<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอมถอนร่างแก้พรป.กกต. โยนชุดใหม่เคาะชื่อผู้ตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 5 กกต.ชุดใหม่เตรียมรับสนองพระราชโองการโปรดเกล้าฯ วันศุกร์นี้ พร้อมหารือ กกต.เก่าเพื่อสานงานต่อ ขณะที่ 36 สนช.ยอมถอนร่างแก้ไข พ.ร.ป.กกต.แล้ว ระบุหลังมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ กกต.ชุดใหม่ ควรเป็นหน้าที่ของ กกต.ใหม่คัดเลือกและตรวจสอบผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน เพื่อแก้ไขปัญหากันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลา 11.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. และนายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. เดินทางมาดูความพร้อมของสถานที่ที่จะใช้ในพิธีรับสนองพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ประธาน และ กกต.ใหม่ทั้ง 5 คน ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17 ส.ค. โดยจะใช้ห้อง 201 บริเวณชั้น 2 ของสำนักงาน กกต. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกฤชเปิดเผยว่า พิธีจะเริ่มในเวลา 09.00 น. ประธาน กกต.และ กกต.อีก 4 คน จะเดินทางมาสำนักงาน กกต. เพื่อสักการะพระพรหมเจ้าที่ของศูนย์ราชการฯ จากนั้นจะมาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดปกติขาว เพื่อทำพิธีรับสนองพระราชโองการ โดยมีกำหนดการเปิดกรวยสักการะในเวลาประมาณ 11.44 น. หลังจากนั้นในช่วง 13.00 น. กกต.ชุดเก่าและชุดใหม่จะมาพบปะพูดคุยกันที่ห้องรับรองชั้น 9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงการหารือเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า ยังไม่ได้มีการกำหนดไว้ในวาระการประชุมของ กกต. แต่อาจเป็นเรื่องหารือของ กกต.ชุดเก่าและใหม่ที่จะพบกันในวันพรุ่งนี้ และยังไม่ได้มีการกำหนดวาระประชุมนัดแรกของ กกต.ชุดใหม่ สำหรับการเดินทางเข้าสำนักงานของ กกต.วันที่ 16 ส.ค.นี้ ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรอบเวลาเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งจะครบ 15 วัน หลังจากที่นำไปติดประกาศให้ประชาชนยื่นเรื่องคัดค้านคุณสมบัติ เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ถ้ามีผู้ร้องคัดค้านก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระบบอยู่แล้ว และประมวลเรื่องส่งมายัง กกต.กลาง เพื่อให้พิจารณา &amp;nbsp;และเมื่อครบ 15 วันต้องรายงานเข้ามา อาจจะเป็นตัวเลขเรื่องร้องเรียนเข้ามาก่อน และสำนวนตามมาทีหลัง &amp;nbsp;ซึ่งก็มีห้วงเวลาเพื่อให้ทางจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในกรอบเวลา ไม่เกินวันที่ 7 ก.ย. ตามที่เรากำหนดกรอบเวลาไว้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. และนายปกรณ์ มหรรณพ กกต.ชุดใหม่ ได้เดินทางมาที่สำนักงาน กกต.เป็นการส่วนตัว เพื่อเตรียมความพร้อมในพิธีรับสนองพระราชโองการ รวมทั้งได้มาดูห้องทำงาน พร้อมทั้งพูดคุยกับ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ถึงกำหนดการต่างๆ ซึ่งหลังพิธีรับสนองพระราชโองการ จะได้มีการพบปะกับอดีต กกต. ในเวลาประมาณ 13.00 น. &amp;nbsp;ที่อาจหารือถึงการส่งมอบหน้าที่ และงานที่ กกต.ใหม่ต้องเร่งดำเนินการ มีรายงานด้วยว่าจะมีการหารือกันระหว่าง กกต.ชุดใหม่ กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่นายวิษณุจะเดินทางมาหารือที่สำนักงาน กกต. ในช่วง 13.00 น. ของวันที่ 20 ส.ค.61&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการนัดหารือกับ กกต.ชุดใหม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้วันนัดหารืออย่างเป็นทางการ แต่กำหนดไว้คร่าวๆ ว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า โดยจะหารือกันทุกเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน ทั้งระบบไพรมารีโหวต การแบ่งเขตเลือกตั้ง และประเด็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด และไม่รู้ว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดหรือไม่ แต่ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมด ก็ต้องนัดหารืออีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า ได้รับการแสดงเจตจำนงของสมาชิก สนช. จำนวน 36 คน ในการเสนอร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ 3 ประเด็น ได้แก่ 1.ความถูกต้องของผู้เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย 2.วินิจฉัยว่ามีลักษณะเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ และ 3.การดำเนินการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ สำหรับที่มีเสียงวิจารณ์สนช.พิจารณากฎหมายไม่รอบคอบ และพยายามเสนอกฎหมายเพื่อให้กระทบกับโรดแมปการเลือกตั้งนั้น ไม่เป็นความจริงอย่างใด เนื่องจากเรื่องนี้ยังอยู่เพียงแค่กระบวนการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม หากมีการดำเนินการตามกระบวนการข้างต้นเสร็จสิ้นแล้ว ยังต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. (วิป สนช.) อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เมื่อมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ กกต. 5 คนแล้ว การถอนหรือไม่ถอนร่างแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ จะเป็นเรื่องที่คณะผู้เสนอตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป ถ้าเขาไม่ถอน กระบวนการก็จะเดินหน้าต่อไป และเข้าสู่ที่ประชุมวิป สนช. ซึ่งวิป สนช.ในฐานะผู้ทำหน้าที่กลั่นกรองอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ ซึ่งเป็นธรรมเนียมการพิจารณาของสภา&amp;quot; ประธาน สนช. กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ วิป สนช. เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิก สนช. ผู้รวบรวมรายชื่อ 36 สนช. เพื่อขอเสนอร่างแก้ไข พ.ร.ป.กกต. ในประเด็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง ได้ขอถอนร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยขั้นตอนหลังจากนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะดึงร่างดังกล่าวออกจากสารบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิก สนช. แกนนำล่าชื่อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ได้ประชุมกับ สนช. 36 คนที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ได้ข้อสรุปตรงกันเป็นมติเอกฉันท์ว่า หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ กกต.ใหม่ 5 คนแล้ว ก็ควรให้เป็นหน้าที่ของ กกต.ใหม่ดำเนินการคัดเลือกและตรวจสอบผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน เพื่อแก้ไขปัญหากันเอง จึงหมดความจำเป็นที่จะเสนอแก้ไขกฎหมายลูก กกต.ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงได้ไปถอนเรื่องการเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ถือเป็นหน้าที่ กกต.ชุดใหม่จะไปแก้ปัญหากันเอง ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ขอยืนยันว่าเจตนาการเสนอแก้ไขกฎหมาย เพื่อต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต ยุติธรรม ไม่มีวัตถุประสงค์ยื้อโรดแมปเลือกตั้งแต่อย่างใด&amp;quot; นายมหรรณพกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช. ที่ร่วมลงชื่อแก้ไข พ.ร.ป.กกต. กล่าวว่า หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการจะถอนเรื่องอย่างไร ขึ้นอยู่กับวิป สนช. เช่นเมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่วิป สนช. ก็ให้ตีตกไป เหตุผลที่เห็นว่า สมควรถอยไม่ได้ เป็นเพราะมีเสียงคัดค้านนับแสนจากเว็บไซต์ของรัฐสภาที่เปิดให้แสดงความคิดเห็นต่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.กกต. เพราะคะแนนเหล่านั้นมาจากการจัดตั้ง &amp;nbsp;วัดไม่ได้ แต่ประเมินจากเสียงของเพื่อน สนช.หลายคนที่ไม่เห็นด้วย ตลอดจนผู้ใหญ่และกระแสสังคมบางส่วนที่ฝ่ายคัดค้านที่เห็นว่ากฎหมายยังไม่ทันได้บังคับใช้ เหตุใดจึงรีบแก้ไข และเกรงว่าหากให้แก้ไขกฎหมายลูกกันง่ายๆ อาจเป็นช่องทางให้แก้กฎหมายลูกอื่นๆ ได้ในอนาคต การถอยครั้งนี้ไม่คิดว่าเสียหน้า เพราะเรารับฟังเสียงสังคม ถ้ารู้ว่าเดินหน้าแล้วสังคมไม่ตอบรับ ก็ไม่ควรทำ หากจะแก้ไขกฎหมายลูก กกต.จะปล่อยให้หน้าที่ของรัฐบาลสมัยหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่มีปัญหา ไม่ได้ถูกร้องเรียนเรื่องความเป็นกลาง หรือมีการส่งข้อมูลอะไรที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คิดว่าควรเดินหน้าต่อไป แต่ถ้ามีการส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามา กกต.ก็ดำเนินการพิจารณาต่อไป เรื่องของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ในเมื่อตัวระบบออกมาอย่างนี้แล้ว ก็ต้องเดินหน้าต่อ ซึ่งสามารถรับข้อมูลเรื่องร้องเรียน ถ้าพบว่าตรงไหนมีปัญหาก็แก้ไขกันไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.ชุดใหม่, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ถอนร่างแก้ไขพ.ร.ป.กกต., นายปกรณ์ มหรรณพ, นายอิทธิพร บุญประคอง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7584cd069dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อิทธิพร”นำทัพ คุมหางเสือ7กกต. จัดเลือกตั้ง62 ภารกิจพิสูจน์ ของจริง-ปลอม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ช่วงเตรียมนับหนึ่งการทำหน้าที่ของ 5 เสือกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่แล้ว หลังมีการเปิดเผยจาก พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ได้นำรายชื่อนายอิทธิพร บุญประคอง ว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ และว่าที่ กกต.