<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่สน&#039;แม้ว&#039;มาฮ่องกง&#039;บิ๊กป้อม&#039;โยนปชช.คิดเองให้กกต.ตรวจสอบหากทำผิดกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

5ต.ค.61- ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่เกาะฮ่องกง โดยมีการมองว่าเป็นการเตรียมความพร้อมบัญชาการการเลือกตั้งในครั้งนี้ ว่า ตนไม่ทราบ ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่เขา&amp;nbsp; และขอให้ประชาชนคิดเอาเอง ส่วนจะเข้าข่ายกรณีที่มีบุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ก็ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดูแลว่าจะผิดกฎหมายอะไรหรือไม่ สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยมีการตั้งพรรคการเมืองสำรองเอาไว้นั้นก็แล้วแต่เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ 4 รัฐมนตรีลงมาเล่นการเมือง แต่ยังไม่ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีจะเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตั้งใจมาปฏิรูปหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของ 4 รัฐมนตรีและเขาก็ทำตามกฏหมาย ซึ่งทุกอย่างก็ต้องดำเนินการไปตามกฏหมาย ตนถามว่าจะมาสร้างมาตรฐานอะไรกันตอนนี้ การที่ 4 รัฐมนตรียังไม่ลาออก เนื่องจากจะต้องทำงานให้เสร็จก่อน เพราะงานที่ค้างคายังมีอยู่อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคการเมืองหลายพรรคเริ่มเคลื่อนไหวและรับสมัครสมาชิกพรรค จะมีการดูแลความเรียบร้อยอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า&amp;nbsp; ในทุกพื้นที่มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ทำหน้าที่ดูแลทุกพื้นที่อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการสั่งการและกำชับไปแล้วว่าให้ดูแลความเรียบร้อยให้กับประชาชนเพื่อมีความปลอดภัยและมีความสงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้จะต่างจาก 4 ปีที่แล้ว เพราะมีพรรคการเมืองมากขึ้น และมีหลายองค์กรลงมาดูแล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การเลือกตั้งก็คือการเลือกตั้งจะให้เปลี่ยนแปลงอย่างไร หากมีพรรคการเมืองเป็นจำนวนมาก ทุกพรรคก็ต้องทำตามกฏหมายในทุกเรื่องและทุกอย่าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19158</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, &#039;กกต.&#039;, 4รมต.พลังประชรัฐ, กกล.รส., ทักษิณ ชินวัตร, ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af278b764cb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทบ.&#039;ติง กลุ่มเคลื่อนไหวคำนึงความสงบสุขบ้านเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.61-พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ &amp;nbsp;งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;( รองโฆษก คสช.) กล่าวว่า จากการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท เลขาธิการ คสช. ได้กล่าวถึงการทำงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส) โดยให้ความสำคัญกับการเร่งรัดดำเนินการตามบัญชาของหัวหน้าคสช. ที่ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงกวดขันและเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการกวดขันผู้ประกอบการที่ละเมิด พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ด้านอาหารและยา อย่างจริงจัง โดยให้ทุกส่วนงานเร่งรัดในมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขหรือยุติปัญหาดังกล่าว มิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน &amp;nbsp;รวมถึงในส่วนของเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในเรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้ ซึ่ง คสช.ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ทั้งนี้ เลขาธิการ คสช.ยังได้กล่าวย้อนถึงนโยบายการปลูกป่าที่มอบให้ทุกส่วนงานดำเนินตามแนวพระราชดำริและศาสตร์พระราชา โดยขอให้ยังคงดำรงการปลูกป่าในทุกพื้นที่และดำเนินการอย่างจริงจังให้เกิดเป็น &amp;ldquo;ป่าผืนใหญ่&amp;rdquo; ซึ่งจะสร้างประโยชน์อย่างมหาศาลต่อชุมชนและภูมิภาค&amp;nbsp;ทั้งนี้ การปลูกป่าขอให้กระทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และป้องกันการทำลายป่าที่เกิดจากฝีมือมนุษย์และตามธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า เลขาธิการคสช. ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนรัฐบาลและดำเนินตามแนวทางของ คสช. เพราะกองทัพคือส่วนสำคัญที่ร่วมดำเนินการในนาม คสช. มาตั้งแต่วันที่22พ.ค.2557 ในการเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนและนำพาบ้านเมืองเดินหน้าอย่างเรียบร้อยมาตลอด 4 ปี &amp;nbsp;นอกจากนี้ ภาพรวมการดูแลด้านความมั่นคง การจัดระเบียบสังคม รวมถึงการดูแลกลุ่มเรียกร้องต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี สำหรับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง อาจต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงในบริบทของการเมืองที่กำลังมุ่งสู่การเลือกตั้งภายใต้กรอบกฎหมาย และความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญด้วย อย่างไรก็ตามหากเป็นข้อเรียกร้องเรื่องปากท้องหรือคุณภาพชีวิตของประชาชน รัฐบาลและ คสช. พร้อมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว และคสช. จะให้การดูแล อำนวยความสะดวกตามความเหมาะสมด้วย .