<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 00:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กสทช.”ยอมต่อเวลา  “ทีโอที” ส่งงาน เน็ตชายขอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค. 2562 น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ในฐานะประธานบอร์ด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ ทีโอที เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีโอที ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผู้บริหารทีโอทีที่ปฏิบัติหน้าที่ กรณี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยกเลิกสัญญาโครงการให้บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในพื้นที่ชายขอบ จำนวน 3,920 หมู่บ้าน ซึ่งมีด้วยกัน 3 สัญญา โดยทั้ง 3 สัญญานี้ ทีโอที ได้ทำสัญญากับ กสทช.เมื่อวันที่ 28 &amp;nbsp;ก.ย.2560 คิดเป็นมูลค่า 6,495 ล้านบาท โดยตามสัญญา ทีโอทีจะต้องเป็นผู้ดำเนินการติดตั้งจุดให้บริการฟรีไวไฟ จำนวน 1,706 หมู่บ้านศูนย์ดิจิทัลชุมชน USO Net 391 แห่ง และติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ 591 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อนำข้อเท็จจริงตอบข้อสงสัยแก่ประชาชนและฝ่ายบริหาร รวมถึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาโครงการ USO Net ต่อคณะทำงาน ที่มี นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช.เป็นผู้ดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สัญญาที่ทีโอทีติดตั้งจุดให้บริการฟรีไวไฟ จำนวน 1,706 หมู่บ้าน และติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 591หมู่บ้าน ตรวจรับและส่งมอบเสร็จเรียบร้อย โดย กสทช.ได้อนุมัติชำระเงินให้แก่ ทีโอที เป็นที่เรียบร้อย &amp;nbsp;เหลือเพียงแต่โครงการที่มีปัญหาคือ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน USO Net 391 แห่ง &amp;nbsp;ที่เป็นการติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก เนื่องจากเป็นการทำผิดเงื่อนไข ( TOR) &amp;nbsp;การสร้างอาคาร USO Net สร้างไม่แล้วเสร็จ ตามสัญญา เนื่องจากมีการสร้างในจุดที่ไม่ได้รับการอนุมัติแบบให้สร้างรวมถึงมีการสร้างอาคารผิดแบบจาก TOR กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่ทีโอทีทำไปแล้วก็ให้กสทช.ตรวจรับ คงจะมีแต่เรื่องการสร้างอาคาร USO Net สร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา เนื่องจากมีการสร้างในจุดที่ไม่ได้รับการอนุมัติแบบให้สร้าง รวมถึงมีการสร้างอาคารผิดแบบจาก TOR กำหนด ซึ่งเรื่องนี้ก็ให้กสทช.พิจารณาว่าจะให้ใครมาทำใหม่ &amp;nbsp;ส่วนอาคารที่อยู่ในพื้นที่ป่า กสทช.จะประเมินเกณฑ์เพื่อจ่ายเงินให้กับทีโอที&amp;rdquo; ประธานบอร์ด กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจากทีโอที เปิดเผยว่า กสทช.ได้ขยายระยะเวลาในการส่งมอบให้กับทีโอที &amp;nbsp;และตกลงให้ทีโอที หาวิธีที่จะส่งมอบงานที่ค้างอยู่ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์การใช้งานของประชาชนในพื้นที่ หาทางออกเพื่อประโยชน์ของประชาชน ให้ทำมาภายในระยะเวลาที่ทีโอทีขอขยาย เพื่อสามารถส่งมอบศูนย์ดิจิทัลชุมชน USO Net จำนวน 391 อาคาร ให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51546</URL_LINK>
                <HASHTAG>USO NET, กสทช., ทีโอที, เน็ตชายขอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d40444ad5741.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G จะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา ระหว่างเมืองกับชนบท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้เนื่องมาจาก ประเทศไทย ยังมีปัญหาเรื่องช่องว่างทางการศึกษาที่สูงมาก ระหว่างโรงเรียนรัฐ กับโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลชายขอบ รวมไปถึงปริมาณ จำนวนครูอาจารย์ผู้สอนต่อเด็กนักเรียนมีไม่เพียงพอ รวมถึงงบประมาณที่ใช้จัดสรรสำหรับอุปกรณ์การเรียนก็ยังมีอยู่อย่างจำกัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการแก้ไขปัญหาเรื่องการเรียนในพื้นที่ชนบทห่างไกล ไร้ซึ่งโอกาสเข้าถึงการศึกษา ด้วยการก่อตั้งมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้น เพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กชายขอบ ที่ขาดแคลนครู หรือที่รู้จักกันในนาม &amp;quot;ครูตู้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ดี แม้จะมี &amp;quot;ครูตู้&amp;quot; มาเสริมแล้วก็ยังไม่สามารถเข้าถึงการเรียนได้อย่างทั่วถึง  แต่ในยุคนี้ ก็นับว่ามีข่าวดี เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้เข้ามามีบทบาทต่อสื่อการเรียนการสอนยุคใหม่มากขึ้น ทำให้รัฐบาลมองเห็นโอกาส โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) มีการผลักดันโครงการ USO NET ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้ประชากรในประเทศไทย ได้มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป ซึ่งเมื่ออินเทอร์เน็ตเข้าถึงแล้ว