<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;บี้ปปช.รีบส่งเรื่อง ศาลฎีกานักการเมือง พิพากษา จักรยาน บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจาก ป.ป.ช. ลงวันที่ 1 เม.ย. 64 เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจักรยานของพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ตามที่เคยร้องไปเมื่อกลางเดือนก.พ. ค่อนข้างแปลกใจที่ ป.ป.ช. กลับมาขอข้อมูลอีก ทั้งที่ควรเรียกพล.อ.อนุพงษ์ มาชี้แจงข้อมูล เพราะมีหลักฐานตามสื่อต่างๆ ที่แสดงให้เข้าใจได้ว่า ครอบครองจักรยาน เมื่อ ป.ป.ช. ถามมาอีก ก็ค้นหาหลักฐานจากสื่อ แล้วส่งให้เพิ่มเติม พร้อมทั้งส่งข่าวที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยให้สัมภาษณ์ว่า มีจักรยานรวม 2 คัน และยื่น ป.ป.ช. เมื่อคราวรับตำแหน่งนายกฯ ครั้งล่าสุดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกรกล่าวว่า ที่แปลกใจเพราะถ้าไปดูคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง จะพบว่า ป.ป.ช. ชี้มูลนักการเมืองที่ไม่ยื่นบัญชียานพาหนะ รถจักรยานยนต์มาหลายคดีมาก เช่น คดีแดงที่ อม. 6/2563 ซึ่งมีจักรยานยนต์ที่ราคาไม่ถึงหมื่นบาท ที่ไม่ได้ใช้และไม่ได้ต่อทะเบียน &amp;nbsp;แต่ ป.ป.ช. ก็ยังส่งเรื่องให้ศาลฎีกานักการเมืองพิจารณาพิพากษา ถ้าดูตามมาตรฐานป.ป.ช. ที่เคยตรวจสอบยานพาหนะในกรณีต่างๆแล้ว เรื่องจักรยานของพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ ป.ป.ช. ควรส่งศาลฎีกานักการเมืองไปได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ ป.ป.ช. ถามมา ก็ต้องตอบไป และแถมเพิ่มเติมหลักฐานให้ด้วย ขอให้ ป.ป.ช. รีบลงมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกานักการเมืองพิจารณาพิพากษาต่อไป โดยจะส่งเป็นหนังสือทาง EMS ไปถึง ป.ป.ช.วันที่ 5 เม.ย. จึงขอแจ้งให้สื่อมวลชนทราบด้วย จะได้คอยติดตามการทำงานของ ป.ป.ช. อีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., จักรยาน, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา, สอบทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b214ec3eb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ชมรมยื่นข้อมูลใหม่ ป.ป.ช.ทบทวนกรณีผู้บริหารโรงเรียน เกี่ยวข้องคดีโกงสนามฟุตซอลอีกครั้ง &quot;อัมพร&quot;รับปากส่้งต่อให้ตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7ต.ค.63- ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - ชมรมคนไม่ทนต่อการทุจริต และชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครู จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 60 คน ยื่นหนังสือให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เรื่องโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 18 จังหวัด จำนวน 385 โรงเรียนที่มีข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดวินัยร้ายจากการจัดซื้อจัดจ้างงบประมาณดำเนินการโครงการสร้างสนามฟุตซอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีนายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของรมว.ศธ. นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่ากากระทรวงศึกษาธิการ นายสุภัทร จำปาทอง รักษาราชการปลัด ศธ.และนายอัมพร พินะสา รักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เป็นผู้รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอัมพร กล่าวว่า รมว.ศธ. มีความห่วงใยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีผลกระทบจากเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ดังนั้นในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะรับไปดำเนินการช่วยเหลือตามข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงต่อไป &amp;nbsp;โดยในทางการดำเนินการตามข้อกฎหมายของ ป.ป.ช.หากมีหลักฐานเอกสารหรือพยานใหม่ให้สามารถส่งเรื่องกลับไปให้ ป.ป.ช.ทบทวนได้ ซึ่งเท่าที่รับข้อมูลจากกลุ่มผู้ร้องเรียนวันนี้ว่ามีหลักฐานใหม่ ดังนั้นหาก สพฐ.ตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมและเป็นหลักฐานใหม่จริงจะส่งเรื่องไปให้ ป.ป.ช.ทบทวนทันที เช่น มีอดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่ามีความผิดในพื้นที่จ.