<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.เดชา&#039; หมอพื้นบ้านเปิดใจแจกน้ำมันกัญชาช่วยผู้ป่วย เป็นเรื่องศีลธรรมที่ต้องทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.62 - เพจ BIOTHAI มูลนิธิชีววิถี โพสต์ข้อความคำแถลงอย่างเป็นทางการของอาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ หลังกลับจากการเดินทางไปต่างประเทศ กรณีการจับกุมการมีกัญชาทางการแพทย์ในครอบครอง&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ผมขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มาต้อนรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยซึ่งแม้ป่วยไข้แต่ก็ยังเดินทางมาเพื่อเป็นประจักษ์พยานว่า การเข้าถึงยาจากกัญชาเป็นเรื่องสำคัญเพียงใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเสียใจที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาก่อนหน้านี้ได้ ด้วยภารกิจที่องค์กรในประเทศลาวได้เชิญไปศึกษา เรียนรู้ แลกเปลี่ยนกับหมอสมุนไพรพื้นบ้านของลาว จึงไม่สามารถยื่นขอประกันตัว และเดินทางไปรับตัวคุณพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญออกจากที่คุมขังด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวว่า ขอยืนยันว่าการแจกจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อรักษาผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็ง พาร์กินสัน โรคข้อ ลมชัก และอื่นๆนั้นเป็นเรื่องศีลธรรมที่ต้องทำ เรื่องนี้อยู่เหนือกฎระเบียบล้าหลังใดๆ เพราะสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับยาและการรักษาเป็นสิทธิพื้นฐาน และศีลธรรมพื้นฐานของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับปรับปรุงแก้ไข มีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2562 เป็นต้นมา และเปิดโอกาสให้ &amp;ldquo;หมอพื้นบ้าน&amp;rdquo; สามารถยื่นขอนิรโทษกรรมการมีกัญชาเพื่อครอบครองทางการแพทย์ได้นั้น ก่อนการเดินทางไปประเทศลาวผมได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรม แต่กลับมาถูกจับกุมเสียก่อนทั้งๆที่ยังอยู่ในระยะเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวอีกว่า ตนเพิ่งทราบด้วยว่า หลังจากที่ตัวแทนของผมได้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอนิรโทษกรรมเมื่อวานนี้ แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่าการยื่นขอนิรโทษกรรมต้องมีหลักฐานว่าได้ครอบครองกัญชา ซึ่งตำรวจได้ริบไปหมดแล้ว อีกทั้งอ้างว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าผมเป็นหมอพื้นบ้าน ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งๆที่มีหนังสือรับรองจากมูลนิธิสุขภาพไทยที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายหมอพื้นบ้านทั่วประเทศ ได้แสดงหลักฐานยืนยันก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันว่านอกเหนือจากการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนที่ไม่ใช้สารเคมีใดๆและเป็นครูสอนการปรับปรุงพันธุ์ข้าวแล้ว ผมยังทำหน้าที่เป็นหมอพื้นบ้านในการแนะนำการใช้สมุนไพร การปลูกพืชที่มีคุณค่าทางอาหารและยา มานานกว่า 20 ปี ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ในหนังสือ เทคโนโลยีชาวบ้าน หมอชาวบ้าน เป็นต้น เป็นประจักษ์พยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวเฉพาะในช่วงกว่า 10 ปีมานี้ผมได้สนใจค้นคว้าทดลองยาจากกัญชามาโดยต่อเนื่อง ทั้งจากตำราต่างประเทศ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการทดลองใช้ด้วยตนเองและคนใกล้ชิด เมื่อเห็นว่าสามารถโรครักษาผู้คนได้จึงเริ่มแจกจ่ายยาจากกัญชาเพื่อหวังให้ผู้ป่วยเหล่านั้นพ้นทุกข์จากความป่วยไข้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานมูลนิธิขวัญข้าว กล่าวว่า&amp;nbsp;ยืนยันว่าหมอพื้นบ้านทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอนุญาตให้มีการปรุงยาจากกัญชาเพื่อการรักษาผู้คน โดยในส่วนของผมเองนั้น ได้หารือในเบื้องต้นกับ ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ซึ่งจะหาโอกาสแถลงข่าวร่วมกันอีกครั้งหนึ่งหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน ผมและทีมทนายความจะเดินทางไปแสดงตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถนนดินแดง ในเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อกำหนดนัดหมายวันเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสุดท้ายนี้&amp;nbsp;ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงต่อประชาชนเป็นจำนวนมากที่ได้บริจาคเงินผ่าน มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และมูลนิธิชีววิถี(BIOTHAI) ที่ได้ร่วมรณรงค์ #SaveDecha #SaveSong #RightToMedicne เพื่อเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงยากัญชาของประชาชน ซึ่งทราบว่าล่าสุดเกิน 1 ล้านบาทแล้ว สำหรับการขอประกันตัวคุณพรชัย ชูเลิศ และสำหรับการต่อสู้คดีของทั้งผมและคุณพรชัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณคุณอนุทิน ชาญวีรกูล และผู้ที่ได้ประกาศสนับสนุนการต่อสู้คดี เช่น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ประกาศใช้ตำแหน่งของตนเพื่อประกันตัวผม รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีบางท่านที่ไม่ประสงค์จะออกนามเตรียมใช้หลักทรัพย์ เพื่อใช้ในการประกันตัว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพุธที่ 10 เมษายน 2562
ท่าอากาศยานดอนเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33365</URL_LINK>
                <HASHTAG>#SaveDecha, กฎหมายกัญชา, กัญชารักษามะเร็ง, ครอบครองกัญชา, นายเดชา ศิริภัทร, มูลนิธิขวัญข้าว, สมุนไพรกัญชา, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadaa1d7d6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักกฎหมายชี้จับกัญชา ผิดหลักการนิรโทษกรรม 90 วันถึง 20 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.62 - นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Komsarn Pokong เกี่ยวกับข้อสงสัยทางกฎหมายกรณีการครอบครองกัญชาของมูลนิธิข้าวขวัญ โดยมีเนื้อหาบางตอนระบุว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้มีผลใช้บังคับโดยในบทบัญญัติมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดหลักการสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายไว้ในลักษณะของบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดในกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสัน กล่าวว่า บทบัญญัติในมาตรา 22 ระบุว่า ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษสำหรับการกระทำนั้น เมื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 ให้สามารถครอบครองยาเสพติดให้โทษดังกล่าวได้ต่อไปจนกว่าการพิจารณาอนุญาตจะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ในกรณีนอกจาก (1) ให้แจ้งการครอบครองต่อเลขาธิการ อย.ภายในกำหนด 90 วัน ทั้งนี้ หากเป็นผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสัน กล่าวว่า บทเฉพาะกาลดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 เฉพาะกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ไม่ต้องรับโทษ หากได้ดำเนินการตามที่กำหนดในบทบัญญัติมาตรา 22 ดังกล่าว ภายในช่วงเวลา 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ คือ ในช่วงเวลาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ -วันที่ 20 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการของบทเฉพาะกาลนี้ เป็นบทกฎหมายที่มีลักษณะพิเศษเป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นการยกเว้นการรับโทษในช่วงกฎหมายใช้บังคับ ซึ่งการมีกฎหมายใหม่จะทำให้ผู้ครอบครองกัญชาไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องได้รับผลกระทบจากการมี พรบ.ฉบับนี้ และจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ซึ่งกระทำการที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดจะได้ปฏิบัติตนให้เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใหม่ทันทีที่กฎหมายใช้บังคับ รวมทั้งจะมีผลทำให้เป็นการลดการกระทำความผิดกฎหมายและได้ผลในการสมัครใจเข้าสู่การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการลดการก่ออาชญากรรมในรูปแบบมาตรการทางกฎหมายเชิงบวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสันกล่าวว่า บทบัญญัติมาตรา 22 ดังกล่าว มีลักษณะเดียวกับการกำหนดการนิรโทษกรรมตามบทเฉพาะกาลที่พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง ซึ่งเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายแต่ละครั้ง ก็ได้มีการนิรโทษกรรมเกือบทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อเราพิจารณาเปรียบเทียบบทบัญญัติของการตราบทเฉพาะกาลเพื่อนิรโทษกรรม ให้แก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนดังกล่าวข้างต้น กับบทบัญญัติมาตรา 22 แห่งพรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7)แล้ว ก็จะพบหลักการสำคัญในการนิรโทษกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์คณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า ด้วยประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลในมูลนิธิข้าวขวัญ ว่ามีการผลิต ครอบครอง จำหน่ายจ่ายแจก กัญชา ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 ที่ได้รับการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดในช่วง 90 วัน จึงเป็นการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักการของกฎหมาย และเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของมาตรา 22 เพราะการมีบทเฉพาะกาลดังกล่าวเป็นไปด้วยเงื่อนไขที่หลายฝ่ายก็เข้าใจอยู่ว่า ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;-วันที่ 20 พฤษภาคม เป็นช่วงเวลาของการนิรโทษกรรมไม่เอาผิดกับผู้ซึ่งมีไว้ในการครอบครองกัญชาในทุกกรณี ไม่ว่าจะมีไว้ในครอบครองเพื่อผลิต การค้า การจำหน่าย จ่ายแจก หรือกิจกรรมใด ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว การศึกษาวิจัย หรือเพื่อการใดๆ ซึ่งรวมถึงการมีไว้เพื่อสันทนาการ ก็ตาม ก็ได้รับประโยชน์จากบทนิรโทษกรรมดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อหลักการของกฎหมายเป็นไปดังกล่าว การกระทำของเจ้าหน้าที่ที่เข้าดำเนินการกับมูลนิธิขวัญข้าว จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความชอบด้วยกฎหมายในสาระสำคัญของหลักนิติรัฐ คือหลักกฎหมายว่าด้วยความมาก่อนของกฎหมาย และการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่รู้ว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเกิดจากวัตถุประสงค์ใด แต่หากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับผิดทางอาญา หรือเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดๆในการมีสิทธิเหนือกัญชา เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้กระทำไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งคงต้องเตรียมตัวสำหรับการรับผลจากการกระทำเอาไว้ด้วย&amp;rdquo;นายคมสัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33302</URL_LINK>