ใหม่อีก 4 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ว่าที่ กกต.ใหม่อีก 2 คนที่ต้องสรรหา-เห็นชอบกันใหม่เพื่อให้ครบ 7 ชื่อ ทางนายพรเพชร ในฐานะหนึ่งในกรรมการสรรหาฯ กกต. ก็เปิดเผยว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหาฯ กกต. ได้เรียกประชุมนัดแรกในวันที่ 8 ส.ค. เพื่อหารือเรื่องกระบวนการขั้นตอนการสรรหาฯ ในส่วนของกรรมการ ก่อนที่จะส่งชื่อไปให้ที่ประชุม สนช.โหวตเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่ากับว่า หลังจากนี้ก็รอ 5 เสือ กกต.ชุดใหม่ อันประกอบด้วย อิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัคราชทูตไทยประจำ เคนยา และกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ในฐานะว่าที่ประธาน กกต. และอีก 4 ว่าที่ กกต. คือ สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นักวิชาการจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด และอดีตสมาชิก สปท., ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และปกรณ์ มหรรณพ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา เข้าทำหน้าที่กันได้แล้ว ส่วน กกต.ชุดปัจจุบันที่มีศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน ก็เตรียมนับถอยหลัง เก็บของออกจากห้องทำงาน เพื่อให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามารับไม้ต่อ เข้าทำนอง เก่าไป-ใหม่มา ภายใต้การส่งมอบงานต่างๆ ที่ค้างคาไว้ ที่จะไม่เกิดสภาวะมีรอยต่อ-สุญญากาศแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อดูตามวงงานของว่าที่ กกต.ชุดใหม่ที่รออยู่ จะพบว่าภารกิจใหญ่ที่รออยู่ก็คงไม่พ้น 3 เรื่องหลักที่เป็นอำนาจหน้าที่หลักของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วย กกต. อันประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ถือเป็นภารกิจใหญ่สุดของ กกต. และเป็นด่านหินในการพิสูจน์ฝีมือของ กกต.ชุดใหม่ว่าเป็นของจริงหรือของปลอมกับงานใหญ่ครั้งนี้ เพราะหากมีการเลือกตั้งในปี 2562 ก็จะเป็นการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 8 ปี หลังคนไทยได้เลือกตั้ง ส.ส.ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2554 ส่วนการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 หลังยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุบสภา ตอนม็อบ กปปส.ไม่นับ เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระบวนการทำงานของ กกต.จะเกิดขึ้นหลังมีการโปรดเกล้าฯ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ฯ ที่ก็จะต้องมีการดำเนินไปตามขั้นตอนต่างๆ เพียงแต่เนื่องจากบทเฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.มีการเขียนไว้ให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 90 วัน แต่ฝ่าย กกต.ก็ได้เสนอต่อฝ่ายรัฐบาล-คสช.ไปแล้วว่า ในช่วงการรอ 90 วันดังกล่าว ควรต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ไปพลางก่อน เช่น การใช้มาตรา 44 เพื่อให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องรอหลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ ที่ต้องรอไปอีก 90 วัน เพื่อที่จะได้ให้ กกต.ไปดำเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นก่อน ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพราะการแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต.ต้องใช้เวลาประมาณ 55 วัน เนื่องจากต้องทำหลายขั้นตอน เช่น แบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จก็ต้องมีการไปรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ โดยหากมีการคัดค้านก็จะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร กว่าจะส่งเรื่องให้ กกต.ชี้ขาด ขณะเดียวกัน หากแบ่งเขตช้าก็จะทำให้พรรคการเมืองเตรียมตัวในการทำ ไพรมารีโหวต ไม่ทันการณ์ ซึ่งแนวทางการให้อำนาจ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งได้ดังกล่าว ก็ดูเหมือนฝ่ายรัฐบาลและ คสช.จะเอาด้วย โดยแลกกับการไม่ต้อง ปลดล็อกพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นดังกล่าว ที่ล่าสุดสำนักงาน กกต.ได้รับแจ้งจากรัฐบาลว่าจะอนุมัติงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งให้ จำนวนเงิน 4,000 ล้านบาท จากที่สำนักงาน กกต.ขอไป 5,500 ล้านบาท แต่ดูแล้วสำนักงาน กกต.คงมีการขอรัฐบาลให้เพิ่มงบประมาณให้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลือกตั้ง 4,000 ล้านบาทที่จะมีขึ้นบนเดิมพันความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่มีการซื้อเสียงหรือมีก็ต้องไม่รุนแรง และคนทำผิดต้องถูกลงโทษ ทำให้ภารกิจการจัดเลือกตั้งดังกล่าว จึงเป็นงานหินของ กกต.ชุดใหม่แน่นอน ซึ่งหากฝ่าด่านนี้ไปได้ ทำผลงานออกมาได้ดีระดับหนึ่ง เช่น บริหารจัดการเลือกตั้งโดยราบรื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่-พรรคเล็ก อีกทั้งสำนักงาน กกต.สามารถรณรงค์จนทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันจำนวนมากในระดับไม่ต่ำกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันกลไกต่างๆ ของ กกต.เช่น ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่เป็นเรื่องใหม่ของการเมืองไทย ที่มาแทน กกต.จังหวัด สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการตรวจจับการทุจริตการเลือกตั้ง จนได้คนผิดมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาก กกต.ชุดใหม่ทำผลงานได้ตามเป้าข้างต้น แบบนี้ก็สอบผ่าน ได้รับการยอมรับแน่นอน แต่หากตรงกันข้าม ถ้า กกต.บริหารจัดการเลือกตั้งโดยมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมาย หรือจัดเลือกตั้งโดยประชาชนไม่ยอมรับ มองว่า มีการเลือกปฏิบัติ จัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไปเอื้อหรือช่วยเหลือผู้สมัครบางพรรคการเมืองให้ชนะการเลือกตั้ง แบบนี้ กกต.ชุดใหม่นอกจากสอบไม่ผ่านแล้ว ยังอาจอยู่โดยไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;2.เรื่องการให้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คือเป็นภารกิจในลักษณะการอำนวยการให้มีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาให้เป็นไปตามร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่อยู่ระหว่างการรอโปรดเกล้าฯ ซึ่งเมื่อได้รายชื่อครบถ้วนแล้วในส่วนของ ส.ว.ที่มาจากการสมัครและคัดเลือกกันเองของผู้สมัครในสาขาวิชาชีพต่างๆ ทาง กกต.ก็จะส่งไปให้ คสช.คัดเลือกให้เหลือไม่เกิน 50 ชื่อ ส่วน ส.ว.อีก 200 ชื่อจะมาจากขั้นตอนที่คณะกรรมการสรรหาฯ จะพิจารณารายชื่อส่งไปให้ คสช.เอง รวมเป็น ส.ว. 250 ชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องดังกล่าว แม้ฝ่ายรัฐบาลจะเปิดเผยว่าอาจจะมีการส่งร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น ที่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่มีประมาณ 6 ฉบับ ไปให้ สนช.พิจารณาได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ แต่หากดูจากท่าทีของรัฐบาลผ่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ก็เคยแสดงท่าทีไว้ชัดเจนว่าต้องการให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ส.ส. เช่นเดียวกับที่ทาง กกต.ก็เคยเสนอความเห็นแบบไม่เป็นทางการไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มือกฎหมายรัฐบาล ว่า ต้องการให้การเลือกตั้ง ส.ส. กับการเลือกตั้งท้องถิ่นห่างกันประมาณ 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่การเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดหลังการเลือกตั้ง ส.ส. โดยหากมีการเลือกตั้ง ส.ส.ในเดือน ก.พ.ปีหน้า ก็อาจได้เห็นการเลือกตั้งท้องถิ่นช่วงเดือน พ.ค. ปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น กฎหมายว่าด้วย กกต.เปิดช่องให้ กกต. ไม่ต้องเป็นเจ้าภาพหลักก็ได้ในการจัดการเลือกตั้ง สามารถให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งได้ตามที่กฎหมายว่าด้วย กกต. มาตรา 27วรรคสอง บัญญัติไว้ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้คณะกรรมการมีอํานาจดําเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งภายใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ กับให้มีอํานาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้ง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจควบคุมดูแลการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามหน้าที่และอํานาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และกฎหมายอื่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ มีข้อมูลออกมาก่อนหน้านี้ว่า ท้องถิ่นที่ครบวาระตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่นจำนวน 8,410 อัตรา ที่แยกเป็น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้น สนามเลือกตั้งท้องถิ่นก็มีความสำคัญไม่น้อย ยิ่งที่ผ่านมาพบว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นความดุเดือดในการแข่งขัน โดยเฉพาะ การซื้อเสียง หนักหน่วงไม่แพ้การเลือกตั้งใหญ่ เผลอๆ บางพื้นที่อาจรุนแรงหนักกว่าด้วย เนื่องจากการเมืองท้องถิ่นปัจจุบัน จะมีอำนาจในการบริหารงบประมาณ โดยเฉพาะงบโครงการต่างๆ ในพื้นที่และจังหวัด ที่มีเม็ดเงินจำนวนมาก จนทำให้นักการเมืองสนามใหญ่ ระดับอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.