<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา คลัสเตอร์โรงงานลามส่งออกเสียหายเฉียด 2 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค. 2564 โควิดคลัสเตอร์โรงงาน และการชะลอดีมานด์ตลาดอาเซียน เป็นปัจจัยท้าทายการส่งออก ล่าสุด ยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ยังคงพุ่งสูงส่วนหนึ่งมาจากคลัสเตอร์โรงงาน โดยพบการติดเชื้อปัจจุบันไม่เฉพาะแต่ในจังหวัดสีแดงเข้มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ด้วย จากข้อมูลล่าสุด Thai Stop Covid โดย กรมอนามัย ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคม 2564 มีโรงงานติดเชื้อสะสมมากถึง 1,607 โรงงาน เป็นโรงงานขนาดใหญ่ 67% ซึ่งมีแรงงานจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นทั้งโรงงานผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศและป้อนตลาดต่างประเทศ คลัสเตอร์โรงงานจึงเป็นคลัสเตอร์ใหญ่นอกเหนือไปจากแคมป์ก่อสร้าง ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นโรงงานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยางพารา และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ซึ่งในประเทศไทยมีโรงงานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้มากถึง 11,637 แห่ง มีแรงงาน 1.96 ล้านคน และมูลค่าตลาดต่อปีเท่ากับ &amp;nbsp;8.87 &amp;nbsp;ล้านล้านบาท มีสัดส่วนส่งออกกว่า 57% &amp;nbsp;และจากการที่เป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานค่อนข้างมาก เมื่อมีผู้ติดเชื้อจึงมีโอกาสที่จะเกิดการแพร่กระจายสูง นำมาซึ่งการใช้มาตรการปิดโรงงานหยุดกระบวนการผลิตชั่วคราว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่าการปิดคลัสเตอร์โรงงาน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมข้างต้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์เพื่อควบคุมการระบาดจะก่อให้เกิดการสูญเสียมูลค่า 3.5 แสนล้านบาทหรือคิดเป็น 4% ของมูลค่าตลาด โดยอุปทานสินค้าป้อนตลาดจากโรงงานในอุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ ยางพาราและพลาสติก จะได้รับผลกระทบจากการปิดโรงงานเร็วที่สุด เพราะมีสินค้าคงคลังน้อยกว่าช่วงปกติ ดังนั้น หากไม่สามารถควบคุมการระบาดคลัสเตอร์โรงงานได้ ภาครัฐต้องมีการล็อกดาวน์โรงงานเพิ่มขึ้น หรือขยายระยะเวลาปิดโรงงานออกไป คาดว่าจะทำให้ปัญหา Supply Disruption ชัดเจนมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการฟื้นเศรษฐกิจครั้งนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ สินค้าส่งออกทั้ง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจอาเซียนได้รับผลกระทบจากการเผชิญกับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ทำให้กลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ ซึ่งส่งผลต่อความต้องการสินค้าส่งออกจากไทยในช่วงครึ่งปีหลัง โดยการส่งออกใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม &amp;nbsp;คิดเป็น 2 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกไปตลาดอาเซียนซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาประเทศคู่ค้าหลัก ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนต่อเนื่อง สะท้อนจากการส่งออกไปตลาดคู่ค้าหลักในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ที่ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2563 ถึง &amp;nbsp;23.4% &amp;nbsp;และมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ช่วยชดเชยผลกระทบจากการชะลอตัวลงของตลาดอาเซียนที่ในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้ 11.2% ส่งผลให้การส่งออกรวม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง และเมื่อรวมกับ การเร่งหยุดยั้งการระบาดของคลัสเตอร์โรงงานได้เร็ว จะหนุนให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยทั้งปี 2564 ขยายตัวได้ในระดับสูงที่ 9.4% เพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อน หากไม่สามารถควบคุมคลัสเตอร์โรงงานได้ ทำให้กระบวนการผลิตหยุดไปอีก 2 สัปดาห์ จะเกิดความเสียหาย 1.9 แสนล้านบาท เป็นปัจจัยฉุดการส่งออกทั้งปีโตได้เพียง 6.