<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดก.พ.อ. สั่งทบทวนตำแหน่ง รศ.-ผศ. มรภ.มหาสารคาม 43 ราย ม.พิษณุโลก 51 ราย  มีการทุจริตทางวิชาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
30ก.ย.64- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ได้มีการพิจารณาผลการตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งตำแหน่งทางวิชาการ ทั้งตำแหน่งรองศาสตราจารย์ (รศ.) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) ของคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) มหาสารคาม และมีมติตามมาตรา 14 (6) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมขอให้ สภามรภ.มหาสารคาม ทบทวนการแต่งตั้งบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ จำนวน 43 ราย แบ่งเป็นตำแหน่งและรองศาสตราจารย์ (รศ.) จำนวน 14 รายและผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) จำนวน 29 ราย โดย ก.พ.อ.มีความเห็น ว่า เรื่องดังกล่าวมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบการได้มาซึ่งตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าว และพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และมีการปลอมแปลงลายเซ็นต์กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และให้สภา มรภ.มหาสารคามเร่งพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และรายงานผลให้ ก.พ.อ. ทราบภายใน 45 วัน นับแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามทราบเหตุดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากสภาฯ มิได้ดำเนินการหรือดำเนินการล่าช้าหรือไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ก.พ.อ.จะขอให้สำนักงานปลัด อว.เสนอเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาให้ข้อเสนอแนะ เพื่อ รมว.อว.จะได้ใช้อำนาจตามมาตรา 51 วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 ต่อไปและที่สำคัญ ก.พ.อ. ขอให้สภา มรภ.มหาสารคาม พิจารณาด้วยว่า กรณีดังกล่าวมีผู้บริหารหรือบุคลากรของมหาวิทยาลัยกระทำความผิดทางวินัยด้วยหรือไม่ ถ้าพบว่ามีให้ดำเนินการทางวินัย และแจ้งผลการพิจารณาในส่วนนี้ให้ ก.พ.อ. ทราบภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งมตินี้ด้วยเช่นกัน ก.พ.อ.ขอให้สำนักงานปลัด อว. พิจารณาร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีที่มีการปลอมแปลงเอกสารในการดำเนินการขอตำแหน่งทางวิชาการของ มรภ.มหาสารคาม ตามพยานหลักฐานที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ รวบรวมได้ เพื่อให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินการต่อไป&amp;quot;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเอนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ก.พ.อ. ขอให้สภา มรภ.มหาสารคาม ปรับปรุงระบบการดำเนินการขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนรวมถึงการขอดำรงตำแหน่งทางวิชาการของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยในสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในสังกัดของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด โดยเคร่งครัดตามความมาตรา 14 (6) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งมีระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันการทุจริต และการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลัเกิดขึ้นที่คล้ายคลึงกับ มรภ.มหาสารคาม คือ การทุจริตการขอตำแหน่งวิชาการของ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก โดยให้สภามหาวิทยาลัย ถอดถอนตำแหน่ง 50 ราย เป็น ผศ. 42 ราย และ รศ. 8 ราย และ สป.อว. จะไม่นำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ศ. 1 ราย โดยให้สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลกไปตรวจสอบและทบทวนใหม่ ซึ่งตนจะให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับ มรภ. มหาสารคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ตนยังได้สั่งการให้ อว. ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงทุกสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน เพื่อให้ระวังและป้องกันการเกิดทุจริตการขอตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบการศึกษาและธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัยกธรรมาภิบาลให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งมตินี้ และรายงานให้ ก.พ.อ. ทราบ อีกทั้งในการประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ครั้งที่ 9/2564 มีมติในกรณีเกิดขึ้นที่คล้ายคลึงกับ มรภ.มหาสารคาม คือ การทุจริตการขอตำแหน่งวิชาการของ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก โดยให้สภามหาวิทยาลัย ถอดถอนตำแหน่ง 50 ราย เป็น ผศ. 42 ราย และ รศ. 8 ราย และ สป.อว. จะไม่นำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ศ. 1 ราย โดยให้สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลกไปตรวจสอบและทบทวนใหม่ ซึ่งตนจะให้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับ มรภ. มหาสารคาม พร้อมกันนี้ ตนยังได้สั่งการให้ อว. ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึงทุกสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งทั้งรัฐและเอกชน เพื่อให้ระวังและป้องกันการเกิดทุจริตการขอตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบการศึกษาและธรรมาภิบาลของมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	
		