หลายสมัย ยังหันเหไปลงการเมืองท้องถิ่น เพื่อหวังไปคุมงบประมาณและฐานเสียงในพื้นที่ ผนวกกับการเลือกตั้งท้องถิ่นจะไม่ค่อยถูกจับตามองมากเหมือนการเลือกตั้งใหญ่ ทำให้การแข่งขันมีการใช้ทั้งเงิน-อิทธิพล-กระสุนดินดำ อัดกันเต็มที่ เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ดังนั้นหากสุดท้ายถ้า กกต.จะไม่ลงมาคุมการเลือกตั้งท้องถิ่นเต็มตัว แต่ก็ต้องคอยดูแลไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายกันอย่างโจ๋งครึ๋มแล้วเข้าไปถอนทุนกันภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซึ่งสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่ถูกจับตามองมากสุดก็คงไม่พ้น สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. หลังคนกรุงเทพฯ ว่างเว้นจากการเลือกผู้ว่าฯ กทม.มาร่วม 5 ปี เพราะเลือกครั้งสุดท้าย ก็ตอนปี 2556 ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ชนะการเลือกตั้ง รวมถึงการเลือกตั้ง นายกฯ อบจ. ทั่วประเทศ ก็ถูกจับตามองว่าจะมีความเข้มข้นดุเดือดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;3 ภารกิจสำคัญข้างต้นทั้งการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.-การอำนวยการในการคัดเลือก ส.ว.ชุดใหม่-การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ล้วนเป็นงานสำคัญที่รอ กกต.ชุดใหม่ ภายใต้การคุมหางเสือของ อิทธิพร บุญประคอง-ว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ ที่ถูกมองว่าเป็น ม้ามืดนั่งประธาน กกต. จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ กกต.ชุดใหม่จะทำพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมข่าวการเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กกต.ชุดใหม่, กรองสถานการณ์, ปลดล็อกพรรคการเมือง, สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่, เลือกตั้ง ส.ส., เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b65b402b041c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตาร์ทเครื่องรอ  7 เสือ กกต.ชุดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;สตาร์ทเครื่องรอ 7 เสือ กกต.&amp;nbsp;เลือกตั้ง 4 พันล้าน มีวอร์รูมคุมโซเชียล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังได้ชื่อ ว่าที่ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คนใหม่คือ อิทธิพร บุญประคอง&amp;nbsp; อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่าได้นำชื่อนายอิทธิพรและว่าที่ กกต.อีก 4 คนที่ สนช.ลงมติเห็นชอบขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างรอให้ 5 เสือ กกต.ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ การสรรหา กกต.อีก 2 ชื่อเพื่อให้ครบ 7 ชื่อก็จะเริ่มต้นนับหนึ่งในสัปดาห์หน้านี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะพ่อบ้านหรือฝ่ายเสนาธิการใหญ่ กกต. ที่ก่อนหน้านี้เดินทางไปให้ข้อมูลภารกิจหลังเข้ารับตำแหน่งแก่ กกต.ชุดใหม่ 5 คน เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา โดยกางแผนงานภารกิจสำคัญที่รอให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามารับไม้ต่อ โดยเฉพาะ 3 ภารกิจสำคัญคือ การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ในปีหน้าตามโรดแมปของคสช., การได้มาซึ่ง ส.ว. และการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า วันใดที่มีการโปรดเกล้าฯ กกต.ชุดใหม่ กกต.ชุดปัจจุบันก็ไม่ต้องทำหน้าที่ จะมีความเชื่อมต่อกัน งานต่างๆ กกต.ชุดใหม่เข้ามาก็สานต่อได้เลย เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันก็ได้เตรียมไว้ทุกอย่าง เช่น ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มาแทน กกต.จังหวัด ซึ่งหลัง กกต.ตั้งแล้วก็ต้องนำรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดไปติดประกาศรายชื่อไว้ที่จังหวัดเพื่อเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านได้ เพื่อให้พิจารณาว่าชื่อที่ตั้งไปมีความเหมาะสมจะมาทำหน้าที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งหรือไม่ หากมีการคัดค้านรายชื่อ กกต.ก็ต้องมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร สืบสวนดูข้อเท็จจริง เมื่อเสร็จขั้นตอนดังกล่าวก็ประกาศรายชื่อ เรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งเมื่อรายชื่อเรียบร้อยหมดทุกอย่างแล้ว ต้องมีการอบรมด้วยเพราะเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. ก็ต้องมีการเทรนกันทั้งเรื่องข้อกฎหมาย วิธีการทำรายงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ขั้นตอนการได้มาซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องใช้เวลาพอสมควรเป็นเดือนๆ ไม่ใช่ว่าประกาศชื่อวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะเป็นได้เลย ต้องทำไว้ล่วงหน้า เพราะหากมีการโปรดเกล้าฯ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.ทั้งสองฉบับลงมา แล้วเราไม่ได้ทำอะไรต่างๆ ไว้ก็อาจไม่ทัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า คงประเมินไม่ได้ว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งที่เป็นเรื่องใหม่ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนกับ กกต.จังหวัด แต่ว่าเป้ามันแตกต่างกัน เพราะตอนมี กกต.จังหวัดเน้นที่การให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นหลักในการจัดการเลือกตั้ง แต่ผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องการให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม จึงเน้นเรื่องการให้ไปดูว่ามีการซื้อเสียงหรือไม่ การเลือกตั้งสุจริตหรือไม่ ให้ไปเป็นมือเป็นไม้ของ กกต. เน้นการทำงานลงพื้นที่ไปตรวจในเขตเลือกตั้งว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่ ไปตรวจหาความผิดอย่างเดียว ทำให้ถูกต้องสุจริตเที่ยงธรรม หากพบว่ามีอะไรผิดก็รายงานมายังส่วนกลาง ส่วนการควบคุมการทำงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งก็จะใช้วิธีการประเมิน เขาต้องรายงานการทำงานเข้ามา เราจะดูจากรายงานซึ่งสามารถเช็กได้ว่าเขาทำหน้าที่อะไรบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า ภารกิจหลักที่รอ กกต.ชุดใหม่อยู่ ก็คือการดำเนินการตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.และ พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว. ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นตอนนี้เรายังไม่ทราบแน่ชัดว่ากฎหมายจะออกมาอย่างไร เพราะก็ไม่รู้ว่าในตัวกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะบัญญัติต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายในกี่วัน ก็อาจมาก่อนได้เหมือนกัน แต่จากที่ได้เคยไปร่วมประชุมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายรัฐบาลก็ถามเหมือนกันว่าการจัดเลือกตั้ง ส.ส.กับท้องถิ่น ควรจัดในช่วงเวลาเดียวกันหรือจัดเลือกตั้งให้ห่างออกไป เราก็เสนอไปว่าควรห่างกันประมาณสามเดือน ไม่อย่างนั้นมันอาจจะวุ่นเพราะมีเรื่องต้องทำเยอะมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงกรณีที่ได้ไปให้ข้อมูลร่วมประชุมกับว่าที่ประธาน กกต.และว่าที่ กกต.ชุดใหม่เมื่อ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าที่ กกต.ชุดใหม่สอบถามอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ เปิดเผยว่า ก็ไปอธิบายให้ฟังว่าต้องมีการเตรียมการอะไรไว้บ้าง เพราะตอนนี้ก็อยู่ในช่วงรอการโปรดเกล้าฯ รายชื่อ กกต. หากมีการโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วร่าง พ.ร.บ.ประกอบ รธน.ทั้งสองฉบับ หากร่าง ส.ว.ประกาศใช้ก็มีผลทันทีก็จะต้องมีกระบวนการรับสมัคร การคัดเลือกมีขั้นตอนอยู่พอสมควร ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ต้องรอ 90 วันถึงจะมีผลบังคับใช้ ก็เป็นประโยชน์พอสมควร เพราะระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก เช่นการทำไพรมารีโหวต และระบบเลือกตั้งเปลี่ยนก็ต้องมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ รวมถึงระบบพรรคการเมืองก็แตกต่างจากเดิม เช่นต้องหาสมาชิกพรรคทำไพรมารีโหวตก่อนถึงวันเลือกตั้ง มีกระบวนการค่อนข้างมาก ระยะเวลา 90 วันก็ถือว่าค่อนข้างมีประโยชน์&amp;nbsp; พรรคการเมืองก็ต้องหาสมาชิกพรรค แต่ขั้นตอนเวลานี้ก็ยังติดเรื่องข้อกฎหมาย เรื่องความสงบเรียบร้อย ที่เป็นเรื่องซึ่ง คสช.วิเคราะห์ว่าอาจเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น อาจดูสงบแต่เขาอาจวิเคราะห์ว่าอาจเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ได้ ก็เลยยังไม่ได้ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมการเมือง ที่เราก็ไม่ทราบเหตุผลที่สำคัญของเขาที่เป็นฝ่ายความมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราก็อยากให้พรรคการเมืองมีเวลามากๆ เพื่อให้ไปเตรียมตัวทำไพรมารีโหวตเพราะระบบพรรคการเมืองเปลี่ยนมากก็ต้องให้เวลาพรรคการเมืองในการปรับตัวด้วย อย่างที่ผ่านมาก็มีบางพรรคการเมืองปรับตัวไม่ได้ เช่นพรรคประชาราชที่ยุบพรรคไปแล้ว เพราะต้องหาทุนประเดิมพรรค หาสมาชิกพรรค&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็อาจมีการควบรวมพรรคการเมือง ตอนนี้ก็ได้ข่าวมาว่าอาจจะมีหลายพรรคการเมืองใช้วิธีควบรวม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อให้เวลาพรรคการเมืองจะได้ไปทำไพรมารีโหวต ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 55 วัน หลักเกณฑ์ก็คือนำจำนวนประชากรคือ 66 ล้านคน หารด้วยจำนวนเขตเลือกตั้ง ส.