<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>1119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2018 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2018 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“Zmyhome” รับเงินทุน 400,000 เหรียญ จากKK Fund</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
KK Fund กองทุนญี่ปุ่น ลงขัน 400,000 เหรียญสหรัฐ สตาร์ทอัพ Zmyhome.com เว็บไซต์ซื้อขายเช่าบ้าน-คอนโดฯ จากโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท แบทช์#3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค.61- นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ โครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ซีมายโฮม (ZmyHome.com) เป็นสตาร์ทอัพที่ทำมาเก็ตเพลสออนไลน์ เกี่ยวกับการซื้อขายและให้เช่าคอนโดมีเนียม บ้าน จากโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท แบทซ์#3 ที่เรียกได้ว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ ซึ่งล่าสุด KK Fund กองทุนของญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานที่สิงคโปร์ได้เห็นการเติบโตและโอกาสในตลาดของมาเก็ตเพลสออนไลน์ จึงเลือกลงทุนกับซีมายโฮมในจำนวนเงิน 400,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ ประมาณ 13.2 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาและต่อยอดทางธุรกิจ ซึ่งมองว่าตลาดซื้อขายที่อยู่อาศัยนั้นเป็นอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่กว่า 600,000 ล้านบาทต่อปี จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันสตาร์ทอัพกลุ่มนี้ยังมีไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายโคอิชิ ไซโตะ ผู้ก่อตั้ง KK Fund กล่าวว่า ที่เลือกลงทุนใน ZmyHome เพราะเห็นโอกาสของตลาดอสังหาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งยังสภาพคล่องต่ำ ยังต้องการแพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลได้ถูกต้อง เพื่อช่วยให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทีมผู้ก่อตั้ง ZmyHome มีเข้าใจโครงสร้างของปัญหานี้เป็นอย่างดี โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีบ้านและคอนโดฯ ที่ขายหรือเช่าแล้วกว่า 10,000 รายการ จากทั้งหมด 30,000 รายการที่มีการลงประกาศ และที่สำคัญอัตราของคนซื้อหรือคนเช่าที่เข้ามาใช้บริการเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อเดือน หรือประมาณ 10,000 รายต่อวัน ทำให้เว็บไซต์ถูกเปิดดู 1,000,000 ครั้งต่อเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายนายณัฐพล อัศว์วิเศษศิวะกุล ผู้ก่อตั้ง ZmyHome.com กล่าวว่า มีผู้เข้ามาลงประกาศในลักษณะเจ้าของบ้าน คอนโด ในรายบุคคล รวมทั้งเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ มาใช้บริการระบบนี้ อาทิ LPN ,ริชชี่เพลส ,ซีพีแลนด์ ,เรียลแอสเซท ,ชีวาทัย เป็นต้น โดยทุกรายสามารถขายได้จริงและมีมูลค่ารวมกันกว่า 100 ล้านบาท สำหรับเงินทุนที่ได้รับมานี้จะนำมาพัฒนาระบบแพลตฟอร์มที่มีให้ทันสมัยและตอบโจทย์มากขึ้น อาทิ การพัฒนาให้มีภาษาอังกฤษเพื่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาและชาวต่างชาติที่ต้องการค้นหาที่พัก ,การทำระบบ AI ให้เกิดความแม่นยำมากยิ่งขึ้น และการทำระบบ API เพื่อให้มีการเอาข้อมูลที่เป็นรูปภาพจริงมาลงได้อย่างเรียลไทม์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ &amp;nbsp;จุดแข็งของแพลตฟอร์ม ZmyHome คือช่วยให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของโครงการ หรือเจ้าของบ้านรายย่อย ขายได้เร็วขึ้น เพราะปกติการขายบ้านหรือคอนโดฯนั้น ใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่สำหรับ ZmyHome.com สามารถขายได้ในเวลา 30 วัน ซึ่งค่อนข้างเร็วมาก เพราะระบบที่มีช่วยโปรโมททรัพย์สินที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยผู้ขายสามารถศึกษาราคาของทรัพย์สินที่ขาย-เช่า สำเร็จบนเว็บไซต์ก่อนเริ่มลงประกาศ และหลังจากที่ลงประกาศแล้วเจ้าของบ้านจะได้รับแจ้งความเคลื่อนไหวสำคัญในโครงการเดียวกันผ่านทางเฟซบุกแมสเซ็นเจอร์ (FB Messenger) &amp;nbsp;
โดยในปีที่ผ่านมามีเจ้าของโครงการมาใช้บริการจำนวนมากซึ่ง 1 ในนั้นคือ LPN ซึ่งสามารถปิดยอดขายได้จริงผ่าน ZmyHome กว่า 100 ล้านบาท และในปี 2561 นี้ก็ตั้งเป้าที่จะปิดยอดขาย 300 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ZmyHome, คอนโดมีเนียม, ดีแทค, บ้าน, แอคเซอเลอเรท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5ca0d68a6f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
