<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะ&quot;ท่าออกกำลัง&quot; ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การ Work From Home ส่งผลให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันต้องอยู่กับที่หรือนั่งทำงานเป็นเวลานาน&amp;nbsp; ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตันจากลิ่มเลือด (Deep Vein Thrombosis - DVT) ได้ รวมถึงการนั่งเครื่องบินหรือเดินทางเป็นเวาลานาน และกิจกรรมที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการขยับร่างกายเรื่อย ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะช่วยให้เลือดไหลเวียน ลดอาการปวดเมื่อยของร่างกาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นพ. วสุพงศ์ ศรีเดิมมา ศัลยแพทย์และแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์หลอดเลือด ศูนย์หลอดเลือด โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน (Deep Vein Thrombosis หรือ DVT) หรือภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ เป็นภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันภายในหลอดเลือดดำส่วนลึกที่ขา ทำให้มีอาการปวดขามาก ขาบวมแข็งข้างเดียว มักเป็นบริเวณน่อง ร้อนที่ขา กดเจ็บตามแนวหลอดเลือดดำที่อุดตัน ผิวหนังสีแดงหรือสีผิวที่ขาเปลี่ยนแปลง อาจสัมพันธ์กับการนั่งเครื่องบินหรือนั่งรถเป็นเวลานาน นั่งนิ่ง ๆ ไม่ขยับขานานเกิน 4 &amp;ndash; 8 ชั่วโมง ที่อันตรายที่สุดคือ ลิ่มเลือดอาจวิ่งขึ้นไปยังหัวใจแล้วอุดตันเส้นเลือดที่ปอด ถ้าลิ่มเลือดใหญ่มากอาจส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงที่ปอดและเสียชีวิตได้ในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อจึงเป็นสิ่งที่ป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุดตันได้ดีที่สุด และ 8 ท่าออกกำลังกายห่างไกล DVT เป็นท่าที่สามารถทำเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าที่ 1 หมุนข้อเท้า ยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นจากพื้นเล็กน้อย หมุนข้อเท้าเป็นวงกลมให้ปลายเท้าหมุนเข้าหากัน ทำอย่างช้า ๆ 10 ครั้ง จากนั้นหมุนข้อเท้าเป็นวงกลมให้ปลายเท้าหมุนออกจากกัน ทำอย่างช้า ๆ 10 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าที่ 2 เขย่งเท้า วางเท้าทั้งสองข้างไว้กับพื้น กระดกปลายเท้าขึ้นโดยให้ส้นเท้าอยู่กับพื้น ค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นกระดกปลายเท้าลงนิ้วเท้าให้แตะพื้น ยกส้นเท้าสูงขึ้น ค้างไว้ 5 วินาที ทำแบบเดียวกัน 10 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าที่ 3 ยกเข่า วางเท้าทั้งสองข้างไว้กับพื้น ยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย ค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นสลับไปยกเข่าอีกข้างหนึ่ง ทำข้างละ 10 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าที่ 4 หมุนคอ เอียงคอไปด้านซ้าย หมุนคอทวนเข็มนาฬิกาช้า ๆ 10 ครั้ง จากนั้นสลับหมุนคอตามเข็มนาฬิกาช้า ๆ อีก 10 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าที่ 5 หมุนไหล่ หมุนไหล่ทั้งสองข้างไปด้านหน้า 10 ครั้ง หมุนไหล่ทั้งสองข้างไปด้านหลัง 10 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าที่ 6 สะบัดมือ สะบัดมือและนิ้วทั้งสองข้างข้างลละ 10 - 20 วินาที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าที่ 7 เหยียดแขน ยกมือขึ้นมาประสานนิ้ว เหยียดแขน เปิดฝ่ามือไปด้านหน้า ค้างไว้ 5 วินาที เหยียดแขนเปิดฝ่ามือไปด้านบน ค้างไว้ 5 วินาที ทำแบบนี้ซ้ำ 10 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าที่ 8 ลุกเดิน ไม่ควรอยู่กับที่นานเกินไป ควรหาลุกขยับตัว ยืดเส้น เดินไปหยิบของ เข้าห้องน้ำ หรือดื่มน้ำเรื่อย ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117163</URL_LINK>