โอกาสในการเรียน และการศึกษาหาข้อมูลต่างๆ ก็จะเปิดกว้างขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมา กสทช. พยายามที่จะช่วยผู้มีรายได้น้อย 6 แสนกว่าครัวเรือน หรือ 1.8 ล้านคนในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี 3 ปี และหน่วยงานรัฐใช้อินเทอร์เน็ตฟรี 5 ปี ซึ่งโครงการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือโครงการ USO NET ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ของสำนักงาน กสทช. เป็นโครงการที่สนับสนุนโครงการเน็ตประชารัฐของรัฐบาลที่จะจัดให้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศไทย โดยจะจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบในพื้นที่เป้าหมาย โดยให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ความเร็วไม่ต่ำกว่า 30 Mbps แก่หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่โครงการ อาทิ โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ. สต.) รวม 1,317 แห่ง พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ใช้งาน และจะมีสัญญาณ Wi-Fi ให้ใช้ฟรี ตลอดระยะเวลา 5 ปี มีอาคารศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ จำนวน 763 ศูนย์ ซึ่งจะมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมผู้ดูแลประจำศูนย์อย่างน้อย 1 คน รวมถึงให้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี ตลอดระยะเวลา 5 ปี นอกจากนั้น ยังมี Wi-Fi Access Point บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะจำนวน 3,149 จุด (หมู่บ้านละจุด) ให้บริการด้วย สำหรับประชาชนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง ก็สามารถขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ความเร็ว 30/10 Mbps โดยจ่ายค่าบริการเพียงเดือนละ 200 บาท ในระยะเวลา 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทาง กสทช. ได้เปิดได้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในวันที่ 1 ก.ค. 2562 โดยการเปิดบริการดังกล่าวเฉพาะในส่วนของภาคเหนือ 1 ภายใต้การรับผิดชอบของบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด, ภาคกลางและภาคใต้ ภายใต้การรับผิดชอบของบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมกับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ภายใต้การรับผิดชอบของ ITEL ตั้งแต่ 1 ก.ค.2562-31 พ.ค.2565 ส่วนอีก 2 สัญญา ได้แก่ ภาคเหนือ 2 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ภายใต้การรับผิดชอบของ TOT ยังดำเนินการติดตั้งไม่แล้วเสร็จ ซึ่งทาง TOT อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากอินเทอร์เน็ตเข้าไปถึง โอกาสในการลดช่องว่างทางการศึกษาก็จะลดลงตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็จะต้องมี ครูหรือ บุคลากรมาช่วยเสริม แนะนำ และให้ความรู้ให้กับเด็กๆ และเยาวชน ได้ช่วยกันค้นคว้าหาความรู้กันต่อไป รวมถึงจะต้องมีการต่อยอดกับสถาบันการศึกษา ในการสร้างเนื้อหา การเรียนการสอนที่ดี เสริมเข้าไป ก่อให้เกิดการศึกษาทางไกล ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งที่ทาง กสทช. กำลังพยายามที่จะผลักดันอย่างต่อเนื่อง คือ การพัฒนาการส่งสัญญาณ บนเทคโนโลยี 5G ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอนาคตของประเทศ และส่งผลดีต่อการศึกษาด้วย เพราะ5G จะก่อให้เกิดแนวการสอนแบบใหม่ โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยมาช่วยเป็นสื่อการสอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในยุค 5G มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่าง VR และ AR ซึ่งจะทำให้ผู้เรียน หรือ เด็กๆ จะมีความเข้าใจในสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น รวมถึงยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์ หรือ เนื้อหาการเรียนได้อย่างรวดเร็ว แม้วจะเป็นไฟล์วีดิโอขนาดใหญ่ก็ตาม นอกจากนี้ 5G ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการเรียนการสอน เพราะ การเข้ามาของ 5G จะช่วยในเรื่องของการเรียนการสอนแบบไร้รอยต่อ ทั้งภายนอกและภายในห้องเรียน โดยไม่มีอุปสรรคในการใช้งานข้อมูลต่างๆผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงผู้เรียนสามารถขอคำปรึกษา จากอาจารย์ผู้มีความรู้ ได้ทันที โดยไม่ต้องรอนัดหมายพบหน้ากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือ สิ่งที่คาดว่า จะเกิดขึ้นภายในไม่ช้านี้  ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี 5G หรือ อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ จะมีผลอย่างมากต่อ การช่วยลดช่องวางในการศึกษาให้เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42336</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ครูตู้&quot;, 5G, USO NET, กสทช., การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมข, อินเทอร์เน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4043ec3ffee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
