<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัดไม่ปล่อย!&#039;เรืองไกร&#039;บี้กกต.เปิดบัญชีโต๊ะจีน&#039;พปชร-รปช.&#039;หลังครบกำหนด30วันยังไม่พบเผยแพร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18ม.ค.62-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) เข้ายื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.61 และพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 61 ว่าเป็นไปตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 64 หรือไม่ หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว จะมีโทษปรับตามมาตรา106 และมาตรา 123 หรือไม่ โดยนายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อวาน เป็นวันที่ครบกำหนด 30 วันที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย จัดกิจกรรมเลี้ยงโต๊ะจีน โดยมีการคาดการณ์ว่าจะได้รับเงิน 234 ล้านบาท และครบกำหนด 30 วันที่พรรคพลังประชารัฐจัดกิจกรรมจัดเลี้ยงโต๊ะจีนที่มีการประกาศว่าได้รับเงินประมาณ 650 บ้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่จากการติดตามข้อมูลจนถึงเมื่อวาน( 17ม.ค.) ในเว็บไซด์ของทั้งสองพรรคการเมือง ยังไม่พบว่ามีการประกาศให้ประชาชนทราบถึงจำนวนและที่มาของเงิน ทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการจัดกิจกรรมดังกล่าวตามที่มาตรา 64 พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนดไว้ ซึ่งถ้าหากไม่มีการประกาศกฎหมายกำหนดให้มีโทษปรับตามมาตรา 106 และมาตรา 123 ดังนั้นจึงขอให้กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบ&amp;quot;นายเรืองไกร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายเรืองไกร ยังได้ยื่นหนังสือโต้แย้งมติของกกต.ที่ยกคำร้องของตนเองกรณีขอให้ตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ตามความในมาตรา 28 โดยกกต.มีมติเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ว่า กระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบของพรรค ซึ่งนายเรืองไกร เห็นว่า ข้อบังคับและระเบียบของพรรคประชาธิปัตย์ที่กกต.อ้างเป็นเหตุในการยกคำร้องไม่อาจจะไปขัดพ.ร.ป.พรรคการเมือง 60 ได้ และการยกคำร้องเกิดขึ้น 5 วันทำการหลังจากที่ตนเพิ่งไปให้ถ้อยคำเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 61 ถือว่าเร็วเกินไป และไม่มีการแจ้งว่าได้มีการสอบข้อเท็จจริงผู้ถูกร้องหรือพยานที่เกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26894</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.สอบโต๊ะจีน, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ม.64พรป.พรรคการเมือง, โต๊ะจีนพปชร, โต๊ะจีนรปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c41664fd1904.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เนติบริกร&#039;เฉลย!กฎหมายเปิดช่องให้เอกชน-ขรก.บริจาคพรรคการเมืองได้ในฐานะส่วนบุคคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21ธ.ค.61-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ไม่ทราบ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรกัน ไม่มีใครเคยมาถาม แต่ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เขียนว่าห้ามหน่วยงานของรัฐ หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจที่รัฐเข้าไปถือหุ้นอยู่มากเข้าไปอุดหนุนบริจาคให้กับพรรคการเมือง เพราะไม่ให้ใช้งบของหลวง แต่เขาเปิดช่องให้เอกชนและข้าราชการทำได้ในฐานะส่วนบุคคล ซึ่งถ้าเป็นคนในองค์กรนั้นเองไม่เป็นไร แต่เงินใครต้องถามด้วย ขณะที่กรณี 4 รัฐมนตรี ที่เป็นผู้บริหารพรรค สามารถบริจาคเกิน 3 พันบาทได้ เพราะกฎหมายกำหนดเฉพาะห้ามรับเกินเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีมีการเรียกร้องให้พรรค พปชร. เปิดรายละเอียดผู้ซื้อโต๊ะจีน นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงเป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปตรวจสอบเอง และการซื้อโต๊ะถือเป็นการบริจารในการระดมทุน เอาเป็นว่าให้ กกต.