                <HASHTAG>Work from Home, ท่าออกกำลัง, รเส้นเลือดอุดตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146eb67a9247.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระวัง computer vision syndrome ปัญหาสายตาช่วงwfmป้องกันได้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้มีความจำเป็นต้องทำงานแบบ Work from Home มีผลให้ชีวิตส่วนตัว และงานถูกรวมเข้าด้วยกัน จนอาจทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาทำงานเกินเวลา โดยอาจจะใช้เวลาเกือบทั้งวันจ้องแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนทำให้ต้องใช้สายตาในการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แต่ว่าการทำงานอยู่ที่บ้านแบบนี้มีทั้งผลดีที่ไม่ต้องไปพบปะกับผู้คน ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 และได้อยู่บ้านกับครอบครัว แต่ถ้าไม่แบ่งเวลาการทำงานให้เหมาะสม ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.เกรียงไกร&amp;nbsp; นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง)&amp;nbsp;กล่าวว่า computer vision syndrome เป็นภาวะดวงตาที่ต้องรับภาระจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงาน หรือการประชุมผ่านอินเตอร์เน็ต จึงอาจเป็นปัญหาต่อดวงตาที่พบจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้แก่ ปวดศีรษะ&amp;nbsp;ปวดตา ตาแห้ง เคืองตา ตามัว หากเกิดอาการเหล่านี้ ควรพบจักษุแพทย์&amp;nbsp; แม้ว่ากลุ่มอาการนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อดวงตาหรือการมองเห็น แต่มักก่อให้เกิดความไม่สบายตา และอาจเป็นปัญหารบกวนการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์หญิงกนกทิพย์&amp;nbsp; มันตโชติ นายแพทย์ชำนาญการ กล่าวเสริมว่า ภาวะcomputer vision syndrome คือกลุ่มอาการทางตา ที่เกิดจากการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยจะมีอาการดังกล่าวข้างต้น มีการศึกษาพบว่าประมาณ 90% ของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน มักเคยประสบกับกลุ่มอาการนี้ ทั้งนี้อาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่นการกระพริบตาลดลงขณะใช้คอมพิวเตอร์ทำให้ตาแห้ง แสงสว่างภายในห้องไม่เหมาะสม รวมทั้งการมีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ และการที่ตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ไม่คมชัดจึงทำให้ต้องใช้ความพยายามในการโฟกัสมากขึ้นจึงก่อให้เกิดอาการตาเมื่อยล้าได้ และระยะห่างจากหน้าจอที่ไม่เหมาะสม รวมถึงระดับสายตาในการมองจอคอมพิวเตอร์ และท่าทางในการนั่งที่ไม่เหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยป้องกันหรือหลีกเลี่ยงภาวะcomputer vision syndromeได้แก่ 1.กะพริบตาให้บ่อยขึ้น การนั่งจ้องหน้าจอนาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน จะทำให้อัตราการกะพริบตาลดลงจาก 20 &amp;ndash; 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 &amp;ndash; 8 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ตาแห้งได้ ดังนั้นจึงควรกะพริบตาให้บ่อยขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาก็ได้เช่นกัน 2.ปรับความสว่างในห้องทำงาน&amp;nbsp; และหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดยลดแสงสว่างจากภายนอก หรือแสงจากในห้องทำงานที่สว่างมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดแสงสะท้อนที่จอคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่สบายตาได้ และปรับเพิ่มความแตกต่างของสีระหว่างตัวอักษรกับพื้นจอภาพเพื่อให้อ่านง่าย และปรับความสว่างของหน้าจอให้สบายตา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.พักสายตาทุก ๆ ชั่วโมง โดยยึดหลัก &amp;ldquo;20 &amp;ndash; 20 &amp;ndash; 20&amp;rdquo; คือการละสายตาจากหน้าจอ และมองออกไปไกลระยะ 20 ฟุตทุก ๆ 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาทีต่อครั้ง จะช่วยลดอาการตาล้าได้ 4.ปรับระดับการมองจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม โดยจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ควรห่างจากตาประมาณ 20-28 นิ้ว และต่ำลงจากระดับสายตาประมาณ 4-5นิ้ว 5.ใส่แว่นแก้ไขสายตาที่เหมาะสม เนื่องจากการมีสายตาที่ผิดปกติ แล้วต้องเพ่งหน้าจอนานๆ อาจทำให้ปวดกระบอกตาได้ ดังนั้นในสถานการณ์ที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ประชุมออนไลน์จนดึกดื่น และไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่บ้านไปอีกนานเท่าไหร่ แนะนำดูแลสุขภาพตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตารางการทำงาน และชีวิตส่วนตัวให้เหมาะสม หากรู้สึกว่าดวงตามีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาจักษุแพทย์ ตรวจเช็คดวงตา เพื่อที่จะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114905</URL_LINK>
                <HASHTAG>computer vision syndrome, wfm, Work from Home, กะพริบตาให้บ่อย, การมองจอคอมพิวเตอร์, จักษุแพทย์, จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์, นพ.เกรียงไกร  นามไธสง, ปัญหาสายตา, วัดไร่ขิง, แพทย์หญิงกนกทิพย์  มันตโชติ, โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b11085dda6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปริญญ์ แนะรัฐปรับตัวเร่งพัฒนา e-Government เพิ่มประสิทธิภาพบริการ ปชช. ในยุคราชการเวิร์คฟอร์มโฮม #WFH ไม่เวิร์ค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2564&amp;nbsp;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ห่วงประชาชนที่เดือดร้อนจากการทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม (Work from home) ของหน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปรับรูปแบบการทำงานกะทันหันในช่วงวิกฤตโควิด-19 แนะรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทันท่วงที พร้อมจัดสรรงบประมาณปี 65 มาพัฒนา e-Government ขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลให้มีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 ที่แท้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการธุรกิจว่า ได้รับความความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากการที่หน่วยงานของภาครัฐต้องปิดให้บริการ และเจ้าหน้าที่รัฐต้องทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮมตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด &amp;ndash; 19 ของ ศบค. อย่างเคร่งครัด เพราะขั้นตอนการยื่นเอกสาร การทำธุรกรรม รวมถึงการขอความช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น ทำพาสปอร์ต ติดต่อซ่อมระบบไฟฟ้า - ประปา และการขอเอกสารประกอบการทำธุรกิจ เป็นไปอย่างล่าช้ามาก และไม่ได้รับความสะดวกเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากยังไม่พร้อมทำงานจากบ้าน เพราะมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ เช่น ไม่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไม่มี Fax อินเทอร์เน็ตช้าหรือไม่เสถียร เป็นต้น งานบางตำแหน่งไม่สามารถทำจากที่บ้านได้ รวมทั้งข้อมูลของแต่ละหน่วยงานยังไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้การบริการประชาชนเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม การที่หน่วยงานภาครัฐเวิร์คฟอร์มโฮมก็มีข้อดี คือช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคลงได้ ช่วยลดรายจ่ายส่วนตัวในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; และลดรายจ่ายโดยรวมของสำนักงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งหาทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของดังกล่าวของประชาชนอย่างทันท่วงที ทั้งในระยะสั้น อาทิ ร่วมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชน ในการสนับสนุนอินเทอร์เน็ตบ้าน อินเทอร์เน็ตมือถือ และค่าโทรศัพท์มือถือราคาประหยัด ติดตั้งฟรี WiFi ให้ครอบคลุม ลดค่าน้ำ-ไฟ และช่วยเหลือในระยะยาวด้วย เพราะเรายังต้องอยู่กับโควิดไปอีกนาน โดยควรจัดสรรงบประมาณประจำปี 2565 มาพัฒนารัฐบาลดิจิตอล e-Government ให้เกิดขึ้นได้จริงในเร็ววัน ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พัฒนาทักษะและสมรรถนะใหม่ให้กําลังคนภาครัฐและประชาชนให้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยได้ ผ่านการเทรนนิ่งรูปแบบต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นำระบบบล็อกเชน (Blockchain) มาใช้เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และขจัดการคอรัปชั่นในกระบวนการทำงานของภาครัฐ เช่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้มีธรรมาภิบาล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เดินหน้านโยบาย Paperless กับทุกหน่วยงาน แปลงเอกสารเป็นข้อมูลดิจิทัล ลด/งดการใช้กระดาษ ลดค่าใช้จ่าย ลดการส่งเอกสารระหว่างหน่วยงานรัฐ เพิ่มการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลและการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และลดภาระของประชาชนที่ต้องเจอกับขั้นตอนมากมายของระบบราชการที่ซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สนับสนุนให้เกิด Digital Lean Management ในหน่วยงาน นำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาปรับใช้กับการทำงาน&amp;nbsp; เช่น นำหุ่นยนต์ AI มาช่วยงานในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการของหน่วยงานรัฐให้เป็นออนไลน์ทั้งหมด เช่น การที่กระทรวงพาณิชย์ปรับหลักสูตรการเทรนนิ่งต่าง ๆ เป็นรูปแบบออนไลน์ Gen Z CEO และการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับการบริการหลายด้านให้เป็นออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชน เป็นต้น และควรพัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;quot;ทางรัฐ&amp;quot; ให้รวมทุกบริการของภาครัฐมมาไว้ในที่เดียว &amp;ldquo;One Stop Service&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. พัฒนาระบบการทำงานของภาครัฐให้สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ รองรับ Remote Working และการเวิร์คฟอร์มโฮมถาวรในอนาคต เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐ อย่างที่รัฐวิสาหกิจและเอกชนหลายแห่งกำลังทำอยู่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. การบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานและใช้ Big Data เพื่อเป็นประโยชน์กับการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน เช่น ประชาชนที่มีสิทธิ์ควรได้รับการคืนภาษีโดยอัตโนมัติและไม่ต้องยื่นเรื่องขอเอง รวมถึงการเข้าถึงรัฐสวัสดิการที่ควรสะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. พัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย Cyber Security เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้บริการรัฐบาลดิจิตอล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. การปรับ/ตัดกฎหมาย กฎระเบียบให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิตอล เช่นการเบิกจ่าย การใช้บัตรประชาชนดิจิตอล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลมีแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอล 2563-2565 ที่ชัดเจนแล้วแต่ยังขาดการบูรณาการในการขับเคลื่อนให้แผนดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในยุค &amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; ที่มาถึงเร็วกว่าที่หลายคนคาดจากการเกิดวิกฤติโควิด ดังนั้นภาครัฐต้องเร่งแผนการขับเคลื่อนและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้โดยด่วน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113663</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blockchain, e-Government, Paperless, Work from Home, การทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม, ขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอล, จัดสรรงบประมาณปี 65, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์, พรรคประชาธิปัตย์, พัฒนา e-Government, ยุค 4.0, ระบบบล็อกเชน, หน่วยงานรัฐ, หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย, ห่วงประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611bcf0355758.