<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขวางทุกเม็ด!&#039;อชิรวิทย์&#039;ไม่เอากก.รับเรื่องร้องเรียน-ค้านแยกสอบสวนโอนจราจร จำไว้ตร.ไม่ดีมี1เปอร์เซ็นต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวชี้แจงถึงกรณีไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปตำรวจของคณะกรรมการร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานฯ ว่า&amp;nbsp; ตนต้องการให้การปฏิรูป ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้เงยหน้าอ้าปาก ได้รับข้าตอบแทนตามภาระงาน ชั่วโมงการทำงาน สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ตนเชื่อว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้ค่าคอบแทนพิเศษ นอกเหนือจากเงินเดือน เดือนละ 3,000 บาท เท่านั้น เฉลี่ยวันละ 100 บาท ตนสอบถามตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนใหญ่ไม่ต้องการ 3,000 บาท แต่ขอค่าตอบแทนเท่าชั่วโมงที่ทำงาน ค่าล่วงเวลา มีงานวิจัยพบว่าตำรวจชั้นผู้น้อยทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ทั้งที่ตามกฎหมายแรงงานให้ทำงานแค่วันละ 8 ชั่วโมง ดังนั้น 4 ชั่วโมงที่เกินมา ตำรวจต้องได้ค่าล่วงเวลา วันหยุด วันนักขัตฤกษ์ของตำรวจไม่มี มีคำสั่งห้ามลา ห้ามขาด ห้ามป่วย และวันหยุดเหล่านี้ไม่มีค่าล่วงเวลา หากคิดตามนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยจะได้เงินเพิ่มตามปริมารงานและเวลาทำงาน เพิ่มถึงเดือนละประมาณ 12,000 บาท หากทำแบบนี้คุณภาพชีวิตตำรวจชั้นประทวนจะดีขึ้น เราเพิ่มเงินเดือนไม่ได้ เพราะเป็นมาตรฐานข้าราชการ แต่ของเงินเพิ่มตามการทำงานที่แท้จริง ซึ่งยังไม่นับรวมค่าเสี่ยงภัย ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีที่ร่างพ.ร.บ. ตำรวจฯ ฉบับนายมีชัย กำหนดให้ตำรวจที่เป็น แพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ครู อาจารย์ เป็นตำรวจไม่มียศนั้น&amp;nbsp; เคยถามกันสักคำไหมว่าเขาอยากไม่มียศกันหรือเปล่า ตนไปถามมาแล้ว ถ้าไม่มียศก็ไม่มีใครอยากมาเป็นหมอตำรวจ มีก็น้อยมาก เขาไปอยู่โรงพยาบาลอื่นกันหมด&amp;nbsp; หมอ พยาบาลในเหล่าทัพอื่นๆ หรือ แม้กระทั่งหมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เช่น พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุณ หมอที่เข้าไปช่วยชีวิต 13 นักเตะทีมหมูป่าอะคาเดมี ภาคภูมิใจในการปฏิบัติงานเป็นหมอทหาร ซึ่งการทำงานร่วมกันแบบในภารกิจของตำรวจ ทหาร การกลมกลืนในหน่วยงาน ต้องเลือดเนื้อ ชีวิต จิตวิญญาณสีเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่า ร่างพ.ร.บ.ใหม่ ตั้งคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ เรียก ก.ตร.&amp;nbsp; ที่ผสมระหว่างคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่กำหนดนโยบาย ตั้งผบ.ตร. กับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ที่มีอำนาจแต่งตั้ง&amp;nbsp; ตั้งก.ตร.แบบใหม่ องค์ประกอบกรรมการ มีอัยการสูงสุด เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตัดเลขาธิการ ก.พ.ออกไป มีกรรมการจากการเลือกตั้งจากตำรวจ 5 คน&amp;nbsp; และอีก 3 คนจากคนนนอก ซึ่งตรงนี้ตนไม่รังเกียจรังงอน รับได้ สามารถคานกันได้&amp;nbsp; เห็นดีเห็นงามกับนายมีชัย แต่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ไม่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบตำรวจอีก ทุกวันนี้ตำรวจกลัวการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของประชาชนอยู่แล้ว วันนี้โซเชียลเน็ตเวิร์กของประชาชนแข็งแกร่งมาก แชร์ไวที่สุด และตำรวจก็ดูแลพฤติกรรมตำรวจด้วยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจมักหยิบแต่เรื่องบกพร่อง มองข้ามเรื่องทีดีงาม เรื่องที่ประสบความสำเร็จ หลายครั้ง หลายคดี ที่ตำรวจตรวจสอบกันเอง ตำรวจจับตำรวจ แต่มักไม่ถูกพูดถึง ยอมรับในตำรวจ 2.2 แสนนาย มีตำรวจที่ไม่ดี รีดไถ รังแก ประชาชน แต่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น&amp;nbsp; ก็ประมาณ 2,200 นาย ทุกวันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องแก้พฤติกรรมตำรวจที่ไม่ดีวันละ 4-5 คน ตำรวจประพฤติชั่วมีอยู่จริง เป็นไปตามธรรมชาติในสังคมที่ไม่มีคนดีทั้งหมด ไม้ยังต่างปล้อง พี่น้องยังต่างใจ พี่น้องประชาชนคุมตำรวจมากที่สุด มีสำนักงานจเรตำรวจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทั้ง ก.