<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สินจัยเอฟเฟกต์!ผู้ต้องหาหนีม.112 ด่าUNHCRกำลังเอาตีนลูบหน้าผู้ลี้ภัยไทยอย่างเราอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62- ชนกนันท์ ร่วมทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาหลบหนี คดี 112 &amp;nbsp;ลี้ภัยที่เกาหลีใต้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chanoknan Ruamsap ว่า UNHCR (ประเทศไทย) กำลังเอาตีนลูบหน้าผู้ลี้ภัยไทยอย่างเราอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ลี้ภัยทางการเมืองอย่างเราๆต้องออกนอกประเทศ ต้องจากบ้าน จากครอบครัวมาก็เพราะมีคนอย่างนก สินจัยที่ออกมาไล่ มาพูดสร้างความเกลียดชัง ขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตยจนนำไปสู่การรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ UNHCR (ประเทศไทย) เอานก สินใจมาพูดในงานเพื่อเชิญชวนให้คนบริจาคช่วยผู้ลี้ภัยแสดงถึงความตื้นเขินทางการเมืองของคนในองค์กรที่ปากบอกว่าทำเพื่อช่วยผู้ลี้ภัย แต่จริงๆแล้วการกระทำนี้ของ UNHCR (ประเทศไทย) เป็นการหยามผู้ลี้ภัยอย่างที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะผู้ลี้ภัย เราสามารถพูดได้ว่าเราโกรธ เมื่อได้เห็นคนที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนระบอบเผด็จการ คนที่ไม่เห็นค่าความเป็นมนุษย์ คนที่ไม่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันอย่างนก สินใจ ออกมาพูดระดมทุนให้องค์กรเพื่อผู้ลี้ภัย เราโกรธที่เห็นคนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนๆนึงต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยออกมาเชิดหน้าชูตา ปั้นหน้าปั้นเสียง พูดแสดงความสงสารและเห็นใจต่อผู้ลี้ภัย ฟังแล้วเจ็บแค้นมากจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเรียกร้องให้ UNHCR (ประเทศไทย) ออกแถลงการณ์ขอโทษและออกมาชี้แจงเรื่องนี้ ล่าสุดนก สินใจออกมาบอกว่าไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่การที่มีช่วงขอรับบริจาคในรายการ The Face ได้ UNHCR คงต้องซื้อชั่วโมงในรายการแน่ๆ และเป็นไปไม่ได้ที่ UNHCR จะไม่รู้ว่าทางรายการจะเชิญใครขึ้นมาพูดบ้าง ถ้ายังเงียบอยู่แบบนี้เราก็ขอให้ทุกคนที่เห็นสเตตัสนี้ช่วยกันประณามความโง่เขลาทางการเมืองขององค์กร และเลิกสนับสนุนองค์กรนี้ในทุกๆทาง เจอซุ้มรับบริจาคที่ไหนให้เข้าไปถามเรื่องความเหมาะสมของการเอานก สินใจมาพูดเรียกเงินบริจาค พนักงานจะได้รู้ว่าองค์กรที่ตัวเองทำงานอยู่มันย้อนแย้งแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรที่หากินกับความทุกข์ยากของผู้ลี้ภัย เจ้าหน้าที่องค์กรรับเงินเดือนคนละหลายแสนต่อเดือน ควรจะเห็นหัวพวกเราบ้าง อย่าให้ใครเค้ามาดูถูกสติปัญญาของคนในองค์กรอีกเลย พวกคุณไม่สามารถพูดอย่างภูมิใจได้หรอกว่าทำงานในองค์กรแบบนี้ เหยียบหัวพวกเราขึ้นไปในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีและมีเกียรติได้ ก็จงสำนึกไว้ว่าในทุกๆวินาทีของชีวิตอันแสนสุขสบายของพวกคุณ พวกเรากำลังคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว คิดถึงแผ่นดินเกิด หวาดระแวงกับการถูกอุ้มหาย นอนไม่หลับเพราะกลัวมีคนมาทำร้าย ทรมานกับความเหน็บหนาวและความโดดเดี่ยวอยู่ทุกวินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37580</URL_LINK>
                <HASHTAG>UNHCR, ชนกนันท์ ร่วมทรัพย์, ลี้ภัย, สินจัย เปล่งพานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf5d1aaae51a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อนอกยก&#039;ปู ไปรยา&#039;เป็น&#039;แอนเจลีนา โจลี&#039;ประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเรื่องร้ายๆแต่ก็ยังมีเรื่องดีๆให้พอได้ชุ่มชื่นหัวใจบ้าง สำหรับนางเอกสาว ปู-ไปรยา ลุนเบิร์ก ที่วันนี้สื่ออันดับต้นๆของโลกอย่าง &amp;quot;South China Morning Post&amp;quot; ยกให้เธอเป็น Angelina Jolie (แอนเจลีนา โจลี) ของเมืองไทย จากความทุ่มเทที่อุทิศทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงเวลาเพื่อช่วยเหลือเหล่าผู้ลี้ภัยพื้นที่ต่างๆ ในฐานะทูตสันถวไมตรีของ UNHCR