                <HASHTAG>#SaveDecha, กฎหมายกัญชา, นายคมสัน โพธิ์คง, นายเดชา ศิริภัทร, นิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา, พรบ.ยาเสพติดให้โทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac5f2ad6020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวใจโพธิสัตว์! &#039;รมช.เกษตร&#039; ยกย่อง &#039;อ.เดชา&#039; ยอมเสี่ยงเพื่อปลดทุกข์ผู้อื่น ลั่นเอาตำแหน่ง-ชีวิตรับประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรการันตี &amp;quot;เดชา ศิริภัทร&amp;quot; เอาตำแหน่ง-ชีวิตรับประกัน ลั่นยอมติดคุกแทน ยกย่องหัวใจโพธิสัตว์ทำเพื่อผู้อื่น เห็นคนทุกข์ก็ยอมเสี่ยงช่วย แนะทุกฝ่ายร่วมหาทางออก อย่าให้กฎหมายเป็นอุปสรรค ต้องทำให้สังคมอยู่ร่วมกันสงบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.62 - นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นและยึดต้นกัญชาและสารสกัดจากกัญชาได้ที่มูลนิธิข้าวขวัญ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีนายเดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิ และจับกุมเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯไปดำเนินคดีว่า นายเดชาเป็นคนซื่อตรงและมีชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด มีความเมตตา มีการปฏิบัติธรรมและลงมือทำด้วย แม้อายุกว่า 70 ปีแล้วยังคอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทางผู้ปฏิบัติเรียกว่าเป็นผู้มีหัวใจโพธิสัตว์คือ เห็นใครเดือดร้อนก็อยากจะช่วยเหลือ แม้รู้ว่าช่วยเหลือแล้วเสี่ยงเพราะกฎหมายไม่ค่อยเอื้อ แต่เมื่อเห็นคนทุกข์ ก็ยอมเสี่ยงเองเพื่อทำยาแจกคนยากคนจนและคนทุกข์เข็ญเพราะยากที่จะไปซื้อยามารักษาโรคร้าย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายทุกรัฐบาล นักวิชาการ นักการเมือง ผู้มีความรู้จัดตั้งคณะกรรมการหรือทีมงานสนับสนุนช่วยเหลือนายเดชาให้ได้ผลิตยาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และไม่ให้กฎหมายเป็นอุปสรรค เพราะกฎหมายมีไว้เป็นเครื่องมือให้คนทำดีเพื่อสังคมอยู่กันอย่างสงบร่มเย็น กฎหมายไม่ได้มีไว้บังคับคนดีไม่ให้ทำความดี หวังว่าประเทศเราจะมีคนดีร่วมมือกัน ทำให้กฎหมายเอื้องานของนายเดชา หรือทำให้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจทุน อำนาจความรู้ไปสนับสนุนงานของนายเดชาให้ช่วยเหลือคนได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมรับรองและรับประกันอาจารย์เดชาอยู่แล้ว นี่ก็รับรองไปที่รัฐมนตรีทุกคนในคณะรัฐมนตรี แจ้งผ่านไลน์ ถ้าให้ไปเซ็นรับรองนี่เอาตำแหน่งไปแลกเลย ประกันเลย ถ้าอาจารย์เดชาผิดเอาตำแหน่งไปเลย อย่าว่าแต่ตำแหน่งทรัพย์สินเงินทอง แม้แต่ชีวิต ถ้าเซฟอาจารย์เดชาไว้ให้ช่วยเหลือคนจำนวนมาก เอาชีวิตเราไปแลก ติดคุกแทนยังทำได้เลย เราไม่มั่นใจว่าจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ดีเท่าอาจารย์เดชาหรือเปล่า ควรให้คนที่มีความรู้ที่สุด เสียสละที่สุดอยู่ทำงานต่อไป&amp;nbsp;เห็นอยู่ว่าคนอย่างอาจารย์เดชาเสียสละมานาน เพราะฉะนั้นผมยินดีเอาตำแหน่งเป็นประกัน เอาชีวิตเป็นประกันเลยด้วยซ้ำไป&amp;rdquo;นายวิวัฒน์ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายวิวัฒน์กล่าวว่า จริงๆกัญชาเป็นสมุนไพรที่ควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง รัฐควรมีมาตรการบางอย่าง แต่ไม่ใช่เหมาห้ามไปทั้งหมด และไม่ใช่ห้ามคนที่สกัดปรุงยาช่วยเหลือคนอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าราชการส่วนใหญ่ก็คงไม่อยากไปจับหรอก เขารู้อยู่เต็มอกว่านี่เป็นประโยชน์ส่วนรวม เป็นประโยชน์ต่อคนยากคนจน คงมีแต่ข้าราชการนิดเดียว