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8675</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกล.รส., กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง, การเลือกตั้ง, คสช., พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8a651a7ee94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>22พ.ค.บุกทำเนียบ! &#039;อยากเลือกตั้ง&#039;ยุพรรคการเมืองร่วมทัพไม่ต้องกลัวความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อยากเลือกตั้งย้ำจุดเดิม ต้องเลือกตั้งเดือนพ.ย.ปีนี้ กองทัพต้องเลิกหนุน คสช.ต้องออกไป ถ้าไม่ทำตาม 22 พ.ค.นี้ครบ 4 ปีรัฐประหาร จะเดินขบวนบุกทำเนียบรัฐบาลประกาศจุดยืนอีกรอบ ลั่นอนาคตไม่กลัวความขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่าไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันมาตลอด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน ถือเป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็น แต่ต้องไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ เพื่อก้าวไปสู่การเลือกตั้งตามเวลาที่กำหนดไว้ ทุกฝ่ายจึงควรตระหนักในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม อยากให้คนกลุ่มนี้รวมตัวกันด้วยความสงบ อย่าทำอะไรที่เป็นการผิดกฎหมายหรือเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการชุมนุม ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้ ทั้งนี้ ในส่วนของความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนจากพื้นที่อื่นๆ ที่จะเคลื่อนไหวมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งด้วยนั้น ยืนยันว่าไม่มี และขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนจากจังหวัดหรือพื้นที่ใดจะเคลื่อนไหวมาสมทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปกติดี และไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ดูแลได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ดูแลเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทราบว่าการชุมนุมจะเริ่มขึ้นในเวลา 16.00- 20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเย็นต่อเนื่องจนถึงช่วงค่ำ และทราบว่าใน กทม.อาจจะมีฝนตกด้วย ทางเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในพื้นที่และตำรวจก็จะไปช่วยดูแลเรื่องการจราจร ดูแลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและแสงสว่างด้วย ส่วนที่มีข่าวว่าอาจมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายนั้น ตอนนี้ยังไม่มีรายงานเรื่องดังกล่าว และยังไม่มีข้อห่วงใยความเคลื่อนไหวใดๆ เป็นพิเศษ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกกล.รส.ในพื้นที่ก็ไม่ประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การดูแลความปลอดภัย ผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน กล่าวว่า ได้จัดกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ 75 นาย ดูแลพื้นที่และผู้ชุมนุมภายในมหาวิทยาลัย และมีตำรวจในเครื่องแบบจำนวน 70 นาย ดูแลพื้นที่รอบนอกมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงยังมีกำลังสนับสนุนในที่ตั้งอีกรวมกว่า 600 นาย เผื่อไว้กรณีฉุกเฉิน โดยจะเน้นการดูแลความปลอดภัย ตรวจอาวุธ และเฝ้าระวังมือที่ 3 ที่อาจจะมาก่อความวุ่นวาย ซึ่งจากการข่าวเบื้องต้นยังไม่มีรายงานเหตุความวุ่นวาย และยืนยันด้วยว่าจะยังไม่มีการใช้แผนกรกฎในการดูแลความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดกิจกรรมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งภายในลานปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้ชื่อกิจกรรม ตลาดนัดอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;quot;หยุดระบอบ คสช. หยุดยื้อเลือกตั้ง&amp;quot; ในช่วงเย็น ภายในงานได้มีแกนนำคนสำคัญร่วมประกาศจุดยืนข้อเรียกร้องของกลุ่ม นำโดยนายรังสิมันต์ โรม, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว), น.ส.ณัฏฐา มหัธนา, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ &amp;nbsp;มีประชาชนทั่วไปได้เข้าร่วมฟังปราศรัยกว่า 250 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์บอกว่า กิจกรรมของกลุ่มจัดขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 เพื่อย้ำจุดยืนเดิม ตลอดที่มีมาตั้งแต่ 27 ม.ค. โดยการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นภายในเดือน พ.ย.ปีนี้ และจะไม่มีการเลื่อนออกไปอีก พร้อมมองว่าหน้าที่ของรัฐบาลมีอย่างเดียว คือจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้น ดังนั้นรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเปิดให้ประเทศไทยเป็นไปอย่างเสรี โดย คสช.