<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ. ไฟเขียว จัดสอบครูผู้ช่วย &#039;ตรีนุช&#039; เผยสามารถเข้าสอบในจังหวัดที่พักอาศัย ไม่ต้องเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ย.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี พ.ศ. 2564 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.เปิดรับสมัครครูผู้ช่วยเรียบร้อยแล้ว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ไม่สามารถจัดสอบแข่งขันได้ ทั้งนี้ที่ประชุมจึงมอบให้ สพฐ.ไปดำเนินการจัดสอบภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และ ภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ในอำนาจหน้าที่ของ กศจ. และ อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ การใดที่ กศจ. ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ว 14/2564 ไปแล้วให้ส่งมอบให้ สพฐ.ดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามให้ ผู้มีสิทธิสอบ ภาค ก และ ภาค ข ตามที่ได้ประกาศรายชื่อไว้แล้ว แจ้งความประสงค์ในการเข้าสอบในจังหวัดที่ตนเองพักอาศัยในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายของผู้เข้าสอบในการเดินทางไปสอบในจังหวัดที่ได้ยื่นใบสมัครไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษจากสภาพการทำงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ....โดยกำหนดให้สำนักงาน ก.ค.ศ.เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการพัฒนาระบบเงินเดือนและค่าตอบแทน สำหรับครูที่มีสมรรถนะสูง และครูที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร เสี่ยงภัย และพื้นที่พิเศษ ซึ่ง ก.ค.ศ.นำข้อมูลที่ได้ศึกษาจากการลงพื้นที่เพื่อดูสภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จริงมาวิเคราะห์และพิจารณาแนวทางกำหนดอัตราเงินเพิ่มพิเศษสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องปฏิบัติงาน ด้วยความเสียสละ อดทนสูง มีความยากลำบาก ตรากตรำในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนต้องใช้ความรู้ ความชำนาญ และความเอาใจใส่ต่อผู้เรียนเป็นพิเศษ ซึ่งสมควรกำหนดให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง ที่มีเหตุพิเศษ เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มครูในพื้นที่ทุรกันดารไม่ได้รับเงินพิเศษเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยจากนี้ ก.ค.ศ.จะอนุมัติให้อัตราเงินเพิ่ม 3,000 บาทต่อเดือน โดยจะจ่ายเป็นรายเดือนลักษณะจ่ายควบกับเงินเดือน ซึ่งตนจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118342</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ก.ค.ศ., สอบครูผู้ช่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155757992eaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ. ไฟเขียว แต่งตั้ง-โยกย้าย ผู้บริหารเขตฯ สพฐ. ทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ก.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ซึ่งเป็นรอบของการโยกย้ายทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนและตำแหน่งว่างจากผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้บรรจุแต่งตั้งเป็นผู้บริหารระดับต้น ได้แก่ 1.อนุมัติขยายเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัจจุบันต่อไปอีก เป็นระยะเวลา 1 ปี กรณีครบระยะเวลา การดำรงตำแหน่ง 4 ปี จำนวน 9 ราย &amp;nbsp;2. อนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ กรณีการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ ของทางราชการ จำนวน 4 ราย &amp;nbsp;3.อนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 2 ราย โดยคงให้ได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วน 4.อนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ กรณีการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ จำนวน 43 ราย &amp;nbsp;5.อนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 37ราย โดยคงให้ได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม &amp;nbsp;6.อนุมัติย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งเดิมและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่ กรณีการย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ จำนวน 102 ราย &amp;nbsp;และ7. อนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 92 ราย โดยคงให้ได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117293</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ก.ค.ศ., การแต่งตั้งโยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614854b6e9fa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ. อนุมัติหลักการ นำผลการประเมินการพัฒนางาน เป็นองค์ประกอบ พิจารณาเลื่อนเงินเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ก.