<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>7460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนแจ้งข้อหา ลุ้นถกมหาเถรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; ทำสื่อรอเก้อ เลื่อนนัดแจ้งข้อกล่าวหา 7 วัดไร้กำหนด &amp;ldquo;เจ้าคุณเอื้อน&amp;rdquo; รับยังไม่มีข้อมูลจึงชี้แจงไม่ได้ แต่เลขาธิการฯ ชาวพุทธบอกแค่โยกงบ พศ.ก็รู้ไม่ได้โกง จับตา 20 เม.ย.ประชุม มส. 3 กรรมการที่มีชนักและผู้อำนวยการ พศ.จะร่วมหรือไม่ &amp;ldquo;ธิดา&amp;rdquo; โผล่ซัดรัฐบาลจ้องทำลาย ชี้เป็นเป้าที่สามหลังจาก &amp;ldquo;สมเด็จช่วง วัดธรรมกาย&amp;rdquo; เว็บอะลิตเติลบุดดาแฉครอบครัวเหวงเปิดหน้าตักวัดขุมข่ายทักษิณ&amp;nbsp;
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สื่อมวลชนจำนวนมากตามเฝ้ารอการทำข่าวตามกำหนดการที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาแจ้งความให้ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพิ่มเติมอีก 7 วัด หลังจากที่เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ได้แจ้งความไปแล้ว 3 วัด 4 สำนวน โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปเกี่ยวข้อง
ต่อมา พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปปป. เผยว่า พ.ต.ท.พงศ์พรประสานขอเลื่อนเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษคดีเงินทอนวัดล็อต 3 ที่เหลือ เนื่องจากติดภารกิจด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแจ้งว่า ผู้อำนวยการ พศ.ได้ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำ โดยไม่ได้กำหนดว่าเมื่อไหร่
ขณะเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. คาดว่าจะเป็นการหารือในเรื่องดังกล่าว โดยใช้เวลาหารือกว่า 4 ชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ส่วนที่วัดสามพระยาวรวิหาร สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานเปิดประชุมเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ในเขตกรุงเทพมหานคร ตามมติ มส. โดยมีพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ กรรมการ มส. ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพฯ ร่วมประชุม โดยมีกำหนด 2 วัน ระหว่างวันที่ 19-20 เม.ย.
มีรายงานว่า นอกจากการประชุมประจำปีแล้ว คาดว่ายังมีการหารือกันถึงกรณีเงินทอนวัดด้วย ซึ่งน่าสนใจว่าในวันที่ 20 เม.ย.นั้น ตามกำหนดการ พ.ต.ท.พงศ์พรจะมาบรรยายเกี่ยวกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับงานการคณะสงฆ์ด้วย&amp;nbsp;
ทั้งนี้ พระพรหมดิลก เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกผู้อำนวยการ พศ.แจ้งความดำเนินคดีด้วย ทำให้มีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอสัมภาษณ์ โดยหลังฉันเพลเสร็จในเวลา 12.25 น. พระพรหมดิลกกล่าวในเรื่องนี้ว่า ข้อมูลยังไม่มี จึงยังไม่สามารถให้สัมภาษณ์ข้อมูลอะไรได้ และหากทราบข้อมูลที่ชัดเจนแล้วก็พร้อมชี้แจง
เมื่อถามว่า ได้เตรียมข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมไว้หรือยัง พระพรหมดิลกระบุว่า &amp;nbsp;โรงเรียนพระปริยัติธรรมมีอยู่แล้ว ที่วัดสามพระยาฯ เป็นสำนักเรียนที่จัดอบรม จัดสอบ สำหรับนักเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นประจำทุกปี
ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งมีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปถูกกล่าวหาว่า ได้หารือกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ แล้ว และได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พงศ์พรดำเนินการกับข้าราชการทั้งหมด รวมถึงอดีตผู้อำนวยการ พศ.ที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบกฎหมายและแนวทางนโยบายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ไว้
ลั่นให้กระบวนยุติธรรมตัดสิน
นายสุวพันธุ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีพระผู้ใหญ่ 3 รูปที่เป็นกรรมการ มส.และถูกกล่าวหาต้องออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องแยกกัน เรื่องกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไป เรื่องคณะสงฆ์ก็อีกเรื่อง ทั้งนี้ เจตนาของทุกคนคืออยากบำรุงพระพุทธศาสนา อะไรที่ทำให้ศาสนาเจริญรุ่งเรืองได้ รัฐบาลก็ไปทางนั้น คณะสงฆ์ก็จะเดินไปทางนั้น แต่ทุกเรื่องเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ให้ดำเนินการไป ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการพระพุทธศาสนา เชื่อว่า มส.ต้องหารือกัน
เมื่อถามว่า ขณะนี้พระผู้ใหญ่หลายท่านไม่พอใจการทำหน้าที่ตรวจสอบของ พ.ต.ท.พงศ์พร จะทำให้การตรวจสอบมีอุปสรรคหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่า พศ.ทำตามอำนาจหน้าที่ ผู้อำนวยการ พศ.ไปร้องทุกข์กล่าวโทษพระผู้ใหญ่ และผู้เกี่ยวข้องตามหนังสือของผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ส่งมา ไม่ดำเนินการก็ไม่ได้ เมื่อเรื่องเข้ากระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตอบได้ดีที่สุด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายบอกว่าชอบก็ชอบ ถ้าบอกไม่ชอบก็ไม่ชอบ สังคมจะได้สบายใจ เรื่องนี้ง่ายๆ ไม่ยาก
เมื่อถามว่า หากเรื่องดังกล่าวมีพระผู้ใหญ่ทำผิดจริง ก็ไม่ละเว้นใช่หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า จะให้ตอบแบบนี้ไม่ได้ ตอบได้แต่เพียงว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เป็นไปตามข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐาน ให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ไป ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องล็อตใหม่อีกหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนของตำรวจ เพราะตามข้อมูลที่มียังมีการสอบสวนเหลืออยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะมีล็อตต่อไปเมื่อไหร่ จะเป็นใครอะไรยังไงไม่ทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายอยากให้ดำเนินการให้รวดเร็ว ไม่อยากให้ยืดเยื้อ เราต้องมาช่วยกัน
ถามอีกว่า กังวลหรือไม่กรณีพระผู้ใหญ่วิพากษ์วิจารณ์ผู้อำนวยการ พศ.ว่าการดำเนินการตรวจสอบเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา นายสุวพันธุ์ตอบว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องการสร้างการรับรู้ ทุกฝ่ายก็ทำตามหน้าที่