พ.ค.ตร. และก.ร.ตร. ไม่จำเป็นต้องมี ตั้งมาเป็นน้ำตาล ทำให้เกิดความสำคัญ เปิดโอกาสให้มีการวิ่งเต้นไปที่นั่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนการโอนงานจราจรให้องค์กรท้องถิ่น พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยเพราะท้องถิ่นไม่มีศักยภาพด้านงบประมาณ หากต้องรับภาระงานี้ และทั่วโลกจราจร คือ ตำรวจ ให้ไปวิจัยดู และงานจราจรยังทำหน้าที่สายตรวจ จุดแรกที่สุดที่เข้าถึงเหตุการณ์ เข้าถึงคนร้ายไวที่สุด ถ้าตำรวจจราจรหายไปจากท้องถนนจะทำอย่างไร ต้องคิดเรื่องการโอนย้ายด้วยตนถามตำรวจไม่มีใครอยากโอนย้ายหรอก ต้องรับคนใหม่หรือ ยอมรับความจริงด้วยว่าประเทศเราจน เงินคงคลังมีจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า งานสอบสวนยังแก้ไม่ถูกจุด งานสืบงานสอบต้องไปด้วยกันกับงานสอบสวน การสั่งการต้องหนึ่งเดียว เป็นสองทางไม่ได้ งานสอบสวนเป็นงานที่สำคัญที่สุด ตนเสนอให้มีการกำหนดคุณสมบัติให้ครบถ้วนในตำแหน่งต่างๆ จะดีกว่า&amp;nbsp; ทุกวันนี้ที่หนีงานสอบสวนเพราะคดีไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด ต้องทำสำนวน คือภาระที่พนักงานสอบสวน ต้องแบก งานเยอะ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ตำรวจสายงานสอบสวน หนีปัญหา ฆ่าตัวตาย พวกสำนวนไม่รู้ตัวผู้ต้องหา ต่างประเทศเขาไม่ทำกันเพราะปล่อยไว้ เป็นดินพอกหางหมู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ถ้าจะปรับปรุงอะไรต้องถามเขาว่าต้องการอะไร เช่น กรณีพ่อกระโดดศาลอาญาฆ่าตัวตาย เพราะศาลยกฟ้อง&amp;nbsp; เรื่องนี้อยากชี้ว่าตำรวจเป็นเพียงต้นธารกระบวนการยุติธรรม ตำรวตเปรียบเหมือนพ่อครัว แสวงหาวัตถุดิบปรุงอาหาร ให้อัยการชิม แล้วส่งไปถึงศาล บางอย่างไปถึงอาหารก็บูด พยานไม่ให้การชั้นศาล ยกฟ้องไปหลายคดี&amp;nbsp; กระบวนการยุติธรรมต้องปรับปรุงทั้งระบบ งานสอบสวนทุกอย่างต้องเรียลไทม์ ใช้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ทุกวันนี้การทำคดีหนึ่ง การหาพยานหลักฐาน ตำรวจต้องทำ และจ่ายเงินทำงานเองทั้งหมด มีเรื่องคนด่ายับ ปัญหาที่สำคัญที่คนอื่นไม่รู้ว่าตำรวจต้องควักกระเป๋าเอง&amp;nbsp; หาพยานหลักฐานเอง ถ้าเป็นตำรวจ เอฟบีไอ&amp;nbsp; ต้นสังกัดเป็นคนจ่าย แต่ตำรวจไทย สอบสวนแต่ละคดีต้องควักกระเป๋าทั้งนั้น ไม่ว่าน้ำมัน หลวงให้ก็จริงแต่มีจำนวนจำกัด หมดคือหมด ตอนนี้หมดต้องควักเอง น้ำมัน 500ลิตร ใช้ได้ 20วัน อีก 10วันทำอย่างไร ปฏิรูปไม่เคยพูดถึงงบประมาณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ให้การแต่งตั้งตำรวจประเมินจากความพึงพอใจของประชน ควรให้ลูกน้องประเมินนายประเมินผู้บังคับบัญชาจะดีกว่า เพราะใกล้ชิดกันจริงผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างไรรู้กันหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ก.พ.ค.ตร., นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรจ, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, พนักงานสอบสวน, พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d5e021fd92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดรับฟังกม.ปฏิรูปตำรวจ เดินหน้าแยกงานสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ ผุดกรรมการพิทักษ์คุณธรรม-รับพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ พบการทำผิดวินัยและจริยธรรมสืบสอบได้เอง พร้อมแจ้งผู้บังคับบัญชาลงโทษวินัย หากเพิกเฉยผิดวินัยร้ายแรง เดินหน้าแยกงานสอบสวน มี ผบช., ผบก.