<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุม&#039;ก.ตร.-ก.ต.ช.&#039;28มิ.ย.งดสื่อทำข่าวจับตา&#039;วิระชัย&#039;ยื่นค้านโดนเด้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 7/2564 ผ่านระบบวิดีโอทางไกล จากทำเนียบรัฐบาล มายังห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สํานักงานตํารวจแห่งชาติ(ตร.) โดยมีวาระที่น่าสนใจ อาทิ การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2563 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง (1 ตุลาคม 2563) ทั้งปี 2 ขั้น ในโควตาผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนระดับ ส.6 ขึ้นไป, การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2564 ครั้งที่ 1 ครึ่งปีแรก (1 เมษายน 2564) แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนระดับ ส.6,การขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายในห้วงที่มิได้ปฏิบัติราชการให้แก่ข้าราชการตำรวจ จำนวน 6 ราย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ขอให้พิจารณาการตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 มาตรา 54 กรณี ตร. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และคำสั่งสำรองราชการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย, และเรื่องอื่นๆ ถ้ามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 14.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 4/2564 มีวาระการขออนุมัติจำนวนตำแหน่งผู้บังคับการ(ผบก.) ให้กับกองบังคับการตำรวจน้ำ(บก.รน.) เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.), และศูนย์ฝึกอบรมในสังกัด บช.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งสื่อมวลชนประจำ ตร.ระบุว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องการแพร่ระบาดฯ ทั้งนี้ ในวันที่ 28 มิ.ย. 64 ตามที่ตร.กำหนดให้มีการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2564 และ ก.ต.ช. ครั้งที่ 4/2564 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. นั้น&amp;nbsp; จึงขอความกรุณางดสื่อมวลชนเข้าร่วมทำข่าว
สำหรับภาพและรายละเอียด สท. จะจัดส่งข้อมูลให้สื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107804</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ก.ตร., ตำรวจ, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af6e4c79de9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.ช. ฉลุย เปิดตำแหน่ง &#039;ที่ปรึกษา สบ.9&#039; ผบ.ตร.พลิ้วรองรับ &#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 3/2564 จากนั้นเวลา 14.30 น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 2/2564 ใช้เวลาประชุมกว่า 1 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุม ก.ตร. และ ก.ต.ช. วันนี้ เป็นการประชุมตามวาระปกติ มีการพิจารณาที่จะทำอย่างไรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจให้สามารถเดินไปตามยุทธศาสตร์ชาติได้ วันนี้จึงเป็นการหาแนวทางปรับองค์กร บุคลากร ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ขอให้เข้าใจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุม ก.ตร. กำหนดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ9) 1 ตำแหน่ง ทำหน้าที่บริหารด้านยุทธศาสตร์ เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยที่ประชุม ก.ต.ช. อนุมัติอัตราตามที่ ก.ตร. เสนอ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการเปิดตำแหน่งดังกล่าวเพื่อรองรับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่โอนกลับมาเป็นข้าราชการตำรวจหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่าอย่าเพิ่งพูดว่าเป็นอย่างนั้น มันเร็วไป แต่เป็นนโยบายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าจำเป็นต้องมีตำแหน่งนี้ สำหรับการดูเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติมา ตรงนี้ ตร. มองว่าต้องมีใครสักคนทำหน้าที่ดูเรื่องยุทธศาสตร์ ศึกษา และให้คำปรึกษา จึงกำหนดตำแหน่งดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว ส่วนรายละเอียด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะไปกำหนดอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะมีการแต่งตั้งตัวบุคคลในวาระเมษายน นี้เลยหรือไม่ ผบ.