<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 จ.ชัยนาท ชู Young Smart Farmer  หนุนแนวคิด สร้างโอกาสทำเงิน จากผลิตภัณฑ์แปรรูป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ ( 7 ส.ค. 64 ) นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม &amp;quot;สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท&amp;quot; เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย เปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา และ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหานคร จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ ที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในยุคเกษตร 4.0 ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดถึงนวัตกรรมตามหลักการธุรกิจเกษตร การนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการผลิตและการตลาด และที่สำคัญคือ การเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระชัย กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; วันนี้ Young Smart Farmer ภายใต้การส่งเสริมและพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท สามารถเป็นต้นแบบ และเป็นผู้นำในการพัฒนาการเกษตรของชุมชนได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ดังเช่นเปี่ยมสุขฟาร์ม ต.วังไก่เถื่อน อ.หันคา จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ของ นายณธัชพงศ์ รักศรี และนายธนเดช ไชยพัฒรัตนา ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักด้านการเกษตร และใช้เวลาว่างจากงานประจำมาทำการเกษตร ภายใต้แนวคิด เกษตรกรวันหยุด โดยทั้งสองคนได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2562 จากการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท วันนี้จึงได้ประสบความสำเร็จในการทำสวนเกษตร ที่เน้นการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลัก อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนเป็นอีกหนึ่งต้นแบบที่น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ขณะที่ นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ ซึ่งได้สมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer ของจังหวัดชัยนาทในปี 2564 ถือเป็นอีกหนึ่ง Young Smart Farmer ต้นแบบจากการพัฒนาของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จนประสบความสำเร็จในการนำผลผลิตส้มโอมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและปลอดภัยตรงตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้นในวันนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 และต้องการกลับบ้านเกิดเพื่อมาประกอบอาชีพการเกษตร การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่าง ๆได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดที่อยู่ใกล้บ้าน&amp;rdquo; นายวีระชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นายณธัชพงศ์ รักศรี&amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;การสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer &amp;nbsp;ถือเป็นการเติมเต็มความสำเร็จให้เกิดขึ้น จากเดิมที่มีแนวคิดเพียงอยากทำเพราะใจรัก มีความสุขกับการทำเกษตร ด้วยสิ่งต่างๆที่ได้รับช่วยทำให้เกิดการพัฒนาแนวคิดด้านธุรกิจเกษตร และเป็นจุดที่ทำให้ก้าวมาสู่การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ อย่างจิ้งหรีด &amp;nbsp;ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) &amp;nbsp;ได้เลือกให้แมลงเป็นสินค้าอาหารทางเลือกใหม่ โดยคาดว่าในปี 2023 ตลาดแมลงจะมีขนาดถึง 37,900 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;การที่จะทำฟาร์มจิ้งหรีดให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ ตั้งแต่เรื่องของช่องทางการตลาด ต้นทุนการผลิตและผลตอบแทน ปัจจัยต่อการเจริญเติบโตของจิ้งหรีด ขั้นตอนการเลี้ยงและวัสดุที่ใช้ และที่สำคัญคือ การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะจะทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นจากปกติ ที่จะจำหน่ายจิ้งหรีดสดในราคากิโลกรัมละ 150 บาท เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4,000 บาทได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อนำมาแปรรูปผงโปรตีน แป้งโปรตีน และสารสกัดจากจิ้งหรีด&amp;rdquo; นายณธัชพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19&amp;nbsp; ทำให้ธุรกิจส่วนตัวที่ทำไม่สามารถไปต่อไป จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสวนส้มโอ โดยวางแผนที่จะพัฒนาให้มีการต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้จากข้อแนะนำทั้งแนวทางและแนวคิด ส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; การเข้าร่วม Young Smart Farmer ทำให้ผมตกผลึกทางความคิด และเลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112522</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chula Zero Waste, Food and Agriculture Organization: FAO, Young Smart Farmer, กรมส่งเสริมการเกษตร, การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่, จังหวัดชัยนาท, นายวีระชัย เข็มวงษ์, ผลส้มโอ, ผลิตภัณฑ์แปรรูป, ฟาร์มจิ้งหรีด, สร้างโอกาสทำเงิน, สสก.1, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท, องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e6c3eb52ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>51 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร “Smart &amp; Strong Together” ยึดหลัก ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และร่วมรับประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของกรมส่งเสริมการเกษตร