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ. ) ที่การประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติหลักการการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังกล่าว ได้กำหนดให้นำผลการประเมินการพัฒนางานตามข้อตกลงไปใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะดังกล่าว โดยเห็นควรกำหนดหลักการการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อลดความซ้ำซ้อนจากการประเมิน ลดภาระงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลดภาระด้านงบประมาณภาครัฐ รวมทั้งเกิดการเชื่อมโยงบูรณาการกันระหว่างการประเมินแต่ละระบบ ดังนั้น จึงกำหนดรูปแบบการประเมินที่ใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน เพื่อให้สามารถนำผลการประเมินมาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งในการประเมินเพื่อให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ การประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ รวมทั้งการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนเงินเดือน จะเน้นระบบการประเมินแบบ Performance-based Appraisal เป็นหลัก โดยใช้ระบบการประเมินแบบ Result-based Appraisal ร่วมด้วย และกำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน (ยกเว้นตำแหน่งครูผู้ช่วย) ต้องจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานทุกปีงบประมาณเสนอต่อผู้บังคับบัญชา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนางานของแต่ละตำแหน่ง โดยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละคนต้องปฏิบัติงานให้ได้ตามระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตามตำแหน่งและวิทยฐานะของตนเอง ซึ่งในส่วนของการประเมินผลการปฏิบัติงานนั้น ผลการประเมินข้อตกลงการพัฒนางานจะนำมาใช้พิจารณาผลการประเมิน และมีองค์ประกอบดังนี้ การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงาน 80 คะแนน การประเมินการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา 10 คะแนนการประเมินการปฏิบัติตนในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ 10 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่า ด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. &amp;hellip; ซึ่งระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้มี 2 ระบบ คือ ระบบเอกสาร และระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้มีการพิจารณาทบทวนระเบียบนี้ อย่างน้อยทุกรอบระยะเวลาสองปี เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมและความสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่ได้มีการพัฒนาหรือได้มีการเปลี่ยนแปลงไป และเป็นไปตามสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยได้มีการแก้ไขเป็น (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วย ระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... ซึ่งในรายละเอียดของ (ร่าง) ระเบียบดังกล่าว กำหนดให้การจัดทำข้อมูลทะเบียนประวัติจะเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียว โดยจะไม่มีการจัดทำระบบเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในขณะเดียวกันสำนักงาน ก.ค.ศ. ก็ได้พัฒนาระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์ (CMSS) ควบคู่ไปพร้อมกับ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ.ฯ ดังกล่าวด้วย เพื่อให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สามารถจัดทำทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถนำข้อมูลในระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์ (CMSS) ไปใช้ในการบริหารงานบุคคล เพื่อให้สามารถสืบค้น อ้างอิง และใช้เป็นหลักฐานที่ใช้ในราชการได้ ซึ่งเป็นไปตามวาระเร่งด่วน (Quick win) ของ ศธ. ที่ให้จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของประเทศให้เป็นระบบ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับส่วนราชการ
ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111530</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ก.ค.ศ., เลื่อนขั้นเงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61026271058af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ.  MOU ราชบัณฑิตฯ ส.ค.ศ.ท.  ยกระดับคุณภาพการผลิตครู-ผู้บริหารรร. การประเมินวิทยฐานะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) จำนวน 11 คณะ เพื่อทดแทนคณะ อ.ก.ค.ศ.ชุดเดิมที่หมดวาระไป และที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ ก.ค.ศ.ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับสำนักงานราชบัณฑิตยสภา และสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตครูและผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ประเมินผู้ขอรับการประเมินวิทยฐานะ พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานวิทยฐานะ ประกอบกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้สำนักงาน ก.ค.ศ. มีอำนาจและหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานในหน้าที่ของ ก.ค.ศ. ทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และเสนอแนะนโยบาย เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนภารกิจอื่นตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย ซึ่งขณะนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้มีนโยบายเร่งด่วนในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย การกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะใหม่การปรับระบบการประเมินวิทยฐานะ ควบคู่กับระบบการประเมินเงินเดือน การปรับระบบการพัฒนาผู้บริหารก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง การกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง การวางแผนการผลิตและระบบคัดกรองครูที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษาโดยในการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ที่จะเกิดขึ้นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ถือเป็นการดำเนินงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของ ก.ค.