และ ผกก.สอบสวน รับผิดชอบ ตัดอำนาจ ผบช.พื้นที่ แต่งตั้งโยกย้ายเลื่อนเงินเดือนพลการไม่ได้ ให้แจ้งความสถานีไหนก็ได้ คดีสำคัญต้องแจ้งอัยการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ..... และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญาพ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาวาระที่หนึ่งเสร็จแล้ว เพื่อให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และจะนำความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับต่อไป ทั้งนี้สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2561 ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งหมด 165 มาตรา มีสาระสำคัญดังนี้ ในมาตรา 25 ระบุให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;ก.พ.ค.ตร.&amp;rdquo; ประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 27 กรรมการ ก.พ.ค.ตร. ต้องทำงานเต็มเวลา ให้เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขาธิการ และผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ ของ ก.พ.ค.ตร.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 35 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;ก.ร.ตร.&amp;rdquo; มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชนจากการกระทำหรือไม่กระทำการของข้าราชการตำรวจอันมิชอบหรือการประพฤติปฏิบัติไม่เหมาะสมและเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำรวจ กระทำผิดวินัย หรือละเมิดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย (1) ผู้ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประชุมร่วมกันคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน (2) ผู้ซึ่งเคยรับราชการในตำแหน่งตั้งแต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือเทียบเท่าขึ้นไป และได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ จำนวนหนึ่งคน (3) ผู้ซึ่งเคยรับราชการในตำแหน่งตั้งแต่อัยการพิเศษฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไป และได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการอัยการ จำนวนหนึ่งคน (4) ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการ หรือเทียบเท่าขึ้นไปจำนวนสามคน ซึ่ง ก.ตร. คัดเลือกจากบุคคลและตามวิธีการที่กำหนดในมาตรา 36 (5) ทนายความซึ่งประกอบอาชีพทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบปี ซึ่งสภาทนายความคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน (6) ผู้แทนระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบลสองคน ซึ่งที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลคัดเลือกซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นสตรีหนึ่งคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 43 เมื่อความปรากฏต่อ ก.ร.ตร. ไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้ร้องเรียนหรือไม่ว่าข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบ หรือมีความประพฤติหรือปฏิบัติไม่เหมาะสมและเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตำรวจ กระทำผิดวินัย หรือละเมิดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ ให้ ก.ร.ตร. มีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลหรือไม่ โดย ก.ร.ตร.จะดำเนินการไต่สวนเอง หรือมอบหมายให้ข้าราชการตำรวจในสำนักงานจเรตำรวจดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเพื่อรายงานต่อ ก.ร.ตร. ตามประเด็นที่ ก.ร.ตร. กำหนดก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่ ก.ร.ตร.พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีไม่มีมูลให้สั่งยุติเรื่อง แต่ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูลและมีลักษณะเป็นการกระทำผิดวินัย ให้ ก.ร.ตร. ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น พร้อมพยานหลักฐานให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจเพื่อดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการตำรวจผู้นั้น โดยไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 108 และมาตรา 109 แต่หากกรณีใดมีลักษณะเป็นการทุจริต ให้ ก.ร.ตร ส่งสำนวนและเอกสารเกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ แล้วแต่กรณี โดย ก.ร.ตร.จะสั่งให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการทางวินัยโดยไม่ต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐก็ได้ และในกรณีที่เห็นว่า เป็นการสมควรเพื่อระงับความเดือดร้อนของประชาชนหรือป้องกันความเสียหายต่อราชการ จะให้ผู้บังคับบัญชาสั่งพักราชการผู้นั้นไว้ก่อนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้น ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่และอำนาจสั่งพักราชการไว้จนกว่าการดำเนินการทางวินัยจะแล้วเสร็จ โดยให้ถือว่าการสั่งพักราชการดังกล่าวเป็นการสั่งพักราชการตาม มาตรา 120&amp;nbsp;
ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคสอง ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 57 ในกองบัญชาการหนึ่ง ให้มีผู้บัญชาการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการตำรวจและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการนั้น และให้มีผู้บัญชาการสอบสวนคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านการสอบสวนภายในกองบัญชาการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 58 ผู้บัญชาการมีหน้าที่และอำนาจ และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ (4) พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการลงไปภายในเขตอำนาจ แต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บังคับการสอบสวนลงไป ให้แต่งตั้งตามข้อเสนอของผู้บัญชาการสอบสวน (5) พิจารณาและสั่งเลื่อนเงินเดือนประจำปีข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการลงไปภายในเขตพื้นที่ที่ไม่อยู่ในอำนาจของผู้บังคับการตามมาตรา 59 แต่การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการสอบสวนลงไป ให้พิจารณาตามข้อเสนอของผู้บัญชาการสอบสวน (7) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกสี่เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 69 การประเมินตามมาตรา 68 ให้ประเมินตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ความอาวุโสในการดำรงตำแหน่ง โดยให้ผู้ดำรงตำแหน่งนานที่สุด มีอาวุโสสูงสุด และได้รับคะแนน 50 คะแนน และผู้มีอาวุโสลำดับถัดไป ให้ได้รับคะแนนลดลงปีละ 5 คะแนน ในกรณีที่มีอาวุโสเท่ากัน ให้ได้รับคะแนนเท่ากัน ทั้งนี้ โดยให้นับตั้งแต่วันที่ดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่มีการประเมิน (2) ความรู้ความสามารถที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน โดยให้ประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด (3) ความพึงพอใจในบริการที่ประชาชนได้รับ มีคะแนนเต็ม 30 คะแนน โดยให้ประเมินตามมาตรา 70 ในกรณีที่มีคะแนนประเมินเท่ากัน และไม่สามารถแต่งตั้งผู้ได้รับคะแนนเท่ากันทั้งหมด ให้แต่งตั้งตามความรู้ความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ตร. กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา มีทั้งหมด 25 มาตรา มีสาระสำคัญดังนี้ ในมาตรา 7 ให้พนักงานสอบสวนในทุกท้องที่มีหน้าที่และอำนาจรับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษที่มี ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อตน ณ สถานที่ทำการที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ ไม่ว่าเหตุจะเกิดขึ้นในท้องที่ใด และเมื่อรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษแล้ว ให้มีหน้าที่สอบสวนเบื้องต้นเท่าที่จะพึงทำได้ แล้วรีบส่งคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษพร้อมด้วยสำนวนการสอบสวนเบื้องต้นไปยังพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเร็ว และให้ถือว่าการร้องทุกข์ การกล่าวโทษ และการสอบสวนดังกล่าว เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว และให้แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ ทราบด้วยว่าจะส่งเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนที่มีเขตอำนาจแห่งใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้รับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษตามวรรคหนึ่ง หรือรับแจ้งตามวรรคสองแล้ว ให้พนักงานสอบสวนออกใบรับให้ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ หรือผู้แจ้ง แล้วแต่กรณีโดยพลัน และให้แจ้งให้ผู้ร้องทุกข์หรือผู้กล่าวโทษทราบถึงความคืบหน้าตามระยะเวลาที่ ก.ตร. กำหนด โดยการแจ้งดังกล่าวจะแจ้งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มาตรา 12 &amp;nbsp;ให้พนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าของพนักงานสอบสวนในสถานีตำรวจนั้น เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 14 ในการแจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาที่ยังมิได้มีหลักฐานพอสมควรที่แสดงว่าผู้ถูกกล่าวหาน่าจะได้กระทำความผิดนั้นมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 15 เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม เมื่อพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนคดีดังต่อไปนี้ เมื่อพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้ว ให้แจ้งให้พนักงานอัยการที่มีเขตอำนาจทราบด้วย (1) คดีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษขั้นต่ำให้จำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือโทษสถานหนักกว่านั้น (2) คดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (3) คดีอื่นตามที่อัยการสูงสุดกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติร่วมกันกำหนด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14616</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.ค.ตร., กม.ปฏิรูปตำรวจ, กรรมการพิทักษ์คุณธรรม, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์, เปิดรับฟังความเห็นร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b6317c10f04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยุคปฏิรูปต้องมีคะแนนประเมินประจำตัวทุกคน มีมลทิน-ถูกตั้งกก.สอบโดนหักแต้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22มิ.ย.61- นายคำนูณ สิทธิสมาน คณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ตำรวจแห่งชาติพ.ศ. เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ได้พิจารณาลงรายละเอียดในเรื่องหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจทุกระดับทุกสายงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือให้นายตำรวจทุกคนมีคะแนนการประเมินประจำตัว และจัดเรียงลำดับไว้
การแต่งตั้งโยกย้ายทุกระดับ ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมา นอกเหนือจากเกณฑ์เฉพาะต่าง ๆ ของแต่ละระดับและแต่ละสายงานแล้ว จะต้องอยู่ภายใต้เกณฑ์การประเมิน 100 คะแนน ดังนี้
1. ความอาวุโสในการดำรงตำแหน่ง มีคะแนนเต็ม 60 คะแนน
โดยให้ผู้ดำรงตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุด ได้รับคะแนนเต็ม 60 คะแนน ผู้ดำรงตำแหน่งนานในลำดับถัดลงไปให้ได้รับคะแนนลดลงปีละ 6 คะแนน ในกรณีที่ดำรงตำแหน่งนานเท่ากัน ให้ได้รับคะแนนเท่ากัน
ทั้งนี้ ผู้ใดอยู่ในเขตมลทิน เช่น อยู่ในระหว่างการถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง จะไม่ได้รับการพิจารณา
ผู้ใดทำผิด แต่โทษไม่ถึงกับออกจากราชการ ให้หักระยะเวลาที่ถูกสอบสวนออกจากอาวุโส ในทางตรงกันข้ามถ้าสอบสวนแล้วไม่ผิด ให้นับเวลาตลอดช่วงที่ถูกสอบสวนไว้ในอาวุโสด้วย
