<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีหน้าไทยเป็นประธานอาเซียน &#039;บิ๊กตู่&#039; กำชับอย่าให้ใครมาล้มการประชุมเหมือนที่ผ่านมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีถ่ายภาพหมู่ก่อนการประชุมเต็มคณะระหว่างเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำประเทศเพื่อนบ้านกับผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ณ กระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ&amp;nbsp;ประชุมร่วมเอกอัครราชทูตไทย-กงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ&amp;nbsp;พร้อมผู้ว่าฯ&amp;nbsp;32จว.ชายแดน ลั่นปีหน้าไทยเป็นประธานอาเซียน อย่าให้มีปัญหา ประชุมไม่ได้เหมือนครั้งก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.61 - &amp;nbsp;ที่กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างเอกอัครราชทูตไทยและกงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 32 จังหวัด &amp;nbsp;เพื่อมอบนโยบายการพัฒนาจังหวัดชายแดนในมิติด้านการต่างประเทศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนของไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี รวมถึงรับฟังข้อเสนอของเอกอัครราชทูตไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การมาในวันนี้ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะถือว่าสอดคล้องนโยบายของรัฐบาล ที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการไว้เนื้อเชื่อใจ การมีผลประโยชน์ร่วมกัน ลดความหวาดระแวง เมื่อมีพื้นที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน เราต้องรู้เขารู้เรา ตามหลักการสงครามของซุนวู แต่วันนี้ไม่ใช่เรื่องของสงครามการสู้รบ ด้วยกำลังทหาร แต่เป็นสงครามทางการค้า เมื่อรู้เขารู้เรา ก็ต้องหาความต้องการที่ตรงกันให้ได้ระหว่างเรากับเพื่อนบ้านและทุกประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่าวันนี้ความสัมพันธ์ของเรากับต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม การค้าการลงทุนมีการพัฒนาที่เติบโตไปด้วยกัน การบริหารราชการเอง ก็จะต้องปฏิรูป พร้อมเชื่อมโยงแบบไร้รอย แต่เหล่านี้ยังมีอุปสรรคอยู่ เพราะติดกฎระเบียบต่างๆ จึงต้องมีการปรับปรุงโดยทุกหน่วยงานทราบดีว่ามีข้อติดขัดอย่างไรต่อการปฏิรูป ดังนั้น ทุกหน่วยงาน จึงควรเสนอข้อติดขัดต่างๆ มาให้รัฐบาลได้แก้ไขกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวต่อว่าหลายประเทศมีผู้นำรุ่นใหม่ คณะรัฐมนตรีใหม่ จึงอยากให้ทุกคนได้ติดตามศึกษาแนวคิดใหม่ๆของแต่ละประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแนวคิดประชาธิปไตยตะวันตก รวมถึงประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมโดยขอให้ศึกษารายละเอียดให้ดี เหล่านี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ยังอยู่ในกรอบไม่ต่างจากของเดิมมากนัก เพราะผู้นำต่างก็สืบสานต่อกันมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของการทำงานร่วมกับผู้นำรุ่นใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะบางอย่างได้ทำไปแล้ว บางอย่างกำลังทำอยู่ซึ่ง บางครั้งของเดิมก็ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ต่างประเทศก็จำเป็นต้องเปลี่ยนท่าทีบ้างเล็กน้อย ซึ่งเราจะต้องสร้างความเข้าใจ ว่าสิ่งที่ทำมาแล้ว ถ้าเปลี่ยนแปลงทั้งหมดด้วยการเมืองก็จะอันตราย เพราะมีตัวอย่างอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในการเจรจาข้อตกลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว และจะมีขึ้นในอนาคต