยโควิดจากต่างชาติได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เครื่องบินจนถึงมือแพทย์-พยาบาลในห้องความดันลบ รับประกัน เชื้อไม่มีทางหลุดรอดออกไประบาดได้!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเรา &amp;quot;คนไทย&amp;quot; จงมั่นใจในจุดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันๆ แน่ใจหรือว่า ไม่มีแรงงานต่างชาติเล็ดลอดเข้ามา ซึ่งนั่น หมายถึงไม่ผ่านการคัดกรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะกลัว เรากลัวและควรระแวด-ระวังจุดนี้มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีอะไรต้องกลัว กับคนป่วยต่างชาติ ที่เข้ามาถูกต้องตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่อยๆ ทดสอบระบบ, มาตรการ และความพร้อมทางบุคลากรด้านป้องกันโควิด ผ่าน Medical &amp;nbsp;Tourism ไปในตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าเกินคุ้ม.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งจะได้ศึกษาการปฏิบัติทาง &amp;quot;ภาคสนาม&amp;quot; หารูรั่ว-ช่องโหว่ เพื่อปรับปรุง-แก้ไข ไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเราและโลก จะยังอยู่กับภาวะ &amp;quot;ระแวงโควิด&amp;quot; ไปอีกเป็นปีๆ จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ไม่กล้า &amp;quot;แหกค่าย&amp;quot; ก็ต้องกล้าทั้งขาสั่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะจะ &amp;quot;จับเจ่า-จนจ่อ&amp;quot; รอน้ำหลากมาช่วยเหมือนครั้งพม่าล้อมกรุงศรี เหมือนรัสเซียรอหิมะฝังกองทัพนโปเลียนที่บุกมอสโก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกซิเจน ๖ ถัง หมายถึงเศรษฐกิจภาคชีวิตประชาชนหมดก่อน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำพัง &amp;quot;ไทยเที่ยวไทย&amp;quot; แจกเงินให้เที่ยวขนาดไหน มันก็คล้ายใช้ไม้ขีดก้านเดียวเผาหัวเครื่องยนต์ &amp;nbsp;ร้อนไม่พอทำให้เครื่องดีเซลติดได้หรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี-ครึ่งปี ก็ต้องอาศัยเครดิต &amp;quot;การแพทย์-การสาธารณสุข&amp;quot; ควบการท่องเที่ยว นี่แหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลง โควิด-๑๙ เป็นทรัพย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดโปรแกรม Medical Tourism รับรักษาผู้ป่วยโควิดจากนอกประเทศ ตรงนี้ จะเพิ่มความร้อนทางเศรษฐทรัพย์ปริวรรต กระชากเครื่องให้ติดและหมุนรอบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไหนๆ ไทยก็วางตำแหน่งเป็น Medical Hub ในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว เมื่อจังหวะ สถานการณ์ โอกาส อำนวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รีรออยู่ไย ประกาศออกตลาดท่องเที่ยวไปเลย ททท.ของเรา &amp;quot;เก๋าคู่ชาติ&amp;quot; อยู่แล้ว บอกเขาคำเดียวจะเอาอย่างนี้ รับรองไปโลด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เคยท่องบทอาขยานชั้นประถม ๔ กันหรือไงก็ไม่ทราบ ที่ว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาและวารี ไม่ยินดี จะคอยใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือเมล์และรถไฟ มันก็ไป ตามเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืดยาดและอืดอาด ก็จะพลาด ปรารถนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแล้วจะโศกา อนิจจา เราช้าไป. นั่นน่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยรัฐบาลคงมีแผนอยู่หลายแผนแล้ว แต่เห็นเงื้อง่าราคาแพง ด้วยสุขุมคัมภีรภาพครบด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจะพลาดปรารถนา คือ &amp;quot;ไม่ทันกิน&amp;quot; น่ะ ก็ขอสะกิดนิด วอนอย่าขึ้งอันใดเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทย คาถาชีวิตรอด ก็ นะ โม พุท ธา ยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาถาเศรษฐกิจรอด ก็ ส่งออก ท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไรก็รีบทำเถอะ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69100</URL_LINK>