ตร. ระบุว่า อะไรที่ยังไม่ถึงก็ขอไม่พูด วันนี้พูดได้เท่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมไม่มีการพูดถึงการกำหนดตำแหน่ง 8 นายพล เพื่อรองรับการโยกย้ายนายตำรวจที่มีส่วนพัวพันปล่อยปะละเลยและย่อหย่อนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. เรื่องบ่อนการพนันและการขนต่างด้าวเถื่อนเข้าประเทศในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวว่า ในที่ประชุมมวันนี้ ก.ตร. มีการกำหนดตำแหน่งใหม่ขึ้น และ ก.ต.ช. ได้อนุมัติอัตราเพิ่มให้ ยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร. อีกครั้งเพื่อกำหนดให้บุคคลมาลง ส่วนที่มีการเพิ่มตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษนั้น เนื่องจากต้องการให้มาทำงานเฉพาะด้านยุทธศาสตร์เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยากให้มีบุคคลที่มีคุณลักษณะพิเศษเป็นที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นอีก 1 ตำแหน่ง เท่านั้นเอง ไม่ได้มีประเด็นพิเศษอะไร ส่วนจะมีการแต่งตั้งให้ทันเดือนเมษายนนี้เลยหรือไม่นั้น ไม่ได้มีการถกเถียงกันในที่ประชุม ก.ตร. เพียงแต่กำหนดเพื่อให้มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ ตร.อย่างเดียว โดยมีหน้าที่ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ ชี้แจงว่า ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษที่กำหนดขึ้นใหม่เป็นตำแหน่งเทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่ยังไม่ได้พูดถึงว่าจะเป็นใคร ขั้นตอนต่อจากนี้จะต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร. เพื่อกำหนดตัวบุคคลมาลงตำแหน่งดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าขั้นตอนการรับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล กลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว &amp;nbsp;โฆษก ตร. กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึง ถ้าตามกระบวนการราชการคือ ถ้าปลัดสำนักนายกฯส่งเรื่องมาแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องประมวลเรื่องถึง ผบ.ตร. ว่ามีแนวทางอย่างเป็นข้อพิจารณาของสำนักงานกำลังพล &amp;nbsp;ส่วนจะมีการประชุม ก.ตร. อีกครั้งเมื่อไหร่ ยังไม่ได้มีการสั่งการว่าวันไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โฆษก ตร.ยังกล่าวถึงขั้นตอนข้าราชการพลเรือนเข้ารับราชการตำรวจ ว่า ต้องดูต้นทางเขาเป็นข้าราชการจากหน่วยไหน ระดับไหน ตำแหน่ง เงินเดือน ยกตัวอย่างข้าราชการ ก. ออกไปเป็นข้าราชการพลเรือนขณะนั้นยศ &amp;ldquo;ร.ต.อ.&amp;rdquo; วันนี้เขาอาจเป็นข้าราชการพลเรือนระดับสูงซี 11 เวลากลับมาเขาไม่ได้มาเป็น &amp;ldquo;พ.ต.ต.&amp;rdquo; ก็ต้องมาเทียบชั้นข้าราชการพลเรือนกับยศตำรวจตำรวจว่าเขากลับมาแล้วอะไรคือสิ่งที่ไม่เสียสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ ยังกล่าวถึงการกำหนดตำแหน่ง 4 ผบช. และ 4 ผบก. ครั้งที่ผ่านมาว่า ครั้งที่แล้วคณะกรรมการให้นำกลับไปทบทวนเรื่องรายละเอียดคุณสมบัติ ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังไม่เสร็จสิ้น ส่วนจะถูกตีตกหรือได้รับการอนุมัติเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง แต่วันนั้นไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด แจ้งแต่เพียงว่าอยู่ระหว่างดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ให้ไปกำหนดตำแหน่งคุณสมบัติให้ชัดเจน ส่วนจะทันการแต่งตั้ง เมษายนนี้หรือ ยังไม่ตอบไม่ได้ ไม่มีกรอบระยะเวลา แต่ถ้าพร้อมก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โฆษก.ตร.ยังกล่าวอีกว่า การประชุม ก.ตร.และ ก.ต.ช. วันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ให้เพิ่มพนักงานสอบสวนเพื่อไว้บริการประชาชน เนื่องจากห้วงที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนขาดแคลนทั้งหญิงและชาย รวมทั้งหมด 800 อัตรา อยู่ระหว่างการขั้นตอนดำเนินการคาดว่าจะมีผลในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;อัตรารับจากบุคลภายนอกเป็นหญิง 100 คน ชาย 300 คน บุคคลภายใน 400 คน คุณวุฒินิติศาสตร์บัณฑิต เพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตาม สภ.และ สน.ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 800 นาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95868</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ก.ตร., ตำรวจ., บิ๊กโจ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b481964823.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา&#039;บิ๊กตู่&#039;ถกก.ต.ช.เปิด8เก้าอี้นายพลรับตร.