นครราชสีมา เป็นต้น ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นใหม่ที่ สพฐ.จะยื่นให้ป.ป.ช.พิจารณาด้วย รวมถึงจะขอให้สำนักงานกฤษฎีกาได้ช่วยตีความกรณีระยะเวลาไต่สวนของ ป.ป.ช.ที่มีการดำเนินการเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นในจุดนี้จะนำแจ้งให้ป.ป.ช.ได้ทบทวนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้มีผู้บริหารโรงเรียนและผอ.เขตพื้นที่ที่ถูกชี้มูลความผิดจากเรื่องนี้กว่า 100 ราย &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเรื่องนี้พร้อมที่จะช่วยเหลือแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานและหลักการข้อกฎหมายที่ถูกต้องด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79770</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., กฎหมาย ป.ป.ช., ชมรมคนไม่ทนต่อการทุจริต, ชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครู จังหวัดนครราชสีมา, ทุจริตสนามฟุตซอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d8e0188ba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องป.ป.ช.สอบส.ส.คนดังรีดเงิน12ล้านลั่นพฤติกรรมเหมือนปลิงทาก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.63- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปเสียงความยาวเกือบ 2 นาที โดยเสียงในคลิปดังกล่าวคล้ายเสียงของ ส.ส.คนดัง หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งกำลังเจรจาเรียกรับเงินจำนวน 12 ล้านบาท จากบริษัทที่รับติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ซีซีทีวี (CCTV) ในโครงการ Safe Zone Schools ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแลกกับการเคลียร์สื่อมวลชนและคนใหญ่คนโตในหลายวงการ เพื่อให้ยุตินำเสนอข่าวด้านลบของบริษัทนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวหากพิสูจน์แล้วเป็นจริง ถือว่าเป็นความเลวร้ายที่สุด เป็นเสมือนพวกปลิงทากที่เกาะกินทำลายสถาบันการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.149 ประเด็นเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 40,000 บาท หรือประหารชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนั้น ยังถือว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม เข้าข่ายฝ่าฝืนบทบัญญัติใน ม.129 ประกอบ ม.128 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะไต่สวนและชี้มูลว่ามีความผิดจริงหรือไม่ หากเป็นไปตามคลิปก็ต้องส่งให้อัยการฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้พิพากษาลงโทษให้ออกจากตำแหน่ง ส.ส. และตัดสิทธิ์ทางการเมือง ดังนั้นทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานคลิปเสียงต่อ ป.ป.ช.ในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค.63 เวลา 10.30 น. ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ศึกษาธิการ, กฎหมาย ป.ป.ช., คลิปเสียงส.ส., นายศรีสุวรรณ จรรยา, บริษัทวงจรปิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200815/image_big_5f37395c05a55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้องผู้ตรวจการฯปมสภาสูงโหวต &#039;อดีต สนช.&#039; นั่ง ป.ป.ช. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องต่อศาลปกครองกรณีที่ที่ประชุมวุฒิสภา ได้ร่วมกันลงคะแนนให้ความเห็นชอบให้นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี&amp;nbsp;ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563&amp;nbsp;ด้วยคะแนนเห็นชอบ 219 เสียง&amp;nbsp;ไม่ให้ความเห็นชอบ 12 เสียง และไม่ออกเสียง 8 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.2561 มาตรา 11 (18) ที่บัญญัติไว้ว่ากรรมการ ป.ป.ช.ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ &amp;ldquo;เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา&amp;rdquo; เนื่องจากนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เคยได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 และพ้นจากตำแหน่ง สนช.