ไปตรวจสอบ ตนตอบอะไรไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นว่ารัฐบาลเข้าไปยุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าหากเป็นกรณีหน่วยงานรัฐไปขอสนับสนุนจากเอกชน โดยที่หน่วยงานรัฐไม่ได้ออกเงินเองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจ ไปถาม กกต.ดีกว่า จะได้คำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีโหรจะมาพูดว่าใครจะมาเป็นนายกฯ ในช่วงเลือกตั้งได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ช่วงไหนก็พูดได้ เพราะพูดภาษาโหร ง่ายๆ คือ เดาเอา เราก็เดา อย่าว่าแต่โหรเลย ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ถือเป็นการชี้นำ เพราะการชี้นำที่เขาห้ามจะอยู่ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ตรงนั้นต้องระวังมากขึ้น เช่น โพล ที่ห้ามทำก่อนการเลือกตั้งกี่วัน หรือ เอ็กซิตโพล ที่มีผล ส่วนโหรและนักวิชาการนั้นไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะไม่เกิดการชี้นำ เป็นการคาดเดา โหรถามจากดาวดวงเดียว นักวิชาการดูปรากฏการณ์ในอดีต แต่โพลเป็นการถามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามอีกว่า หลัง กกต.พูดคุยกับพรรคการเมือง ได้มาปรึกษากฎหมายอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยัง และไม่เคยมาคุยกับตนแต่ไหนแต่ไร นอกจากมีปัญหา ถ้าเป็นปัญหาที่เขาแก้ได้จะไม่มาหารือกับตน ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ใช้บัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวกันทั้งประเทศนั้น ที่ กกต.บอกว่ามาตรา 44 ไม่ใช่เรื่องของท่านก็ถูก และการจะทำเช่นนั้นมันต้องแก้กฎหมายซึ่งมันยากไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า จะใช้มาตรา 44 แก้ไขหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หัวหน้า คสช.พูดแล้วว่ายังไม่มีเหตุผลที่จะต้องใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24744</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รัฐมนตรี, กกต.สอบโต๊ะจีน, นายวิษณุ เครืองาม, เลี้ยงโต๊ะจีนพปชร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c6f2bb14c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.บี้พปชร.ต้องแจ้งที่มาเงินระดมทุนภายใน30วันยันพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ธ.ค.61-พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีหน่วยงานรัฐสนับสนุนการซื้อโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พรรคการเมืองสามารถหารายได้ของพรรค หรือระดมทุนได้แต่หลังจากการระดมทุนแล้ว พรรคการเมืองจะต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรค และประกาศให้ประชาชนรับทราบภายใน 30 วันนับจากวันที่จัดงานรวมถึงต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองด้วยว่าบุคคลใดบ้างบริจาคเกิน 100,000 บาท ซึ่งเหตุผลที่กฎหมายกำหนดไว้เช่นนี้เนื่องจากต้องการให้เกิดความโปร่งใสในพรรคการเมือง และให้การดำเนินการหารายได้ของพรรคมีธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นของรัฐร่วมซื้อโต๊ะจีนด้วยนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า ปกติตามหลักการทั่วไปหน่วยงานรัฐจะมีขอบเขตการใช้เงินของรัฐอยู่แล้วว่าอะไรสามารถใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐได้บ้าง ซึ่งเงินจากหน่วยงานของรัฐถือเป็นเงินหลวง อย่างไรก็ตามเบื้องต้นต้องรอให้พรรคพลังประชารัฐรายงานมายังนายทะเบียนพรรคการเมืองถึงที่มาของรายได้ก่อนกกต.จะดำเนินการตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24740</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.สอบโต๊ะจีน, จรุงวิทย์ ภุมมา, เลี้ยงโต๊ะจีนพปชร., โต๊ะจีนระดมทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c6377de856.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
