<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Young Smart Farmer หนุ่มสถาปนิก พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส   สร้างรายได้ จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ส้มโอขาวแตงกวา จ.ชัยนาท   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระชัย เข็มวงษ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท ภายใต้กิจกรรม &amp;quot;สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท&amp;quot; เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ สวนส้มโออำนวย ตำบลนางลือ อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท เจ้าของแบรนด์ Herblab.th&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายวีระชัย เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท (สสก.1) ได้ดำเนินนโยบายขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 9 จังหวัดภาคกลาง จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาให้ Young Smart Farmer ที่สมัครเข้าร่วม เกิดการพัฒนาจนกลายเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:.5in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์ กล่าวว่า จากผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ทำให้งานที่ทำอยู่ไม่สามารถทำต่อได้ จึงตัดสินใจกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดชัยนาท เห็นว่าญาติพี่น้องทำสวนส้มโอ จึงคิดพัฒนาต่อยอดผลผลิตด้วยการแปรรูปออกจำหน่าย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ นั่นจึงเป็นที่มาของการสมัครเข้าร่วมเป็น Young Smart Farmer จากองค์ความรู้และข้อแนะนำส่งผลให้เกิดแนวคิดและช่องทางของการก้าวเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ สร้างแบรนด์ Herblab.th เลือกที่จะทำเกษตรสุขภาพควบคู่กับการแปรรูป แบบ ZERO WASTE ที่เน้นจุดขายที่ว่า &amp;ldquo;ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ&amp;rdquo; ทั้งนี้ในการแปรรูปแบบ ZERO WASTE นั้นจะนำทุกส่วนของผลส้มโอมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยเริ่มจากส่วนของผลและกุ้ง นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มโอสกัดเย็น, ไอศกรีมส้มโอ, แยมส้มโอ, น้ำส้มโอแบบผงชงดื่ม และวิตามินเม็ดฟูละลายน้ำจากส้มโอ ขณะที่ส่วนของเยื่อสำลีส้มโอ จะนำมาแปรรูปเป็นกระดาษจากเยื่อสำลีส้มโอ, แผ่นมาร์คหน้าส้มโอและครีมมาร์คหน้าส้มโอ สำหรับในส่วนของผิว จะนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยเปลือกส้มโอชนิดต่าง ๆ ชาเปลือกส้มโอ เซรั่มส้มโอ, แคปซูลจากเปลือกส้มโอ และเปลือกส้มโออบบ๊วยอบแห้ง และช่วงนี้มีการระบาดของโควิด-19 เราก็มีน้ำส้มโอกระชายขาวสกัดเย็น และแอลกอฮอล์และสเปรย์ส้มโอออกจำหน่ายเพื่อให้ทุกท่านไปดูแลสุขภาพกันครับ ผู้ที่สนใจก็ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 092 391 5228 หรือ LINE OFFICE @herb.lab.th &amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุทธิพจน์ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112648</URL_LINK>
                <HASHTAG>Herblab.th, ZERO WASTE, กรมส่งเสริมการเกษตร, การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่, จังหวัดชัยนาท, ธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่, นายวีระชัย เข็มวงษ์, นายสุทธิพจน์ เชื้ออภัยวงษ์, ปลูกสุขภาพจากดิน ส่งสุขภาพถึงมือคุณ, สวนส้มโออำนวย, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สื่อมวลชนสัญจร Young Smart Farmer ต้นแบบ สสก.1 จ.ชัยนาท, เกษตรสุขภาพ, โครงการ Young Smart Farmer</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610ffa39c83d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมหม่อนไหมพัฒนาการเพิ่มผลผลิตใบหม่อนด้วยปุ๋ยหมักมูลไหมร่วมกับเชื้อไมคอร์ไรซา เร่งเดินหน้าถ่ายทอดให้เกษตรกรหม่อนไหม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมหม่อนไหมใช้ประโยชน์ของเสียจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามแนวคิด Zero Waste&amp;nbsp; พัฒนาการทำปุ๋ยหมักมูลไหมร่วมกับเชื้อไมคอร์ไรซา ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตใบหม่อน มุ่งขยายผลถ่ายทอดสู่เกษตรกรหม่อนไหมทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp; เปิดเผยว่า การใช้ปุ๋ยหมักเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็สามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบัน การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม มีการนำมูลไหมซึ่งเป็นของเสียที่ได้จากการเลี้ยงไหมมาใช้ทำปุ๋ยหมัก ตามแนวคิดการทำให้ขยะเหลือน้อยที่สุด หรือเท่ากับศูนย์ จนไม่มีขยะเหลือเป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิผล (Zero Waste)&amp;nbsp; เดิมมีวิธีกำจัดมูลไหมรวมทั้งเศษใบและกิ่งหม่อนที่เหลือทิ้ง ด้วยการนำมูลไหมและเศษเหลือทิ้งไปใส่ต้นหม่อนโดยตรง หรือนำมูลไหมและเศษเหลือทิ้งไปตาก 1-2 แดด แล้วนำไปใส่ต้นหม่อน ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคของหนอนไหม เพราะมูลไหมและเศษเหลือทิ้งอาจเป็นพาหะของโรคของหนอนไหมที่ติดมาจากโรงเลี้ยงได้ เช่น โรคซอตโต้ (เชื้อแบคทีเรีย) โรคเกรสเซอรี่ (เชื้อไวรัส) โรคมัสคาดีน (เชื้อรา) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กรมหม่อนไหม จึงได้ทดลองผลิตปุ๋ยหมักมูลไหมร่วมกับเชื้อไมคอร์ไรซา ซึ่งเป็นเชื้อราชีวภาพที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชในการเพิ่มผลผลิตใบหม่อน&amp;nbsp; และเมื่อนำปุ๋ยหมักที่ทดลองนี้ไปใช้ในแปลงหม่อนสาธิต โดยนำไปใส่รอบ ๆ ทรงพุ่ม หลังการตัดแต่งกิ่งหม่อน ในอัตราส่วน 1 ตัน/ไร่/ปี&amp;nbsp; พบว่ามีผลผลิตใบหม่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ลดต้นทุนการผลิตได้ถึงร้อยละ 27 และจากการวิเคราะห์ปุ๋ยหมักมูลไหม ปรากฏว่า มีไนโตรเจน ร้อยละ 0.95 ฟอสฟอรัสร้อยละ 0.5 โพแทสเซียม ร้อยละ 0.86 และอินทรีย์วัตถุ ร้อยละ 28.69 สามารถใช้เป็นวัตถุดิบแทนปุ๋ยคอกในการทำปุ๋ยหมักได้เป็นอย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้กับเกษตรกร โดยนำร่องในจังหวัดเชียงราย เลย ชัยภูมิ ลพบุรี และศรีสะเกษ และมีแผนพัฒนาขยายผลให้ครอบคลุมศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้ง 21 ศูนย์ทั่วประเทศ ภายในปี 2565 รวมทั้งพัฒนาต่อยอดทางการค้า โดยให้จุดถ่ายทอดเทคโนโลยีแปลงสาธิตและเกษตรกรในชุมชนร่วมกันผลิตปุ๋ยหมักมูลไหมนี้เป็นสินค้า บรรจุถุง 2 ขนาด คือ ขนาด 2 กิโลกรัม และขนาด 10 กิโลกรัม เพื่อนำไปจำหน่ายต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิธีการดังกล่าวนอกจากจะช่วยลดขยะซึ่งเป็นของเสียจากการเลี้ยงไหม ให้สภาวะสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตใบหม่อนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมอาชีพเพิ่มรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรและชุมชนให้มีเศรษฐกิจที่ดีและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติด้วย&amp;rdquo; อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกษตรกรที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมหม่อนไหม โทรศัพท์ 0 2558 7924-6 ต่อ 402 หรือติดต่อขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวได้ที่ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 1-6 หรือศูนย์หม่อนไหมเครือข่ายใกล้บ้าน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96453</URL_LINK>
                <HASHTAG>Zero Waste, กรมหม่อนไหม, นายปราโมทย์ ยาใจ, ปุ๋ยหมัก, ศูนย์หม่อนไหม, สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052d1eb7dafb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. เน้น นโยบาย ยกกำลัง 2 บวก 4  ระดมชุมชนจัดการขยะ รวมพลัง มุ่งสู่ สังคม Zero Waste</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันที่ 3 ธ.ค.2563 ที่ โรงแรมแมนดาริน โฮเต็ล กทม. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดประชุมเครือข่าย ทสม. ประจำปี และกิจกรรมวัน ทสม. แห่งชาติ ประจำปี 2563 นำเสนอผลการดำเนินงานของเครือข่าย ทสม.ทั้ง 76 จังหวัด และ กทม. ตลอดจนแนวทางการพัฒนาบทบาทของเครือข่าย ทสม. โดยมีนาย จตุพร บุรุษพัฒน์&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ ทสม. และเครือข่าย ทสม.ดาวรุ่ง ระดับประเทศ 8 รางวัล รวมทั้ง ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับจังหวัด อีก 108 รางวัล ซึ่งได้เน้นย้ำ นโยบายการทำงานแบบ ยกกำลัง 2 บวก 4 ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ บวกที่ 1 คือ ยกย่องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ การน้อมนำแนวทางพระราชดำริ มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน บวกที่ 2 คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน บวกที่ 3 คือ การแสวงหาความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการเพิ่มศักยภาพการทำงานอยู่เสมอ และบวกที่ 4 คือ มีหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน โดยเน้นย้ำการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ มุ่งหวังให้เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. กว่า 247,000 คนทั่วประเทศ ดำเนินงานเชิงรุก ยกระดับการมีส่วนร่วม ขยายเครือข่าย ทสม. เยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ สร้างกระบวนการ และกลไกการทำงานของเครือข่าย ทสม. ให้เข้มแข็ง ส่งเสริมศักยภาพบทบาทของ ทสม. ให้เป็นที่ประจักษ์ สนับสนุนภารกิจและกิจกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการ สืบสาน รักษา ต่อยอด น้อมนำแนวทางพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน ที่สำคัญ ปรับตัว ให้เป็น ทสม. ยุคใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ ในการรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เฝ้าระวังเตือนภัยพิบัติ ทำหน้าที่แจ้งข่าวสาร สื่อสารนโยบายได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ฉับไว สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เครือข่าย ทสม. สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐและภาคีความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า ลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ และมีส่วนร่วมในการจัดการขยะที่ต้นทาง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการประชุมเครือข่าย ทสม. ประจำปี และกิจกรรมวัน ทสม. แห่งชาติ ประจำปี 2563 ในครั้งนี้ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 2 - 4 ธ.