			&amp;nbsp;
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118317</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ก.พ.อ., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ทุจริตทางวิชาการ, มรภ.มหาสารคาม, มหาวิทยาลัยพิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_615542e4a55c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.พ.อ. มีมติแต่งตั้ง 12 ศาสตราจารย์ “ภรรยาอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์&quot; ได้ด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ค. 64-นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) กล่าวว่า ในที่ประชุม ก.พ.อ. มีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ช่วงระยะเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือน มกราคม &amp;ndash; มิถุนายน 2564 ซึ่งมีผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ จำนวน 347 ราย แบ่งเป็น ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ 143 ราย ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ 103 ราย ตำแหน่งศาสตราจารย์ 96 ราย (ข้าราชการ 36 ราย และพนักงาน 60 ราย) ตำแหน่งศาสตราจารย์ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งสูงขึ้น 3 ราย โดยรายที่ได้รับการพิจารณาล่าสุด คือ ศ.ประมุข มุทิรางกูร คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และ ตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ จำนวน 12 ราย ดังนี้ 1.รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ 2.รศ.อัครพล มุ่งนิรันดร์ 3.รศ.ฤทัยวรรณ โต๊ะทอง 4. รศ.วิทยา อมรกิจบำรุง 5.รศ.วิวรรณ ทังสุบุตร 6.รศ.สุรพันธุ์ คุณอมรพงศ์ 7.รศ.รุ้งทิพย์ พันธุเมธากุล 8.รศ.วิชุดา เสถียรนาม 9.รศ. หม่อมหลวง ชาครีย์ กิติยากร 10.รศ.สัญญา มิตรเอม 11.รศ.อริยา อรุณินท์ และ 12.รศ.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ โดยหลังจากนี้จะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
&amp;ldquo;ในฐานะ รมว.อว.และประธาน ก.พ.อ. ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและมุ่งมั่นที่จะช่วยขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศต่อไป&amp;rdquo;รมว.อว. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.อ., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ตำแหน่งศาสตราจารย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607042b95e189.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงก.พ.อ.ปรับใหญ่ตำแหน่งวิชาการ  เน้นลดความยุ่งยาก เปิดทางวิจัยแจ้งเกิดระดับนานาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23ม.ค.63-คณะทำงานฯ ความก้าวหน้าทางวิชาชีพของนักวิจัย เตรียม ชง ก.พ.อ. ปรับเกณฑ์การยื่นขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ คำนึงคุณภาพระดับสากล สายแพทย์ วิทย์ฯวิศวฯไม่ต้องผ่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ&amp;nbsp; หรือเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย มีชื่อเสียงระดับนานาขาติ &amp;nbsp; จะได้รับการรับรอง รวมทั้งยังปรับฐานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ฝประเมินผลงานชให้ทันยุคทันสมัยยิ่งขึ้น

นางศันสนีย์ ไชยโรจน์ ประธานคณะทำงานเกี่ยวกับตำแหน่งวิชาการและความก้าวหน้าทางวิชาชีพของนักวิจัย กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ปรับเกณฑ์การยื่นขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ โดยคำนึงถึงหลักการด้านคุณภาพทางวิชาการในระดับสากล ลักษณะผลงานที่เป็นรูปธรรม มีประโยชน์ในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ ความร่วมมือและการโยกย้ายกำลังคนทางวิชาการ รวมถึงความชัดเจนของการตัดสิน&amp;nbsp; โดยได้ดำเนินการ คือ 1.ยกเลิกเปอร์เซ็นต์สัดส่วนผลงาน พร้อมทั้งปรับแบบแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมในผลงาน 2.มีการกำหนดเกณฑ์เพิ่มเติมให้ผู้ขอสามารถเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการได้ โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ ในกรณีการเสนอขอกำหนดตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ สาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และแพทยศาสตร์ 3.มีการปรับลักษณะคุณภาพของผลงานทางวิชาการแต่ละประเภท จากเดิมระดับดี ดีมาก และดีเด่น เป็นระดับ B, B+, A และ A+ พร้อมทั้งปรับคำอธิบายของลักษณะคุณภาพของผลงานแต่ละประเภทให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยให้คำนึงถึงคุณภาพระดับนานาชาติ

