<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;WHO&quot;ชี้แนวโน้มอุบัติท้องถนนไทยดีขึ้น แต่ยังน่าห่วงคนหนุ่มสาว15-25ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

25 ธ.ค.61-นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ผลการจัดทำรายงานสถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา พบว่าจากข้อมูลปี 2559 ทั่วโลกมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนประมาณ 1.35 ล้านคนต่อปี เฉลี่ย 3,700 คนต่อวัน และเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตของเด็กและเยาวชนทั่วโลก โดยครึ่งของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย องค์การอนามัยโลกได้ประมาณการอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 32.8 ต่อประชากรแสนคน จำนวน 22,491 คน เฉลี่ยวันละ 60 คน อยู่อันดับที่ 9 ของประเทศสมาชิกทั้งหมด ซึ่งดีขึ้นจากเดิมที่เคยอยู่อันดับ 2 &amp;nbsp;สำหรับการประมาณการดังกล่าวใกล้เคียงกับรายงานการบูรณาการข้อมูลของกรมควบคุมโรคร่วมภาคีหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และฐานข้อมูลจากมรณบัตรในปี 2559 &amp;nbsp;พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทย มีจำนวน 21,745 คน คิดเป็น 31.58 ต่อประชากรแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า การเสียชีวิตบนท้องถนนของประเทศไทยยังอยู่ในอัตราที่สูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญและถือว่ายังสูงมากเมื่อเทียบประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน วัยหนุ่มสาว ในช่วงอายุ 15- 29 ปี ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้รถจักรยานยนต์ จึงจำเป็นต้องปกป้องกลุ่มคนดังกล่าวให้ปลอดภัย ตามสิทธิที่ควรได้รับของประชาชนคนไทย ซึ่งหน่วยงานในระดับประเทศและพื้นที่กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของกรมควบคุมโรค ในฐานะเป็นภาคีร่วมของการทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศ ทั้งในด้านการจัดการข้อมูลโดยการบูรณาการข้อมูล 3 ฐาน การสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย โดยร่วมกับกรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันผลักดันให้มีการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุ โดยในรายที่เป่าลมหายใจผ่านเครื่องตรวจได้ให้ตำรวจดำเนินการ ส่วนรายที่ไม่สามารถเป่าได้ให้ตำรวจส่งตัวไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาล ในด้านการป้องกัน จะเน้นการขับเคลื่อนในระดับพื้นที่อำเภอและท้องถิ่น ตำบล ชุมชน โดยใช้กลไกการทำงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.) และกลไกศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอและท้องถิ่น (ศปถ.อำเภอ/ท้องถิ่น/ตำบล) เพื่อบูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการเพื่อปกป้องกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยมีโครงการที่จะขับเคลื่อนในปี 2562 นี้ ได้แก่ โครงการอายุต่ำกว่า 15 ปีไม่ขับขี่รถจักรยานยนต์ และโครงการหน้าโรงพยาบาลปลอดภัย เนื่องจากพบว่ามีประชาชนสัญจรเข้าออกโรงพยาบาลตลอดเวลา ถนนหน้าโรงพยาบาลหลายแห่งกลายเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุวรรณชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ในโอกาสใกล้วันขึ้นปีใหม่ 2562 ประชาชนสัญจรท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนากันเป็นจำนวนมาก อยากให้คนไทยระมัดระวังอันตรายจากการสัญจร มีความตระหนัก รู้ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ทั้งด่านชุมชน และด่านตรวจ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทาง &amp;nbsp;หากพบเห็นอุบัติเหตุให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669 &amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25031</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, WHOชี้ไทยมีแนวโน้มอุบัติเหตุดีขึ้น, กรมควบคุมโรค, ประมาณการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนน, องค์การอนามัยโลก (WHO), แต่คนหนุ่มสาวยังน่าห่วงอุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b111cc968b02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