ศ. จากสถาบันหรือหน่วยงานทางวิชาการที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากสังคม และตนเชื่อว่าจะทำให้การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งการผลิตและพัฒนาครู จะตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และจะมีการจัดทำแผนเชิงรุกให้เห็นภาพและสามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงได้ และการพัฒนาครูให้สอดคล้องกับรูปแบบของหลักสูตรที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งจะต้องมีการเตรียมความพร้อมการผลิตครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติอนุมัติย้ายและแต่งตั้ง การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 4 ราย และบรรจุ แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สังกัด สพฐ. จำนวน 2 ราย&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านานประวิต เอราวรรณ เลขาฯ ก.ค.ศ. กล่าวว่า กรรลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เราต้องการที่จะเตรียมความพร้อม เรื่อง การผลิตและการใช้ครู เพื่อให้สอดคล้องกับ้กณฑ์อัตรากำลังใหม่ที่ ก.ค.ศ.กำหนด และเน้นเรื่องคุณภาพการผลิตให้เพิ่มมากขึ้น และความร่วมมือในครั้งนี้ ก.ค.ศ.ยังมีความต้องการอาจารย์ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เข้ามาพัฒนา เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินวิทยฐานะใหม่ เนื่องจาก ก.ค.ศ.ต้องการที่จะเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการประเมินโดยที่เน้นสมรรถนะมากขึ้น ไม่ใช่การประเมินแบบเอกสารวิชาการ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำงานอย่างใกล้ชิด ส่วนความร่วมมือกับสำนักงานราชบัณฑิตยสภา จะเน้นการสนับสนุนเรื่อง งานวิจัย งานวิชาการ การบริหารงานบุคคล และ รมว.ศธ.ยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรที่จะเน้นการวิจัยเชิงอนาคตด้วย ว่า ภาพที่จะเปลี่ยนไปของวิชาชีพครูควรจะเป็นอย่างไร และควรจะเตรียมการผลิตอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104354</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ผลิตครู, ก.ค.ศ., ราชบัณฑิต, สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af44121e1d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด ก.ค.ศ. ไฟเขียว ปรับปรุง หลักเกณฑ์ฯ ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29เม.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้มีเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. (ว 6/2563) ต่อมาส่วนราชการและหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ ได้นำหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ไปปฏิบัติแล้ว พบว่าเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล จึงเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ดังนี้
ให้การพิจารณาย้ายให้พิจารณาย้ายในสถานศึกษาประเภทเดียวกัน ที่มีสถานศึกษาขนาดเดียวกันและขนาดใกล้เคียงกัน ทั้งในจังหวัดเดียวกันและต่างจังหวัดพร้อมกันก่อน เมื่อพิจารณาย้ายขนาดเดียวกันและใกล้เคียงกันแล้วเสร็จ หากยังมีตำแหน่งว่างเหลืออยู่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้พิจารณาย้ายข้ามขนาดสถานศึกษาได้ สำหรับการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ให้ ผอ.สพท. ทุกเขตในจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ตรวจสอบข้อมูล ประเมินศักยภาพ &amp;nbsp;แล้วเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) พิจารณาย้ายต่อไป&amp;nbsp;
ส่วนเรื่องการกำหนดการพิจารณาย้ายครั้งแรก เดิมกำหนดให้พิจารณาย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 25 ตุลาคม แก้ไขเป็น ให้ กศจ. พิจารณาย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน และให้มีผลไม่ก่อนวันที่ 1 ตุลาคมของปีเดียวกัน ทั้งนี้ ได้ปรับระยะเวลาการยื่นคำร้องขอย้ายเป็นวันที่ 1 - 15 กรกฎาคม เพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาย้ายครั้งแรกให้แล้วเสร็จ และการนับคุณสมบัติของผู้ประสงค์ขอย้าย ให้นับถึง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 30 กันยายน ของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะฯ ใหม่ (PA) ซึ่งจากนี้ ทาง ก.ค.ศ.จะแจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด ศธ. ที่ปรับปรุงเรียบร้อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติต่อไป
&amp;nbsp;
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่ และเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่ เนื่องจากมีการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาใหม่ จำนวน 62 เขต ซึ่งในครั้งนี้ เป็นการขอกำหนดกรอบอัตรากำลังฯ (ชั่วคราว) ซึ่งอัตรากำลังในแต่ละตำแหน่งเป็นการปรับอัตรากำลังมาจากกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนดไว้เดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 42 เขต ไม่ได้เป็นการเพิ่มอัตรากำลังและไม่เพิ่มงบประมาณ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทางราชการจึงพิจารณาอนุมัติกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ชั่วคราว) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่กำหนดใหม่ จำนวน 62 เขต รวม 1,081 อัตราประกอบด้วย ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 62 อัตรา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 148 อัตราตำแหน่งศึกษานิเทศก์จำนวน 871 อัตรา ทั้งนี้ ให้ใช้กรอบอัตรากำลังนี้ เป็นเวลา 1 ปี นับตั้งแต่สำนักงาน ก.ค.ศ.แจ้งมติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101179</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ก.ค.ศ., เกณฑ์ย้ายผู้บริหารรร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a78517d760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ.ไฟเขียว ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.64- คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รักษาราชการ รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ. ... เพื่อใช้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรม ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม โดยได้มีการจัดทำ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้วและได้มีการเผยแพร่เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการครู โดยหลังจากนี้จะได้นำเสนอ ก.ม.จ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานทางการศึกษาโดยอนุโลมต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ &amp;nbsp;ซึ่งได้กำหนดลักษณะงานที่ปฏิบัติ 3 ด้าน คือ 1.นิเทศการศึกษา 2.การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา และ3.การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ &amp;nbsp;และยังเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบริหารการศึกษา ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้เพื่อให้การย้ายตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย มีมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยนำหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ของ สพฐ. มาเป็นแนวทางในการจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการฯนี้ โดย ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารการศึกษามี 3 กรณี 1. การย้ายกรณีปกติ 2. การย้ายกรณีพิเศษ และ 3. การย้ายเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ของทางราชการ &amp;nbsp;โดยการย้ายผู้บริหารการศึกษา ทุกกรณี ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 เสนอรายชื่อให้ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาอนุมัติย้าย เมื่อ อ.ก.ค.ศ.สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาอนุมัติการย้ายแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งบรรจุและแต่งตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4036e62108b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “ก.ค.ศ.” เร่งคลอดประมวลจริยธรรมครู 9 ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2มี.ค.64-นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้จัดทำประชาพิจารณ์ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ....ขึ้น ซึ่งมีทั้งรูปแบบออนไลน์ จำนวน 30,066 คน และรูปแบบกระดาษ จำนวน 418 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปประมวลผลข้อมูล โดยร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ....จะใช้เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย 9 ข้อ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;1.ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้องในฐานะ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3.กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม 4.มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง 5.มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยคำนึงถึงคุณภาพการศึกษาเป็นสำคัญ 6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ 7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 8.เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คำนึงถึงสิทธิเด็ก และยอมรับความแตกต่างของบุคคล และ9.ยึดถือและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างประมวลจริยธรรมดังกล่าว เมื่อประมวลผลเสร็จสิ้นจะนำเข้าที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2564 ต่อไป สำหรับร่างจริยธรรมฉบับดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานครูใหม่ที่จะให้ส่วนราชการผู้ใช้ครูไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้ไปกำหนดตัวชี้วัดจริยธรรมตามบริบทของแต่ละหน่วยงาน แต่จะต้องสอดคล้องกับกฎหมายฉบับนี้ต่อไป&amp;rdquo;เลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดทำร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.... เนื่องจาก &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา มีการเผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำประมวลจริยธรรม ข้อกำหนดจริยธรรมและกระบวนการรักษาจริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2563 ดังนั้น ก.ค.ศ.ในฐานะหน่วยงานของรัฐ จึงต้องมีการยกร่างประมวลจริยธรรมฯ ให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าว โดยอิงจากกรอบจริยธรรมของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ประกอบกับที่ผ่านมามีกรณีที่ข้าราชการครู และ บุคลากรทางการศึกษา กระทำความผิดล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนหลายกรณี ซึ่งร่างประมวลจริยธรรมฯ นี้ จะเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในสถานศึกษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร่างประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าว ได้มีการตั้งประเด็นไว้ให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ลงนามประกาศ แต่นายณัฏฐพล กลับถูกศาลตัดสินความผิดในฐานะแกนนำชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มกปปส. ทำให้ต้องพ้นจากหน้าที่ก่อนที่ร่างฯดังกล่าว จะมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94657</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., นายประวิต เอราวรรณ์, ประมวลจริยธรรมครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cdffa3e39d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
