<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เก้าอี้&#039; นายกฯ ที่ถูก &#039;ตีตรา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมสนใจงานการเมือง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖ คำนี้ก็เกินพอ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;quot;นายกฯ ลุงตู่&amp;quot; ที่จะใช้เป็นสินสอดหมั้นใจ &amp;quot;แฟนคลับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่รุ่นจุกนมไปยันรุ่นตะบันหมาก ที่หลากหลายทั่วประเทศ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งลุงตู่ &amp;quot;ย้ำหัวตะปู&amp;quot; ลงไปด้วยว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมสนใจงานการเมือง เพราะผมรักประเทศชาติของผม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องพูดกันอีกแล้วว่า เลือกตั้ง ๒๔ กุมภา ๖๒ คนทั้งบ้าน-ทั้งเมือง จะเลือกใครเป็นนายกฯ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอแต่ว่าชื่อ &amp;quot;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; จะหราอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรคไหน เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเมื่อไหร่พลเอกประยุทธ์จะบอกว่าอยู่พรรคไหนล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่ต้องใจร้อนกันไป .......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่คำว่า &amp;quot;ผมรักประเทศไทยของผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันตอบคำถาม เรื่องงานบริหารประเทศอีก ๔ ปีข้างหน้า กับคนที่จะเข้ามาใหม่อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าคือใคร-พรรคไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าวันไหนนายกฯ บอก &amp;quot;ผมหมดรักประเทศไทยแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนั้น นั่นแหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่อยไปหาที่ฝากใจ ฝากบ้าน-ฝากเมือง กันต่อกับคนใหม่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ครบกระบวนความ อ่านสัญญาการเมืองจากปากนายกฯ เมื่อวาน (๒๔ ก.ย.๖๑) กันดู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับสิ่งที่หลายๆ คนอยากจะให้ผมตอบในเรื่องงานการเมือง ผมก็ตอบได้ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะนี้ผมสนใจงานการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่ผมจะตัดสินใจอย่างไร จะสนับสนุนใคร มันเป็นเรื่องอีกระยะหนึ่ง ซึ่งผมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้ ผมสนใจการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะผมสนใจในสิ่งที่ผมทำลงไป ว่าไปถึงไหนอย่างไร วันข้างหน้าจะได้รับการสืบสานต่อไปหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะติดตามรับฟังจากบรรดากลุ่มการเมือง พรรคการเมือง นักการเมืองต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้น......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอใช้คำแรกนี้ได้ว่า &amp;#39;ผมสนใจงานการเมือง เพราะผมรักประเทศชาติของผม&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงเป็นเช่นเดียวกับคนไทยทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย ก็ต้องรักประเทศไทยของเรา ก็สุดแล้วแต่ประชาชนจะว่าอย่างไรในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบคุณครับ...สวัสดีครับ&amp;#39; &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ คุยกันแค่นี้พอ เผอิญคืนวาน อ่านพบเรื่อง &amp;quot;ต้องคิดคำนึง&amp;quot; ขออนุญาตผู้เขียนลอกเผยแพร่ต่อ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;JITT - Japanese Language Interpreter and Translator Society in Thailand&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Pock Pornchai