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ตามชายแดนไทยรวมถึงในค่ายลี้ภัยในประเทศต่างๆ ซึ่งเธอได้ไปเยี่ยม เยียนเพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยตัวเองมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง&amp;nbsp; ​โดยสาวปูเคยเล่าว่านอกจากที่เธอจะสนับสนุนเด็กที่ด้อยโอกาสในเมืองไทยเป็นจำนวนมากแล้ว เธอยังมีความยินดีที่จะทุ่มเทเวลาช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเหล่านี้แม้ไม่ใช่คนไทย เพราะเห็นว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะดำรงชีวิตด้วยความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงชีวิตที่ผ่านมาว่ามีทั้งดีและร้าย แต่เธอได้รับโอกาสต่างๆมากมายที่ทำให้เธอเป็นเธอได้อย่างทุกวันนี้ เธอจึงตั้งใจที่จะให้โอกาสที่ดีที่สุด เท่าที่เธอจะสามารถทำได้ แก่ผู้คนทั้งในประเทศไทยและต่างชาติให้มีความเป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม prayalundberg&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34723</URL_LINK>
                <HASHTAG>South China Morning Post, UNHCR, ทูตสันถวไมตรี, ปู ไปรยา, ปู-ไปรยา ลุนเบิร์ก, ยูนิเซฟ, แองจลีนา โจลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6e26b64436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;เผยสาวซาอุใกล้ลี้ภัยไปประเทศที่สาม2-3วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค. 62 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช. สตม.) กล่าวถึงกรณี น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด เอ็ม อัลคูนัน อายุ 18 ปี ชาวซาอุดิอาระเบีย ที่ขอลี้ภัยไปประเทศที่ 3 ว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ว่า น.ส.ราฮาฟ ที่หนีการแต่งงาน ไม่อนุญาตให้บิดาที่เดินทางมาจากซาอุดิอาระเบียเข้าพบ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บิดาของนางสาวราฮาฟได้เข้าพบกงสุลใหญ่ UNHCR เนื่องจากขณะนี้เป็นห่วงบุตรสาวที่อยู่ในความดูแลของ UNHCR แต่เตรียมเดินทางกลับประเทศซาอุดิอาระเบียในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน น.ส.ราฮาฟ ยังอยู่ในขั้นตอนการสัมภาษณ์ และหาประเทศที่สาม ซึ่งมีบางประเทศเสนอตัวและติดต่อไป คาดว่าภายในวัน2-3 วันจะมีความเรียบร้อยในเรื่องนี้ ซึ่งนางสาวราฮาฟจะได้ลี้ภัยไปประเทศที่สามตามความประสงค์ แต่ยังไม่สามารถยืนยันประเทศปลายทางได้ ส่วนจะเข้าหลักเกณฑ์การหลี้ภัยหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ เป็นอำนาจของ UNHCR ที่ต้องพิจารณา เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเพียงหน่วยประสานและสนับสนุนความร่วมมือเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช. สตม. กล่าวว่า การพบกับอุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ท่านได้แสดงความเชื่อมั่นการทำงานของตำรวจไทย ที่ยึดหลักความปลอดภัยของนางสาวราฮาฟเป็นหลัก ซึ่งตำรวจและอุปทูตฯ เข้าใจตรงกันว่า เป็นเรื่องในครองครัว ต้องจบในครอบครัว และเป็นเรื่องของนางสาวราฮาฟที่ต้องการให้ UNHCR ดูแล ไม่ใช่ปัญหาระหว่างประเทศ หรือการลี้ภัยทางการเมือง ส่วนกรณีที่มีเผยแพร่คลิปการสนทนาแสดงข้อคิดเห็นเรื่องการตรวจยึดโทรศัพท์นางสาวราฮาฟระหว่างถูกควบคุมตัว ยืนยันว่าตำรวจไม่มีอำนาจในการตรวจยึด เนื่องจากไม่ใช่ของกลางในการกระทำผิด และเป็นสิทธิส่วนบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะมีหนังสือแจ้งเตือนไปยังสายการบินคูเวต พร้อมเตรียมพิจารณาปรับปรุงกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ที่ใช้มานานกว่า 40 ปี โดยจะเพิ่มบทลงโทษสายการบิน กรณีไม่มีการตรวจสอบเอกสาร ตั๋วเครื่องเที่ยวกลับของผู้โดยสารให้ชัดเจน จนเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26143</URL_LINK>