นายสุวพันธุ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีพระธัมมชโยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังสืบสวนหาตัวอยู่ โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ฉัตรชัยยืนยันว่า เรื่องนี้ตนเอง นายสุวพันธุ์ และ พศ. ยึดแนวทางและนโยบายที่นายกฯ เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อจิตใจของประชาชน จะทำอย่างรอบคอบระมัดระวัง มีฐานข้อมูลที่ชัดเจน มองทุกมิติ โดยเชื่อว่าหากความชัดเจนออกมาแล้ว ประชาชนจะยังมั่นคงในการนับถือพระพุทธศาสนาอยู่ เพราะคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ในวันที่ 20 เม.ย. จะมีการประชุม มส. ซึ่งน่าจับตาว่ากรรมการ มส. 3 รูปที่ถูก พ.ต.ท.พงศ์พรแจ้งข้อกล่าวหาจะมาเข้าร่วมประชุมหรือไม่ รวมทั้งตัวของ พ.ต.ท.พงศ์พรเองจะเข้าประชุมหรือไม่
เผานายบอกแค่โยกงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ชี้แจงถึงคำกล่าวหาของ พ.ต.ท.พงศ์พรในเรื่องอาบัติปาราชิกว่า เป็นการฟ้องเรื่องของการทุจริต ซึ่งการฟ้องทุจริตคือการนำงบประมาณไปใช้ส่วนตัว แต่เท่าที่ทราบ พระเถระไม่ได้นำเงินไปใช้ส่วนตัว เพียงแต่เงินนั้นถูกนำไปใช้ผิดประเภท เช่น อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ แต่ท่านนำมาสร้างอาคารเรียนหรือกุฏิ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ข้อมูลที่ทราบมา แต่ยังไม่ยืนยัน 100% ว่าพระเถระที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้น ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ พศ.ไปว่าจะนำงบมาสร้างอาคาร สร้างกุฏิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ พศ.ก็ยืนยันว่าได้ และจะดำเนินการให้ โดยไปโยกงบอุดหนุนของโรงเรียนพระปริยัติธรรมมาให้พระเถระ โดยที่พระเถระท่านไม่ทราบว่างบมาจากส่วนใด และท่านก็ดำเนินการตามที่แจ้ง พศ.ไว้จริง โดยไม่ได้นำไปทำอย่างอื่น&amp;rdquo; นายกรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คงเคลื่อนไหวอะไรลำบาก แต่ก็กำลังหารือกันว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่ และเป็นห่วงกรณีผู้อำนวยการ พศ.ไปปรับอาบัติปาราชิกกล่าวหา 3 พระเถระว่าไม่สมควรเป็นกรรมการ มส. เท่ากับว่าเป็นการไปกดดันพระอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากการปลดกรรมการ มส. เป็นพระอำนาจสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น การทำเช่นนั้น เป็นการทำเกินหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศ.
นายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย เรื่องความเข้าใจเรื่องราคา 5 มาสก หรือ 1 บาท ว่าไม่ได้ต้องการให้เป็นประเด็นโต้แย้งระหว่างชาวพุทธด้วยกัน แต่ต้องการทำความเข้าใจในประเด็นที่พอทำความเข้าใจได้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องค่าของเงินตามที่มีการพูดถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายบรรจบสรุปว่า 1 บาท หรือ 5 มาสก จึงเป็นน้ำหนักทองคำ ดังนั้น 1 บาทในปาราชิก ในตอนนี้ จึงเท่ากับราคาทองคำหนัก 1 บาท หรือตกราวเกือบ 20,000 บาทในไทย ซึ่งการชี้แจงไม่ได้ต้องการให้กระทบใครหรืออะไร เพียงเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าไว้ในเชิงวิชาการ และอาจเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีความที่กำลังดำเนินการอยู่ มิฉะนั้น ชาวพุทธเราก็จะปรับพระเป็นอาบัติปาราชิกง่ายเกินไป
ดึงพระเข้าวังวน &amp;ldquo;การเมือง&amp;rdquo;