2. ความรู้ความสามารถที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน
ให้ประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก.ตร.กำหนด
3. ความพึงพอใจในบริการที่ประชาชนได้รับ มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน
ในประการนี้ที่ประชุมได้ใช้เวลาหารือกันมากเป็นพิเศษ เพราะมีปัญหา 2 ด้าน
ด้านหนึ่งคือทำอย่างไรจะให้ผู้ถูกประเมินจะได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด เนื่องจากตำรวจบางหน่วยงานไม่ได้สัมผัสกับประชาชนโดยตรงหรืออยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนเท่ากับตำรวจที่ประจำอยู่ในสถานีตำรวจ 1,482 แห่งทั่วประเทศ เช่น สันติบาล ต่างประเทศ
อีกด้านหนึ่งคือจะให้ใครหรือหน่วยงานใดเป็นผู้ประเมิน
ผลการพิจารณาสรุปเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้
1. ให้มีการประเมินความพึงพอใจฯจากสถานีตำรวจ กองกำกับการ หรือหน่วยงานอื่นที่เทียบเท่า และเมื่อหน่วยงานได้รับคะแนนความพึงพอใจฯเป็นจำนวนเท่าใด ให้ถือว่าผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานนั้นได้รับคะแนนเท่ากัน
2. คะแนนความพึงพอใจฯของหน่วยงานในระดับกองบังคับการใด ให้ถือเอาคะแนนความพึงพอใจฯของทุกสถานีตำรวจ กองกำกับการ หรือหน่วยงานเทียบเท่าที่อยู่ในสังกัด มาเฉลี่ย ได้จำนวนเท่าใดให้ถือเป็นคะแนนความพึงพอใจฯของกองบังคับการนั้น และให้ถือว่าผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในกองบังคับการนั้นได้รับคะแนนนั้นเท่ากัน
3. คะแนนความพึงพอใจฯของหน่วยงานในระดับกองบัญชาการใด ให้ถือเอาคะแนนความพึงพอใจฯของทุกกองบังคับการที่อยู่ในสังกัด มาเฉลี่ย ได้จำนวนเท่าใดให้ถือเป็นคะแนนความพึงพอใจฯของกองบัญชาการนั้น และให้ถือว่าผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในกองบัญชาการนั้นได้รับคะแนนนั้นเท่ากัน
ในการประเมินความพึงพอใจฯข้างต้น ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นผู้สำรวจความคิดเห็นประชาชน โดนอย่างน้อยต้องครอบคลุมมิติต่าง ๆ ดังนี้
- ความมีประสิทธิภาพ
- ความเป็นธรรม
- การไม่เลือกปฏิบัติ
- ความสะดวกในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก.ตร.กำหนด
และเมื่อมีผลการสำรวจเป็นประการใด ให้ประกาศให้ประชาชนและแจ้งให้หน่วยงานที่ถูกประเมินทราบด้วย
ข้าราชการตำรวจผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเรียงลำดับอาวุโสหรือในการแต่งตั้ง ให้มีสิทธิร้องทุกข์ต่อก.พ.ค.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11887</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., ก.พ.ค.ตร., คณะกรรมการพิจารณร่างพ.ร.บ.ตำรวจ, ความอาวุโส, คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ, สำนักงานสถิติแห่งชาติ, เกณฑ์แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8875facf04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอลุ้นกันใจระทึก เหล่า สีกากี ประเภท มดงาน แม้ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับ รองสารวัตร (รอง สว.)-ผู้บังคับหมู่ วาระประจำปี 2560 ร่วมกับกรรมการ ประกอบด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล,&amp;nbsp; พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ใช้เวลา 3 ชั่วโมงกลั่นกรองรายชื่อ รอง สว.-ผบ.หมู่ทั่วประเทศไปเรียบร้อย 9,500 ตำแหน่ง เพราะจนถึงตอนนี้ขั้นตอนการออกคำสั่งต่างๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อยทางธุรการ โดยคาดว่าน่าจะเริ่มแจกจ่ายคำสั่งกันได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 7 พ.ค.