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วงล็อกดาวน์ ..ทำไม?!?เครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มาคาเลียส&amp;rdquo; (Makalius) สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย ได้จัดทำโพลสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภค ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อยากออกไปท่องเที่ยว พบเหตุผลหลัก มาจากความ &amp;ldquo;เครียด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ถือเป็นวิกฤตหนักสุดของประเทศไทย ที่มียอดผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่าวันละหมื่นคน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ ของประเทศไทย และที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อจิตใจคนไทยทำให้เกิดความเครียดสะสม โดยในแต่ละคนจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คนไทยส่วนใหญ่มักจะเลือก &amp;ldquo;การเที่ยว&amp;rdquo; มาช่วยผ่อนคลายความเครียด แต่ในสถานกาณณ์ปัจจุบัน ที่ทางภาครัฐบาลขอความร่วมมือกับประชาชนในการลดการเดินทางข้ามจังหวัด จึงทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวปกติทำไม่ได้&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดทางบริษัทฯ จึงได้จัดทำแบบสอบถามประเมินความพึ่งพอใจกลุ่มลูกค้า และได้ทำการสำรวจความคิดเห็นในเพจเฟสบุ๊ค (Makalisu) รวมถึงการพูดคุยกับลูกค้าผ่าน Call Center ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อยากออกไปท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้มากที่สุด พบว่า สาเหตุหลักมาจากความ &amp;ldquo;เครียด&amp;rdquo;&amp;nbsp; จำแนกออกมาเป็น 7 ความเครียด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มต้นที่ &amp;ldquo;ข่าวโควิด-19&amp;rdquo; ถือเป็นความเครียดอันดับแรก ๆ ของใครหลายคน เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ โควิด-19 เป็นเรื่องใกล้ตัวเข้าไปทุกที อีกทั้งการนำเสนอข่าวที่ทำให้เห็นภาพของจำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละวันที่พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าหมื่นคน ภาพความลำบากของคนตกงาน ภาพความลำบากของการเข้ารับการรักษา จึงส่งผลให้ผู้เสพสื่อเกิดความเครียดและความหดหู่เป็นจำนวนมาก เหตุผลต่อมาคือ &amp;ldquo;การบริหารงานของรัฐบาล&amp;rdquo; ที่ถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการบริหารจัดการโควิด-19 ทั้งการตรวจเชิงรุก การรักษา การจัดหาวัคซีนให้เพียงพอกับประชาชน การใช้งบประมาณแผ่นดินที่ผิดพลาด รวมถึงนโยบายต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นโดยไม่มีเหตุผลสอดคล้องกับการแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบัน เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเครียดของหนุ่มสาวออฟฟิศจะเป็นเรื่อง &amp;ldquo;Work From Home&amp;rdquo; เสียงส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าการทำงานที่บ้านนั้นมีความเครียดมากกว่าการทำงานที่ออฟฟิศ และเหมือนจะทำงานหนักกว่าอยู่ที่ออฟฟิศ อีกทั้งยังขาดปฏิสัมพันธ์ในสังคม ขาดการพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้เรื่อง &amp;ldquo;การทำยอดขาย&amp;rdquo; ก็เป็นความเครียดหลักของหนุ่มสาวแบงก์และอาชีพนักขาย เพราะต้องทำยอดขายให้ไปเป็นตามเป้าที่องค์กรตั้งเอาไว้ แต่ไม่สามารถออกไปพบลูกค้าเพื่อพูดคุยและนำเสนอสินค้าบริการได้เหมือนปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับความเครียดของเจ้าของกิจการก็หนีไม่พ้นที่เรื่อง &amp;ldquo;การทำธุรกิจ&amp;rdquo; เพราะบางธุรกิจไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เช่น สถานที่ออกกำลัง สถาบันความงาม เป็นต้น บางธุรกิจสามารถเปิดให้บริการได้แต่ก็ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ เพราะกลัวการติดเชื้อเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านคนที่รักการเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจปัญหาความเครียดหลัก ๆ คือ &amp;ldquo;ไม่ได้เที่ยวมานาน&amp;rdquo; เพราะนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ก็กินเวลามาเกือบ 2 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องหยุดเที่ยวกันแบบยาว ๆ อีกทั้งนักท่องเที่ยวบางรายยังคงเครียดเรื่อง &amp;ldquo;ธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;rdquo; เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แต่มีข่าวถึงการปิดตัว ปิดกิจการด้านการท่องเที่ยวลงมากมาย ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว จึงส่งผลกระทบต่อจิตใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวณีรนุช กล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าหลายคนเกิดความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต แต่ในสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายความเครียดได้ จึงควรหา วิธีการคลายความเครียดด้านอื่น ๆ มาใช้แทน เช่น การงดเสพคอนเทนต์ข่าวสารที่มีรุนแรงหรือมีเนื้อหาเชิงลบ จัดสรรเวลาการทำงานและการพักผ่อนให้มีความพอดี เลือกเสพสื่อที่ผ่อนคลาย อย่างเช่น รีวิวการท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บเป็นอินสไปเรชั่น เตรียมพร้อมวางแผนท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง เป็นต้น และหาเวลาออกกำลังกายเพื่อสร้างสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113371</URL_LINK>
                <HASHTAG>Makalius, Work from Home, การทำยอดขาย, การบริหารงานของรัฐบาล, ข่าวโควิด-19, ธุรกิจการท่องเที่ยว, นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช, บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด, มาคาเลียส, สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์, สาเหตุที่ทำให้อยากออกไปท่องเที่ยว, เครียด, เลือกเสพสื่อที่ผ่อนคลาย, โพลสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118d8f61f585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำสวยเองที่บ้าน..ไม่ต้องง้อคลินิก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อล็อคดาวน์นี้ยังอีกยาวไกล ชาวออฟฟิศยัง Work from home ประชุมกันรัวๆ อยู่ที่บ้าน นักเรียน นักศึกษานั่งเรียนออนไลน์อยู่หน้าจอ ใครต่อใครหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำกิจกรรมในบ้านกันเป็นหลักเพื่อความปลอดภัยและหยุดการแพร่เชื้อโรคระบาดโควิด-19 สำหรับสายบิวตี้ที่รักและดูแลใส่ใจตัวเองแม้ช่วงนี้จะไม่ได้ออกไปเผยผิวใสที่ไหน ถึงจะรอดจากแสงแดด แสงยูวี แต่ก็ไม่รอดพ้นแสง Blue light ภัยเงียบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนต่างๆ&amp;nbsp; ครั้นจะไปสถาบันเสริมความงามเจ้าประจำให้ช่วยเสกสวยแบบปุ๊บปั๊บก็ยังทำไม่ได้เพราะปิดบริการชั่วคราวอยู่&amp;nbsp; ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ชวนมาปฏิบัติภารกิจซ่อมผิวสวย กู้ผิวพัง เปิดผิวใส ไม่ง้อคลินิกไปด้วยกันในแบบง่ายๆ ทำได้ที่บ้านด้วยตัวเอง ถ้าพร้อมแล้วไม่เริ่มกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครีมบำรุง งานผิวต้องรอดต้องบำรุงอย่างให้ขาด ผลิตภัณฑ์เซรั่ม ครีมบำรุง เดย์ครีม ไนท์ครีม เป็นไอเท็มหลักในการเติมน้ำเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยมีหลากหลายแบรนด์ให้เลือกใช้ได้ตามสภาพปัญหาผิวของแต่ละคน