ต้องได้รับการติดติดตามทบทวนปรับปรุงให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ในวันนี้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการทำงานเราจะต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์อาเซียน ไม่เช่นนั้นเราคงอยู่ไม่ได้จนถึงวันนี้ โดยเฉพาะประเทศไทย คงไม่อยู่รอดปากเหยี่ยวปากกาได้จนถึงวันนี้ นั่นคือเทคนิคและแนวคิดพื้นฐาน อยากให้ทุกคนไปทบทวนด้วย ทูตต่างประเทศจะต้องรู้ปัญหาและอุปสรรคของประเทศไทย เพื่อที่จะได้นำเสนอแก่ฝ่ายการเมืองของต่างประเทศ พร้อมหาแนวทางแก้ไข และทุกกระทรวงต้องมี Big deta เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน โดยต้องมีการแยกประเภทฐานข้อมูลให้มีความชัดเจน ตรงกับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความเป็นอาเซียนรู้อยู่แล้วว่าต้องระมัดระวัง เพราะอย่างไรก็คืออาเซียน อาเซียนนั้นพัฒนาแตกต่างจากตะวันตก &amp;nbsp;เพราะทำได้ค่อนข้างช้า ค่อนข้างตกลงกันไม่ได้ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลนโยบายต่างๆก็เปลี่ยน ซึ่งต่างจากตะวันตก ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนมากนัก มีเพียงนโยบายไม่กี่เรื่องที่จะเปลี่ยน จะเห็นว่าในทางตะวันตกไม่ค่อยมีปัญหารายละเอียดในเวทีต่างประเทศ อาเซียนเป็นประเทศที่มีรายได้น้อย มีปัญหามาก ทำให้เรื่องหลักๆเดินหน้าไม่สำเร็จเสียที เรายังไปไม่ถึงจุดที่ชาติตะวันตกเป็น จะทำอย่างไรที่จะไปถึงจุดนั้นได้ แม้หลายแนวคิดจะดี แต่เรายังไปไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่ามีหลายฝ่ายอยากให้เราไปถึงตรงโน้น เอาเรื่องราวนั้นมาใส่เข้าไป แล้วปัญหาเราที่มันมีมากอยู่แล้วก็มากขึ้นไปเรื่อยๆ กระทั่งหาทางออกไม่ได้ นั่นก็ทำให้ทำงานไม่ได้ ทุกคนรู้หมด นักวิชาการ สื่อมวลชน แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร และไม่รู้ในสิ่งที่เราทำไปแล้ววันนี้เขาต่างพูดไปด้วยหลักการ ซึ่งตนจะไปทะเลาะกับเขาไม่ได้ ทุกคนจะต้องช่วยกัน เพราะนี่คือรายละเอียดที่จะทำให้งานสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดในนโยบายต่างประเทศ คือทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่อาเซียนทางพฤตินัย ไม่ใช่การกล่าวอ้าง ว่าเราจะเป็นผู้นำอาเซียน ซึ่งเราจะต้องเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลงในอาเซียนให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การประชุมอาเซียนในครั้งหน้าในเวลาอันไกลนี้ อะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคจะต้องหรือร่วมกันภายใต้หลักการ โดยต้องทำวันนี้ เพราะประเทศไทยกำลังจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ซึ่งตอนนั้นใครจะเป็นรัฐบาลก็ไม่รู้ แต่ไทยก็จะเป็นเจ้าภาพอยู่ดี ขออย่าให้เกิดปัญหาเหมือนกับการประชุมอาเซียนที่ประเทศไทยครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมไม่ได้ ไปทบทวนกันดูว่าใครมันเกี่ยวข้องบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า ในการทำงานวันนี้ต้องใช้กลไก กฎหมาย วิธีการใหม่ เพื่อให้ไทยมีที่ยืนในเวทีโลก การทำงานจะต้องยึดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไทยนิยมยั่งยืน ประชารัฐ ไม่ใช่ประชานิยม ไม่ใช่นโยบายที่จะสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15118</URL_LINK>
                <HASHTAG>กงสุลใหญ่ประจำประเทศเพื่อนบ้าน, กระทรวงการต่างประเทศ, บิ๊กตู่, ประธานอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d24b2ae0b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