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อลดการระบาดและลุกลามของคลัสเตอร์โรงงาน กระบวนการเร่งตรวจหาและคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากโรงงาน &amp;nbsp;การทำ Bubble and Sealed เพื่อควบคุมดูแลรักษาผู้ติดเชื้อในโรงงานไม่ให้แพร่กระจายออกไป และสุดท้ายการเร่งฉีดวัคซีนให้กับแรงงานภาคการผลิตที่มีจำนวนมาก &amp;nbsp;ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือดำเนินการ เพื่อให้ภาคการผลิตและส่งออกของไทยยังรักษาอัตราการเติบโตได้ต่อเนื่องในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ttb, คลัสเตอร์โรงงาน, ส่งออก, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6095f435815fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีเอ็มบี&#039; เคาะแล้วชื่อแบงก์ใหม่ &#039;ทีเอ็มบีธนชาต&#039; (ttb) เริ่มโปรโมตแบรนด์ใหม่ 7 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2564 ผู้ถือหุ้น &amp;ldquo;ทีเอ็มบี&amp;rdquo; มีมติอนุมัติการเปลี่ยนชื่อธนาคารใหม่หลังรวมกิจการเป็นหนึ่งเดียวของทีเอ็มบีและธนาคารธนชาตเป็น &amp;ldquo;ธนาคารทหารไทยธนชาต&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ทีเอ็มบีธนชาต&amp;rdquo; ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของทั้งสองธนาคารที่ลูกค้า พนักงาน และคนไทยมีความผูกพันและไว้วางใจมาอย่างยาวนาน พร้อมผสานจุดแข็งด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินต่าง ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ย้ำเดินหน้าวางเป้าหมายสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย พร้อมก้าวสู่การเป็นธนาคารที่ลูกค้าแนะนำและบอกต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานกรรมการ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 มีมติอนุมัติการเปลี่ยนชื่อธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โดยเปลี่ยนชื่อภาษาไทยเป็นธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และชื่อภาษาอังกฤษเป็น TMBThanachart Bank Public Company Limited ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องตามกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Rebranding) ธนาคารจะใช้ชื่อทางการค้า ว่า &amp;ldquo;ทีเอ็มบีธนชาต&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;TMBThanachart&amp;rdquo; โดยมีชื่อย่อคือ &amp;ldquo;ttb&amp;rdquo; (ทีทีบี) ซึ่งสื่อความหมายถึงการรวมพลังของสองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว โดยอักษร t ตัวแรกคือ TMB (ทหารไทย) และ t ตัวที่สองคือ Thanachart (ธนชาต) ส่วนอักษร b มาจาก Bank (ธนาคาร) รวมทั้งจะมีการเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์จดทะเบียนจาก TMB เป็น TTB ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เป็นชื่อที่ธนาคารตั้งใจสื่อถึงการหลอมรวมจุดแข็งของทั้งสองธนาคารมาส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างรอบด้าน สะท้อนถึงสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงการให้บริการด้านการเงินที่คนไทยมอบความไว้วางใจมาโดยตลอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า &amp;ldquo;พนักงานของทั้งทีเอ็มบีและธนชาตได้รวมกันเป็น ONE Team ที่แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะร่วมกันนำพาองค์กรไปในทิศทางเดียวกันตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยหลังจากการรวมกิจการธนาคารเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคมนี้ &amp;nbsp;ธนาคารมีเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงิน (Financial Well-being) ที่ดีให้กับคนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่ต้องการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ธนาคารมีแผนการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ &amp;ldquo;ทีเอ็มบีธนชาต&amp;rdquo; (ttb) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ ทั้งในส่วนของสื่อการตลาดและช่องทางการบริการ ได้แก่ สาขาธนาคาร แอปพลิเคชัน เอทีเอ็ม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ ๆ ที่จะทยอยออกมาสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้าและคนไทยทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลูกค้าของทีเอ็มบีสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ได้เช่นเดิมภายใต้แบรนด์ใหม่ คือ ทีเอ็มบีธนชาต ด้านลูกค้าของธนชาต ธนาคารขอให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะนำไปสู่การยกระดับประสบการณ์ทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น โดยธนาคารจะทำการสื่อสารแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า รวมทั้งขั้นตอนที่แนะนำให้ลูกค้าปฏิบัติเพื่อความต่อเนื่องในการใช้บริการของ ทีเอ็มบีธนชาต ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ttb, ทีทีบี, ทีเอ็มบี, ทีเอ็มบีธนชาต, เปลี่ยนชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608629927ee57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