วันเดียวกัน UDD News ได้เผยแพร่ความเห็นนางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ต่อกรณีการทุจริตเงินทอนวัด ว่าเป็นเรื่องใหญ่นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องเงินทอน ถ้าจะเปรียบก็เหมือนเงินทอนคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงพัฒนาสังคมฯ และเงินทอนกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทั้ง 2 กระทรวง ตัวด้านหลักก็คือข้าราชการเป็นตัวตั้งเรื่อง ต้นเรื่องทำเรื่องสุดท้ายก็เป็นคนที่ได้ผลประโยชน์ แต่ถามว่าใน พศ. ทำไมเรื่องราวไม่ได้ดำเนินไปแบบเดียวกันเหมือนกระทรวงอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ดูเหมือนจะทำให้ข้าราชการใน พศ.บริสุทธิ์ผุดผ่องหรืออย่างไร ไม่พูดถึงเลยว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวโยงกันอย่างไร อย่าลืมว่าข้าราชการเป็นด้านหลัก พระตามวัดต่างๆ เป็นปลายเหตุทั้งนั้น การจัดการกับพระนั้นดูประหนึ่งเจตนาให้พระทั้ง 5 รูป ซึ่ง 3 ใน 5 รูปนั้นเป็นถึงพระราชาคณะเสียชื่อและถูกกล่าวหาไปก่อน หรือเป้านี้จะเป็นเป้าที่ 3 นับจาก สมเด็จช่วงมาวัดพระธรรมกาย แล้วก็มาพระราชาคณะทั้ง 3 รูป&amp;rdquo; นางธิดากล่าว และตั้งข้อสังเกตว่าการจะเจตนาหรือไม่ก็ตามที่เล่นงานสมเด็จพระราชาคณะทั้ง 3 รูป ดูประหนึ่งมีนัยทางการเมืองเรื่องของสงฆ์หรือไม่&amp;nbsp;
นางธิดากล่าวอีกว่า เอาประโยชน์ประเทศชาติ &amp;nbsp;ประชาชน และพระพุทธศาสนาเป็นหลัก อย่าเอาประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ถ้าเอาแก่นพุทธศาสนาเอาความถูกต้องเป็นหลักก็จะเดินหน้าไปได้ แต่ถ้าจงใจจะใช้วิธีการจัดการกำจัดประหนึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตแบบฆราวาส มันจะยิ่งหนักเข้าไปอีก ซึ่งปกติในทางการเมืองเราบอกว่าอย่าใช้การทหารมาจัดการกับการเมือง ตอนนี้เรามีเรื่องการสงฆ์ คุณจะเอาการทหาร คุณจะเอาการเมือง ไปจัดการเรื่องของสงฆ์ไม่ได้&amp;nbsp;
ขณะที่เว็บไซต์อะลิตเติลบุดดา โฮมเพจวัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์กรณีนางธิดาว่า ได้ยกระดับขึ้นเป็นคดีการเมืองไปแล้ว เมื่อนางธิดาได้ลุกขึ้นมาชี้หน้าทหารว่าเป็นมารผจญพระสงฆ์องค์เณร ซึ่งไร้ศาสตราอาวุธในมือ โดยก่อนหน้านี้ สามีของนางธิดา คือ นพ.เหวง โตจิราการ ได้ออกมาพูดในช่วงเหตุการณ์ทหารปิดล้อมวัดพระธรรมกายว่า วัดพระธรรมกายนั้น เป็นฐานกำลังสำคัญของคนเสื้อแดง นปช. และอดีตนายกฯ ทักษิณ การพุ่งหอกเพื่อทำลายล้างพระสงฆ์ ที่ถือว่าเป็นฐานกำลังสำคัญของฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายคนเสื้อแดง ฝ่าย นปช. ฝ่ายอดีตนายกฯ ทักษิณอย่างชัดแจ้ง และเมื่อได้ฟังนางธิดาพูดในวันนี้ ก็ครบครอบครัวได้ออกมายืนยันว่าวัดปากน้ำ-วัดพระธรรมกาย-วัดสระเกศ-วัดสามพระยา-วัดสัมพันธวงศ์ เป็นฐานกำลังของคนเสื้อแดง นปช. และอดีตนายกฯ ทักษิณโดยมิต้องแปล
&amp;ldquo;วิธีเอาการเมืองเข้าวัด หรือดึงวัดเข้าวังวนการเมือง จะแก้ปัญหาได้ไหม ก็ตอบว่าไม่รู้ เพราะไม่รู้ว่าทางรัฐบาลทหารจะเอาอย่างไร แต่ในกรณีที่ฝ่ายการเมืองได้อ้างพระทั้ง 5 วัดไปเป็นแนวร่วม ซึ่งยังไม่รู้เลยว่า ร่วมเป็นหรือร่วมตาย&amp;rdquo; เพจอะลิตเติลบุดดาระบุไว้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7460</URL_LINK>
                <HASHTAG>UDD News, คดีทุจริตเงินทอนวัด, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ, พระพรหมดิลก, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าคุณเอื้อน, โฮมเพจวัดไทยลาสเวกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad8b623eee7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