แตกแถวเข้ากรุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64-มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) นัดประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่ 1/2564 วันที่ 24 ก.พ.2564 เวลา 15.00 น. เพื่อพิจารณาเรื่อง การแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการ ก.ต.ช., คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรขอสำเนารายงานการประชุม ก.ต.ช., การกำหนดจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจเพื่อทำหน้าที่บริหารและขับเคลื่อนงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเรื่องอื่นๆ ถ้ามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนการกำหนดจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ตร.ได้เสนอขอเปิดตำแหน่ง ผบช. 4 ตำแหน่ง และ ผบก. ยศ 4 ตำแหน่ง โดยการเปิดตำแหน่งครั้งนี้น่าจะไว้รองรับการโยกย้ายนายตำรวจพัวพันปล่อยปละละเลยและย่อหย่อนในนโยบายของ นายกฯ และผบ.ตร. ทั้งเรื่องบ่อนการพนันและการขนต่างด้าวเถื่อนเข้าประเทศในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รอบสอง เพื่อทำหน้าที่บริหารและขับเคลื่อนงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ตร. คาดว่าหลัง ก.ต.ช.พิจารณาอนุมัติแล้ว จะมีการแต่งตั้งตัวบุคคลในวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจวาระเดือนเมษายนทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สีกากี, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4720a5d954.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวผ่าตัดตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปฏิรูปสีกากีครั้งใหญ่ &amp;quot;ครม.&amp;quot; ไฟเขียวแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 เน้น 3 เรื่องสำคัญ ยุบ &amp;quot;ก.ต.ช.&amp;quot; เหลือ &amp;quot;ก.ตร.&amp;quot; ดูแลนโยบายบริหารงานทั้งหมด รื้อแต่งตั้ง ตร.ยึดอาวุโสเป็นหลัก พร้อมแก้ปัญหาสอบสวนเปิดเกณฑ์เติบโตเฉพาะสาย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เชื่อจะทำให้ ปชช.ยอมรับมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) เสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และมีประเด็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจและการพิจารณาบำเหน็จความชอบมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ในหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว โดยมีสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ สรุปได้ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่าง พ.ร.บ.ที่ สตช.เสนอ เป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 โดยเป็นการดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศของ รธน. และแผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม มีการแก้ไขในประเด็นสำคัญ 3 ประการ คือ 1.การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ มีการแบ่งสายงานเพื่อให้ข้าราชการตำรวจในแต่ละสายงานให้สามารถเจริญเติบโตตามสายงานด้วยความรู้ความชำนาญในสายงานของตนให้ชัดเจน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มสายงาน คือ กลุ่มสายงานบริหาร กลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน กลุ่มสายงานสอบสวน กลุ่มสายงานป้องกันและปราบปราม และกลุ่มสายงานวิชาชีพเฉพาะ (ซึ่งเดิมไม่มีการกำหนด) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้กำหนดกระบวนการในการแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่งให้ชัดเจน&amp;nbsp; โดยคำนึงถึง &amp;ldquo;อาวุโส&amp;rdquo; ความรู้ความสามารถ และความพึงพอใจในบริการที่ประชาชนได้รับ และมีการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน เพื่อเป็นการลดการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกระบวนการแต่งตั้ง และการเลื่อนตำแหน่งของสายงานสอบสวนไว้เป็นการเฉพาะ (จากเดิมไม่มีการกำหนด) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปรับปรุงระบบคณะกรรมการ (คกก.) ยกเลิก คกก.เดิม คือคกก.นโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยให้มีเพียง &amp;ldquo;คกก.ข้าราชการตำรวจ&amp;rdquo; (ก.ตร.) ทำหน้าที่ทั้งในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารราชการตำรวจ และกำกับดูแล ตช.