<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมโรงเลือกตั้งใหม่ กกต.ร่อนหนังสือให้เตรียมพร้อม/ศึกใน‘พปชร.’ส่อเค้าเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ กกต.ส่งหนังสือแจ้งทุกพรรคการเมืองให้เตรียมพร้อมเลือกตั้ง กำชับให้เร่งทำตามกฎหมาย ยันไม่เกี่ยวข่าวลือจ่อยุบสภา พปชร.ร้องจ๊าก ส่อแววหาช่องเลิกไพรมารีโหวต พรรคลุงฉิ่งทำ พปชร.ฟาดปากกันยับ &amp;quot;สิระ-สุชาติ&amp;quot; คู่ปรับ เจอกันวันนี้ที่สงขลา หอบใบลาออกไปให้ เพื่อนบิ๊กตู่ลากไส้ ส.ส.ก๊วนใต้ได้เงินไป 7 ล้าน จวกวัวลืมตีน ปชป.ฮึด จี้นายกฯ คลาย 4 กรมคืนให้จุรินทร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ต.ค.64 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงนามหนังสือส่งถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง เรื่อง การเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือดังกล่าวมีประเด็นหลัก 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.การดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 24, 25, 26, 27 ตามพระราชบัญญัติ​ประกอบ​รัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.) ​ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ข้อ 24, 25 ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยพรรคการเมืองและประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องสมาชิกพรรคการเมือง โดยเฉพาะการบันทึกข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองให้เป็นปัจจุบัน 2.การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง 3.การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และ 4.การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารดังกล่าวที่ลงนามโดยเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นเอกสารจริงที่นายทะเบียนพรรคการเมืองส่งให้กับพรรคการเมืองทุกพรรค แต่เป็นเพียงขั้นตอนการประสานงานกับพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งโดยปกติแล้วนายทะเบียนพรรคการเมืองจะประสานทั้งทางหนังสือที่เป็นเอกสารและทางโทรศัพท์ เพื่อย้ำเตือนพรรคการเมือง โดยเฉพาะ ข้อ 4 ในเรื่องการสรรหาผู้สมัคร เนื่องจากจะต้องแบ่งเขตใหม่ 400 เขต จะทำให้เขตเลือกตั้งเปลี่ยนจากเดิม ดังนั้น จังหวัดที่เขตเลือกตั้งเพิ่ม ควรรอการสรรหาผู้สมัครไว้ตามความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่เกี่ยวกับกระแสการเมืองที่จะมีข่าวในเรื่องการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ หากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเห็นจากพรรคการเมืองต่อกรณีดังกล่าว นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า พรรคได้รับหนังสือแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูรายละเอียด เพราะลงพื้นที่ต่างจังหวัด โดยฝ่ายกฎหมายจะวิเคราะห์ประเด็นออกมา รายละเอียดเบื้องต้นให้เตรียมผู้สมัคร หากรอประกาศเลือกตั้ง อาจดำเนินการไม่ทัน เพราะต้องเริ่มที่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดในแต่ละเขต ต้องมีการจัดประชุมและเสนอชื่อเข้ามา ทาง กกต.จึงแจ้งว่ากระบวนการเหล่านี้สามารถทำก่อนได้เลย ไม่ต้องรอสามารถทำรอล่วงหน้าไว้ได้ไม่เป็นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำเรื่องการเตรียมเลือกตั้งสมัยหน้าเข้าหารือในประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค พปชร.เมื่อใด นายบุญสิงห์กล่าวว่า หลังจากที่ดูรายละเอียดครบเรียบร้อยแล้วจะเสนอเข้าที่ประชุมของกรรมการบริหารพรรค แต่ประเด็นนี้พรรคยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาหารือ เพราะเวลานี้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การส่งหนังสือให้เตรียมพร้อม ถือเป็นการส่งสัญญาณยุบสภาหรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ยัง และถ้าการเลือกตั้งเที่ยวหน้าใช้กระบวนการเหล่านี้เต็มรูปแบบจะค่อนข้างยากมาก โดยเฉพาะพรรคที่ยังไม่มีการเตรียมพร้อม &amp;nbsp;ยังไม่มีสมาชิกแต่ละเขตเลือกตั้งถึง 100 คน ยังไม่มีการตั้งตัวแทนประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้งจะลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางพรรคเพื่อไทยก็มีความเห็นเช่นกัน โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการแจ้งให้พรรคการเมืองปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้การส่งผู้สมัค ส.