เป็นต้นไป ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มเห็นทิศทางการ ปฏิรูปตำรวจ ชุด มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ หลัง คำนูณ สิทธิสมาน หนึ่งในกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ออกมาแย้มแนวการแต่งตั้งตำรวจในอนาคตข้างหน้า จะประเมินข้าราชการตำรวจในการแต่งตั้งโยกย้ายโดยแบ่งเป็นอาวุโส&amp;nbsp; 50% ผลงานมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ 30% และความพึงพอใจของประชาชน 20% รวมทั้งเรื่องโครงสร้างของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เห็นควรปรับลดกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภทที่เคยเป็นข้าราชการตำรวจเหลือเพียง 3 คน เพิ่มกรรมการที่มาจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และจเร ตร.เป็น 4&amp;nbsp; คน และเพิ่มกรรมการโดยตำแหน่งจากภายนอกเข้ามาอีก 2 คน คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และปลัด กระทรวงยุติธรรม โดยโครงสร้าง ก.ตร.ใหม่จะมีทั้งสิ้น 16 คน นอกจากนี้ยังผุดคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. ขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นองค์กรวินิจฉัยอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์ ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ให้บรรดาข้าราชการตำรวจ หากผู้ร้องไม่พอใจในคำวินิจฉัยก็สามารถใช้สิทธิ์ไปฟ้องยังศาลปกครองสูงสุดได้ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เล่นเอาสังคมโซเชียลตื่นตะลึง! หลังปรากฏคลิปกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวใช้ปืนนานาชนิดยิงสนั่นหวั่นไหวระหว่างการแห่ขันหมากแต่งงาน ที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จน ตำรวจพัทลุง เก้าอี้ร้อน ต้องรีบตามจับกุมกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าว 14 คน ยึดอาวุธปืนทั้งหมดมาดำเนินคดีข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยใช่เหตุ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการครอบครองอาวุธปืนภายในจังหวัดพัทลุงมีกว่า 3 หมื่นกระบอก ทำให้ บิ๊กอวบ-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ต้องบินลงพื้นที่พัทลุงหารือกับ บิ๊กแหม็ว-พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท รอง ผบช.ภ.9 กำชับให้ตำรวจพัทลุงประสานฝ่ายปกครอง ช่วยตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมด&amp;nbsp; พร้อมทั้งนำมาทดสอบยิงเพื่อเป็นหลักฐานในการขยายผลการกระทำความผิดในอนาคต ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานเข้าตาจริงๆ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) เดินเครื่องทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อเนื่อง จนสามารถอายัดเงินจากการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่ใช้โทรศัพท์พูดคุยหลอกประชาชนให้หลงเชื่อถึง 14 ครั้งแล้ว ครั้งล่าสุด พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ และตัวแทนจาก ปปง., ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันนำเงินคืนผู้เสียหาย 4&amp;nbsp; ราย จำนวน 1,166,617.99 บาท และยังจะขยายผลปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อ โดยประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้เสียหายที่ถูกเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงแต่ยังไม่ได้ไปร้องทุกข์ สามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สตช. สายด่วน 1155 หรือที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 1710...แบบนี้เห็นทีอีกเดือนสองเดือนข้างหน้าที่จะมีคิวแต่งตั้ง &amp;quot;นายพล&amp;quot; วาระประจำปี 2561 ชื่อ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; น่าจะแปะเก้าอี้ ผู้บัญชาการ หรือ ผบช. ติดยศ พล.ต.ท.