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ มติ ครม. และระเบียบแบบแผน รวมทั้งกำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบราชการตำรวจ กำกับดูแลการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณให้แก่ส่วนราชการในหน่วยปฏิบัติให้เพียงพอ ให้มี คกก.พิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ เพื่อพิจารณาวินิจฉัย อุทธรณ์เรื่องร้องทุกข์ รวมทั้งการกำหนดระบบคุณธรรมเพื่อเป็นที่พึ่งของข้าราชการตำรวจในการปลดเปลื้องทุกข์ของข้าราชการตำรวจที่เกิดจากผู้บังคับบัญชา ให้มี คกก.พิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ เพื่อเป็นกลไกสำหรับประชาชน ในการร้องเรียนการปฏิบัติที่ไม่ชอบของข้าราชการตำรวจอันเป็นการปลดเปลื้องทุกข์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน ปรับปรุงการจัดระเบียบราชการใน ตช.ใหม่ โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น ระดับกองบังคับการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรจังหวัด และสถานีตำรวจ (จากเดิมแบ่งเป็นสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการ) เพื่อเป็นหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนและใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด จะช่วยให้การบริการประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น กำหนดให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ โดยการให้เงินอุดหนุนแก่สถานีตำรวจเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจนั้น ที่จะได้ร่วมกับท้องถิ่นในการจัดทำแผนหรือมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่นหรือชุมชน จัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดทางอาญา&amp;rdquo; เพื่อเป็นแหล่งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ของวงการตำรวจ ส่วนการปฏิรูปกฎหมายอีกฉบับหนึ่งคือการปฏิรูปการสอบสวนคดีอาญานั้น ยังไม่เข้าคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นการแก้ไขในส่วนของคดีอาญาเช่น เดิม การร้องเรียนคดีอาญาจะต้องแจ้งความในพื้นที่ที่เกิดเหตุ แต่ต่อไปจะสามารถแจ้งความในทุกๆ พื้นที่ประเทศแล้วตำรวจจะประสานงานออนไลน์กันเอง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น&amp;quot; รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน วาระที่มีการหารือกันนานที่สุดคือวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. &amp;hellip;. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เสนอ โดยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างการประชุม ครม.ว่า ดี จะทำให้ประชาชนยอมรับตำรวจมากยิ่งขึ้น และได้รับความไว้วางใจยิ่งขึ้น ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการอธิบายเรื่องดังกล่าว ยังให้นำคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส มาเป็นหลักในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายวิษณุได้ระบุอีกว่า แม้ก่อนหน้านี้ สตช.จะทักท้วงและไม่เห็นด้วยในบางหลักการ แต่พอได้มีการพูดคุยและประชุมกันในหลายครั้งจนตกผลึกก็ยอมรับและเห็นด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ปฏิรูปสีกากี, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาวุโสเป็นหลัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60d594564de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุวัฒน์’ผงาดขึ้นผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะ ก.ต.ช. เคาะมติเอกฉันท์ &amp;quot;สุวัฒน์&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็น ผบ.ตร.คนที่ 12 พร้อมคลอดโผ 258 นายพลสีกากี &amp;quot;ชนสิษฎ์-ดำรงศักดิ์&amp;quot; รอง ผบ.ตร. &amp;quot;วิสนุ&amp;quot; จเรตำรวจแห่งชาติ &amp;quot;เด็กนายกฯ&amp;quot; นั่งผบช.ภ.2 &amp;quot;ลูกน้องบิ๊กปั๊ด&amp;quot; คุมภาค 8 &amp;quot;ต่อศักดิ์&amp;quot; ขึ้น ผบช.ก. &amp;quot;นครบาล-สตม.&amp;quot; แข็งอยู่ที่เดิม &amp;quot;นรต.50&amp;quot; ผงาด &amp;quot;ผู้การกองปราบฯ-ผบก.191&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 ส.ค. เวลา 13.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ประชุม ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาวาระการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 12 แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ให้ ก.ต.ช.พิจารณาขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบตามที่ ผบ.ตร.เสนอให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.36) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และเป็นนักเรียนเตรียมทหาร(ตท.20) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ., พล.