ซึ่งถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 นับถึงปัจจุบันพ้นตำแหน่งมาเพียง 1 ปี เท่ากับพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี จึงน่าจะเป็นการขัดต่อลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ซึ่งหากพิจารณารัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 263 ก็ได้บัญญัติว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา ตามลำดับตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงเห็นว่าจะต้องหาข้อยุติดังกล่าวโดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 231 ในการยื่นเรื่องต่อศาลปกครองว่า การที่ ส.ว.ให้ความเห็นชอบบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.2561 มาตรา 11 (18) เป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากศาลปกครองวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมาคมฯจะดำเนินการร้องเอาผิด ส.ว.ทั้ง 219 คนที่โหวตให้นายสุชาติเป็น ป.ป.ช.ตามครรลองของกฎหมายต่อไป เพราะไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed839508bce2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องปปช.สอบเอ๋ รุกที่รัฐ1.7พันไร่ ธรรมนัสโดดอุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ สั่ง &amp;quot;คทช.ตรวจสอบปัญหารุกที่ดินรัฐ ไม่ลำบากใจมี ส.ส.รัฐบาลโดนด้วย ลั่นถูกผิดว่าตามกฎหมาย &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; ดอดเข้าทำเนียบฯ แจง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ปมที่ดิน 1.7 พันไร่ &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; แย้มเอาผิดอาญาไม่ได้ ทำได้แค่ยึดที่คืนหลวง &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; เผยเร่งรังวัดใหม่พร้อมพาชี้จุด ภบท.5 &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรมร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหานักการเมืองครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ว่าเรื่องการครอบครองที่ดินดังกล่าวคงไม่ใช่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง ต้องมีการตรวจสอบทั้งหมด วันนี้จึงได้สั่งการไปแล้วและมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พิจารณาในเรื่องดังกล่าวด้วย มีการนำเรื่องโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4,000 หรือวันแมป (One Map) แก้ที่ดินรัฐทับซ้อนมาพิจารณาร่วม ซึ่งความมุ่งหมายของการจัดทำแผนที่วันแมปเพื่อการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนต่างๆ เหล่านี้ ทั้งที่ดิน ส.ป.ก. ที่ดินรัฐ และที่ดินเอกชน ถ้าไม่มีกลไกอะไรใหม่ๆ ออกมา ก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้สักอย่าง ก็ทำให้เกิดปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ก็ขอร้องอย่าไปพูดเจาะจงว่าเป็นกรณีใดเลย บังเอิญมีเรื่องขึ้นมาในช่วงนี้พอดี ขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ และผมไม่ได้ลำบากใจใดๆ ทั้งสิ้น ที่มี ส.ส.ซีกรัฐบาลถูกตรวจสอบอยู่ เป็นเรื่องถูกผิดตามกฎหมายที่จะต้องว่ากันไปตามขั้นตอน อะไรที่แก้ไขกันได้เพื่อผลประโยชน์โดยรวมก็ต้องแก้กันไป ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาในเชิงอุปสรรคในช่วงเวลาที่ผ่านมา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในช่วงเช้า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งกำลังถูกตรวจสอบที่ดิน 1,700 ไร่ ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ได้มาพบกับนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ ไม่ได้เจอ ผมจะเจอเขาทำไม ไม่เกี่ยวกับผม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. น.ส.ปารีณาได้เดินทางมาตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งกำลังมีการประชุม ครม.อยู่ กระทั่งเวลา 12.30 น. น.ส.ปารีณาได้ลงลิฟต์มาที่ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 แต่เมื่อเจอผู้สื่อข่าวที่กำลังยืนรอสัมภาษณ์อยู่ น.ส.ปารีณาได้หลบเข้าไปในลิฟต์กลับขึ้นไปบนอาคารอีกครั้ง แล้วเปลี่ยนมาลงทางบันไดของตึกบัญชาการ 2 โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุที่เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ แต่ น.ส.ปารีณาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่ามายื่นร้องเรียนความเดือดร้อนประชาชน ก่อนขึ้นรถยนต์ออกจากทำเนียบฯ ไปในทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า น.ส.ปารีณาเดินทางมาพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานชั้น 4 ตึกบัญชาการ โดยเป็นการถูกเรียกให้มารายงานข้อเท็จจริงเรื่องที่ดินดังกล่าวเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าไปติดป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้า-ออก บริเวณฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ว่าสั่งการให้เลขาธิการ ส.ป.ก. พร้อมด้วยอธิบดีกรมป่าไม้หาข้อสรุปด้วยอิงกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งหากพิสูจน์ว่าเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ให้ปิดประกาศในพื้นที่และดำเนินการตามกฎหมาย เพราะปัญหาตอนนี้คือ เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศเป็นที่ทับซ้อนระหว่างกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก. ดังนั้นทั้งสองหน่วยงานจะต้องประสานกันและหาทางออก ซึ่งเมื่อพิจารณาตามหลักความเป็นจริง ภาพถ่ายทางอากาศที่ถูกใช้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินมีข้อสังเกตว่าพื้นที่กลางภูเขาเราจะมาประกาศเป็นเขต ส.ป.ก.ไม่ได้ ซึ่งยืนยันว่าต้องมีการบังคับใช้และมีการประกาศใช้แผนที่วันแมปให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาอย่างนี้อีก ส่วนที่ น.ส.ปารีณาเดินทางมาทำเนียบฯ นั้น ไม่ได้มาคุยกับตน ทราบว่ามาพบกับรัฐมนตรีคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ได้สั่งการให้เลขาธิการ ส.ป.ก.ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับ ส.ป.ก.จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรายงานความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร รวมถึงที่ดินที่ยังไม่ได้จัดสรร รวม 40 ล้านไร่ ว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยย้ำไปว่าทุกเรื่องต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส.ป.ก.เป็นหลัก ส่วนพื้นที่อื่นที่อยู่ในเขตของกรมป่าไม้ จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินการต่อไป โดยเรื่องนี้จะต้องมีการจัดระบบใหม่ทั้งหมด&amp;quot; ร.อ.ธรรมนัสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถเอาผิดกับ น.ส.ปารีณาได้หรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ในส่วนของ ส.ป.ก.ถือว่าเขาเข้าอยู่ก่อนที่จะมีการปฏิรูปที่ดินแปลงนี้ ดังนั้น เรื่องอาญาเอาผิดเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องของการยึดคืนให้หลวง เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการตามหลักกฎหมาย สำหรับกรอบเวลาในการตรวจสอบนั้น เข้าใจว่าการตกลงกันเรื่องแนวเขตของกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก.น่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะน่าจะมีขั้นตอนที่สลับซับซ้อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ดูตามคุณสมบัติของ น.ส.ปารีณาแล้ว สามารถครอบครองที่ดินในลักษณะนี้ได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ต้องดูว่าเขาทำการเกษตรหรือไม่ และการถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ต้องไม่เกิน 50 ไร่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ ส.ป.ก.จะรายงานมา เพราะเป็นเรื่องกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย ส่วนการตรวจสอบ น.ส.ปารีณานั้น เรายึดหลักกฎหมายเป็นหลัก เมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วจะให้เลขาธิการ ส.ป.ก.แถลงข่าว ส่วนที่มีการมองว่าจะมีอะลุ่มอล่วยเพราะอยู่พรรคเดียวกันนั้น กฎหมายไม่ได้เขียนยกเว้นให้ใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ที่ดินของนางสมพรไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ? ศิลปอาชา? รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม? (รมว.ทส.) กล่าว?ว่า? ที่ดินที่อยู่ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ? น.ส.ปารีณา ที่ได้แจ้งเอาไว้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ? (ป.ป.ช.)? แต่ละแปลงไม่มีพิกัดบอกว่าอยู่ตรงไหน? ซึ่งในเอกสาร? ภบท.5 ไม่ได้ระบุเอาไว้ ต่างจากที่ดินที่มีโฉนดซึ่งจะมีการระบุพิกัดว่าอยู่จุดไหน ดังนั้น พื้นที่กว่า 1,700 ไร่?ของ? น.ส.ปารีณาต้องมีการรังวัดใหม่ และพิสูจน์กันอีกครั้งหนึ่ง? ซึ่งกรมป่าไม้? ส.ป.