ค. 2563 เพื่อแสดงถึงการรวมพลังของเครือข่าย ทสม. ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดการทำงานในด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นเวทีนำเสนอผลการดำเนินงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนยกย่องเชิดชูผลงานของ ทสม. และเครือข่าย ที่ทำประโยชน์ต่อสังคม สนับสนุนการดำเนินงานตามรอยพระยุคลบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม รวม 450 คน ได้แก่ ผู้แทนเครือข่าย ทสม. 76 จังหวัด และ กทม. คณะกรรมการอำนวยการ ทสม. ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด คณะกรรมการตัดสินการคัดเลือก ทสม. และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2563 และผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังได้จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะที่ต้นทางสู่ความยั่งยืนชุมชนปลอดขยะ ณ โรงแรมเอเซีย กทม. โดยมี นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบรางวัลชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ประจำปี 2563 ที่ผ่านเข้ารอบที่ 1 จำนวน 98 รางวัล และรางวัลสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคสนับสนุนชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ที่ผ่านเข้ารอบระดับประเทศ ปี 2563 อีกจำนวน 10 สำนักงาน โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวคิด Zero Waste การจัดการขยะเหลือศูนย์ ส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดปริมาณขยะให้น้อยที่สุด ด้วยหลัก 3Rs ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมนำมาเผยแพร่ให้แก่ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านโครงการชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) มาเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี จนส่งผลให้ปัจจุบันมีชุมชนปลอดขยะต้นแบบทั่วประเทศ มากถึง 2,117 ชุมชน ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการช่วยขยายผลและสร้างความยั่งยืนด้านการส่งเสริมการจัดการขยะที่ต้นทางด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้เน้นย้ำถึงการสร้างสังคมแห่งการรีไซเคิลและเศรษฐกิจหมุนเวียนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการตอบรับจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะที่ต้นทางสู่ความยั่งยืนชุมชนปลอดขยะ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 &amp;ndash; 4 ธ.ค.2563 ผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย ผู้แทนชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะกรรมการตัดสินโครงการชุมชนปลอดขยะ จำนวน 300 คน กิจกรรมภายในงาน มีทั้ง การเสวนาแลกเปลี่ยนความสำเร็จการจัดการขยะที่ต้นทาง (Zero Waste) ระดับประเทศ โดยผู้แทนชุมชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ปี 2563 และผู้แทนชุมชนรางวัลชนะเลิศระดับประเทศที่พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ ได้แก่ ชุมชนบ้านท่าใหม่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ชุมชนบ้านคุยมะม่วง หมู่ที่ 6 จังหวัดกำแพงเพชร ชุมชนบ้านไร่ จังหวัดลำพูน ชุมชนบ้านทุ่งศรี จังหวัดแพร่ และชุมชนบ้านหัวถนน จังหวัดขอนแก่น และการเสวนานวัตกรรมการจัดการขยะอินทรีย์ แนวทางใหม่จัดการขยะชุมชน โดย ดร.สมควร&amp;nbsp; โพธารินทร์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ และนายสุทน&amp;nbsp; แสนตันเจริญ เจ้าหน้าที่งานชุมชนสัมพันธ์ บริษัทเอสซีจี สาขาอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 4 ธ.ค.2563 ผู้เข้าร่วมประชุมของทั้ง 2 โครงการ จะเข้าร่วมงานและรับมอบรางวัล เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย และวัน ทสม.แห่งชาติ ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กทม. โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเป็นผู้มอบโล่เชิดชูเกียรติ ให้กับ ทสม.และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ จำนวน 8 รางวัล ตลอดจนรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร โครงการชุมชนปลอดขยะ zero waste ปี 2563 ระดับประเทศ จำนวน 3 รางวัล ประเภทชุมชนขนาดเล็ก ชุมชนขนาดกลาง และชุมชนขนาดใหญ่ ขณะที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเป็นผู้มอบรางวัลโครงการชุมชนปลอดขยะ ปี 2563 ระดับประเทศ จำนวน 27 รางวัล ซึ่งแบ่งเป็นชุมชนปลอดขยะ จำนวน 12 รางวัล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีก 15 รางวัล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85885</URL_LINK>
                <HASHTAG>Zero Waste, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8d360339f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