รีบไปหามาบำรุงกันไว้ช่วงนี้แหละมีเวลาเติมครีมบำรุงผิวได้เยอะเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครีมกันแดด ต่อให้หยุดกักตัวเองอยู่กับบ้าน แต่บอกแล้วว่ายากที่จะรอดพ้นแสง Blue light จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนต่างๆ ทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวก่อให้เกิดริ้วรอยได้ทั้งนั้น กฎเหล็กของสายบิวตี้เลิฟเวอร์จึงต้องทาผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างสม่ำเสมอทุกวันห้ามลืมเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;วิตามินคอลลาเจน ถ้ามาตรการล็อคดาวน์ยังทำให้ไม่สามารถไปหาคุณหมอเพื่อเติมเต็มคอลลาเจน โปรตีนโครงสร้างหลักที่มีหน้าที่ป้องกันการเสื่อมสภาพของผิว ให้ผิวนุ่มสวย เรียบเนียน ลดริ้วรอย ดูอ่อนกว่าวัยได้เหมือนเช่นเคย เราก็ต้องหาตัวช่วย ซึ่งนอกจากการรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนแล้ว เดี๋ยวนี้ก็มีทั้งครีมบำรุง ทั้งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจนที่มีคุณภาพได้มาตรฐานผ่านการรับรองมากมาย แถมแต่ละยี่ห้อยังเพิ่มเติมวิตามินตัวอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างผิวสวยได้อีก เพียงศึกษาวิธีการใช้ครีมบำรุง และวิธีการรับประทานอย่างถูกต้อง เท่านี้ผิวเราก็รอดสวยใสได้อีกยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไฟเบอร์ แน่นอนว่าพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะการรับประทานอาหารพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ จะช่วยเพิ่มกากใยอาหารซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เมื่อระบบขับถ่ายมีความสมดุล ก็จะทำให้ผิวพรรณสดใส สุขภาพดีอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สุดท้ายนี้อย่าลืมเพิ่มโอโซน เพราะแม้จะบอกว่าแม้จะหลบอยู่แต่ในพื้นที่จำกัดไม่ออกไปไหนผิวก็พังได้อยู่ดี เพราะแม้แต่ควันธูปที่จุดลอยอบอวลในห้องก็เป็นหนึ่งในอาวุธร้ายทำลายผิวสวยได้เช่นกัน ดังนั้นช่วงนี้อาจหาเครื่องฟอกอากาศเล็กๆ หรือตั้งน้ำเปล่าสักแก้ววางไว้ในห้องเพื่อให้อากาศไม่แห้งจนเกินไป รวมทั้งช่วยปกป้องระบบทางเดินหายใจและปอดของเราให้ปลอดภัยจากควันและมลพิษต่างๆ ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112442</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blue light, Work from Home, ครีมกันแดด, ครีมบำรุง, ทำสวย, ที่บ้าน, ภารกิจซ่อมผิวสวย, ราชประสงค์, ล็อคดาวน์นี้ยังอีกยาวไกล, วิตามินคอลลาเจน, ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก, สายบิวตี้, ไฟเบอร์, ไม่รอดพ้นแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d25f47e99c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สงกรานต์ รังสรรค์’ตัดพ้อ ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำงานที่บ้านได้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน&amp;nbsp;หรือ สงกรานต์ เดอะวอยซ์&amp;nbsp;โพสต์ผ่านแฟนเพจ ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำงานที่บ้านได้ ช่วยเหลือตัวเองจนสุดความสามารถแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถWFH 100%&amp;nbsp;ได้อะเนาะ แล้วคนที่มีอาชีพต้องออกจากบ้านหาเงินจะทำไงล่ะ ถ้าจะบอกว่าให้ช่วยกัน นี่แสดงว่าพี่ไม่เห็นพวกผมเลย ผมช่วยเหลือตัวเองกันมาจนสุดความสามารถแล้ว หายใจได้ทุกวันนี้ผมว่าผมสุดละนะ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110597</URL_LINK>