ซึ่งผมเชื่อลึกๆว่ามีความผูกพันอยู่กับบริษัทเอกชน อย่างบริษัทยานี่ถ้าชาวบ้านรวมตัวกันผลิตยาได้เองทั้งประเทศ รวมทั้งเพื่อนบ้านละแวกนี้ด้วย บริษัทยาจะอยู่ยาก เขาก็ต้องเคลื่อนไหวต่อสู้ วิธีการง่ายๆ คือเอากฎหมายไปบังคับ ง่ายที่สุดคือไปจับมือกับข้าราชการเอากฎหมายมาจับ&amp;rdquo;นายวิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มองประเด็นการรักษาโรคด้วยกัญชาซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับคนยากคนจนอย่างไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่า ระบบบริการทางการแพทย์และระบบการพัฒนาต่างๆที่รัฐทั่วโลกกระทำอยู่ตอบสนองช้า ดังนั้นชาวบ้านจึงต้องลุกขึ้นพึ่งตนเอง จึงต้องเร่งปฎิรูปและปรับปรุงกันครั้งใหญ่ การปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการทำให้คนทั้งประเทศลุกขึ้นรักกันสามัคคีกัน โดยช่วยกันสร้างปัจจัยที่จำเป็น อย่าทิ้งให้ใครอดอยาก อย่าทิ้งให้ใครทุกข์เข็ญอยู่ข้างหลัง ซึ่งตนถือว่านายเดชาเสียสละทำให้คนทั้งประเทศได้เห็น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงขอทานเลย เพราะทุกคนมีสิทธิเจ็บป่วยเหมือนกันหมด ซึ่งได้เวลาแล้วที่ประชาชนจะรวมตัวกันพึ่งตนเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายกัญชา, นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร, นายเดชา ศิริภัทร, มูลนิธิขวัญข้าว, สารสกัดกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a74032ef16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกรรมการ4ชุด &quot;วิจัยกัญชา&quot;ต้นน้ำ-ปลายน้ำ&quot;เพื่อประโยชน์การแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชุมคณะกรรมการการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ตั้ง 4 ชุด &amp;nbsp;ศึกษาวิจัยว่ารักษาโรคชนิดใดได้ ทั้งมะเร็ง อัลไซเมอร์ ออทิสติก &amp;nbsp;ลมชัก &amp;nbsp;และจะพัฒนาครบวงจรตั้งแต่สายพันธุ์ การปลูก การสกัด ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;พร้อมอนุญาตม.รังสิต วิจัยในสัตว์ แต่ยังไม่ถึงขั้นทดลองในคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ โดย นพ. โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;ในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ &amp;nbsp;อย่างครบวงจร ตั้งแต่ 1. การพัฒนาสายพันธ์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่เคยพัฒนาของกัญชงมาเป็นคณะกรรมการ 2. การสกัด โดยอภ. สวทช กรมวิทยาศาตสตร์การแพทย์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล และเภสัชศาตร์มหาวิทยาลัยรังสิต &amp;nbsp;และ 3. การนำมาใช้ประโยชน์ทั้งทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ซึ่งจะร่วมกันระหว่างกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย นอกจากนี้ก็จะ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองมาช่วยด้วย &amp;nbsp;4. อย.จะทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการ &amp;nbsp;รวมทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)มาช่วยวางระบบเพื่อบูรณาการ และ 5. อย. จะเป็นผู้ดูแลเรื่องผลิตภัณฑ์ ว่าจะออกมารูปแบบใดและจะอนุญาตให้ใช้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. โสภณ &amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาตั้งแต่การสกัดและการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ได้มอบหมายให้ผอ.อภ.เป็นประธานในคณะ 1 และ2 ในการสกัด &amp;nbsp;อธิบดีกรมการแพทย์เป็นประธานคณะที่ 3 พิจารณาเรื่องการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และเลขาอย.เป็นประธานคณะที่ 4 ในเรื่องการควบคุมแนวทางต่างๆ ร่วมกับ ป.ป.