จะต้องลาออกเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า และเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการเท่านั้น รวมถึงต้องการให้กองทัพหยุดสนับสนุน คสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ถ้าข้อเรียกร้องไม่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 22 พ.ค. ในวันดังกล่าว กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะเดินขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. เพื่อบอกถึงข้อเรียกร้อง ประกาศจุดยืนความต้องการของประชาชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ยังบอกด้วยว่า ไม่เชื่อมั่นว่าเดือน ก.พ.2562 การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้จริง พรรคการเมืองที่มีอยู่ตอนนี้ไม่ได้อ่อนแอ ทุกภาคมีความพร้อมที่จะลงเลือกตั้ง แต่ผู้มีอำนาจ คสช.ทำให้อ่อนแอ ดังนั้นพวกเราจึงไม่ควรกลัวอนาคตว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งหรือจะมีการชุมนุมอะไร การที่ทุกคนมารวมตัวกันในงานวันนี้ แสดงให้เห็นว่าพวกเราพร้อมที่จะมีการเลือกตั้งแล้ว คนที่ไม่พร้อมมีเพียง คสช. เป็นคนกลุ่มเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8573</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกล.รส., กาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, คสช., ณัฏฐา มหัธนา, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ม.ธรรมศาสตร์รังสิต, รังสิมันต์ โรม, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aedc2889d75d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ปรับลด 2 พันอัตรากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.61 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช. เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคสช.และการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยที่ประชุมได้กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา ซึ่งมีความเรียบร้อยในระดับหนึ่ง แม้จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ก็เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย โดยเจ้าหน้าที่และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถดูแลให้เกิดความเรียบร้อยภายใต้กฎหมายปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการเข้าสู่ระยะที่ 3 ตามโรดแมปของคสช. คือการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศนั้น ในขณะนี้คสช.ได้มีการพิจารณาปรับลดกำลังพลในส่วนของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้เหมาะสมตามสภาพการณ์ในห้วงเวลาเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณโดยคาดว่าจะลดกำลังได้ประมาณ 2,000 &amp;nbsp;อัตราในขณะที่การปฏิบัติงานยังคงมุ่งสู่การดูแลความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุน งานตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการดูแลช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตามในการทำงานของกองทัพบกในนามของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;(กกล.รส.) เลขาธิการคสช.ได้เน้นย้ำให้ดำรงความมุ่งหมายในการดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรวม แก้ไขปัญหาในทุกสถานการณ์อย่างเหมาะสมด้วยความระมัดระวัง มีความยืดหยุ่นภายใต้การดำรงไว้ซึ่งกรอบของกฎหมาย และความสงบสุขของสังคมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการสนับสนุนตามนโยบายของรัฐบาล ขอให้ทุกส่วนได้ศึกษาในรายละเอียด รวมถึงกำหนดและบริหารจัดการวิธีการปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงต่อไป กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและช่วยขับเคลื่อนโครงการ&amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ซึ่งเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มอบหมายให้ทุกหน่วยได้คัดสรรเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถในการอธิบายและสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม และพร้อมปฏิบัติงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ในนาม ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยระดับตำบล 7,663 ตำบล ซึ่งจะเริ่มโครงการในเดือนก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เลขาธิการคสช.ได้แสดงความมั่นใจว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นไปด้วยดี พร้อมระบุว่าคสช.ยังเป็นกลไกหลักที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมป ซึ่งผู้บังคับหน่วยและทุกส่วนงานจำเป็นที่จะต้องทุ่มเทการทำงานเพื่อส่วนร่วม ดูแลช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน สร้างให้สังคมไทยเดินหน้าไปตามกลไกที่กำหนดไว้&amp;rdquo;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2443</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกล.รส., กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, คสช., พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a7821e9adcba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