นางศันสนีย์ กล่าวต่อว่า 4.มีการปรับเกณฑ์ โดยการพิจารณาให้คำนึงถึงคุณสมบัติทางวิชาการของผู้ขอตำแหน่งได้แก่ ความเป็นผู้นำทางวิชาการระดับนานาชาติ (International Academic Leadership) หัวหน้าโครงการวิจัย(Principle Investigator) ในโครงการที่สำคัญ ๆ การเป็นผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author) 5.การเพิ่มรูปแบบผลงาน ด้านการสอนเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การสอนทางไกล MOOC การวิจัยชุมชน การสร้างนวัตกรรม การต่อยอดศิลปวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำคู่มือแนะนำการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคลในระบบอุดมศึกษาเพื่อส่งเสริมการศึกษาและวิจัย ได้แก่ ร่างประกาศ Adjunct Professorship ซึ่งเป็นการนำบุคคลภายนอกจากต่างสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ชุมชน มาเป็นอาจารย์พิเศษได้ และร่างประกาศการเทียบโอนตำแหน่งวิชาการ รวมทั้งการจัดทำแอปพลิเคชั่นสำหรับสืบค้นผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ และมีการจัดการพัฒนาฐานข้อมูลผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่ประเมินผลงานทางวิชาการและจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการให้ทันสมัย ทั้งนี้เกณฑ์ต่างๆ ดังกล่าว กำลังเตรียมนำเสนอคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ) พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.อ., ตำแหน่งวิชาการ, ศันสนีย์ ไชยโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e293fe3ce83a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“รมว.อว.” คาด ได้ กกอ. และ กมอ. ก.พ. 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ธ.ค.62--นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันนอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ว่า ขณะนี้กระบวนการการสรรหา ก.พ.อ.ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอรายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน เพื่อเสนอขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ส่วนความคืบหน้าเรื่องการสรรหาคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) นั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่ระหว่างการพิจารณาตีความเกี่ยวกับหลักการร่างกฏกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการใน กกอ. หากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณาเรียบร้อยแล้ว ต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันจากนั้นจะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสรรหา กกอ.ชุดใหม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนการสรรหาคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) นั้นใน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2562 กำหนดเรื่องการได้มาซึ่ง กมอ.ไว้ชัดเจน โดยเฉพาะมาตรา 25(1) ระบุว่าประธานกรรมการ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามข้อเสนอของ กกอ. แสดงว่าต้องมี กกอ.ก่อนถึงจะดำเนินการสรรหา กมอ.ได้ อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่า กกอ.และ กมอ. น่าจะได้เรียบร้อยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52179</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กกอ., #อว., ก.พ.อ., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c506475071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งก.พ.อ.หาทางเยียวยาขึ้นเงินเดือนขรก.อุดมฯ  8%ให้เท่ากับค่าตอบแทนของครู  รวมทั้งดูข้อกม.ย้อนหลังได้หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26เม.ย.62-&amp;quot;หมอธี&amp;quot; มอบ ก.พ.อ. ศึกษาระเบียบและข้อกฎหมาย หาแนวทางเยียวยา ปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการสถาบันอุดมศึกษา 8% เท่ากับข้าราชการครู&amp;nbsp; อีกทั้งสามารถเพิ่มได้ในอัตราเท่าไหร่ และย้อนหลังได้หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการแจ้งเกี่ยวกับประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2562 ให้ข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา ปรับเพิ่มเงินเดือน ร้อยละ 8 เท่ากับข้าราชการครู สาระสำคัญคือในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น เพื่อเป็นการเยียวยาให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งที่เหมาะสมและเป็นธรรม ก.พ.อ. อาจกำหนดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาได้รับการเยียวยาโดยให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งตามที่เห็นสมควรเป็นกรณี ๆ ไปก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมจึงมีมติมอบให้คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับระเบียบและข้อกฎหมายของ ก.พ.อ. ไปดูว่าจะมีการเยียวยาเรื่องนี้ได้อย่างไร หากจะให้เงินเงินย้อนหลังต้องดูว่าจะให้ถึงเมื่อไหร่ ทราบว่าจะมีการประชุมในวันที่ 30 เมษายนนี้ นอกจากนี้&amp;nbsp; ยังมอบหมายให้คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของ ก.พ.