ต.อ.สุวัฒน์เกษียณอายุราชการปี 2565 เกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2504 ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เคยเป็นอดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร. สมัย พล.ต.อ.สันต์ เป็นผู้บังคับการกองพลาธิการ, ติดยศพล.ต.ต.ตำแหน่ง ผบก.น.6 โยกมาเป็น ผบก.กองวิจัย เป็น ผบก.สืบสวน บช.ภ.3 ขึ้นรอง ผบช.สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ, รองผบช.น. ติดยศ พล.ต.ท. เป็น ผบช.ส. โยกเป็น ผบช.ภ.1 ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. เมื่อ 1 ต.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ร่วมกับ ผบ.ตร., รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับนายพล ประจำปี 2563 ตำแหน่งรอง ผบ.ตร.-ผู้บังคับการ (ผบก.) ทั่วประเทศ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุม ก.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ลงมาขึ้นรถที่บริเวณด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า มีรอง ผบ.ตร.เดินลงมาส่งที่รถ รวมทั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้ยกมือไหว้ขอบคุณ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก่อนจะขึ้นรถบีเอ็มดับเบิลยู สีบรอนซ์ เลขทะเบียน 1 กก 35 กรุงเทพมหานคร เดินทางออกไปจากทำเนียบฯ ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า การประชุม ก.ต.ช. มีวาระการเสนอคัดเลือกจเรตำรวจแห่งชาติและรอง ผบ.ตร. ขึ้นเป็น ผบ.ตร. โดย ผบ.ตร.ได้เสนอชื่อจเรตำรวจแห่งชาติและรอง ผบ.ตร.ครบทั้ง 5 คน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนและกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยสรุป ก.ต.ช.ให้ความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์เพียงรายชื่อเดียว หลังจากนี้เมื่อที่ประชุมเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ทาง ผบ.ตร.จะนำเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะที่ในการประชุม ก.ตร. มีการแต่งตั้งทั้งกรณีการเลื่อนตำแหน่งและหมุนเวียน โดยมีตัวเลขภาพรวมทั้งหมด 258 ตำแหน่ง แบ่งเป็นการเลื่อนตำแหน่ง 148 ตำแหน่ง เป็นรอง ผบ.ตร. จากผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นมา 2 คน, จากผู้บัญชาการขึ้นเป็นผู้ช่วยฯ 5 คน, จากรองผู้บัญชาการขึ้นเป็นผู้บัญชาการ 13 คน,&amp;nbsp; จากผู้บังคับการ เป็นรองผู้บัญชาการ 44 คน และจากรองผู้บัญชาการ ยศ พ.ต.อ. รองผู้บังคับการ ขึ้นเป็นผู้บังคับการทั้งหมด 84 คน และระหว่างนี้จะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนตำแหน่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจเรตำรวจแห่งชาติจะหมุนเวียนมาเป็นรอง ผบ.ตร. 1 คน และมีการหมุนเวียนระดับผู้บัญชาการ จากระนาบเดียวกัน 10 ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการหมุนเวียน 27 ตำแหน่ง และผู้บังคับการ 72 ตำแหน่ง และในทางกฎหมายระบุไว้ว่าหลังจากนี้แล้วก็จะเป็นขั้นตอนการนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ต่อไป&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สำหรับรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาแต่งตั้ง อาทิ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ ขยับมาเป็นรองผบ.ตร., พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นเป็น จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(นรต.38) ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 5 ตำแหน่ง มี พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.(นรต.37), พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส.(นรต.40), พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบช.สยศ.ตร. (นรต.39), พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.สกพ.(นรต.36) และ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับผู้บัญชาการ พล.ต.ต.วีระ จิรวีระ รอง ผบช.ภ.2 สายตรงพล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบช.ภ.2, พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ จตร.(สบ 8) อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เป็น ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.หัวหน้าสำนักงาน พล.ต.อ.สุวัฒน์ เป็น ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.