                <HASHTAG>Medical Hub, Medical Tourism, Travel Bubble, วิทยาการแพทย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb77d8ac372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot;เผยมอบหมายให้รองปลัดสธ.ไปหารือกับฑูตรายประเทศ โครงการTravel Bubble </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 มิ.ย.63- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบนโยบายการเตรียมการรองรับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หลังมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 4 แก่ผู้บริหารระดับสูง ผู้ตรวจราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไป/ โรงพยาบาลชุมชน และให้สัมภาษณ์ว่า ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ทุ่มเททำงานร่วมกับทุกภาคส่วน จนทำให้ประเทศไทยควบคุมการระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันหลายวัน มีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ แต่ไม่สามารถประมาทได้ เพราะโรคนี้คือโรคระบาดที่สร้างผลกระทบกับคนทั้งโลก จำเป็นต้องวางแผนไว้สำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทินกล่าวต่อว่า ได้กำชับให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ติดตามเรื่องการบรรจุข้าราชการใหม่ในกลุ่มบุคลากรที่ทำงานต่อสู้โควิด เพื่อให้มีขวัญกำลังใจ ตอบแทนความทุ่มเททำงาน รวมทั้งมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด จัดลำดับความสำคัญโครงการงบประมาณ พ.ร.ก.เงินกู้ ที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับจัดสรรกรอบวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท บริหารให้มีประสิทธิภาพ ให้มั่นใจว่าจะนำไปใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับภารกิจ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการจับคู่เดินทางระหว่างประเทศที่มีความเสี่ยงจากโควิด 19 ในระดับต่ำ ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค และนพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข หารือกับทูตประเทศต่าง ๆ เป็นรายประเทศ โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของประเทศไทย คำนึงถึงความปลอดภัยประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากเรื่องเศรษฐกิจ โดยต้องทำ MOU กำหนดข้อตกลงร่วมกันระหว่างสองประเทศ หากปฏิบัติไม่ตรงกับ MOU สามารถยกเลิกสัญญาได้ เริ่มในกลุ่มนักธุรกิจ วิศวกร และครู โรงเรียนนานาชาติ เพื่อให้มีการเดินทางได้ภายใต้กรอบที่เราวางเอาไว้ เกิดความปลอดภัยและมั่นใจว่าไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ โดยมาตรการและหลักปฏิบัติจะเสนอ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการ &amp;ldquo;ไทยเที่ยวไทย&amp;rdquo; เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับสิทธิเที่ยวฟรี ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็คเกจ &amp;ldquo;กำลังใจ&amp;rdquo; นั้น นายอนุทินกล่าวว่า สนับสนุนโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับคนทำงาน และเมื่อนำเงินไทยใช้ในประเทศไทย ก็เป็นการหมุนเงินในระบบเศรษฐกิจไทย ย่อมเป็นผลดีต่อภาพรวม ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งคิดว่า ภาครัฐไม่ได้ปล่อยปละละเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68981</URL_LINK>
                <HASHTAG>Travel Bubble, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9f00ce2a4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ชงจับคู่บินข้ามประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19ดีขึ้นหนุนปลดล็อกสนามบินภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019​ (โควิด-19) หรือ​ ศบค.ถึงแนวคิดการยกเลิกการประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิวเป็นเวลา 15 วัน ว่า รอให้ประชุม ศบค.ก่อนแต่แนวโน้มจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มที่ดีขึ้นจะถึงขั้นการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอถามนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามมาตรการต่างๆที่เราทำมาล้วนเป็นการทำเพื่อลดการติดเชื้อภายในประเทศให้น้อยที่สุด​ ขณะนี้เราไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศมา 17 วันแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ไปอีกนานได้เรื่อยๆ ก็ยิ่งดี แต่ขอว่าตอนนี้อย่าพึ่งนำเรื่องนี้ไปโยงกับเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะทุกอย่างที่จะต้องมีการตัดสินใจ ศบค.