                <HASHTAG>UNHCR, ทูตซาอุ, บิ๊กโจ๊ก, ประเทศที่สาม, ราฮาฟ, ลี้ภัย, สาวซาอุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c359840b57c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่อู&#039;อัดแก๊งซ้ำเติมประเทศแชร์แต่เรื่องเสียหาย เรื่องดีๆกลับไม่แชร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย 61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รับทราบรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับกรณีที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น ประเทศที่น่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชนหรือผู้ให้ความร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ที่เพิ่งถูกระบุชื่อด้วยในปีนี้ โดยรายงานประจำปีฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะใช้ประกอบการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ในส่วนของไทยถูกระบุถึง กรณีนายไมตรี จำเริญสุขสกุล และน.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ (ทนายจูน) และนำเรื่องที่ติดตามจากรายงานปีที่แล้ว เช่น กรณีฟ้องร้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภายใต้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการให้ความร่วมมือตามกลไกด้านสิทธิมนุษยชน เพราะขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามหลักกฎหมายและระเบียบ โดยนายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือเจตนาจะคุกคาม ข่มขู่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และยังให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชนให้มีความปลอดภัยและสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้แก่ การแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนามาตรการคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแนวทางคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชน การจัดทำคู่มือสำหรับนักสิทธิมนุษยชน การลงพื้นที่ติดตามการคุ้มครองกรณีนักสิทธิมนุษยชนถูกละเมิด หรือมีความเสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดทำรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 และบรรจุเรื่องของนักสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2562 &amp;ndash; 2566 รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ โดยมีรมว. ยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าทูตไทยประจำยูเอ็น จะไปร่วมรับฟังการนำเสนอรายงานนี้ และจะใช้โอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล ระบุว่า สำหรับการที่สื่อหลายสำนักพาดหัวข่าวทำนองว่ายูเอ็นขึ้นบัญชีดำไทย นั้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของยูเอ็นโดยตรง แต่เป็นเรื่องของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ หรือ UNHRC (UNHCR เดิม) ซึ่งกล่าวถึงประเทศที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การ ขึ้นบัญชีดำ แต่อย่างใด ส่วนการนำเสนอข่าวมักกล่าวถึงเพียงบางประเทศ เช่น ไทย จีน เมียนมา ทั้ง ๆ ที่มีอีกกว่า 30 กว่าประเทศที่ถูกกล่าวหา คือ แอลจีเรีย บาห์เรน บุรุนดี แคเมอรูน จีน โคลัมเบีย คิวบา คองโก จิบูตี อียิปต์ กัวเตมาลา กายอานา ฮอนดูรัส ฮังการี อินเดีย อิหร่าน อิรัก อิสราเอล ญี่ปุ่น คีร์กีซสถาน มัลดีฟส์ มาลี เม็กซิโก โมร็อกโก เมียนมา ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย รวันดา ซาอุดิอาระเบีย ซูดานใต้ ไทย ตรินิแดดแอนด์โตเบโก ตุรกี เติร์กเมนิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อูซเบกิสถาน และเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีข้อสังเกตด้วยว่า คนบางกลุ่มมักชื่นชอบการแชร์หรือส่งต่อเรื่องที่เสียหาย ราวกับต้องการซ้ำเติมประเทศตัวเอง แต่หลายเรื่องที่เป็นเรื่องดี ๆ เช่น ไทยติดอันดับ 1 ของประเทศที่ดีที่สุดสำหรับผู้คนทั่วโลก ไทยได้รับยกย่องจาก WHO ให้เป็นต้นแบบด้านการจัดการสุขภาพของโลก หรือไทยมีดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีขึ้น ฯลฯ กลับไม่ค่อยถูกขยายผลส่งต่อให้คนในชาติเกิดความภาคภูมิใจ&amp;rdquo;โฆษกรัฐบาล กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17625</URL_LINK>