ปส., พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบช.ก. เป็น ผบช.ก., พล.ต.ต.ธนพล ศรีโสภา รอง ผบช.น. เป็น ผบช.ส., พล.ต.ท.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ ผบช.ก.ตร. เป็น ผบช.ทท., พล.ต.ท.นิรันดร์ เหลื่อมศรี จตร. (สบ 8) หัวหน้าทีมกฎหมายของพล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็น ผบช.รร.นรต., พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. คนสนิท พล.ต.อ.จักรทิพย์ เลื่อนเป็น จตร.(สบ 8), พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ก.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ยังอยู่ตำแหน่งเดิม มี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6, พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.วจ. คนสนิท พล.ต.อ.สุวัฒน์ ขึ้นเป็นรอง ผบช.น., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เป็นรองผบช.ก., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. เป็น รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เป็น ผบก.น.1,พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม. เป็น ผบก.น.4, พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต คนสนิท พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็น ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 เป็น ผบก.น.8,พล.ต.ต.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึง ผบก.สส.ภ.7 เป็น ผบก.น.9,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ข่าวกรองยาเสพติด เป็น ผบก.สส.สตม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม. เป็น ผบก.ปพ. พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบก.น.5 เป็น ผบก.น.5, พ.ต.อ.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบก.ปคบ. เป็น ผบก.ปอท., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. เป็น ผบก.สส.บช.ภ.7,พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ปปป. นรต.50 เป็น ผบก.ป.(ผู้บังคับการกองปราบปราม), พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. นรต.50 เป็น ผบก.สปพ.(191).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษียณอายุราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f490df6a8637.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯถก &#039;ก.ต.ช.&#039; เคาะ &#039;ผบ.ตร.&#039; คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.63 - เวลา 13.00​ น.​ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า​ ทำเนียบรัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ​ (ก.ต.ช.)​ &amp;nbsp;เพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ (ผบ.ตร.)​ คนที่ 12 &amp;nbsp;แทน​ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ทบ.ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.โดยมีกรรมการ​ ก.ต.ช.​ เข้าร่วมประชุม​ อาทิ​ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ &amp;nbsp;นาย​เดชาภิวัฒน์​ ณ​ สงขลา​ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ นายฉัตรชัย​ พรหมเลิศ​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ นายวิศิษฏ์​ วิศิษฏ์สรอรรถ​ ปลัดกระทรวงยุติธรรม​ พล.ต.อ.จักรทิพย์​ ชัยจินดา​ ผบ.ตร.​ กรรมการและเลขานุการ​ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย​ ผช.ผบ.ตร.​ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ต่อจากนั้น จะเป็นการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)เพื่อพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผบ.ตร.ถึงผบก.โดยประชุมก.ตร.จะมีระดับรองผบ.ตร.เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามกฎหมาย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเสนอรายชื่อข้าราชตำรวจให้ที่ประชุมคัดเลือก จากข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ หรือ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวม 4 คน &amp;nbsp;คือ 1. พล.ต.อ.มนูญ เมฆหมอก รอง ผบ.ตร 2.พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. 3.พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ และ 4.พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร เพื่อเสนอ ก.ต.ช.ให้ความเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ที่จะถูกคัดเลือกเป็นผบ.