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;#ฤๅเราคือล่ามตกยุค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวานนี้ทำงานล่ามให้เครือบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทย-จีนที่กำลังจะเป็นพาร์ทเนอร์กับเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมีการจัดสัมมนาให้ฝั่งไทย-จีน-ญี่ปุ่นที่รับผิดชอบธุรกิจคล้ายกันมาระดมสมองว่าจะสามารถร่วมธุรกิจกันให้เกิดผลเชิง Synergy ได้อย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่า งานสัมมนาระดับนานาชาติแบบนี้ต้องใช้ล่ามเยอะมาก ด้วยความที่มีการแบ่งโต๊ะย่อยสำหรับแต่ละกลุ่มธุรกิจประมาณโต๊ะละ 10 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จึงได้เจอล่ามประกบผู้บริหารจีนที่อิมพอร์ตตรงมาจากจีนหลายคน เอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดของล่ามจีนคือมีแต่คนรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคนเป็นผู้ชาย แทบไม่มีใครอายุเกิน 30 เลย อายุเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ 25-27 ปี ทุกคนแต่งตัวดีมาก &amp;nbsp;ใส่สูทเข้ารูป ดูทันสมัย เสื้อเชิ้ตกริบ เนกไทเท่ดูไม่เชย ผิวพรรณหน้าผมทุกอย่างได้รับการดูแลอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ ทุกคนสูงมากกก สูง 180++ ถึงแม้หน้าตาจะดูเป็นตี๋ธรรมดา แต่ด้วยการดูแลตัวเองอย่างดีและการเลือกใส่เสื้อผ้าที่เสริมบุคลิก ขับจุดเด่นที่รูปร่างและมาดอันทันสมัยออกมา ทำให้กองทัพล่ามจากจีนดูราวกับกองทัพนายแบบที่เห็นแล้วทำให้เรารู้สึกตัวเล็กไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอได้ยินลีลาการล่ามของล่ามหนุ่มจีนแต่ละคน เราก็ยิ่งตกใจ เพราะสำเนียงภาษาอังกฤษเป๊ะกันมาก มากขนาดที่ทำเอาความมั่นใจในภาษาอังกฤษของเราแทบเหลือศูนย์ แถมวิธีการล่ามยังเป็นแบบที่เราไม่ค่อยได้เห็นคือเป็นการล่ามแบบ whispering + simultaneous คือแปลสิ่งที่คนอื่นบนโต๊ะสัมมนาพูดให้ผู้บริหารที่ตัวเองประกบอยู่ฟังโดยกระซิบใส่หูแบบสดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเวลาผู้บริหารที่มีล่ามจีนประกบพูดก็จะพูดกระซิบใส่หูล่าม ให้ล่ามแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นแบบสดต่อ ไม่มีการเว้นจังหวะให้แปล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเราแล้ว ล่าม whispering เป็นล่ามที่ทำยากที่สุด เพราะนอกจากจะต้องใช้ความสามารถและสมาธิในการแปลสดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่อยครั้งที่สภาพการทำงานไม่เอื้ออำนวย มีเสียงดังรบกวนทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงคนพูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถมยังมีตัวแปรภายนอกมากมายที่ทำให้เสียสมาธิ การแปลสด โดยฟังจากหูฟังในบูธจึงยังง่ายกว่า เพราะเอื้อต่อการรวบรวมสมาธิกว่ามาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ เราจึงทึ่งมากเมื่อเห็นล่ามจีนที่ดูอายุยังน้อยสามารถล่ามแบบนี้ได้โดยล่ามออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่สวยงาม ใช้ศัพท์ดี แกรมม่าเป๊ะ แถมสำเนียงยังแทบไม่ต่างจากเจ้าของภาษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งได้ยินภาษาญี่ปุ่นจากปากล่ามคนเดียวกัน ยิ่งอึ้ง เพราะสำเนียงสุดยอดมาก ชนิดหากหลับตาคงนึกว่าคนญี่ปุ่นพูดอยู่ แถมเคโกะยังเป๊ะ ศัพท์แสงที่ใช้ก็ดูดีมีชาติสกุลเหมาะสมกับบริบท ลีลาการแปลกระชับไม่เยิ่นเย้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ แปลได้เร็วแทบไม่เกิด lag เลย จนดูเหมือนเขาพากย์เสียงอังกฤษ/ญี่ปุนให้ผู้บริหารที่พูดจีนอยู่เลย สร้างแรงกดดันให้กับล่ามที่นั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกันอย่างเราเป็นเท่าทวีคูณ เพราะแก่กว่าเกือบ &amp;nbsp;10 ปีแต่เทียบเขาไม่ติดในทุกๆ ด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอพักกินกาแฟ ก็เลยหาโอกาสเข้าไปถามเขาว่าทำไมถึงเก่งได้ถึงเพียงนี้ เคยไปอยู่อเมริกาหรือญี่ปุ่นมาหรือเปล่า คำตอบที่ได้ก็ยิ่งช็อกขึ้นไปอีก เพราะเขาไม่เคยไปเรียนต่างประเทศเลย ภาษาอังกฤษเรียนแต่เด็ก ภาษาญี่ปุ่นเริ่มเรียนตอน ม.ปลาย หลังจากจบมหาวิทยาลัยซึ่งเรียนเอกด้านภาษาแล้ว ก็เข้าโรงเรียนล่ามต่ออีก 2 ปีเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ได้ภาษาจริง ๆ คือ ในโรงเรียนล่ามนี่เอง เพราะการสอนโหดมาก ครึ่งวันสอนเทคนิค ภาษา ศัพท์เฉพาะ และทฤษฎีในการล่าม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกครึ่งวัน เข้าบูธจำลองสถานการณ์แปลสดอัดเสียงมาเปิดให้เพื่อนและครูวิจารณ์ การบ้านแต่ละวันคือการเอาไฟล์ที่อัดเสียงที่ตัวเองแปลวันนั้นไปฟังซ้ำว่าพลาดตรงไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วนำคอมเมนต์ของเพื่อน ครูและสิ่งที่ตัวเองฉุกคิดได้ขณะฟังซ้ำไปเขียนวิเคราะห์ว่าบกพร่องตรงไหน อะไร ยังไง