แบบไม่มีใครกล้าตีรวนท้วงติงอะไร เพราะมีเครื่องหมายการค้าผลงานเป็นที่ประจักษ์ อยู่ที่ว่า บิ๊กโจ๊ก จะเลือก ท่องเที่ยว หรือ นครบาล เท่านั้น ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รับบัญชาจาก น้องตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมาปั๊บ พี่ป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมก็สั่งในที่ประชุมสภากลาโหมทันทีให้ บิ๊กเจี๊ยบ-พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกไปทำ คู่มือรับม็อบ หรือที่เรียกชื่อเต็มว่า &amp;quot;คู่มือการปฏิบัติในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม&amp;quot; ในแบบภาพรวมและคู่มือปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่ผลัดเปลี่ยนเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารบก ก็เคยจัดทำเอกสารประมาณนี้ขึ้นเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; แต่จะนำมาปรับให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ความสงบเรียบร้อยในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยขณะนี้มี พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และมีคำสั่ง คสช.ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเพิ่มขึ้น การทำความเข้าใจในกรอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้เกิดการผิดพลาดในการปฏิบัติ ป้องกันไม่ให้มีการนำมาอ้างเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสำคัญ ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ผบ.ทบ.เน้นย้ำให้ดูแลการฝึกพลทหารใหม่เป็นอย่างดี&amp;nbsp; โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคลมร้อน หรือ ฮีตสโตรก เนื่องจากช่วงนี้สภาวอากาศแปรปรวน ฝนตกแล้วยังแดดเปรี้ยง อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด ตอกย้ำด้วยนโยบายของ บิ๊กเล็ก-พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) ที่ให้กำลังพลดูแลน้องคนเล็กของครอบครัวหรือพลทหารใหม่เป็นอย่างดี ถ้าเจอฝึกภาคสนามกลางวันแสกๆ อาจเดี้ยงได้โดยไม่รู้ตัว ยิ่งปีนี้มีคนดังอย่าง ไอติม-พริษฐ์&amp;nbsp; วัชรสินธุ หลานชายหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นทหารด้วย ยิ่งทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นที่สนใจและจับตามอง&amp;nbsp; แม้จะไม่มีดารา-นักร้องเหมือนปีที่แล้วอย่าง ชิน-ชินวุฒ อินทรคูสิน ที่เพิ่งปลดประจำการไป แต่หลานนักการเมืองก็ทำให้สังคมยัง โฟกัส การเกณฑ์ทหารเป็นระยะๆ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กนุ้ย-พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ควง บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย&amp;nbsp; รุดดิษฐ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ไปตรวจชมการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ที่สนามฝึกกองทัพเรือ บ้านจันทเขลม จันทบุรี โดยกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ส่งรถเกราะล้อยาง BTR&amp;nbsp; รถถัง Oplot จากยูเครนมาร่วมการฝึกด้วย งานนี้ รถถังยูเครน ทำหน้าที่เป็นยานรบสนับสนุน ยิงเปิดทางไฟแลบ ส่งผลให้นักสังเกตการณ์อาวุธเข้าไปค้นหากันใหญ่ว่าการทำลายเป้าหมายแม่นยำแค่ไหน&amp;nbsp; เพราะขณะนี้มี VT-4 รถถังจีนเข้ามาประจำการและโปรโมตอำนาจการยิงไปยกใหญ่แล้วเมื่อช่วงเปิดตัว...&amp;nbsp; ที่ผ่านมาข่าว Oplot แผ่วไปพักใหญ่ เพราะยูเครนส่งมอบล่าช้าจากปัญหาสงคราม แต่ปี 60-61&amp;nbsp; เริ่มเข้าที่เข้าทาง ผลิตแล้วส่งไวใกล้ครบจำนวน ขณะนี้อยู่ในเรือข้ามมหาสมุทร 8 คัน โดย 2 ใน 8 เป็นรถกู้ซ่อม ใกล้ถึงประเทศไทยในไม่ช้า เป็นอันว่า &amp;quot;ปิดจ็อบ&amp;quot; ครบ 1 กองพัน 51 คันตามสัญญา&amp;nbsp; เขี้ยวเล็บจากยูเครนเสริมทัพ บูรพาพยัคฆ์ ด้านตะวันออก ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.ค.ตร., กากีกะสีเขียว, คำนูณ สิทธิสมาน, ชินวุฒ อินทรคูสิน, ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์, ปฏิรูปตำรวจ, พริษฐ์  วัชรสินธุ, พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา, พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ, พล.ร.อ.ลือชัย  รุดดิษฐ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, มีชัย ฤชุพันธุ์, สีกากี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