ส.ต้องดำเนินการขั้นตอนต่างๆอาทิ การจัดตั้ง สาขาพรรคการเมือง การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดและการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองว่าหนังสือดังกล่าวเป็นสัญญาณเลือกตั้งในเร็วๆ นี้หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ แต่เข้าใจว่า กกต.มองว่าในปัจจุบันพรรคการเมืองหลายพรรคยังไม่ได้จัดตั้งสาขาครบตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นการแจ้งเตือนเพื่อเตรียมความพร้อมเท่านั้น แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเราดำเนินการในส่วนนี้ไปมากแล้วขาดตัวแทน พรรคการเมืองประจำจังหวัดในบางพื้นที่เท่านั้น แต่การเลือกตั้งครั้งต่อไปเราจะส่งทุกเขตเลือกตั้งเรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการต่อไป
สุชาติลากไส้ 13 ส.ส.ใต้ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในพรรคพลังประชารัฐก็น่าสนใจเช่นกัน &amp;nbsp;หลังมีความเคลื่อนไหวการจัดตั้งพรรคการเมืองของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีกระแสข่าวอาจได้เป็น รมช.มหาดไทย ในการปรับครม.ที่จะมีขึ้น โดยการตั้งพรรคดังกล่าว จะมี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรค พปชร. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร.ไปร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร.ว่า ภายหลังจากที่ พ.อ.สุชาติประกาศจะลาออกจากพรรคเพื่อไปร่วมงานในพรรคการเมืองใหม่กับนายฉัตรชัย มีรายงานว่า วันที่ 4 ต.ค.นี้ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ ส.ส.ภาคใต้ของพลังประชารัฐ เช่น นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา, นายอรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรค พปชร. โดยหลังเสร็จภารกิจ นายสิระจะเดินทางไปพบ พ.อ.สุชาติ เพื่อนำใบลาออกจากพรรค พปชร.ไปให้เซ็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล กล่าวถึงกรณีแกนนำและ ส.ส.ภาคใต้พรรค พปชร. วิจารณ์ว่าเสียมารยาทหากจะชวน ส.ส.พปชร.ไปร่วมงานกับพรรคใหม่ ว่าไม่เคยไปชักชวน ส.ส.พปชร.แม้แต่คนเดียว เพราะการตัดสินใจเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ส่วนที่จะย้ายไปคือผู้ที่ทำงานในการอำนวยการเลือกตั้งของภาคใต้ร่วมกันมา และยังไม่ได้เจาะจงว่าจะไปอยู่กับพรรคไหน คำว่าพรรคใหม่ อาจเป็นพรรคตั้งใหม่หรือพรรคที่มีอยู่เดิมก็ได้​ เวลานี้ยังเป็นเจ้าไม่มีศาล เพราะต้องขอรอดูความชัดเจนในขั้นตอนธุรการของพรรคนั้นๆก่อนที่จะไปร่วมงาน แต่ที่พูดชัดคือพรรคที่จะไปต้องสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้นที่ ส.ส.ใต้แต่ละคนออกมาวิจารณ์ว่าตนไปชวนนั้นเพี้ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ออกมาพูดถึงผม ผมก็สร้าง ทำทางมาให้ทั้งนั้น มาจากพวกอำนวยการเลือกตั้ง ทำทางไว้ให้​ อย่ามาปฏิเสธ ขอท้าทั้ง 13 คน ให้มาพูดตัวต่อตัวว่าผมเคยไปชวนหรือไม่ โดยเฉพาะนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ถ้าไม่มีผมไม่ได้เป็นส.ส. ให้ย้อนไปถึงตอนที่ต้องไปลาออกจากมหาวิทยาลัย ใช้เงิน​ 7 ล้านบาทเพื่อจะมาลง ส.ส. ไม่ใช่เงินที่มาจากพรรคพปชร. แต่มาจากเบี้ยที่ พ.อ.สุชาติและทีมงานช่วยกันหามา ขอให้เข้าใจใหม่ อย่าอวดตัว อวดเก่ง อย่าเป็นวัวลืมตีน&amp;rdquo; พ.อ.สุชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.สุชาติกล่าวว่า ส่วนที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. ระบุจะนำเอกสารการลาออกจากสมาชิกพรรคพปชร.มาให้เซ็นนั้น ก็คอยอยู่ให้มาเจอ จะบอกว่าใบเดียวน้อยเกินไป ไม่พอ ให้กลับไปเตรียมมาใหม่เป็นพันใบ เพราะสมาชิกในภาคใต้ที่ช่วยกันหามาก็พร้อมที่จะออกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ จากกระแสข่าวย้ายพรรค อาจสร้างความไม่พอใจให้แกนนำ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;