ส. 350 เขต ก็ได้ตัวเลขที่ 1 แสน 9 หมื่นหรือประมาณ 2 แสนคน ของจำนวนประชากรต่อตัวเลข ส.ส.หนึ่งคน ในหนึ่งเขตเลือกตั้ง จากนั้นก็ไปดูแต่ละจังหวัดว่ามีประชากรมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ไปแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นๆ แล้วก็ดูองค์ประกอบ เช่น การติดกันของพื้นที่แต่ละเขตในแต่ละอำเภอและจังหวัด ซึ่งตอนนี้ กกต.ได้วางโมเดลการแบ่งเขตเลือกตั้งไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...และเมื่อแบ่งเขตเลือกตั้งออกมาก็จะไปทำการรับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ โดยจะนำไปติดประกาศไว้ในสถานที่ราชการต่างๆ เช่น สำนักงานจังหวัด เทศบาล ประชาสัมพันธ์จังหวัด ให้ประชาชนรับรู้และแสดงความเห็น ติดไว้ 10 วัน พรรคการเมืองก็คัดค้านได้ ขั้นตอนการแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นกระบวนการปฏิบัติที่ยากพอสมควร จากประสบการณ์ที่พบก่อนหน้านี้เวลา กกต.มีการแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละครั้ง ก็จะมีผู้คัดค้านจำนวนเยอะ แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ กกต.จะทำการชี้ขาด ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของ กกต.ชุดใหม่ก็คือ การชี้ขาดการแบ่งเขตเลือกตั้งเหมือนกับกรณีการให้ใบเหลืองใบแดง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...เมื่อแบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จ พรรคการเมืองก็จะไปทำไพรมารีโหวต ที่เป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง กกต.จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่พรรคการเมืองก็ต้องทำตามกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งหากไม่ทำคนในพรรคก็ไปแจ้งความได้ว่าพรรคไม่ยอมทำไพรมารีโหวต อันเป็นความผิดทางอาญา หรือไปทำบิดเบี้ยว มีการไปซื้อกัน ทำในเรื่องไม่ดี ตอนทำไพรมารีโหวตหากมีเรื่องร้องเข้ามา เราก็ส่งให้ตำรวจไป หรือจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจโดยตรงก็ได้เพราะถือเป็นความผิดทางอาญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลขาธิการ กกต. ยืนยันความพร้อมของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ในปีหน้า โดยบอกว่า ทางเราต้องพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว หน้าที่หลักก็คือจัดการเลือกตั้ง ส.ส.หรือการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.ให้เหมือนกันทั้งประเทศ ซึ่งนอกจากระเบียบต่างๆ ที่จะต้องออกมาแล้ว ก็จะต้องมีการไปฝึกปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต.ในแต่ละจังหวัด เช่นเรื่องการคัดเลือก ส.ว.ก็ต้องไปบอกเขาถึงขั้นตอนต่างๆ&amp;nbsp; ขณะที่เรื่องการกำหนดเขตเลือกตั้งเราขอไปว่า เมื่อกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ในช่วง 90 วันที่รอให้มีผลบังคับใช้ ในช่วงนี้ก็ขอให้มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ต้องออกมาเป็นกฎหมายพิเศษ คือมาตรา 44 ที่เราก็คุยกับ ดร.วิษณุที่สโมสรกองทัพบก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลือกตั้ง 62 ได้งบ 4 พันล้าน&amp;nbsp; หลังขอไป 5,500&amp;nbsp; ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำนักงาน กกต.ทำเรื่องของบไปประมาณ 5,500 ล้านบาท ได้มา 4000 ล้านบาทที่ก็คงยังไม่พอ ก็ยังพยายามอยู่ตอนนี้ เพราะกฎหมายมีการเพิ่มมา เราก็ขอไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ขอไปแบบรูทีน หน่วยงานอื่นที่บอกว่าปีนี้ทำโปรเจ็กต์อะไร แต่ของ กกต.เป็นเรื่องของกฎหมายที่บัญญัติเพิ่มขึ้นมา ที่เรียกว่าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เพิ่มเยอะมาก จนกระทั่งตัวเราเองก็ยังปรับตัวแทบไม่ทัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การเลือกตั้งปี 2557 ใช้งบ 3,700 ล้านบาท เหตุที่งบเพิ่มขึ้นเพราะใช้กฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่ที่มีการเปลี่ยนเยอะ เช่น การให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องให้ค่าตอบแทน แล้วการทำงานหากข้ามเขต ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก และอีกมาก การเลือกตั้งแต่ละครั้งก็ใช้เงินมาก ต้องใช้ในช่วงการเลือกตั้งประมาณ 3-4เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-กลไกป้องกันการซื้อเสียงจะแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่ผ่านมากระบวนการปราบการซื้อเสียง จะพบว่าฝ่ายที่ไม่ได้ส่วนใหญ่ก็จะมาร้อง กกต.ว่าอีกฝ่ายซื้อเสียงหรือทำผิดกฎหมายอะไรบ้าง แล้วก็นำพยานมาให้ กกต. แต่หากไม่มีพยานมาให้ การให้เราไปหาพยานเองก็จะพบว่ามักไม่ค่อยมีใครมาให้การกับ กกต. แต่ปัจจุบันก็มีการเพิ่มกลไกต่างๆ ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...เช่นกระบวนการไต่สวน อาทิ หากมีการทุจริตเลือกตั้ง คนที่นำพยานหลักฐานมาให้ กกต.จะได้สินบนรางวัล มีการร่างระเบียบจะให้เป็นเงินหลักแสนต่อคดี หากสุดท้ายศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงจะได้เป็นแสน นอกนี้เจ้าหน้าที่ กกต.สามารถออกไปหาข้อมูลข่าวสารได้ มีเงินให้สายลับต่างๆ ส่วนพยานที่มาให้การในคดีจะมีโครงการคุ้มครองพยานให้ แล้วหากพยานมีการทำผิดด้วยแต่เป็นความผิดเล็กน้อย เช่นรับเงิน แต่ถ่ายรูปมาให้ กกต. เราสามารถกันไว้เป็นพยานได้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีแบบนี้ มีแค่ กกต.ขอความร่วมมือตำรวจให้ส่งคนไปช่วยคอยคุ้มกัน เมื่อเป็นแบบนี้เช่นพอมีเรื่องคุ้มครองพยาน เราก็ต้องมีเงินให้พยานเป็นเบี้ยเลี้ยง เรื่องสินบนรางวัล ก็ทำให้ต้องมีการใช้งบประมาณส่วนนี้ ถึงเป็นเหตุว่าทำไมงบประมาณจัดการเลือกตั้งถึงเพิ่มขึ้น หรือการมีผู้ตรวจการเลือกตั้งที่จำนวนจะมากกว่า กกต.จังหวัด ก็ทำให้งบเพิ่มขึ้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-สิ่งที่พูดกันมาตลอดว่า คนไทยเงินไม่มา กาไม่เป็น กกต.จะทำอย่างไรให้เรื่องเหล่านี้หายไป?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต่อไปก็จะมีสินบนรางวัลให้ ได้รับแจกหนึ่งพันแลกกับหนึ่งแสน จะเอาอะไร เช่นสมมุติมีการแจกเงินให้หนึ่งพันบาท ก็เก็บหลักฐานไว้แล้วมาเอาเงินหนึ่งแสนที่เป็นสินบนรางวัลดีกว่า และยังเป็นการช่วยประเทศชาติด้วยให้ระบบแบบนั้นมันหมดไป ก็ต้องทำให้มันลด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัจจุบันก็จะมีมาตราการต่างๆ อย่างมาตรการอันหนึ่งที่สำคัญและค่อนข้างจะแรง คือเดิมการเลือกตั้ง ส.ส. หากสุดท้ายคดีนั้นศาลฎีกาให้ใบแดง แล้วให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ศาลจะมีคำสั่งออกมาด้วยว่าให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง จากเดิมพอศาลฎีกาตัดสินเสร็จ กกต.ต้องไปฟ้องแพ่ง คดีต้องเริ่มจากศาลชั้นต้น แต่ต่อจากนี้ไปไม่ต้องแล้ว ศาลฎีกาจะชี้ออกมาเลยว่าให้คนนั้นต้องชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งทันทีทันใดภายในไม่เกินหกเดือน ตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา เขตเลือกตั้งหนึ่งๆ ตกประมาณสิบล้านบาท หากไม่ยอมชดใช้จะถูกสืบทรัพย์ ยึดทรัพย์ ยึดบ้าน ยึดหมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจากนี้การหาเสียงจะมีความเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าผู้สมัครมีเงินซื้อป้ายติดรูปหาเสียงเยอะ แต่ผู้สมัครที่จนไม่มีเงินซื้อป้ายติดรูป แต่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ต่อไปผู้สมัครไม่ต้องซื้อป้ายติดรูปหาเสียง&amp;nbsp; กกต.จะเป็นผู้ดำเนินการหาป้ายให้ในลักษณะการประกาศแล้วไปติดไว้ที่ต่างๆ เช่น สำนักงานจังหวัด&amp;nbsp; เทศบาล หรือสถานที่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าในเขตเลือกตั้งนั้นๆ มีผู้สมัครบุคคลใดบ้าง เราต้องการให้เท่าเทียมกัน พวกป้ายหาเสียงริมถนนริมรั้วต่อไปไม่ต้องทำแล้ว ผู้สมัครอาจทำแค่ใบปลิวแผ่นพับ&amp;nbsp; ส่วนตามบ้านเรือน เราจะทำเป็นเอกสารเล่มส่งไปที่พักว่าในเขตเลือกตั้งนั้นๆ มีผู้สมัคร ส.ส.มีเบอร์อะไรบ้าง ซึ่งเราก็คิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะจะได้เปิดเอกสารดูข้อมูลได้ และยังมีแอปพลิเคชัน &amp;quot;ฉลาดเลือก&amp;quot; ที่เพียงกดใส่เลขบัตรประชาชนก็จะรู้ได้ทันที เช่นมีการเลือกตั้งวันไหน ในเขตเลือกตั้งของตนเองมีใครบ้างที่ลงสมัคร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนการลงโฆษณาในสื่อเช่นหนังสือพิมพ์ ก็ต้องดูเรื่องความเท่าเทียมกันด้วย ตรงนี้จะทำได้หรือไม่ต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้ง แล้ว กกต.จะมีการจัดเวลาการออกอากาศทางโทรทัศน์ให้ด้วยในช่วงเลือกตั้ง โดยเราจะมีการไปซื้อเวลาการออกอากาศ ส่วนเวทีดีเบตก็อาจต้องจัด แต่การจัดของเราคงเป็นแบบเช่าเวลาออกอากาศ ที่อาจจัดที่ กกต.