ก.? และคณะกรรมการระดับจังหวัดกำลังร่วมกันประชุมกันอยู่? โดยต้องให้? น.ส.ปารีณาร่วมลงพื้นที่ด้วยเพื่อชี้ว่าที่ดินตัวเองอยู่ตรงไหนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ในวันพุธที่ 20 พ.ย. เวลา 10.00 น. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน น.ส.ปารีณา กรณีครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. และป่าสงวนแห่งชาติ จ.ราชบุรี กว่า 1,700 ไร่ เพื่อดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษ ส.ส.ปารีณา ตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ปารีณาย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินดังกล่าวคืน ส.ป.ก.เพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเท่ากับว่ามีเจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7, ข้อ 8 และข้อ 9 และยังเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11, ข้อ 12, ข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 บัญญัติอีกด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., คทช., ถูกผิดว่าตามกฎหมาย, ปัญหารุกที่ดินรัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภบท.5, รุกที่ดินรัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd407789fd29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณลุย ป.ป.ช. สอบธนาธรให้ท้ายม็อบฮ่องกงหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 13 ต.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียเป็นการทั่วไปว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2562 นายโจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โพสต์รูปถ่ายของตนที่ถ่ายคู่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยได้ระบุว่า มีโอกาสได้พบเจอและแลกเปลี่ยนทัศนะทางการเมืองกันกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ระหว่างร่วมงานประชุม &amp;ldquo;Open Future Forum&amp;rdquo; ในฮ่องกง ซึ่งจัดโดยนิตยสาร &amp;ldquo;อีโคโนมิสต์&amp;rdquo;(Economist) เมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในขณะนี้นั้น

การกระทำดังกล่าวเสี่ยงที่จะกลายเป็นปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขึ้นมาทันที หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความบางส่วนเมื่อ 10 ต.ค. 2562 ว่า &amp;ldquo;กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย&amp;rdquo; ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของนายธนาธรในเวทีการประชุมข้างต้นทำนองว่า &amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นในฮ่องกงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา&amp;rdquo; ด้วย

ซึ่งภาพที่นายธนาธรถ่ายคู่กับนายโจชัว หว่อง กลายเป็นข่าวในเชิงสัญลักษณ์ที่แพร่หลายในสื่อของประเทศจีนและทั่วโลก รวมทั้งในโซเชียลมีเดีย ทำให้ดูเสมือนว่านักการเมืองไทยได้สมคบหรือติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ตามที่เพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัคราชฑูตจีนโพสต์ แม้นายธนาธรจะออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าได้พบนายโจซัว หว่อง เพียง 5 นาทีก็มิได้หมายความว่าจะมิได้ติดต่อกันในทางอื่นได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นความละเอียดอ่อนในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทย-จีน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ และความมั่นคงของรัฐได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงย่อมอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้อยแรง


ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้อำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวน สอบสวนพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ ในวันอังคารที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47936</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6df5ef9a4d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัด‘ฟอกเงิน’ ป.ป.ช.คุมเข้ม ขุมทรัพย์ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ป.ป.ช.จับตาเป็นพิเศษกรณี ส.ส.ยื่นบัญชีเครื่องรางของขลัง ตีมูลค่าจากอะไร เพื่อปิดช่องทางฟอกเงิน สำนักข่าวอิศราจับพิรุธ &amp;quot;ธนาธร-เมีย&amp;quot; ทำ &amp;quot;Blind Trust&amp;quot; &amp;nbsp;จริงหรือไม่ เพราะไม่ปรากฏหนังสือชี้แจงต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงการที่ ส.ส. หลายรายแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2562 โดยแสดงทรัพย์สินอื่นจำพวกเครื่องรางของขลัง หรือพระเครื่องชื่อดัง ระบุมูลค่าสูงมาก ตั้งแต่ระดับ 50-1,000 ล้านบาท จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า มูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าวตรงกับที่แจ้งไว้จริงหรือไม่ &amp;nbsp;ว่ากรณีที่ ส.ส.ยื่นบัญชีทรัพย์สินจำพวกเครื่องรางของขลังและพระเครื่องนั้น เป็นกรณีที่ ป.ป.ช.จะต้องจับตาดูเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าวว่า ตามหลักการในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงข้าราชการต่างๆ นั้น มี 2 ส่วนคือ 1.ตรวจสอบถึงความถูกต้องของทรัพย์สิน 2.ตรวจสอบความมีอยู่จริงของทรัพย์สิน โดยจะดูว่าทรัพย์สินดังกล่าวนั้นได้มาถูกต้องหรือไม่ มีอยู่จริงตามที่แจ้งหรือไม่ และถูกต้องตามเอกสารแนบที่เป็นรูปถ่ายประกอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์กล่าวว่า ส่วนมูลค่าของทรัพย์สินนั้น โดยเฉพาะทรัพย์สินจำพวกเครื่องรางของขลัง หรือพระเครื่อง ไม่มีตลาดกลางที่ระบุราคาอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง ถ้าแจ้งว่าครอบครองทองคำ ยังตรวจสอบมูลค่าได้จากตลาดกลางการซื้อขายทองคำ แต่จำพวกของขลัง ไม่มีตลาดกลางตรงนี้ ดังนั้นการตรวจสอบเบื้องต้นคือดูข้อมูลว่าเจ้าของตีมูลค่ามาจากอะไร ตีค่าจากมูลค่าทางจิตใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ตาม กรณีนี้สำนักงาน ป.ป.ช.จะต้องจับตาดูเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เครื่องรางของขลังหรือพระเครื่องชื่อดังส่วนใหญ่จะมีใบรับรองจากเซียนพระที่ได้รับความน่าเชื่อถือ ป.ป.ช.จะเข้าไปตรวจสอบส่วนนี้หรือไม่ นายวรวิทย์กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องยอมรับว่าเป็นมิติใหม่ของการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ดังนั้นต่อจากนี้ไปกลุ่มคนที่แจ้งมูลค่าสิ่งเหล่านี้ ป.ป.ช.จะจับตาดูเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงวางกฎเกณฑ์ป้องกันให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น
ช่องทางฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ต่อจากนี้ไปหากมี ส.ส.บางรายเห็นช่องทางนี้เป็นแหล่งการฟอกเงินให้กับตัวเอง ป.ป.ช.จะมีมาตรการอย่างไร เลขาฯ ป.ป.ช.ตอบว่า อย่างที่เรียนไปแล้วว่า ส.ส. หรือข้าราชการ หรือบุคคลผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกับ ป.ป.ช. หากแจ้งข้อมูลทรัพย์สินอื่นเหล่านี้ จะถูกจับตาดูเป็นกรณีพิเศษ และในการตรวจสอบเบื้องต้นจะดำเนินการดูเรื่องความมีอยู่จริง และความถูกต้องของทรัพย์สินอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีต้องเข้าไปตรวจสอบเชิงลึกเลยหรือไม่นั้น นายวรวิทย์กล่าวว่า ต้องขอตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อน ยังไม่ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรารายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2562 แจ้งทรัพย์สินร่วมกับคู่สมรส (นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ) รวมกันกว่า 5.6 พันล้านบาท โดยแสดงรายการเงินให้กู้ยืมแก่พรรคอนาคตใหม่ 2 ครั้ง รวมมูลค่า 191.2 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่น่าสนใจในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายธนาธรครั้งนี้ นอกเหนือจากเงินให้กู้ยืมแก่พรรคอนาคตใหม่กว่า 191.2 ล้านบาท ที่ถูกร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีข่าวว่าในสัปดาห์หน้า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. จะนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.