พ.อ.สุชาติกล่าวว่า เกมของคนที่มีตำแหน่งในพรรคบางคน เขาต้องการทำลาย และสร้างคนใหม่ ทำลายคนเก่าออกไป​ และสร้างคนใหม่ของเขาขึ้นมาแทนในแต่ละที่ เช่นในการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลาครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีว่า การปรับ ครม.น่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมีรัฐมนตรีช่วยสองคนออกไป เชื่อว่านายกรัฐมนตรีพิจารณาอยู่ เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะเลือกความเหมาะสมเข้ามา ถ้าทีมเศรษฐกิจหากดูแล้วไม่เพียงพอ การเสริมทีมด้านนี้ก็สามารถทำได้ เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน หรืออาจจะเป็นคนในพรรคที่จะมาร่วมทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งในพรรคให้ดียิ่งขึ้น แต่ทุกอย่างอยู่ที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจ ส่วนตัวคิดว่ามีประโยชน์ทั้งสองทาง พร้อมย้ำว่าการปรับ ครม.ในครั้งนี้จะส่งผลดีเพื่อที่จะมีคนเก่งเข้ามา ช่วยทำงานให้บ้านเมือง เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเลือกคนดีมีความรู้ความสามารถ ส่วนจะเป็นคนใน คนนอกพรรค ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ยืนยันภายในพรรคพลังประชารัฐไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ คนในพรรค ทั้ง ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคทำงานด้วยกันดี มีแต่คนนอกพรรคเท่านั้นที่พูด คนในพรรคยืนยันจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ประชุมร่วมรัฐสภาก็โหวตทุกกฎหมายให้ผ่านหมดไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันภายในพรรคยัง รักกันเหมือนเดิม ข่าวที่ออกไปเป็นเพียงคนนอกที่พูดคนในพรรคไม่เคยพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จะเดินทางไปจังหวัดสงขลา เอาเอกสารให้ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ลาออกจากสมาชิกพรรค ยืนยันว่า พ.อ.สุชาติไม่ได้เป็น ส.ส.หรือกรรมการบริหารพรรค ดังนั้นอย่าเอาคนนอกหรือคนไม่เกี่ยวข้องมาเป็นประเด็น เนื่องจากบางคนอาจจะเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างอาจไม่สมหวัง ก็มีการสร้างข่าวสร้างกระแสขึ้นมา พร้อมย้ำคนส่วนใหญ่ในพรรคยังรักและสามัคคีร่วมใจกันทำงานกันด้วยดีไม่มีปัญหาใดๆ เมื่อเปิดสมัยประชุมสภามาก็เร่งผลักดันกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ได้พูดคุยกันหมดแล้ว
ปชป.อัดพปชร.ให้เกียรติกันบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคจะเสนอนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ไม่มีนัยใดๆ ทางการเมืองที่เกี่ยวโยงกับปัญหาการกำกับดูแล 4 กรมของกระทรวงเกษตรฯ แต่อย่างใด เป็นเพียงการพูดถึงแนวทางหลักการของพรรคประชาธิปัตย์ยุคปัจจุบันและคุณสมบัติของนายจุรินทร์ มีความพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์ทันสมัย ก้าวหน้า ทำงานไว มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน โดยเฉพาะความสามารถในการสร้างรายได้ให้กับประเทศจากการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์โควิด-19 ไม่ใช่การบลัฟนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อคำถามที่ว่า ปัญหาเรื่อง 4 กรมของกระทรวงเกษตรฯ จะสร้างรอยร้าวถึงขั้นถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอลงกรณ์ตอบว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น กรณีดังกล่าวไม่ใช่ความขัดแย้งในเชิงนโยบาย แต่เป็นปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินในการมอบหมายงานของนายกรัฐมนตรี ที่เดิมนายจุรินทร์กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ แต่มาแก้ไขคำสั่งให้รองนายกรัฐมนตรีอีกคน (พล.อ.ประวิตร) มากำกับดูแล 4 กรมแยกออกไปทำให้เกิดความสับสนและทับซ้อนการบริหารของรัฐมนตรีว่าการกับรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวง ซึ่งไม่เคยมีการมอบหมายงานแบบแยกส่วนเช่นนี้มาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่เรื่องประชาธิปัตย์ทวงคืน 4 กรมแต่เป็นประเด็นการบริหารกระทรวงและปัญหาการไม่ปรึกษาหารือกันก่อนมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ปัญหานี้แก้ไขไม่ยากหากมีความจริงใจต่อกันและให้เกียรติกัน&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า มีข้อแนะนำ 3 ประการเพื่อคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า 1.ยกเลิกคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ฉบับดังกล่าว 2.