ต้องมั่นใจว่าประชาชนจะมีความปลอดภัยและประเทศไทยปลอดเชื้อ ถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าไว้วางใจได้แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนออกมา เราทุกคนยังต้องระมัดระวัง ทางที่ดีที่สุดทุกคนยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีข้อเรียกร้องให้เปิดสนามบินนานาชาติภูเก็ตมีความเป็นไปได้ในเร็วๆนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า​ ตนจะนำเสนอในที่ประชุม ศบค.ในวันเดียวกันนี้ เพราะมีผู้ประกอบการการท่องเที่ยว รวมทั้งอีกหลายหลายฝ่ายเรียกร้องมา ส่วนตัวคิดว่าควรจะต้องเปิดสนามบินนานาชาติภูเก็ตได้แล้วเพราะขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิเองก็ยังเปิดให้บริการแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าต้องการให้เปิดภายในเดือนนี้หรือเริ่มในเดือ​นก.ค.นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องการให้เปิดเร็วที่สุด เนื่องจากขณะนี้ไม่มีการติดเชื้อภายใน ประเทศมาเกือบ 2สัปดาห์แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะครบ 28 วัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาดังกล่าวถือว่ามีเหตุผลเพียงพอในการที่จะคลายล็อคต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าภาพรวมการเปิดการบินระหว่างประเทศจะสามารถเริ่มได้ในเดือ​น​ก.ค.นี้หรือไม่ นายอนุทิน&amp;nbsp; กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ใจเย็นๆขณะนี้มีความคิดที่จะให้มีการจับคู่เดินทางระหว่างประเทศ โดยประเทศของเราก็จะไปดูประเทศที่มีมาตรฐานในการควบคุมกลุ่มโรคที่อยู่ระดับเดียวกัน หรือประเทศที่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้ดี ลดการแพร่ระบาดไปได้มาก เป็นลักษณะทำความตกลงจับคู่กัน โดยประเทศทั้งสองฝ่ายจะต้องทำมาตรการในการคัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศของตัวเอง ซึ่งวันเดียวกันนี้ตนจะเสนอรูปแบบดังกล่าวให้ที่ประชุม ศบค.และนายกรัฐมนตรีพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าของจะเป็นลักษณะของแนวทางการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด หรือ Travel Bubble หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยอมรับว่า มีแนวคิดเช่นนั้นแต่ขอย้ำว่าไม่ใช่การเปิดเดินทางโดยเสรี เพราะทั้งสองประเทศต้องมานั่งหารือกันถึงมาตรการคัดกรองบุคคลที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศ ขณะนี้เอกอัครราชทูตประเทศต่างๆได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา และตอบรับแนวคิดดังกล่าวด้วยเช่นกัน จะนำเสนอให้ที่ประชุม ศบค.พิจารณา ถ้าที่ประชุมให้ความเห็นชอบเราก็จะเดินหน้าเปิดเจรจากับประเทศต่างๆต่อไป โดยอาจจะเริ่มต้นโดยให้ธุรกิจเข้ามาก่อนส่วนนักท่องเที่ยวยังคงต้องรอขั้นตอนต่อไป ส่วนที่ยังพบผู้ติดเชื้อในสถานที่กักกันของรัฐนั้น ทั้งหมดก็เป็นคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อพบการติดเชื้อก็นำไปรักษาตัวทันที ไม่มีไม่มีหลุดไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยจะอยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ได้ก็ต้องมีการปรับ ต้องทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ ธุรกิจต่างๆทำงานได้ ที่สำคัญที่สุดผู้ประกอบการและลูกจ้าง จึงต้องทำทุกอย่างแม้อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อบ้าง แต่ถ้าเรายังมีระบบการคัดกรองและระบบการรักษาที่ดีก็มั่นใจได้ว่าเรายังสามารถคุมสถานการณ์ได้ จึงต้องพยายามคืนสู่สภาพปกติให้ได้เร็วที่สุด&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68482</URL_LINK>
                <HASHTAG>Travel Bubble, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)., สนามบินภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee304583338a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
