<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเลิกหมดสอบ&quot;โอเน็ต-วีเน็ต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ธ.ค.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการทบทวนเรื่องการทดสอบต่างๆ ของนักเรียน โดยเฉพาะการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ของนักเรียนระดับประถมศึกษปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 และม.6 ซึ่งแน่นอนว่าการทดสอบโอเน็ตระดับป.6 และม.3 จะไม่มีการสอบโอเน็ต เพราะที่ผ่านมาครูผู้สอนและนักเรียนต้องเสียเวลากับการเตรียมตัว เพื่อการทดสอบดังกล่าวแต่ไม่ได้มีการนำผลคะแนนมาใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร โดยจะรวมไปถึงการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านอาชีวศึกษา หรือ วีเน็ต ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี 3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปี 2 ด้วย เนื่องจากเรามีมาตรฐานวิชาชีพที่ใช้วัดอยู่แล้ว อีกทั้ง สามารถนำไปใช้ขยายผลได้ดีกว่าการสอบวีเน็ต โดยเฉพาะการันตีเงินค่าจ้างของผู้จบการศึกษา ทั้งนี้ตนสนับสนุนการจัดทดสอบต่างๆ ของเด็ก แต่วิธีการนำไปใช้จะต้องให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาศ กอศ.) กล่าวว่า รมว.ศธ.ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มาวิเคราะห์การสอบวีเน็ตว่ามีการนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง ซึ่งได้ข้อสรุปว่าการสอบวีเน็ตของกลุ่มเด็กอาชีวศึกษาไม่ได้มีผลกับนักศึกษาหรือนำไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากการเรียนสายอาชีพเราจะมีการประเมินสมรรถนะความรู้แต่ละสาขาวิชาในแต่ละวิทยาลัยก่อนเด็กจะจบการศึกษาอยู่แล้ว ซึ่งมาตรฐานการวัดดังกล่าวจะนำไปเชื่อมโยงกับการวัดมาตรฐานและการทดสอบฝีมือของกระทรวงแรงงาน ดังนั้นการสอบวีเน็ตจึงเป็นการทดสอบที่วัดมาตรฐานระดับกลางเท่านั้น แต่ของ สอศ.จะทดสอบแบบเจาะลึกตามสมรรถนะด้านวิชาชีพ ทั้งนี้ตนคิดว่าการสอบวีเน็ตมีความซ้ำซ้อน ผู้เรียนอาชีวะไม่ได้ใช้ประโยชน์ รวมถึงการสอบวีเน็ตไม่ได้ระบุในข้อบังคับว่าเด็กอาชีวะจะต้องสอบวีเน็ตทำให้เด็กส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นจะต้องมาทดสอบวีเน็ต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86844</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โอเน็ต, ก.ศึกษาธิการ, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, วีเน็ต, สอศ., อาชีวะศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcde2b9206b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ไขข้อข้องใจเรื่องงบฯ แจงรวมทุกองค์กรเฉพาะการจัดสอบเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ก.ย.63- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการรวมงบประมาณระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) ซึ่งจะเป็นการโอนงบประมาณ ในส่วนของการจัดสอบต่างๆ &amp;nbsp;เพื่อให้กระบวนการจัดสอบมีความคล่องตัวมากขึ้น &amp;nbsp; โดยตนได้ย้ำถึงการบูรณาการการทำงานระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สพฐ. และสป. ในเรื่องการตัดโอนตำแหน่งต่างๆ เพราะการขับเคลื่อนประเทศในอนาคตการเรียนการสอนอาชีวศึกษาจะเป็นแนวทางหลักสำคัญ ที่จะผลักดันให้มีหลักสูตรที่น่าสนใจด้านสายวิชาชีพตามความต้องการของตลาดแรงงาน ดังนั้น &amp;nbsp;การเตรียมเรื่องบุคลากรจึงมีความสำคัญที่ตนอยากให้ทั้ง 3 หน่วยงานร่วมกันทำงาน เพื่อตอบโจทย์การเพิ่มผู้เรียนในสายอาชีพให้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับแนวทางการเพิ่มผู้เรียนในสายอาชีพนั้น ผมต้องการเร่งการประชาสัมพันธ์การเรียนอาชีวศึกษาให้มากขึ้น เพื่อทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้มีความเข้าใจในการเรียนการสอนสายอาชีพ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจด้วยหลักสูตรอาชีวศึกษาที่มีมาตรฐานสากล ขณะที่การเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับการเรียนสายอาชีพนั้น อยู่ระหว่างการปรับปรุงหลักเกณฑ์การบริหารจัดการเรื่องบุคลากร ซึ่งผมมองว่าหากเรามีการตัดโอนตำแหน่งครูสังกัดสพฐ.มาสังกัดอาชีวะ ได้ก็เท่ากับว่าเราจะลดการเรียนสายสามัญลงและไปเพิ่มการเรียนสายอาชีพแทน ทั้งนี้เชื่อว่าในปีการศึกษา 2564 สอศ.จะเพิ่มยอดผู้เรียนสายอาชีพได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน แม้อาจจะเพิ่มผู้เรียนไม่ได้ในบางวิทยาลัย แต่ผมมั่นใจผู้ปกครองจะเห็นความสำคัญและเห็นความมุ่งมั่นที่ศธ.ยกระดับอาชีวศึกษาเป็นมาตรฐานสากล&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78387</URL_LINK>
                <HASHTAG>#งบประมาณ, ก.ศึกษาธิการ, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64a90c72b84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องป.ป.ช.สอบส.ส.คนดังรีดเงิน12ล้านลั่นพฤติกรรมเหมือนปลิงทาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.63- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปเสียงความยาวเกือบ 2 นาที โดยเสียงในคลิปดังกล่าวคล้ายเสียงของ ส.ส.คนดัง หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งกำลังเจรจาเรียกรับเงินจำนวน 12 ล้านบาท จากบริษัทที่รับติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ซีซีทีวี (CCTV) ในโครงการ Safe Zone Schools ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแลกกับการเคลียร์สื่อมวลชนและคนใหญ่คนโตในหลายวงการ เพื่อให้ยุตินำเสนอข่าวด้านลบของบริษัทนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวหากพิสูจน์แล้วเป็นจริง ถือว่าเป็นความเลวร้ายที่สุด เป็นเสมือนพวกปลิงทากที่เกาะกินทำลายสถาบันการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.149 ประเด็นเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 40,000 บาท หรือประหารชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนั้น ยังถือว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม เข้าข่ายฝ่าฝืนบทบัญญัติใน ม.129 ประกอบ ม.128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะไต่สวนและชี้มูลว่ามีความผิดจริงหรือไม่ หากเป็นไปตามคลิปก็ต้องส่งให้อัยการฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้พิพากษาลงโทษให้ออกจากตำแหน่ง ส.ส. และตัดสิทธิ์ทางการเมือง ดังนั้นทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานคลิปเสียงต่อ ป.ป.ช.ในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค.63 เวลา 10.30 น. ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ศึกษาธิการ, กฎหมาย ป.ป.ช., คลิปเสียงส.ส., นายศรีสุวรรณ จรรยา, บริษัทวงจรปิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200815/image_big_5f37395c05a55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