เร่งแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามโควตาของพรรคพลังประชารัฐโดยเร็ว 3.ควรปรึกษาหารือกับนายจุรินทร์และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในกรณีมีประเด็นการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์กำกับดูแล &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ วิพากษ์วิจารณ์ตนนั้น ไม่ถือสา แต่ต่อไปควรใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพมีสัมมาคารวะ และมีเหตุผลให้มากกว่านี้ให้สมกับความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวไว้ก่อนหน้าการให้สัมภาษณ์ของนายอลงกรณ์ว่า การที่ นายอลงกรณ์ออกมาตำหนิถึงคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรคุม 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ผ่านมาทั้ง 4 กรมอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐมนตรีในส่วนของพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว โดยถือเป็นอำนาจโดยชอบธรรมของนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายเรื่องดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี แล้วนายอลงกรณ์เป็นใคร มีตำแหน่งเพียงแค่ที่ปรึกษาเท่านั้น จะออกมาพูดอะไรให้ดูสถานะตัวเองด้วย ต้องมีความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง จึงขอฝากให้นายเฉลิมชัยช่วยสั่งสอนที่ปรึกษาของตัวเองบ้าง ถ้าแก้พฤติกรรมเสียมารยาทไม่ได้ ก็สั่งสอนด้วยการหาขี้เถ้ามาอุดปากเสียบ้าง หรือหาตะกร้อมาครอบปาก อย่าปล่อยให้มาระรานผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แต่ถ้านายอลงกรณ์แก่เกินแกง นายเฉลิมชัยก็ควรเปลี่ยนตัวที่ปรึกษาได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค ปชป.ว่า การเลือกตั้งในครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นด้วยเหตุผลเช่น เลือกตั้งในครั้งหน้าจะมี ส.ส.เขตเพิ่มขึ้นมาอีก 50 คน ซึ่งในภาคใต้จะน่าจะมีการเพิ่มเขตเลือกตั้งราวๆ 5-6 เขต ถือเป็นโอกาสอันดีที่พรรคจะได้ ส.ส.ในเขตภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าทางพรรคน่าจะได้ ส.ส.ในภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 40 คน โดยพรรคมีเป้าหมายว่า ส.ส.ต้องเกินร้อย และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118666</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;สิระ-สุชาติ&quot;, กกต, พปชร.ร้องจ๊าก, พรรคลุงฉิ่งทำ พปชร., พร้อมเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โหมโรงเลือกตั้งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e954f841816.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ขอนแก่นติวเข้ม3เทศบาลเลือกตั้งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดขอนแก่น นายอภินันท์ &amp;nbsp;จันทร์อุปละ ผอ.กกต.ขอนแก่น ประชุมร่วมกับ ประธาน กกต.และ ผอ.กกต.รวมไปถึงจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง เพื่อเตรียมการสำหรับการลงคะแนนใหม่ ใน 3 เทศบาลฯ ตามที่ กกต.กลางได้มีคำสั่งให้จัดการลงคะแนนใหม่ในวันที่ 16 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภินันทร์ &amp;nbsp;จันทร์อุปละ ผอ.กกต.ขอนแก่น กล่าวว่า &amp;nbsp;ภายหลังจากที่ กกต.กลาง ได้มีคำสั่งให้มีการลงคะแนนใหม่ &amp;nbsp; 3 เทศบาล &amp;nbsp;ประกอบด้วย ทต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง ลงคะแนนใหม่ เฉพาะสมาชิกฯ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ,เทศบาลตำบลโพธิ์ไชย เฉพาะนายกเทศมนตรี ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 และเทศบาลตำบลบ้านเป็ด เฉพาะนายกเทศมนตรี ในเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 19 &amp;nbsp;อันมีผลมาจากการเกิดบัตรเขย่ง ทำให้วันนี้ กกต.ขอนแก่น ต้องเชิญ ประธาน กกต.,ผอ.กกต. รวมไปถึงจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งจากเทศบาลฯทั้ง 3 แห่ง มารับทราบแนวทางการดำเนินการจัดตั้งตามระเบียบและข้อบังคับ ตามที่ กกต.กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยเลือกตั้งทั้ง 3 เทศบาลฯที่ต้องมีการลงคะแนนใหม่นั้น พบว่ามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณหน่วยละ 700 คน ดังนั้นการจัดคูหาและสถานที่ลงคะแนนนั้นจะต้องคุมเข้มตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัวโควิด-19 อย่างเข้มงวด ประกอบกับการจัดการลงคะแนนใหม่นั้น ทุกหน่วยเลือกตั้งอาจจะใช้กรรมการชุดเดิมหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งก็สามารถกระทำได้ ตามดุลยพินิจของ กกต.ประจำเทศบาลฯ แต่การพูดคุยกันในวันนี้เป็นการเน้นย้ำในรอบสุท้ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์บัตรเขย่งหรือข้อผิดพลาดใดๆในการจัดการจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในครั้งนี้ โดยที่ กกต.ขอนแก่น จะเป็นพี่เลี้ยงและจัดเจ้าหน้าที่ไปประจำเพื่อกำกับควบคุมดูแลในวันที่ 16 พ.ค.เพื่อให้การดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรัดกุม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภินันท์ กล่าวต่ออีกว่า &amp;nbsp; 3 หน่วยเลือกตั้งของทั้ง 3 เทศบาลฯดังกล่าว ผู้สมัครห้ามหาเสียงเด็ดขาด ตามระเบียบที่กำหนดไว้ ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือมีการร้องเรียนเกิดขึ้น ทีมสอบสวนของ กกต.จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำการสอบสวนทันที อย่างไรก็ตามสำหรับการรับรองผลการเลือกตั้งในตำแหน่งนายกฯ และ สมาชิกสภาเทศบาล ในส่วนที่เหลือนั้น ขณะนี้เข้าสู่การรับรองในรอบที่ 2 คือไม่เกินวันที่ 27 พ.ค. อันมีผลมาจากการร้องเรียน ซึ่งขณะนี้เจ้าพนักงานสอบสวนของ กกต.อยู่ในระหว่างการสอบสวนตามข้อร้องเรียนที่ส่งเข้ามาซึ่งมีทั้งหมด &amp;nbsp;20 เรื่อง ที่ กกต.ขอนแก่น ได้รับเรื่องไว้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการซื้อเสียง การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่มีหลักฐานชัดเจนและเรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ทั้งนี้เมื่อการสอบสวนแล้วเสร็จ กกต.ขอนแก่น จะสรุปเรื่องรับรองและผลการสอบสวนไปที่ กกต.กลาง เพื่อพิจารณารับรองตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101827</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต, ขอนแก่น, เทศบาล, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_609232283bc30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯกกต.ขีดเส้น 30 เม.ย. พรรคการเมืองต้องแจ้งเหตุไม่จัดประชุมใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.64 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงนามในหนังสือ เพื่อแจ้งหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง &amp;nbsp;ในเรื่องการจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง &amp;nbsp; โดยในหนังสือระบุว่า ตามพระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ​(พ.ร.ป.)​ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 43 กำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองจัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา &amp;nbsp;เสนอต่อที่ประชุมใหญ่พรรคการเมือง &amp;nbsp;เพื่ออนุมัติภายในเดือนเม.ย.ของทุกปี &amp;nbsp;และมาตรา 61 กำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองเสนองบการเงิน ที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแล้วต่อที่ประชุมใหญ่พรรคการเมือง เพื่ออนุมัติภายในเดือนเม.ย.ของทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานกกต. ขอเรียนว่า การดำเนินการจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง ตามมาตรา 43 และมาตรา 61 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติแก่หัวหน้าพรรคการเมือง โดยไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้อำนาจแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือนายทะเบียนพรรคการเมือง ในการเลื่อนหรือขยายระยะเวลาดังกล่าว &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามหากพรรคการเมืองไม่สามารถจัดประชุมใหญ่ได้ &amp;nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สามารถแจ้งเหตุดังกล่าวต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ภายในวันที่ 30 เม.ย. 2564 เพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99669</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคการเมือง, แจ้งสาเหตุไม่จัดประชุมใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607948f393641.