พิจารณาแล้วนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีประเด็นการโอนทรัพย์สินให้นิติบุคคลบริหารจัดการ หรือ &amp;lsquo;Trust&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;Blind Trust&amp;rsquo; ที่นายธนาธร เคยให้สัมภาษณ์พร้อมกับจัดงานแถลงข่าวที่พรรคอนาคตใหม่เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2562 โชว์บันทึกตกลงร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด โดยจะนำหุ้นในบริษัทมหาชน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โอนให้นิติบุคคลเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเหลือบ้านที่ผมอยู่ตอนนี้ รถ และต่างหูของภรรยาเอาไว้บ้าง และผมจะเจอทรัพย์สินของผมอีกที ก็ต่อเมื่อผมเลิกทำงานการเมือง&amp;rdquo; คือคำกล่าวของนายธนาธรในวันนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี สำนักข่าวอิศรา w ww.isranews.orgตรวจสอบพบว่าข้อมูลเงินลงทุนของนายธนาธร แจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า มูลค่า 3,014,693,457 บาท ส่วนนางรวิพรรณ แจ้งว่ามีมูลค่า 192,855,208 บาท รวมทั้งคู่มีรายการเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,207,548,665 บาท หรือ &amp;lsquo;เกินครึ่ง&amp;rsquo; ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของนายธนาธรและนางรวิพรรณ (5.6 พันล้านบาทเศษ)
รายละเอียดเงินลงทุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดตามกฎหมายใหม่ของ ป.ป.ช. ที่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าว รวมถึงประชาชนทั่วไปถ่ายภาพรายละเอียดในเอกสารแนบประกอบบัญชีทรัพย์สิน สำนักข่าวอิศราจึงนำรายละเอียดเงินลงทุนที่สำคัญของนายธนาธรและนางรวิพรรณมานำเสนอ แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินลงทุนในกองทุนอย่างน้อย 3 แห่ง รวมมูลค่า 306,961,493 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กองทุน K-SF ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค.2558 จำนวน 178,630,831 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กองทุน K-PLAN 1 ได้มาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2558 จำนวน 126,756,433 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กองทุนรวมในบัญชี Sumitomo Mitsui Bangking Corporation 1,574,229 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินลงทุนที่ให้นิติบุคคลดูแล (Trust) อย่างน้อย 5 แห่ง 6 รายการ รวมมูลค่า 207,876,117 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 153,344,761 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กองทุนรวมและหุ้นกู้ภายใต้การดูแลของบริษัท ภัทร จำกัด (มหาชน) จำนวน 24,414,748 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.หน่วยลงทุนที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 3,045 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของบริษัท เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 1,586,567 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.บัญชีแคลบาลานซ์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด 115,298 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ บล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) 21,229,948 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.หุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ภายใต้การดูแลของ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด 6,911,750 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอร์ตหุ้นอย่างน้อย 5 แห่ง รวม 39,444,235 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.หุ้นบริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 72,000 หุ้น มูลค่า 2,339,806 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.หุ้นบริษัท เอช เอส เอช จำกัด 1 หุ้น มูลค่า 2,191 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.หุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด 263,200 หุ้น มูลค่า 12,972,238 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หุ้นบริษัท The One OC Corporation (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 70% มูลค่า 20 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.หุ้นบริษัท TS Rubber Service (จดทะเบียนที่ประเทศลาว) จำนวน 1% มูลค่า 70,000 บาท (ของนายธนาธร) และหุ้นบริษัท TS Rubber Service 58% มูลค่า 4,060,000 บาท (ของนางรวิพรรณ)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากนับเฉพาะในส่วนทรัพย์สินและหุ้นที่ให้กองทุน-นิติบุคคลดูแล (Trust) รายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด ทำหนังสือรับรองแก่นายธนาธร เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัท มีมูลค่ารวมกัน ณ วันที่ 24 พ.ค. 2562 รวม 21 รายการ จำนวนเงิน 153,344,761 บาท โดยหุ้นที่มูลค่าเยอะที่สุดคือ SCC-R 140,100 หุ้น ราคาตลาด 464 บาท มูลค่า 65,006,400 บาท เป็นต้น