แล้วนำมาส่งครูวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นการทวนศัพท์และปรับปรุงสำเนียงและลีลาการล่ามตัวเองไปในตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังแล้วรู้เลยว่า ทำไมเขาถึงเก่งเพียงนี้ เพราะมีสถาบันที่เน้นเคี่ยวเชิงปฏิบัติไปพร้อมกับทฤษฎีคอยขัดเกลาฝีมือนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จีนแทบไม่มีตลาดสำหรับล่ามพูดตามเพราะเสียเวลาลูกค้า (ฟังแล้วจุกเพราะเหมือนโดนตบหน้า) ล่ามทุกคนฝึกการทำล่ามพูดพร้อมมาโดยพื้นฐาน ถ้าทำไม่ได้ส่วนใหญ่ก็จะเรียนไม่จบโรงเรียนล่าม ไม่สามารถประกอบอาชีพนี้ได้ ตอนนี้การแข่งขันในวงการล่ามจีนยิ่งรุนแรง เพราะรายได้ดี คนอยากทำเยอะ ทำให้ล่ามที่ได้แค่ 2 ภาษา (จีน/อังกฤษ หรือ จีน/ญี่ปุ่น อย่างใดอย่างหนึ่ง) หางานยาก ต้องได้อย่างต่ำ 3-4 ภาษาถึงจะได้งานดีๆ (ส่วนใหญ่จะเป็น จีนกลาง/จีนกวางตุ้ง/อังกฤษ/ญี่ปุ่น)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเป็นล่ามผู้บริหารการแข่งขันยิ่งสูง แค่ภาษาดีอย่างเดียวไม่ได้ หน้าตาต้องดีด้วย เพราะถือเป็นหน้าเป็นตาของผู้บริหารคนนั้น ทุกคนเลยต้องรักษารูปร่างหน้าตาให้ดี แต่งตัวต้องเป๊ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผู้ชายเยอะ ก็เพราะเวลาตามผู้บริหารไปล่ามตอนเลี้ยงรับรองลูกค้าดึกๆ ต้องเข้าผับเข้าบาร์จะได้ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไม่มีล่ามแก่ๆ เพราะพออายุได้สัก 30 แล้ว ส่วนใหญ่ล่ามก็จะเบนเข็มเข้าทำงานสายบริหาร หรือไม่ก็เก็บเงินและสั่งสมความรู้เชิงธุรกิจระหว่างทำล่ามออกมาเปิดกิจการของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ ล่ามที่มางานนี้ยังไม่ถือว่าระดับท็อป เพราะถ้าตัวเด็ดจริงๆ พวกบริษัท IT ที่กำลังบูมสุดๆ &amp;nbsp;อย่าง Foxconn, Xiaomi, China Mobile ฯลฯ จะดึงตัวไปจากโรงเรียนล่ามเลย ที่มาวันนี้ยังแค่ระดับรองท็อปเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นล่ามหนุ่มๆ ออกมาจากห้องประชุมด้วยท่าทางชิลๆ คุยหัวเราะกันได้ปกติแล้วยิ่งสะท้อนใจ &amp;nbsp;เพราะเราเหนื่อยสมองจากการแปลมาก สำหรับเรางานนี้โหดมาก ต้องแปลทั้งไทย-ญี่ปุ่น-อังกฤษ แบบ &amp;nbsp;whispering สลับไปมาแทบตลอดเวลา ออกมาแทบไม่มีแรงทำอะไรอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนก่อนก็นอนไม่พออีก เฟลตัวเองอีก รู้สึกเลยว่าในอนาคต งานที่ต้องการความสามารถในการแปลเหมือนพากย์โดยต้องใช้มากกว่าสองภาษาแบบนี้จะเยอะขึ้นเยอะ เพราะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ไม่มีใครอยากเสียเวลาคุยกันสองเท่าเพื่อรอล่ามแปล 2.การร่วมทุนในระดับนานาชาติของธุรกิจใหญ่ๆ จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้งานล่ามต้องการความยืดหยุ่นทางภาษาเพิ่มขึ้น ล่ามที่แปลได้แค่สองภาษาจะหมดความหมายเพราะไม่ตอบโจทย์...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...วันนี้ทำให้เรารู้เลยว่าจริงๆ แล้วเมื่อเทียบในระดับโลก เรายังตัวเล็กกระจ้อยร่อยด้อยความสามารถมากๆ skill set ที่เรามีอยู่ก็เชยหลุดยุคไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก่กว่าเขา แต่ความสามารถด้อยกว่าเขาหมด แม้แต่เรื่องภายนอกอย่างการแต่งตัวยังสู้เขาไม่ได้เลย เราแค่โชคดีที่การแข่งขันในวงการล่ามไทยยังถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับจีน เลยอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปแล้วคำพูดที่ว่า &amp;quot;ของที่ผลิตจากจีนคุณภาพห่วย&amp;quot; เป็นคำพูดที่เชยมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงถึงทัศนคติอันแสนคับแคบ ล้าหลัง ของคนพูด เพราะนอกจากมือถือรุ่นใหม่จากจีนจะดูมี &amp;nbsp;Innovation และคุ้มค่า คุ้มราคา กว่ามือถือค่ายพรีเมียมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่ามที่จีนผลิตออกมา ยังมีคุณภาพสูงกว่าล่ามไทยชนิดเทียบกันไม่ติด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...เอามาให้อ่านเพื่อฮึกเหิม มิใช่ให้เหี่ยว คนไทยเทียบติดแน่ เพราะเยาวชน-คนรุ่นใหม่ของเรามีคุณภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ยุบกระทรวงศึกษาฯ แล้วจัดระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กไทยพูด-เขียน-เรียน-อ่าน ๓ ภาษา ยังน้อยไปด้วยซ้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18358</URL_LINK>
                <HASHTAG>CHINA MOBILE., Foxconn, Xiaomi, ญี่ปุ่น, อังกฤษ, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