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;บี้กกต. ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยสถานะส.ส.ของ&#039;เก่งการุณ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.64- &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบ และยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สมาชิกสภาพส.ส. ของนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (11) หรือไม่ โดยนายสิระ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการด้านการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับร้องเรียนว่าเมื่อปี 2556 นายการุณ เคยต้องคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ว่าการะทำผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2550 มาตรา 53 (5) กระทำผิดฐานปราศรัยใส่ร้าย &amp;nbsp;โดยมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายการุณ เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งการกระทำผิดตามมาตราดังกล่าว ถือว่าเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (11) บัญญัติว่าบุคคลเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตการเลือกตั้งเป็นบุคคลห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งส.ส. นายการุณ จึงเป็นบุคคลที่ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) โดยทางกมธ.เห็นว่ากกต. เป็นเจ้าของเรื่อง เพราะเป็นผู้ที่ยื่นคำร้องเรื่องดังกล่าวต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ซึ่งวันนี้ก็ได้แนบหลักฐานเป็นคำพิพากษาศาลฎีกาที่สั่งเพิกถอนสิทธินายการุณ รวมทั้งสั่งให้มีการจัดการจัดเลือกตั้งใหม่ และนายการุณ ชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้ง ให้กับกกต.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนายการุณ ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ อาจเพราะกกต.เห็นว่ามองพลาดโดยเห็นว่านายการุณ พ้นระยะเวลาของการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา98 (11) ระบุว่าเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตการเลือกตั้งเป็นบุคคลห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ซึ่งแค่เคย ก็ถือว่าห้ามสมัครส.ส.ตลอดชีวิตแล้ว รวมทั้งเท่าที่ดูความผิดตามมาตรา 53 มีโทษจำคุกด้วย แต่มีข้อสงสัยว่าเรื่องของคดีอาญา ทำไมจึงไม่มีการดำเนินคดีกับเก่ง การุณ มีแต่การตัดสิทธิให้เว้นวรรค 5 ปี และชดใช้ค่าเสียหาย จึงอยากให้กกต.ตรวจสอบเร่งด่วน เพราะถ้าล่าช้าจะเกิดความเสียหายกับสภา ประชาชน และกกต.ด้วย เพราะหลักฐานต่างๆที่ตนนำมามีความชัดเจนอยู่แล้วไม่ต้องสืบหาอะไรเพิ่มเติม รวมทั้งเวลานี้กมธ.ยังได้รับการร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบว่ากกต.ได้ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ถึงปล่อยให้นายการุณ ยังลงสมัครส.ส.ได้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ ปฏิเสธว่าการยื่นให้กกต.ตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้ต้องการที่จะเอาคืนนายการุณ ที่เคยเป็นผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบตนเอง เพราะส่วนตัวกับนายการุณก็ไม่ได้มีอะไรกัน เรื่องดังกล่าวตนก็ได้มีการดำเนินคดีกับนายการุณไปแล้ว แต่เป็นเรื่องที่ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผลแห่งการกระทำไป เรื่องคุณสมบัติของนายการุณ ใครยื่นก็เหมือนกัน แต่กกต.ต้องเร่ง จะปล่อยให้นายการุณ จะปล่อยไปแบบนี้ประชาชนก็สงสัย ว่ากกต.ทำตามกฎหมายหรือไม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96218</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต, การุณ โหสกุล, สมาชิกภาพส.ส., สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210212/image_big_6025f7d15a91f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039;ตกใจ!อ้าง&#039;วิษณุ&#039;ชี้นำคดี&#039;บิ๊กตู่&#039;แล้วจะไม่สงสัยศาลได้อย่างไร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พูดเหมือนรู้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญล่วงหน้า หรือต้องการชี้นำคำวินิจฉัยกรณีความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือไม่ เพราะการอ้างมติกกต.