ในปี 2562 นี้ นับเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในหลากหลายมิติ หลายปีที่ผ่านมาเราจะเห็นภาพของการเปลี่ยนแปลงมากมายในโลกอย่าง รวดเร็ว ทั้งภาคเศรษฐกิจ หรือภาคสังคม แม้แต่ภาคการเกษตร การเปลี่ยนแปลงภายใต้ในยุค 4.0 จึงไม่ใช่เรื่องง่ายของ นักส่งเสริมการเกษตร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่พวกเรานักส่งเสริมการเกษตรจะต้องเข้าไปเผชิญและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสำราญ&amp;nbsp; สาราบรรณ์&amp;nbsp; รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตร ในปี 2562 นี้ ว่า ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกด้าน พวกเรานักส่งเสริมการเกษตรจะเดินเคียงคู่พี่น้องเกษตรกรไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง ยึดหลัก &amp;ldquo;Smart &amp;amp; Strong Together&amp;rdquo; ทั้งการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และร่วมรับประโยชน์ ภายใต้ 5 นโยบายหลัก ที่วางไว้ โดยเฉพาะโครงการพระราชดำริทุกโครงการของทุกพระองค์ ที่จะต้องร่วมขับเคลื่อน ขยายผล และส่งเสริมให้เกษตรกรน้อมนำหลักปรัชญาต่างๆ ที่พระองค์ท่านพระราชทาน มาปรับใช้และให้เกษตรกรเข้าถึงและเข้าใจในหลักการไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กรมส่งเสริมการเกษตรจะต้องทำงานเป็นทีมมากขึ้น มุ่งประสิทธิภาพกลไกขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่&amp;nbsp; มุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรในลักษณะตลาดนำการผลิต ซึ่งเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การพัฒนาเจ้าหน้าที่และเกษตรกร ให้เกิดการทำงานแบบควบคู่กัน ให้เข้มแข็งและเชื่อมโยงการทำงานกันทั้งระบบ รวมทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าใจและเรียนรู้ในมิติเชิงสังคมมากขึ้น พัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายให้เข้มแข็ง สามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการเกษตรของชุมชนได้อย่างแท้จริง พัฒนาระบบการทำงานของแปลงใหญ่ให้เข้มแข็งและยั่งยืน เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งภาคการผลิต และภาคการตลาด โดยเกษตรกรจะเป็นผู้ประกอบการเกษตรได้ ต้องเข้าใจว่า ควรจะขายอะไร ขายให้ใคร ผลิตที่ไหน ผลิตอย่างไร และต้องคำนึงถึงส่วนรวมด้วย อันนี้คือโจทย์ใหญ่ ซึ่งการทำให้เกษตรกรไปถึงตรงนี้ได้ นักส่งเสริมการเกษตรเอง จะต้องเป็น Smart Officer ก่อน คือ เป็นนักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ ต้องพัฒนานักส่งเสริมการเกษตรให้มีแนวคิดเชิงธุรกิจ มุ่งเน้นการผลิตเชิงคุณภาพ นอกจากนี้การสร้างทายาทเกษตรกรและการพัฒนาเกษตรกรมืออาชีพ ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งในภาคการเกษตร และนี่คือโจทย์ท้าทายสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกอย่างรวดเร็ว การใช้เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น ทายาทเกษตรกรเหล่านี้ จะพัฒนาไปสู่การเป็น Young Smart Farmer ได้อย่างไร &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่นักส่งเสริมการเกษตร จะต้องเข้าใจถึงสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรมืออาชีพ ให้ก้าวสู่การเป็น Smart Farmer และนี่คือ ความ Smart ที่นักส่งเสริมการเกษตร จะต้องมีและปฏิบัติให้เกิดผลจริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ การทำงานกับเครือข่ายภาคเกษตรกร รวมทั้งภาคเอกชน ให้เกษตรกรเข้มแข็งและยั่งยืน ก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจ ในมิตินี้ให้มากขึ้น Strong Together จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่จะต้องเผชิญ การทำงานแบบบูรณาการ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp; ในพื้นที่ และ การเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร และสานพลังทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตร &amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการบริหารทรัพยากรบุคคลล้วนแต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการทำงานแบบบูรณาการ ซึ่งเป้าหมายของนักส่งเสริมการเกษตรคือจะต้องเป็นนักพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ ยึดหลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม โดยให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมดำเนินการในภารกิจที่มีความเกี่ยวข้อง การปฏิบัติงานตามความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ของแต่ละหน่วยงาน จะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ลดความซ้ำซ้อน เกิดการระดมทรัพยากร ส่งผลให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรับทราบ เข้าใจ และปฏิบัติให้ถูกต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องขับเคลื่อน รวมทั้งต้องสร้างเกษตรกรให้เกิดความเข้าใจในมิติของสังคมด้วย และทั้งหมดก็จะทำให้กรมส่งเสริมการเกษตรและประเทศไทยก้าวไปพร้อมๆ กัน เหมือนกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;OUR HOME OUR COUNTRY TOGETHER STRONGER&amp;quot; &amp;quot;เราจะเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน เพราะที่นี่คือ บ้านของเรา ประเทศไทยของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20936</URL_LINK>
                <HASHTAG>51 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร, Smart Officer, Young Smart Farmer, กรมส่งเสริมการเกษตร, นายสำราญ  สาราบรรณ์, เกษตร., โครงการพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd6bbca22a13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