แล้วถ่ายทอด จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายของ กกต. แค่เรื่องการหาเสียงก็เพิ่มขึ้นแล้ว ไม่มีฟรี ค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งของ กกต.เลยเยอะขึ้นเป็นพันล้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สรุปว่ารูปแบบการหาเสียงตอนเลือกตั้งของผู้สมัคร ส.ส. พรรคการเมืองก็จะไม่เหมือนเดิม แต่ก็อาจมีการจัดเวทีให้เขาไปหาเสียงได้ แต่ก็คงต้องรอไปคุยกับตัวแทนพรรคการเมืองก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตั้งวอร์รูมคุมสื่อโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการควบคุมการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียที่หลายฝ่ายมองว่าคุมได้ยากว่า กกต.เรากำลังพิจารณาร่างระเบียบเรื่องนี้อยู่ หลังมีการตั้งคณะกรรมการมาศึกษาพิจารณาที่มีตัวแทนจากหน่วยต่างๆ เช่น กระทรวงไอซีที กสทช. มาพิจารณาเรื่องการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย เช่นการหาเสียงใส่ร้าย ก็ต้องไปดูว่าจะสามารถตัดออกไปจากระบบได้หรือไม่ โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะมีการประชุมกันในวันที่ 22 สิงหาคม 2561 เรื่องนี้เราต้องจัดการให้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-พวก Facebook หรือ Line จะไปควบคุมดูแลอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก็จะมีการมอนิเตอร์ เจ้าหน้าที่ของเราต้องคอยดู หรืออาจจะให้คนมาโทร.แจ้งเราว่ามีการโพสต์เฟซบุ๊กกันอย่างไร ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีเทคนิคเข้าไปลบตรงนี้ได้อย่างไร ให้สั่งลบได้โดยไม่ต้องอาศัย&amp;nbsp; พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อาศัยอำนาจศาล แต่ขอบเขตจะทำได้แค่ไหนต้องรอผลการประชุมวันที่ 22 ส.ค.นี้ โดยเราก็จะมุ่งไปที่เช่นการโพสต์ในลักษณะหมิ่นประมาทใส่ร้ายกัน&amp;nbsp; โดยก็จะมีมาตรการเช่นการดำเนินคดีอาญา ก็จะมีทางฝ่ายกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ที่จะอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ของ กกต.เข้ามาดูด้วยเช่นกัน.ที่ไม่ใช่แค่ดำเนินคดีอาญาแต่ต้องการให้ลบออกไปด้วย แต่การหาเสียงผ่านเฟซบุ๊กก็ยังทำได้ แต่ขอบเขตจะทำได้แค่ไหนก็ต้องมาคุยกัน เรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาแค่ประเทศเราประเทศเดียวแต่ประเทศอื่นก็มี เพราะเดิมก็แค่ห้ามหาเสียงหลัง 18.00น.ในช่วงวันก่อนลงคะแนนเสียงหนึ่งวัน ห้ามหาเสียง แต่ในความเป็นจริงก็ไม่มีใครไปคอยเก็บป้ายหาเสียง จนเมื่อลงผ่านไปหนึ่งวันป้ายหาเสียงก็ยังวางกันไว้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับเรื่องไลน์ค่อนข้างยาก เพราะเป็นเรื่องเฉพาะ เช่นบอกว่าคุยกันส่วนตัวแล้วเราเข้าไม่ถึง แต่หากเป็นไลน์กลุ่มแล้วมีคนมาแจ้ง ก็โดนได้เหมือนกัน แต่หากเป็นลักษณะใส่ร้ายก็จะโดนความผิดอาญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-จะมีการตั้งวอร์รูม ช่วงเลือกตั้งเพื่อคอยติดตามการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ใช่ ถูกต้อง เป็นโปรเจ็กต์ของเราที่ต้องทำในส่วนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-พยานที่มาให้ข้อมูลกับ กกต. จะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้มาเพื่อกลั่นแกล้งอีกฝ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราก็มีมาตรการเช่นกัน เช่นเราก็จะมีบัญชีคนที่แจกเงินซื้อเสียง บัญชีคนแจกเงิน ไว้ตรวจเช็กกลับอีกทีว่าเท็จหรือไม่เท็จ มีหลายอย่างที่เราจะเก็บหลักฐานไว้ล่วงหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงว่า กลไกดังกล่าวจะทำให้ไม่เกิดไข้โป้งกับพวกพยานที่มาให้การกับ กกต.หรือ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ เปิดเผยว่า ทุกวันนี้การเลือกตั้งแต่ละครั้งก็มีให้ใบแดงตลอด ผมก็ไม่เห็นมียิงอะไรกันเลย บางคนไปคิดว่าเป็นพยานแล้วน่ากลัว จริงๆ มีการให้ใบแดงเยอะ เราฟ้องเรียกทางแพ่งเยอะแยะไปหมดที่จัดเลือกตั้งใหม่ มีพวก ส.ส.มาขอผ่อนส่งเยอะแยะ แต่ไม่ได้เป็นข่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-รอบนี้กลไกกฎหมายทุกอย่างเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ใช่ ต้องไม่มีซื้อเสียง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงเรื่องการ พิมพ์บัตรเลือกตั้ง ที่ถือเป็นขั้นตอนสำคัญไม่ใช่น้อยในการจัดเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม พ.ต.อ.จรุงวิทย์ บอกว่า การพิมพ์บัตรเลือกตั้งจะทำหลังจากที่ปิดรับสมัครผู้ลงสมัคร ส.ส. ที่จะทำให้รู้จำนวนผู้สมัครแต่ละเขต จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยบัตรเลือกตั้งจะไปกระจายพิมพ์ไม่ได้เพราะว่าของเราเคยมีประวัติศาสตร์ เช่นปี 2500 ที่มีบัตรปลอม การพิมพ์บัตรเลือกตั้งจึงต้องมีมาตรการ security ที่มีหลายขั้นตอน ส่วนการหาโรงพิมพ์ก็จะต้องใช้โรงพิมพ์ที่ต้องมีศักยภาพในการพิมพ์เพราะต้องใช้เวลาที่ไวมาก ต้องส่งบัตรเลือกตั้งไปยังนอกราชอาณาจักรด้วย จึงต้องมีโรงพิมพ์ที่มีศักยภาพพอสมควร ที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของเอกชน แต่จะต้องมี security สูง นอกจากนี้ในหน่วยเลือกตั้งก็จะเห็นมีตัวแทนพรรคการเมืองที่ร่วมสังเกตการณ์ เช่นส่งตัวแทนไปจดการนับคะแนน ดูว่าบัตรเลือกตั้งนับถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ตั้งเป้าผู้ใช้สิทธิ์ 80%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ที่สำนักงาน กกต. ตั้งเป้าไว้ก่อนหน้านี้ที่ 80 ของผู้มีสิทธิ์ สำนักงาน กกต.เราก็มีโครงการต่างๆ เช่น โครงการพลเมืองดี วิถีประชาธิปไตย เรามีการเสริมสร้างประชาธิปไตยที่ลงไปตำบลหมู่บ้าน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชน ตอนนี้ลงไประดับตำบลแล้ว เพื่อให้หมู่บ้านไม่ขายเสียง ตั้งแต่หลังรัฐประหารพวกโครงการเหล่านี้ของ กกต.เราเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ เน้นลงไปถึงระดับตำบล หมู่บ้าน รวมถึงเครือข่ายต่างๆ เช่น โครงการ รด.จิตอาสา เกี่ยวกับภาคประชาชนเราลงไปทำเยอะมาก ที่ผ่านมาจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ก็จะอยู่ที่ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ต้องตั้งไว้แบบนี้แล้วพยายามให้มากที่สุด แต่ถึงเวลาจริงๆ บางทีก็มีอุปสรรค เช่น คนไม่ได้อยู่ในพื้นที่เลือกตั้งของตัวเอง เพราะต้องไปทำงานในต่างจังหวัด เราก็พยายามหาวิธีการ เช่น การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จะทำอย่างไรให้เขามาใช้สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับ กลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ที่เคยมีข่าวว่ามีหลายล้านคนที่จะได้ใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งปีหน้า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงการรณรงค์ให้คนกลุ่มนี้ออกมาใช้สิทธิ์กันให้มากที่สุดว่า ทางสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย ตอนนี้ กกต.เราทำ MOU กับสมาคมมหาวิทยาลัยเอกชน ที่เราจะขอให้ฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัยเข้าไปเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมือง สร้างการเรียนรู้ประชาธิปไตย พวกนี้เราเข้าไปในระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ก็ยังมี เช่น สถานศึกษา หรือโรงเรียนคริสตจักร ที่ก็มีการเซ็น MOU ไปแล้ว พวกโรงเรียนต่างๆ ถ้าเราเข้าไปได้เราเข้าไปแน่อน เวลาเช่น มีการเลือกตั้งสภานักเรียน หัวหน้านักเรียน เราก็นำเครื่องลงคะแนนไปให้ ไปอธิบายให้เขาฟัง สร้างการเรียนรู้ ซึ่งก็มองว่าคนกลุ่มนี้น่าจะตื่นตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่ผ่านมา เราก็เผยแพร่บอกกล่าวไปแล้วว่าประชาชนที่สนใจและช่วยเป็นหูเป็นตา เราก็จะมีรางวัลต่างๆ ให้ ส่วนพวกประชาสังคม องค์กรภาคเอกชนต่างๆ ปัจจุบันก่อนหน้านี้ก็มาร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งในทุกจังหวัด เรามีสำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศที่เข้าไปทั่ว สามารถประสานงานกับองค์กรต่างๆ ได้ มีสำนักงานส่งเสริมประชาธิปไตยตำบล มีการลงไปถึงระดับข้างล่างเพื่อเผยแพร่ประชาธิปไตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอบคนนอกคุมพรรคหลักฐานต้องชัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามว่าในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณีการตรวจสอบ พรรคการเมืองที่บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคยินยอมหรือมิให้ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการควบคุม ครอบงำ ชี้นำกิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทำให้พรรค หรือสมาชิกขาดความอิสระไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันเป็นความผิดตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 28 และมาตรา 29 เช่น กรณีคลิปอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรากฏเป็นข่าว เรื่องนี้จะมีการตรวจสอบอย่างไร พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง แจงว่า หลักของกฎหมายในส่วนนี้อยู่ตรงที่ว่าพรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกมาครอบงำหรือชี้นำพรรคการเมืองที่เป็นนิติบุคคล หลักอันดับแรกคือ เมื่อพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคล การทำหน้าที่นิติบุคคลก็คือ กรรมการบริหารพรรคการเมืองก็เหมือนบริษัท แต่ตอนนี้พรรคการเมืองยังประชุมไม่ได้ กรรมการบริหารพรรคยังประชุมพรรคไม่ได้ เพราะตอนนี้ยังติดเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ความมั่นคง เมื่อพรรคประชุมไม่ได้ แล้วพรรคยินยอมให้เขาครอบงำแล้วหรือยัง พรรคประชุมไม่ได้ก็เลยไม่รู้ว่าเขาครอบงำหรือไม่ กรรมการบริหารพรรคยังประชุมไม่ได้ เพราะมีข้อห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง บุคคลภายนอกจะมาครอบงำพรรคการเมือง จะดูจากตรงไหนได้ ก็ต้องดูที่การประชุมกรรมการบริหารพรรคว่าพรรคยินยอมให้ครอบงำหรือไม่ ก็เหมือนกับบริษัท การจะยินยอมให้ใครเข้ามาก็ต้องมีการประชุมบริษัท เมื่อยังไม่ได้ประชุมแล้วจะบอกว่าเขามาครอบงำได้ยังไง จึงต้องดูจุดที่กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามอีกว่า สมมุติว่าหากช่วงเลือกตั้งมีการนำรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. เช่น โผปาร์ตี้ลิสต์ นำไปคุยกันที่ต่างประเทศ แบบนี้จะเป็นอย่างไร นายทะเบียนพรรคการเมือง ย้ำว่าก็ต้องนำสืบ ดูหลักฐานตามกระบวนการยุติธรรม ต้องมีพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานเอกสาร ต้องดูเหมือนกันว่าจะต้องดูอะไรบ้าง แต่เท่าที่ลงข่าวกันมายังเป็นพยานไม่ได้ อาจเป็นแค่ประกอบเข้ามา ส่วนคลิปอะไรเราก็ดู แต่ต้องดูคนพูดเป็นใคร เป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ แล้วพูดกับใคร คนที่ฟังเป็นสมาชิกหรือไม่ ก็ต้องมาดูตรงนี้อีก เสร็จแล้วก็ต้องมาดูว่าแล้วครอบงำพรรคหรือยัง พรรคประชุมหรือยัง เมื่อยังประชุมไม่ได้เลย อะไรแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...กระบวนการยุติธรรม ต้องมีพยาน แล้วก็ต้องมีองค์ประกอบของกฎหมายที่ระบุเป็นสเต็ปๆ ของความผิด เช่น ครอบงำพรรค คำว่าพรรคก็คือนิติบุคคล มีกรรมการบริหารพรรค แล้วกรรมการบริหารพรรคยอมให้ครอบงำหรือยัง ยังประชุมไม่ได้เลย ตัวผมเองมีประสบการณ์ในเรื่องการทำคดี ก็ต้องดูเป็นสเต็ป แต่เรื่องนี้เราไม่ได้ทิ้ง เราติดตามต่อ หรือกรณีคำร้องเรื่อง &amp;quot;ดูด&amp;quot; เราก็ตามอยู่ ก็เหมือนกัน ก็ต้องดูเรื่องพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องมีพยานวัตถุ พยานเอกสาร พยานต่างๆ หากรวบรวมออกมาแล้วถ้าฟังแล้วเป็นความผิด มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องดำเนินการ เราพูดอย่างยุติธรรม เพราะถ้าไม่มีกระบวนการยุติธรรมบ้านเมืองเราคงอยู่ไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราอยากให้พรรคการเมืองหลีกเลี่ยงการทำผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง ไม่มีนายทะเบียนพรรคการเมืองที่อยากจะยุบพรรคการเมือง ยกเว้นถ้ามีการทำผิดแล้วมีพยานหลักฐานก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะหากเลี่ยงก็คือละเว้น ดังนั้นพรรคการเมือง แกนนำหรือใครก็ตาม ก็ต้องดูแลสมาชิกพรรคไม่ให้กระทำความผิด เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าให้กรรมการบริหารพรรคต้องดูแลไม่ให้สมาชิกพรรคกระทำความผิด หากสมาชิกพรรคกระทำความผิด นายทะเบียนก็จะทำหนังสือแจ้งไปเพื่อให้หามาตราการดำเนินการ&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;- จากประสบการณ์ทั้งอดีตตำรวจกองปราบปราม อดีตรองเลขาธิการ กกต. เมื่อมาเป็นเลขาธิการ กกต. ตรงนี้จะนำประสบการณ์มาบริหารจัดการดูแลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าให้เรียบร้อยได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมดูในแง่การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง แล้วมีการเขียนไว้ในกฎหมาย การทำให้เป็นไปตามกฎหมาย ในส่วนของผมเป็นแค่ฝ่ายสนับสนุน แต่อำนาจจริงๆ อยู่ที่ กกต. ยกเว้นงานในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่ก็อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. อำนาจการจัดเลือกตั้ง รวมถึงอำนาจในเรื่องที่มา ส.ว. และเรื่องการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นของ กกต. ผมเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการ เป็นฝ่ายสนับสนุน เพียงแต่ว่ามีประสบการณ์ เราก็นำเสนอให้ท่านตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ตอนนี้ก็มีการปฏิรูปเยอะ มีการเปลี่ยนแปลงมาก ก็คาดหวังว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นก็คงแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน ขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์มากๆ และเจ้าหน้าที่ของเราก็คาดหวังมากว่าขอให้เลือกตั้งอย่างสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การทำงานของ กกต. ยืนยันว่าตั้งแต่โอนย้ายจากตำรวจมาทำงานที่สำนักงาน กกต. ยังไม่เคยเห็น กกต.ถูกแทรกแซงการทำงาน เพราะ กกต.เป็นองค์กรอิสระ และคนก็รู้ว่าบทบาทขององค์กรอิสระเป็นอย่างไร ก็ไม่มีการก้าวก่ายกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ และคนของ กกต.เราจะไปทำอาชีพของเราให้มัวหมองไม่ได้ เมื่อกฎหมายให้เราทำตามหน้าที่แล้วเราจะไม่ทำตามหน้าที่ได้อย่างไร การจะมีปัจจัยภายนอกเข้ามาแทรกจะมาทำให้เราทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์คงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการ กกต. ย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก และน่าจะมีแนวโน้มไปในทางที่ดี ตอนนี้อาจมีประเด็นการเมืองโจมตีกันบ้าง แต่ผมเห็นว่าเราต้องเคารพเจตจำนงของประชาชน เราต้องคิดและสันนิษฐานไว้เลยว่าประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจผ่านการโหวตตามระบอบประชาธิปไตย สิ่งสำคัญคือต้องดูว่าประชาชนจะโหวตให้ใคร ต้องการใครมาเป็นตัวแทนของเขา เมื่อโหวตเสียงข้างมากให้ใครก็ต้องยอมรับตามกติกา หลังประชาชนโหวตให้คนที่จะมาเป็นตัวแทนเขาในการไปออกกฎหมาย มาบริหารประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หลายปีที่แล้วเราไม่มีการเลือกตั้ง การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์เลย เพราะก็ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ เช่น การเลือกตั้งที่ปราศจากทุน คือ หมายถึงผู้สมัครไม่ต้องลงทุนเยอะ ไม่ต้องปิดโปสเตอร์ กกต.ช่วยหาเสียง และเจตจำนงประชาชน เช่น หากประชาชนเลือกพรรคการเมืองที่มีหัวหน้าพรรคเป็นคนคนนี้ ก็เป็นเจตจำนงของเขา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมเชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณขึ้นพอสมควร เพราะจากที่ได้ไปต่างจังหวัด เท่าที่ได้ฟังๆ ดู ดูการโต้เถียง โต้ตอบ เขาคิดเองแบบมีเหตุผลได้ ตัวเขาเองก็คิดได้ว่าเขาจะเลือกใครก็เรื่องของเขา ไม่ใช่มาชี้นำเขาแล้วมาบอกว่าต้องไปเลือกคนนี้ วิจารณญาณในการเลือกก็คงจะสูงพอสมควร และคงเป็นความหวังของประเทศ ที่เราจะได้ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตัวแทนของทุน ของเงินที่ซื้อเสียง หรือระบบอะไรก็ตามที่นอกเหนือไปจากระบบประชาธิปไตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;........................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วิสัยทัศน์-โปรไฟล์ &amp;#39;อิทธิพร บุญประคอง&amp;#39;&amp;nbsp;ว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มติที่ประชุม ว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 5 คน เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเสียงข้างมากเลือกอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายและอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็น ว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ ชนิดพลิกความคาดหมาย หลังก่อนหน้านี้ทุกฝ่ายจับจ้องไปที่คู่ชิงแคนดิเดต คือ ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา กับธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด-อดีตสมาชิก สปท.ในยุค คสช.&amp;rdquo; แต่สุดท้ายอิทธิพรมาแรงฉีกทุกโผ ได้รับเลือกให้นำทัพ 7 เสือ กกต.ชุดใหม่ แม้ตอนนี้จะมีแค่ 5 ชื่อ ต้องรออีก 2 ชื่อก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อย้อนดูเส้นทางของ อิทธิพร-ว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ จากเอกสารรายงานอย่างเป็นทางการที่ชื่อว่า รายงานการพิจารณสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้งของคณะกรรมการสรรหากกต. อันมีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน พบว่านายอิทธิพรได้รับเลือกจากที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มีประธานศาลต่างๆ รวมถึงตัวแทนองค์กรอิสระเป็นกรรมการสรรหาฯ ด้วยคะแนน 5 คะแนนตั้งแต่รอบแรก จึงถือว่าได้รับเลือกจากที่ประชุมกรรมการสรรหาด้วยคะแนนเสียงถึง 2 ใน 3 ของกรรมการสรรหาฯ ที่มีด้วยกัน 7 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พบว่ากรรมการสรรหาที่ลงคะแนนให้นายอิทธิพรประกอบด้วย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช., นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด, นายเจริญศักดิ์ โรจน์ฤทธิ์พิเชษฐ์ กรรมการสรรหาที่เป็นตัวแทนจากศาล รธน., นายประเสริฐ โกศัลวิตร กรรมการสรรหาที่เป็นตัวแทนจาก ป.ป.