ทำ &amp;lsquo;Blind Trust&amp;rsquo; จริงหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ จีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ดูแลด้านหลักทรัพย์ มียอดหุ้นคงเหลือ 2 รายการ 6,911,750 บาท เป็นหุ้นบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 225,500 หุ้น ราคาตลาด 26.5 บาท มูลค่ารวม 5,975,750 บาท และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) 200,000 หุ้น ราคาตลาด 4.68 บาท มูลค่า 936,000 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด (มหาชน) ที่นายธนาธรเคยโชว์หนังสือบันทึกตกลงการทำ &amp;#39;Blind Trust&amp;#39; นั้น พบเพียงว่าบริษัทภัทรฯ ทำหนังสือรับรองให้นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อแนบเป็นเอกสารประกอบแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2562 เลขที่หนังสือ OPS 3757/2019 ระบุว่า ข้อมูลหลักทรัพย์ที่อยู่ในการจัดการของกองทุนภัทร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 24,414,748 บาท แบ่งเป็น Asset Class : Fixed Income Security : TUC23DA Value : 20,313,309.60 และ Asset Class : Alternative Security : TFFIF Value : 4,001,550
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระฯ ทำหนังสือรับรองคำขอของนางรวิพรรณ เพื่อยืนยันหลักทรัพย์ที่เหลืออยู่กับบริษัท ยื่นประกอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแก่ ป.ป.ช. โดยระบุว่า นางรวิพรรณเป็นลูกค้าหลักทรัพย์ เปิดบัญชีกับทางบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.2554 มีมูลค่าทรัพย์สินคงเหลือในบัญชี ณ วันที่ 25 พ.ค.2562 เป็นมูลค่าหลักทรัพย์ 20,681,057.51 บาท มูลค่าเงินสด 548,890.77 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในแฟ้มเอกสารการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ครั้งนี้ ไม่ปรากฏหนังสือของนายธนาธร ที่ต้องชี้แจงต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. หากกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากการเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และต้องโอนหุ้นส่วนหรือหุ้นดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลภายใน 30 วัน นับตั้งแต่แจ้งให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช.ทราบ ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 แต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือข้อมูลพอร์ตหุ้น-เงินลงทุนในกองทุนสำคัญๆ ของนายธนาธรที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ส่วนนายธนาธรได้ตัดสินใจทำ &amp;lsquo;Blind Trust&amp;rsquo; จริงหรือไม่ คงต้องรอคำชี้แจงจากเจ้าตัวต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้สึกกังวลกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เอาผิดกรณีที่ตนเองปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคอนาคตใหม่ พร้อมยืนยันว่า เงินกู้ไม่ใช่รายได้ เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหา และตนเองได้ชี้แจงข้อมูลกับ กกต.ไปทั้งหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คดีเงินกู้ยืมของพรรคอนาคตใหม่ ที่แสดงเป็นหลักฐานยื่นต่อป.ป.ช.โดยหัวหน้าพรรค ในอนาคต ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเช่นไร ขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาล เพราะขณะนี้มีบางฝ่ายพยายามสร้างกระแส ลดความน่าเชื่อถือของศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ยื่นบัญชีเครื่องรางของขลัง, สกัดฟอกเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190921/image_big_5d863737c0a87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