อ. ไปดูว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบมีใครบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้มีการสำรวจเรื่องเหล่านี้แล้ว แต่ข้อมูลขณะนี้อาจจะเปลี่ยนไแปลงป ทาง สกอ. จึงเสนอว่าจะไปสำรวจข้อมูลใหม่ ก.พ.อ.จึงขอให้สำรวจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย ถ้าสรุปได้เร็วก็ให้เร่งนำเสนอ ก.พ.อ.อีกครั้ง เพื่อจะได้เร่งดำเนินการต่อไป เนื่องจากทราบเป็นเรื่องที่คนมหาวิทยาลัยรอมานาน และตนช่วยดำเนินการมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศูนย์ประสานงานสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือ CHES เสนอให้มีการปรับเพิ่มเงินเดือนร้อยละ 8 ให้แก่อาจารย์ทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน และให้ย้อนหลังนั้น นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายเปิดช่องให้ ก.พ.อ.มีอำนาจเสนอเพิ่มเงินเดือนข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษาได้แล้ว จากนี้ต้องไปดูข้อกฏหมายและความเป็นจริงด้วยว่าการเยียวยาหรือเพิ่มเงินเดือนนั้นจะสามารถทำได้หรือไม่ และทำได้แค่ไหน กลุ่มใดบ้าง และ เยียวยาได้ย้อนหลังกี่ปี ซึ่งต้องดูข้อกฎหมายและสำนักงบประมาณ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34521</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.อ., นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ปรับเงินเดือนมหาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c629baf5e0a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ก.พ.อ.ผ่อนผันเกณฑ์ขอตำแหน่ง ศ.รศ.ผศ.ไปอีก3ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ย.61-ก.พ.อ. มีมติ ผ่อนผัน หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ผศ.-รศ.-ศ. ปี60 &amp;nbsp;ออกไปอีก 3 ปี ส่วนกรณีแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการ ที่ทำเป็นวิจัยหมู่ &amp;quot;หมอธี&amp;quot; ชี้สามารถยืดหยุ่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตามที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติขอให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) เลื่อนการใช้ประกาศ ก.พ.อ. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตร์จารย์ รองศาสตราจารย์ และ ศาสตราจารย์ พ.ศ.2560 ในประเด็นที่กำหนดให้การขอผลงานทางวิชาการทุกประเภท ต้องเป็นผลงานหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเดิม ซึ่ง ทปอ.เห็นว่าการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลให้คณาจารย์ไม่สามารถนำผลงานทางวิชาการที่เป็นผลงานก่อนได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งมีการเตรียมผลงานทางวิชาการไว้แล้ว มาใช้ในการยื่นเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการได้ และเรื่องการแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการนั้น
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธาน ก.พ.อ. กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุม ก.พ.อ. ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว และมีมติให้กำหนดระยะเวลาผ่อนผันออกไปอีก 3 ปี จากเดิมที่กำหนดให้เริ่มใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 &amp;nbsp;ก็จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 &amp;nbsp;เพื่อให้คณาจารย์สามารถผลงานทางวิชาการที่เตรียมไว้แล้ว มาใช้ในการยื่นเสนอขอตำแหน่งทางวิชาการได้ และมีเวลาปรับตัวในการใช้หลักเกณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ ก.พ.อ.ยังมีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ จำนวน 1 ราย ได้แก่ พญ.วิภา รีชัยพิชิตกุล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนข้อเสนอของ ทปอ.ที่ให้เลื่อนการใช้เรื่องแบบแสดงหลักฐานการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการ ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่ระบุว่า ข้อมูลที่เสนอต้องประกอบด้วย 1. ชื่อผู้ร่วมงาน 2.สารบัญ รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ และระบุว่าผู้ขอกำหนดตำแหน่งเขียนส่วนใด และ 3. ปริมาณงานร้อยละ พร้อมระบุบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นนอกเหนือจากที่แสดงในข้อ 2 เนื่องจาก ทปอ.เห็นว่ามีความยุ่งยาก นั้น ก.พ.อ.พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ความจำเป็นต้องเลื่อนการใช้หลักเกณฑ์ใหม่ออกไป โดยให้ใช้ทันทีในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 แต่เรื่องดังกล่าวสามารถยืดหยุ่นได้ อย่างไรก็ตาม ก.พ.อ.จะทำประกาศ ก.พ.อ.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตร์จารย์ รองศาสตราจารย์ และ ศาสตราจารย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 เพื่อประกาศใช้ต่อไป&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16683</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.อ., กระทรวงศึกษาธิการ, ตำแหน่งวิชาการ, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f30ae135ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