ตร. คนใหม่ ได้แก่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 อาวุโสอันดับ 5 ซึ่งเหลืออายุราชการอีก 2 ปี ที่จะเกษียณอายุราชการในปี 2565 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., การเมือง, ทำเนียบ, ผบ.ตร., สีกากี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48b3cfb9daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.ช.เห็นชอบกำหนดตำแหน่ง ผบก.กองกฎหมายและคดีภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ เม.ย.63 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 1/2563 และการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 3/2563 โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ซึ่งการประชุมครั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้สื่อมวลชลเข้าบันทึกภาพ แต่ใช้เจ้าหน้าที่กองสารนิเทศบันทึกภาพแจกให้สื่อมวลชนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้มาเป็นประธานการประชุมทั้ง 2 คณะ ในการประชุม &amp;nbsp;ก.ต.ช. มีการพิจารณา 5 เรื่อง เกี่ยวเนื่องกับการประชุม ก.ตร.ครั้งก่อน 1.เห็นชอบเรื่องการกำหนดตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้บังคับการกองกฎหมายและคดี สังกัดตำรวจภูธรภาค 1 -9 ที่ผ่านกฎกระทรวงแล้ว แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเมื่อผ่าน ก.ตร.แล้วต้องผ่าน ก.ต.ช.ด้วย 2.ผู้บังคับการวิลัยแพทย์ศาสตร์ รพ.ตำรวจ หลักการเดี่ยวกันเมื่อผ่าน ก.ตร.แล้ว ตำแหน่ง ผบก.ต้องผ่าน ก.ต.ช. ผ่านกฤษฏีกาเรียบร้อย รอเพียงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอนายกฯลงนามประกาศกฎกระทรวง 3.ผู้บังคับการศูนย์ฝึกยุทธวิถีที่หนองสาหร่าย ทุกอย่างคล้ายกันผ่านเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4.แนวทางการเสนอวุฒิสภาการคัดเลือก ก.ต.ช.ผู้ทรงคุณวุฒิ เปลี่ยนแปลงจากเดิม 4 คน เป็น 2 คน &amp;nbsp;ก.ต.ช.ก็จะใช้แนวทางเดียวกันกับ ก.ตร.ที่กำหนดไว้ แต่กต่างเพียง ก.ตร. &amp;nbsp;ผบ.ตร.เสนอชื่อ 4 คน ให้ สว.เลือก และเป็นตำรวจที่เกษียนไปแล้ว 1 ปีและเคยดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการ แต่ ก.ต.ช. สามารถเสนออาชีพอะไรก็ได้ให้วุฒิสภารับรอง 5.เห็นชอบระเบียบบริหารกองทุนเพื่อสืบสวนสอบสวนคดีอาญา เนื่องจากที่ผ่านมามีอุปสรรคเบิกยากซับซ้อน นายกฯเป็นห่วงตำรวจชั้นผู้น้อยจึงทำให้สามารถเบิกง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุม ก.ตร. มีประเด็นที่น่าสนใจ 1.อนุมัติกำหนดตำแหน่งผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐานในภูมิภาคที่ยังมี่หัวหน้าระดับผู้บังคับการจำนวน 6 ศูนย์ ซึ่งเดิมมี 10 ศูนย์ จึงยกฐานะให้ครบถ้วนคือศูนย์พิสูจน์หลักฐาน &amp;nbsp;1,4,6,7,8,9, และต้องเข้า ก.ต.ช.ต่อไป &amp;nbsp;2. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เสนอเปลี่ยนแปลงประธานและคณะกรรมการอนุ ก.ตร.ต่างๆ เพราะหลังการแต่งจตั้งมีผู้เกษียน ประธานหลายท่านเกษียน ผบ.ตร.จึงเสนอเปลี่ยนทั้งหมด จำนวน 7 คณะ 1.ประธานอนุ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคลที่ประชุมเห็นชอบให้ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ตร. เป็นประธาน 2.อนุ ก.ตร.พัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน 3.อนุ ก.ตร.เกี่ยวกับวินัย เป็น พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร.เป็นประธาน &amp;nbsp;4.อนุ ก.ตร.เกี่ยวกับการอุทธรณ์ เป็น พล.ต.อ.ชัยยะ อีกตำแหน่ง 5.อนุ ก.ตร.ร้องทุกข์ เป็น พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์ เป็นประธาน 6.อนุ ก.ตร.กฎหมาย พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน 7.อนุ ก.ตร.เกี่ยวกับจริยธรรม เป็น พล.ต.อ.ชนสืษฐ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งจะให้นายกฯลงนามต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร. กล่าวว่า อีกอย่าง ร่างระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยการเทียบตำแหน่งของตำรวจและส่วนราชการอื่นแนวทางเดียวกับของทหารและกลาโหม ซึ่งได้เข้า ก.ตร.มาแล้ว และได้เข้าคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดที่มีรองนายกวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน พิจารณาแล้วเรียบร้อยแต่มีข้อสังเกตุบางประการ โดยหลักการเทียบเท่าระดับอธิบดีขึ้นไปใช้แนวทางเดียวกันกับกลาโหมทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64424</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6b2c0eb515.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