                <HASHTAG>WFH, Work from Home, สงกรานต์ เดอะวอยซ์, สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7ee5de52f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Work from home ให้สุขภาพดีน้ำหนักไม่พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต้องยอมรับว่าสถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายคนยังคงต้องทำงานอยู่บ้าน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และแน่นอนว่าการ Work from home ทำให้การขยับร่างกายน้อยลง ประกอบกับบ้านไหนที่ชอบตุนขนมและอาหารอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นพรวด ๆ แบบไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเรามีทริคในการเลือกรับประทานสิ่งดี ๆ เข้าสู่ร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดี และน้ำหนักไม่พุ่ง ฟิตแอนด์เฟิร์ม เพื่อพร้อมสำหรับการใส่เสื้อผ้าตัวเก่งไปทำงานเมื่อสถานการณ์ปกติ &amp;quot;กิฟฟารีน&amp;quot; มีคำแนะนำ 3 ทิปส์ง่ายๆ ในการเลือกรับประทานสไตล์ กิฟฟารีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ระวังแป้งและน้ำตาล พร้อมเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร : แน่นอนว่าเมื่ออยู่บ้าน หลายคนอาจจะเบื่อและมีความกังวล เลยสรรหาเมนูของหวาน เพิ่มน้ำตาลในเลือด คลายความเครียด ดังนั้นหากอยากกินพวกแป้ง ควรหันมากินแป้งขัดสีอย่างข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีตแทน เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายด้วยน้ำผึ้งมะนาว และถ้าหากใครอยากรับประทานกากใยเพิ่ม และอยากให้ระบบขับถ่ายทำงานดีมากขึ้น ลองหาตัวช่วยดี ๆ อย่างไฟเบอร์ ใยอาหารชนิดละลายน้ำ ผสานสารสกัดจากธรรมชาติ ผักและผลไม้หลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดโปรตีน : หลักการทางโภชนาการแนะนำว่าในคนวัยทำงานสุขภาพปกติต้องการโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้นอาหารในแต่ละมื้อควรมีโปรตีนดีๆ&amp;nbsp; อย่าง ไข่ไก่ ปลา ไก่ ถั่ว เต้าหู้ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะถ้าร่างกายขาดโปรตีนจะทำให้กล้ามเนื้อเสื่อมสลายง่าย ที่สำคัญโปรตีนจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วย และ ลดความอยากกินขนมระหว่างวันได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะสายวีแกน ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์&amp;nbsp; ทำให้ส่วนใหญ่ต้องทำอาหารเอง ตัวช่วยดี ๆ ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช จากถั่วเหลือง ก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทานให้อิ่ม แต่แคลอรี่น้อย: 2 กฏเหล็ก ที่ต้องจำให้ขึ้นใจยุคที่ความสะดวกสบายเสิร์ฟให้กับเรา ถ้าไม่ต้องการให้น้ำหนักตัวพุ่งจนใจหาย เพราะเมื่อหิวเราจะทานอาหารในปริมาณเยอะ สำคัญที่เราต้องทานอาหารให้อิ่ม แต่ต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่น้อย ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด และหันมาเลือกสั่งอาหารที่มีประโยชน์ หรือ สั่งอาหารสด ผัก ผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มยอดฮิตชานมไข่มุก น้ำหวานต่างๆ ถ้าเสพติดแล้วดื่มทุกวันคงไม่ดีแน่ มาหาเครื่องดื่มทดแทน เป็น ไอเท็มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์อย่าง เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูปกลิ่นข้าวโพดไม่ใส่น้ำตาลทราย ก็สามารถเป็นเมนูของว่างได้ง่ายๆ และอิ่มท้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลองทำตาม 3 ทิปส์ง่ายๆ ในช่วง Work from home เพียงแค่เลือกรับประทานสิ่งดี ๆเสิร์ฟให้กับร่างกาย เพียงแค่นี้ รับรองไม่ว่าจะ Work from home อีกนานแค่ไหน คุณก็น้ำหนักไม่พุ่ง และอาจจะฟิตแอนด์เฟิร์มและสุขภาพดีกว่าเดิม หรือสามารถเข้าไปดูผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อทดแทนอาหารหรือเสริมสร้างวิตามินให้ร่างกายได้อิ่มโดยมีตัวฃ่วยได้ ที่ www.giffarine.com &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104547</URL_LINK>
                <HASHTAG>Work from Home, สุขภาพ, อาหาร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b195273a373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