โดยจงใจไม่พูดถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ชี้ชัดว่าหัวหน้าคสช.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้พฤติกรรมของนายวิษณุมีเหตุอันควรสงสัย ทั้งนี้ แม้กกต.จะเป็นองค์กรที่มีอำนาจเต็มในการพิจารณาคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ แต่เมื่อบางประเด็นในข้อวินิจฉัยดังกล่าวขัดหรือแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกา ไม่ถือว่าเป็นเหตุอันควรสงสัยเลยหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้ามติกกต.ถือเป็นที่สุดก็เรื่องหนึ่ง แต่นี่ทุกอย่างต้องไปจบที่ศาล แล้วคำพิพากษาศาลฎีกาจะถูกเพิกเฉย ไม่แม้แต่จะนำมาสงสัยได้อย่างไร ถ้าพูดให้ถึงที่สุด การปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ยิ่งมีเหตุอันควรสงสัย ทั้งเรื่องแบ่งเขต สูตรคำนวณคะแนน ความล่าช้าเรื่องการเปิดผลคะแนนแต่ละหน่วย แม้กระทั่งการพิจารณาข้อร้องเรียนต่างๆ ดูเหมือนว่าฝ่ายเสียประโยชน์จะอยู่ตรงข้ามรัฐบาล ส่วนที่ได้ประโยชน์คือฝ่ายสืบทอดอำนาจหรือไม่ ทั้งนี้ แม้ว่าท่าทีนายวิษณุอาจทำให้คนนึกถึงแนวทางคำวินิจฉัย แต่ต้องยอมรับด้วยว่า กรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานในกระบวนการยุติธรรมต่อไป และการเอากติกาที่บิดเบี้ยวอยู่แล้วมาบิดซ้ำเพื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่เป็นประโยชน์เลยสำหรับประเทศไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40530</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เจ้าหน้าที่รัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cae7213db6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดแทน!&#039;จรัล&#039;ประณามกกต.ปล้นส.ส.ส้มหวานหาย7ที่นั่ง แต่ปลอบใจได้ปาร์ตี้ลิสต์มากสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62- นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีม.112 มีสถานะผู้ลี้ภัยที่ฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai &amp;nbsp;ประณาม กกต.ไม่รับรองผลการเลือกตั้งส.ส แบบบัญชีรายชื่อ​ของพรรคอนาคตใหม่จำนวน 7 คนซึ่ง​ได้เสียงลงคะแนนเลือกตั้ง​กว่า 7 หมื่นเสียง อย่างไม่ยุติธรรม​ แล้วไปให้พรรคเล็กๆมีส. ส. อันเป็นการบิดเบือน​เจตนารมณ์​ของประชาชน มุ่ง​หวัง​ไปเพิ่มเสียงให้ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ​ที่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจเผด็จการ​ของคสช.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือการปล้นชัยชนะอย่างโจ่งครึ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พรรคอนาคตใหม่ได้จำนวนส. ส. บัญชี​รายชื่ิอมากที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต, คำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ, จรัล ดิษฐาอภิชัย, พรรคอนาคตใหม่, อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c735d123fc9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 08:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทกร&#039; มั่นใจการสืบทอดอำนาจจะยากขึ้น ชี้คสช. และ กกต. กำลังถูกโดดเดี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 62 นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ มีเนื้อหาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุณสวัสดิ์พี่น้องมิตรสหายที่รักทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ ยังไม่มีอะไรแน่นอน กระแสความคิดของประชาชนแบ่งเป็นฝักฝ่าย คสช. และ กกต. กำลังตกเป็นฝ่ายตั้งรับ อีกไม่นาน คสช. และ กกต. จะถูกโดดเดี่ยวและถูกปิดล้อมด้วยจากกระแสความคิดของประชาชนหลายฝ่าย ความชอบธรรมในการสืบทอดอำนาจจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นวิบากกรรมที่ท่านผู้นำและคณะจะต้องรับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32609</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต, การจัดตั้งรัฐบาล, คสช., ไทกร พลสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00f9d2be847.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