ช., นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ตัวแทนจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน โดยพบว่านายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการสรรหาฯ ไม่ได้โหวตเลือกนายอิทธิพรแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในรายงานดังกล่าว ได้เผยแพร่การสัมภาษณ์และการแสดงความคิดเห็นของนายอิทธิพรในวันที่มาแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ต่อกรรมการสรรหาฯ ที่สรุปประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิทธิพร-ว่าที่ประธาน กกต. เริ่มต้นแนะนำตัวเองว่า งานแรกที่ต้องทำคือ การสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร กกต. เพราะมีบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายใหม่หลายประการ ประการที่สองคือ ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นผู้ใช้สิทธิ์โดยตรง ให้เขามีความรู้ความเข้าใจในอำนาจหน้าที่ใหม่ๆ ในบทบาทของเขา แล้วควรที่จะส่งเสริมประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีการต่างๆ เริ่มจากเขต ตำบล อำเภอและจังหวัด การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ในช่วงการเลือกตั้งจะเป็นเครื่องประกันว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง จะมีความสุจริตและยุติธรรมมากยิ่งขึ้น ในส่วนที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองต้องทำให้มั่นใจว่า พรรคการเมืองและผู้สมัครเข้าใจบทบาทหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับใหม่ ต้องส่งเสริมสนับสนุนพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองที่มีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อเสาหลักทั้งสาม คือ ตัวองค์กรผู้ดำเนินการเลือกตั้ง คือ กกต.-ประชาชนผู้มีสิทธิ์-พรรคการเมือง มีความเข้มแข็ง จะช่วยทำให้มั่นใจได้อย่างต่อเนื่องว่าการเลือกตั้งจะอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตเที่ยงธรรมและยุติธรรม&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าที่ประธาน กกต. ยังเปิดเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีประสบการณ์เป็นปลัดอำเภอเมืองนครราชสีมา โดยครอบครัวเป็นคนมหาดไทยทั้งบ้าน และเห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง อยากให้มีวิชาหน้าที่พลเมืองเหมือนสมัยที่ตนเองยังเป็นเด็ก คิดว่าควรจะผลักดันเรื่องหน้าที่พลเมืองและการเลือกตั้งตั้งแต่ประถมศึกษา ตอนอายุ 11 ปี เพราะอายุของ กกต.คือ 7 ปี พออายุ 18 ปี เขาจะเริ่มต้นเลือกตั้งได้ ต้องรีบให้ความรู้และทำทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในเอกสารใบสมัครคัดเลือกเป็น กกต.ของ อิทธิพร-ว่าที่ประธาน กกต. ที่จบนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์และปริญญาโทกฎหมายจากสหรัฐอเมริกา พบว่า นายอิทธิพรได้แจ้งประวัติส่วนตัวว่ารับราชการอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศรวมระยะเวลา 36 ปี พร้อมกับระบุถึงการทำงานที่ผ่านมาในตำแหน่งต่างๆ เช่น สมัยอยู่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ก็ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองตัวแทนประเทศไทยในคดีตีความคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีเขาพระวิหาร ในช่วงเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ ช่วงปี 2553-2555&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังให้รายละเอียดด้วยว่า ขณะเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ได้ปฏิบัติหน้าที่ในงานอื่นๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ เช่น การพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมาย กรณีการส่งตัวนายวิกเตอร์ บูต ชาวรัสเซีย ผู้ต้องหาคดีลักลอบค้าอาวุธ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนตามคำขอของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเด็นด้านข้อกฎหมายและพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศ และเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนทางการเมืองระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา และกับรัสเซีย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ในเอกสารสมัครเป็น กกต.ที่มีการให้ผู้สมัครเขียนถึงแนวคิดในการดำเนินงานในฐานะ กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบว่านายอิทธิพรได้ระบุถึง วิสัยทัศน์ การเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ว่าจะอยู่ภายใต้หลักคือ &amp;ldquo;บุคลากรมีคุณภาพ พัฒนางานเชิงรุก ประยุกต์เทคโนโลยี มุ่งสู่ระดับสากล ยึดโยงสุจริตและเที่ยงธรรม&amp;rdquo; โดยมีการระบุรายละเอียดในหัวข้อต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น เรื่องการพัฒนาบุคลากรของ กกต. พบว่านายอิทธิพรบอกว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการเตรียมความพร้อมของบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีอาญา การกันผู้กระทำความผิดเป็นพยาน และการคุ้มครองพยาน เป็นต้น. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14707</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.ชุดใหม่, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง, วอร์รูมคุมโซเชียล, อิทธิพร บุญประคอง, แทบลอยด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b65b224c573c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;7ว่าที่กกต.&#039;ลุ้น วิปสนช.เชื่อมติ สอยร่วงบางคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 7 ชื่อว่าที่ กกต.ชุดใหม่บางคนอาจไปไม่ถึงฝั่ง โดนสอยร่วง โฆษกวิปฯ ระบุ สนช.อาจลงมติเห็นชอบบางคน-ไม่เห็นชอบบางคน ตั้ง กมธ.สอบประวัติฯ พฤหัสบดีนี้ &amp;quot;สมเจตน์&amp;quot; เตือน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อย่าตกหลุมพรางนักการเมือง ใช้ ม.44 ระงับไม่ต้องไพรมารีโหวต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงข้อเสนอจากนักการเมืองให้ใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ยกเลิกการใช้ระบบเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. (ไพรมารีโหวต) ว่าถือเป็นความเสี่ยงที่ คสช.อาจจะทำสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หากไม่พิจารณาให้รอบคอบ เพราะบทบัญญัติในร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองที่กำหนดให้พรรคทำไพรมารีโหวตนั้น ถือเป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในประเด็นของการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมต่อการเลือกผู้สมัครและประเด็นการปฏิรูปการเมือง เรื่องนี้เข้าใจถึงที่มาของข้อเสนอให้ยกเลิก เพราะพรรคการเมืองกังวลเรื่องจำนวนสมาชิกพรรคที่มีไม่ถึงเกณฑ์ทำไพรมารีโหวต ล่าสุดมีสมาชิกที่ยืนยันเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของบางพรรคไม่ถึงเกณฑ์กำหนด แต่ในเนื้อหากฎหมายได้ระบุข้อยกเว้นไว้ว่าหากพรรคไหนมีตัวแทนจังหวัด และมีสมาชิกพรรค เกิน 100 คนในจังหวัดใด ให้พรรคนั้นส่งผู้สมัครได้ทุกเขตของจังหวัดนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งแรก หากพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ต้องมีสมาชิกพรรคกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศอย่างน้อย 9,200 คน แบ่งเป็นใน 72 จังหวัด ที่ต้องมีตัวแทนประจำจังหวัด โดยใช้สมาชิกพรรคจังหวัดละ 100 คน ทำให้ต้องมีฐานสมาชิกจำนวน 7,200 คน และอีก 4 จังหวัดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีสาขาพรรค โดยใช้ฐานสมาชิก สาขาละ 500 คน ทำให้ต้องมียอดสมาชิกรวม 2,000 คน&amp;quot; พล.อ.สมเจตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ต้องหาสมาชิกให้มากขึ้น และฐานสมาชิกนั้น เท่ากับเป็นการเพิ่มคะแนนให้กับพรรคด้วย เรื่องนี้เข้าใจว่าไม่ง่าย แต่เมื่อเราต้องการเดินไปข้างหน้า และเพื่อให้มีอนาคตที่ดี ควรจะเริ่มจากความไม่ง่ายนั้น ไม่ใช่ไม่ยอมลำบากเลย แล้วต่อไปปัญหาทางการเมืองก็จะอาจจะเกิดขึ้นได้อีก มองข้อเสนอที่ให้ใช้มาตรา 44 ยกเลิกหรือละเว้นการใช้ไพรมารีโหวต แม้จะต้องการแก้ปัญหาของพรรคการเมือง แต่ผลที่เกิดขึ้นอาจลามไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่า คือ คสช.ทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้นข้อเสนอที่เกิดขึ้นอาจเป็นการขุดบ่อเพื่อวางกับดักให้กลายเป็นปัญหาของ คสช.ได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลที่นักการเมืองเสนอเพราะมีอุปสรรคต่อการหาสมาชิกพรรคใหม่ไม่ได้ เนื่องจากมี 2 คำสั่งของ คสช.ห้ามดำเนินการ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวโดยเชื่อว่า คสช.อยู่ระหว่างการปรับแก้ไขคำสั่ง หรือมาตรการทางกฎหมายเพื่อลดอุปสรรคที่จะเกิดกับพรรคการเมือง และเมื่อ คสช.ปลดล็อกอนุญาตให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้แล้ว เชื่อว่าพรรคการเมืองจะมีเวลามากพอที่จะหาสมาชิกได้ทัน อย่างน้อย 8 เดือนเมื่อนับถึงวันเลือกตั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรือจะเลิกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคืบหน้าการเตรียมเลือกกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงการประชุม สนช. วันที่ 10 พฤษภาคมว่า มีวาระพิจารณารายชื่อของบุคคลที่ได้รับการเสนอให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ตามที่คณะกรรมการสรรหา กกต. ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการสรรหาฯ เสนอรายชื่อ 5 คน และจากตัวแทนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอีก 2 คน โดยในการพิจารณาดังกล่าว จะเป็นเพียงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประวัติ &amp;nbsp;ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมขึ้นมาตรวจสอบประวัติเชิงลึกของทั้ง 7 คน ก่อนที่จะนำเสนอรายงานเพื่อให้ที่ประชุม สนช. พิจารณาลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไม่เกินต้นเดือนสิงหาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์กล่าวว่า สำหรับรายชื่อที่มาจากการสรรหาบุคคลที่เข้าสมัครรอบล่าสุด ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีอย่างน้อย 2 คนใน 5 คน ที่สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กกต.รอบแรก แต่ไม่ผ่านขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัตินั้น เป็นประเด็นที่ สนช.สามารถตั้งคำถาม หรือมีข้อสงสัยได้ แต่ในวาระพิจารณาวันที่ 10 พฤษภาคมนั้น ไม่เหมาะสมที่จะอภิปรายหรือซักถามใดๆ เพราะคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ได้ร่วมประชุม แม้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ฐานะหนึ่งในกรรมการสรรหาฯ จะอยู่ร่วมการประชุม แต่ถือเป็นดุลยพินิจที่ประธาน สนช.จะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานการประชุม ในช่วงวาระพิจารณาหรือไม่ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำถามที่สมาชิกสงสัย อาจต้องนำไปสอบถามกันในชั้นตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ว่าเหตุใดผู้ที่ไม่ผ่านการเลือกรอบแรก ทำไมถึงได้รับเลือกในรอบล่าสุดนี้ หากเป็นกรณีที่ผู้สมัครกลับไปแก้ไขคุณสมบัติตัวเอง เช่น กรณีถือครองหุ้น ที่เขาขายหรือมอบให้บุคคลอื่นครอบครองไปแล้ว อาจจะถือว่าผ่านคุณสมบัติก็ได้ ขณะที่ตำแหน่งทางราชการที่รอบแรกไม่สามารถเทียบเคียงได้กับตำแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่า แต่รอบนี้สามารถนำมาเทียบเคียงกัน เช่น ตำแหน่งเอกอัครราชทูตนั้นเป็นประเด็นที่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องชี้แจง อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าการตีความของคณะกรรมการสรรหาฯ ต้องเป็นไปภายใต้กรอบกฎหมาย&amp;quot; นพ.เจตน์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวอาจมีใบสั่งให้การโหวตเลือก กกต. อาจซ้ำรอยล้มกระดานเหมือนกับการเลือก กกต.รอบแรก นพ.เจตน์กล่าวว่า ไม่คิดว่าเป็นไปตามกระแสข่าว เพราะการคัดเลือกบุคคลให้เป็น กกต.รอบล่าสุด ทางคณะกรรมการสรรหาฯ ต้องใช้ความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ยอมรับว่าการทำงานของคณะกรรมการสรรหาฯ มีข้อจำกัดด้วยเงื่อนไขด้านเวลา ซึ่งการตรวจสอบด้านประวัติและพฤติกรรมเชิงลึกถือเป็นภาระหนักที่ต้องทำให้รัดกุมขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าการเลือก กกต.ครั้งนี้ อาจมีผลเป็นไปในทิศทางที่ลงมติเห็นชอบบางคน และบางคนไม่เห็นชอบ เพื่อให้บุคคลที่ผ่านการลงมติเข้าไปเตรียมพร้อมและสร้างความคุ้นเคยต่อระบบการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แต่กรณีที่ สนช.จะลงมติไปในทางใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบประวัติฯ และการนำรายงานการตรวจสอบให้ สนช. ได้ไตร่ตรองก่อนลงมติ&amp;quot; โฆษกวิป สนช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่คณะกรรมการสรรหาฯ คัดเลือกและเตรียมเข้าสู่วาระประชุม สนช. จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ นักวิชาการสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา และกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการหลายจังหวัด และ 5.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบุคคลที่ได้รับการเสนอให้แต่งตั้งเป็น กกต. อีก 2 คนที่มาจากสายศาลนั้น มติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกายืนยันส่งชื่อนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8630</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต. อาจซ้ำรอยล้มกระดาน, กกต.ชุดใหม่, กมธ., นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, พรรคการเมืองกังวล, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, ม.44, สนช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกอัครราชทูต, โดนสอยร่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adef91280aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; storage.thaipost.net &amp;quot;ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี&amp;quot; ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา &amp;quot;ปกรณ์ มหรรณพ&amp;quot; ผู้พิพากษาศาลฎีกา เข้าวินตามคาด ศาลฎีกาลงมติส่ง 2 รายชื่อเดิม นั่ง กกต.ชุดใหม่ โดยการสรรหาครั้งนี้ทำอย่างเปิดเผย มีการออกระเบียบชัดเจนว่าให้ทำเครื่องหมายกากบาทหน้าชื่อตัว และชื่อสกุลผู้ซึ่งตนเลือก จำนวนไม่เกิน 2 คน หรือจำนวนเท่าที่ยังขาดอยู่ในบัตรเลือกที่จัดไว้ ซึ่งระบุชื่อตัวและชื่อสกุล ลำดับหมายเลขตามบัญชีอาวุโสในศาลฎีกา และให้เลขานุการศาลฎีกาเป็นผู้เก็บรักษาบัตรเลือกไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี หลังจากการสรรหาครั้งแรกถูกหลายฝ่ายทักท้วงว่าอาจโมฆะ เพราะใช้วิธีลงคะแนนลับ ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ระบุไว้มาตรา 12 วรรคสามว่า &amp;quot;ในการสรรหาหรือคัดเลือก ให้ใช้วิธีลงคะแนนโดยเปิดเผย และให้กรรมการสรรหาแต่ละคนบันทึกเหตุผลในการเลือกไว้ด้วย&amp;quot; และเป็นสาเหตุทำให้ สนช.ลงมติคว่ำทั้งสองไปพร้อมกับอีก 5 คนที่เสนอโดยคณะกรรมการสรรหา คราวนี้ว่าที่ 2 อรหันต์ กกต. เมื่อถึงเวลาเข้าที่ประชุม สนช.ก็ไม่น่ามีปัญหา โดยเฉพาะคุณสมบัติตรงตามสเปกที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญวางไว้ โดยเฉพาะ &amp;quot;ฉัตรไชย&amp;quot; มีลุ้นตำแหน่งประธาน กกต.ด้วยซ้ำ หากจำกันได้เคยมีชื่อเป็นหนึ่งใน 63 ของ &amp;ldquo;กลุ่มตุลาการผู้รักแผ่นดิน&amp;rdquo; ที่แสดงจุดยืนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยที่เพื่อแม้วใช้เสียงข้างมากลากจนผ่านสภาฯ เมื่อปี 56&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๐ ได้ว่าที่ 2 เสือไปนั่งแท่นรอแล้ว ส่วนอีก 5 เสือ กกต. ยังอยู่ในขั้นคัดกรอง รอบนี้มีผู้สมัครทั้งหมด 33 ราย หากดูตามตารางเวลา หลังตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว จะมีการนัดสัมภาษณ์ในวันที่ 3 พ.ค. จากนั้นกลางเดือน พ.ค. สนช.จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัคร ซึ่งจะใช้เวลาทั้งสิ้น 45 วัน ก่อนจะส่งรายชื่อไปให้ที่ประชุมใหญ่ สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบในช่วงต้นเดือน ก.ค. ทุกฝ่ายคงหวังให้เป็นรอบสุดท้าย ยิ่งได้ยินประธาน สนช.&amp;quot;พรเพชร วิชิตชลชัย&amp;quot; หนึ่งในคณะกรรมการสรรหาจะอยู่กับคณะกรรมการสรรหาบอกว่ารอบนี้จะยากกว่าครั้งแรก ก็น่าจะใช้ครั้งก่อนมาเป็นบทเรียน เฟ้นหา 5 ชื่อใหม่ที่มีคุณสมบัติขั้นเทพ &amp;nbsp;ไม่ใช่เสียเวลาเลือกสรรกันมาหลายเดือน สุดท้ายได้แค่คนที่มือไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๐ ถึง &amp;quot;7 กกต.&amp;quot; จะยืดออกไป แต่ยังไม่เท่า &amp;quot;กสทช.&amp;quot; &amp;nbsp;เพราะหนทางข้างหน้าขององค์กรอิสระนี้ยังดูมืดมน คว่ำกระดานชุดใหม่ไม่พอ จะล้มกระบวนการสรรหาซ้ำอีก แถมใช้อำนาจพิเศษ คสช.ให้ชุดเก่าทำหน้าที่ต่อ ท่ามกลางเสียงครหากรรมการบางคนใกล้ชิดบิ๊กรัฐบาล ทั้งนี้เป็นองค์กรที่ดูแลผลประโยชน์มหาศาล ต่ออายุปุ๊บ งานประมูลคลื่น 1800 ก็มาปั๊บ แม้ว่ารัฐบาลจะอ้างระเบียบหลักเกณฑ์สรรหาที่ออกมาหลายเดือนดันเพิ่งพบว่ามีปัญหา งานนี้เลยต้องขอเวลาแก้ไข แต่ยาวแค่ไหนไม่รู้ ฟากการเมืองทั้งเพื่อไทย-ปชป.รุมขย่ม เข้าทาง คสช.รวบอำนาจเบ็ดเสร็จ ดักทางเอื้อประโยชน์การเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๐ มารูปนี้ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักคลิปฉาว สภารับงานจริงมั้ย &amp;quot;เบื้องหลังยังไม่รู้ว่าการสนทนาในคลิปเกิดขึ้นที่ไหนอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการฯ กำลังหาข้อมูลอยู่ โดยจะเชิญคนที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลก่อน ทั้งสมาชิก สนช. และเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ยอมรับว่ากรอบเวลา 30 วันที่ใช้ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการฯ คงทำงานกันแบบหืดขึ้นคอ แต่เราก็จะพยายามเร่งรัดให้ทันตามกรอบที่กำหนด&amp;quot; แต่ยังไม่ทันลงมือ ทั่นประธานสอบฯ &amp;quot;พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์&amp;quot; ก็ออกตัวล่วงหน้าซะแล้ว เรื่องระยะเวลาคงไม่ลำบากเท่ากับหาทางลงยังไงมากกว่า จะใช้น้ำยายี่ห้อไหนฟอกขาวทั่นผู้นำ รวมถึง สนช.ด้วยกัน อีก 30 วันรอดูกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7956</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.ชุดใหม่, กสทช., คสช., ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, บันทึกหน้า4, ลี้คิมฮวง, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา, ใช้วิธีลงคะแนนลับ, ใช้อำนาจพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