                <HASHTAG>UNHCR, UNHRC, พล.ท.สรรเสริญ, ยูเอ็น, องค์การสหประชาชาติ, โฆษกรัฐบาล, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย, ไอ่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UNHCRเสนอชื่อ&#039;เตือนใจ ดีเทศน์&#039;คนไทยคนแรกชิงรางวัล&#039;ผู้ลี้ภัยนันเซน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61-สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำนครเจนีวา สหพันธรัฐสวิส แถลงผลการพิจารณาการเสนอชื่อบุคคลที่มีผลงานโดดเด่น และเป็นที่ประจักษ์ในการรับรางวัล &amp;ldquo;Nansen Refugee Award&amp;rdquo; หรือรางวัลผู้ลี้ภัยนันเซน ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่บุคคล หรือ องค์กรผู้อุทิศตนทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ผู้ขอลี้ภัย ไร้รัฐไร้สัญชาติ รวมถึงผู้พลัดถิ่นทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954 โดยในปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) นี้ นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะบุคคลผู้อุทิศชีวิตให้แก่การรณรงค์เพื่อพัฒนาสิทธิของบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 4 ของผู้เข้าชิงรางวัลโดยเป็นผู้แทนจากกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก และนับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกสู่รอบสุดท้ายของรางวัลผู้ลี้ภัยนันเซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเพีย พากิโอ ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า รางวัลนี้ตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณความดีและคุณูปการของ &amp;ldquo;ฟริดทอฟ นันเซน (Fridtjof Nansen)&amp;rdquo; ผู้ปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมสัญชาตินอร์เวย์ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัยคนแรกขององค์การสันติบาตชาติ (ซึ่งต่อมาคือ องค์การสหประชาชาติ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่บุคคลสัญชาติไทย คือ นางเตือนใจ ดีเทศน์ ผู้อุทิศตนทำงานเพื่อช่วยเหลือคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และคนไทยพลัดถิ่นด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 40 ปี ได้รับการเสนอชื่อให้เข้ารับรางวัลผู้ลี้ภัยนันเซนนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี ที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติพิจารณาให้รางวัลแก่บุคคลที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการไร้รัฐไร้สัญชาติ อย่างไรก็ดี ปัญหาการไร้รัฐไร้สัญชาติถือเป็นปัญหาร่วมกันของคนทั้งโลก ซึ่งปัจจุบันมีประชากรโลกที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ ประมาณ 10 ล้านคน และ 1 ใน 3 ยังเป็นเด็กไร้รัฐ ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ไร้รัฐในวันหน้า ทั้งนี้ การนำเสนอรางวัลดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยเห็นความสำคัญ และผลักดันการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง การประกาศชื่อผู้ที่ได้รับรางวัล &amp;ldquo;Nansen Refugee Award&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประจำปีนี้ จะมีขึ้นในวันที่ 24 กันยายน 2561 โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 2561 จะมีพิธีมอบเหรียญรางวัลที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์และสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงเพื่อแสดงความชื่นชมและยินดีให้แก่นางเตือนใจในวันที่ 12 กันยายน นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17291</URL_LINK>
                <HASHTAG>UNHCR, กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นางเตือนใจ ดีเทศน์, รางวัล “Nansen Refugee Award”, รางวัลผู้ลี้ภัยนันเซน, ได้รับการเสนอชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b973b5593f82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