ส ซึ่งการนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทยมีโรคอะไรที่ใช้กัญชาในการรักษาได้บ้าง และควรมีสัดส่วนของสารสำคัญ THC และ CBD เท่าไร &amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะใช้กันในเรื่องของลมชัก พากินสันต์ การเจ็บปวดเรื้อรัง &amp;nbsp;ที่เกิดจากโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และอาจจะมีการวิจัยต่อในเรื่องของอัลไซเมอร์ และมะเร็งชนิดต่างๆ รวมไปถึงออทิสติกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. โสภณ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ส่วนการพิจารณาในแง่กฎหมายนั้นจะมองในประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ.2522สามารถอนุญาติปลูก การสกัดได้ &amp;nbsp;และทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ ยกเว้นการเสพหรือใช้ในคนไม่ได้ 2. ในอนาคตจะมีการปปรับปรุงกฎหมายยาเสพติด &amp;nbsp;คาดว่าจะเข้า ครม. ในสัปดาห์หน้า และมีการเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช.) และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ 180 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหากมีการพิจารณาข้อกฎหมายแล้ว ก็จะสามารถนำไปใช้ในการวิจัยในคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์นั้นก็ได้มีการพูดคุยกันว่า บางแห่ง บางจังหวัดจะขอไปปลูกเลยได้หรือไม่ โดยขณะนี้ได้มองพื้นที่ไว้ในตึกของ อภ. ที่พระราม6 &amp;nbsp;1,100 ตารางเมตร ปลูกเป็นระบบปิด คาดว่าจะใช้กัญชาแห้ง &amp;nbsp;500 กก.ต่อปี เพื่อสกัดออกมาเป็นน้ำยากัญชา ประเมินว่าผู้ป่วย1 คนต่อกัญชา 1กก. &amp;nbsp;จะดำเนินการหลังกฏหมายอนุมัติ &amp;nbsp; โดยกระบวนการทั้งหาดเบื้องต้นคาดว่าจะใช้ประมาณ 10-20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในขณะนี้ก็คุยกันในเรื่องสายพันธ์ว่าจะทำอย่างไร โดยทาง ม.รังสิตก็ได้มีการขอของกลาง โดยในช่วงแรกเราก็ต้องมองว่าของกลางทำได้หรือไม่ อาจต้องเดินสำรวจตามรรมชาติได้หรือไม่เพื่อเอาสายพันธุ์ไทย เพราะถือว่าเป็นสายพันธ์ที่ดีที่สุดในโลก หรือเอาสายพันธ์จากต่างๆประเทศ เพื่อมาพัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่ทีมวิจัยที่จะไปดำเนินการ โดยจะมีการประชุมภายในกันเร็วๆนี้ ทั้งนี้หากหน่วยงานใดต้องการศึกษาวิจัยก็สามารถร้องขอมาได้ ซึ่งก็อยากทำให้เร็วที่สุดเพราะหาก ฏหมายทำได้ก็อยากนำมาใช้วิจัยในมนุษย์ได้เลย โดย ก็ต้องประมาณการว่าจะใช้ระยะเวลากี่เดือน&amp;rdquo; นพ.โสภณ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการอย. &amp;nbsp;กล่าวว่า ในการกำกับดูแลของ อย. นั้นก็ต้องกำกับดูแลตั้งแต่ต้นทางการขออนุญาตการปลูก การควบคุมการกระจายไม่ให้หลุดลอดไป และหากใช้สกัดก็ต้องนำไปใช้ประโยชน์ตามที่ร้องของจริงๆ ไม่ใช่ไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด โดยในช่วงแรกยังใช้วิจัยในมนุษย์ไม่ได้ แต่สามารถวิจัยและทดลองในสัตว์ได้ &amp;nbsp;โดยในขณะนี้ได้มีการอนุญาตให้ มหาวิทยาลัยรังสิตนำไปสกัด และวิจัยในสัตว์ รวมผลิตเป็นยาออกมา แต่ยังไม่สามารถทดลองในคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.วิเชียร กีรตินิจกาล นักปรับปรุงพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ช่วงแรกอาจจะมีการนำเข้ากัญชา 20 สายพันธุ์ จากต่างประเทศ เช่น แคนาดา แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะมีการนำเข้าเท่าไร เพราะหากซื้อเมล็ดพันธ์เข้ามาจำนวนมากก็จะเป็นการสิ้นเปลือง โดยจะนำเข้ามาเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ต่างๆและปรับปรุงสายพันธ์เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศไทย เพราะการนำเข้ามาบางทีสายพันธ์มีการปรับตัวได้ไม่ดี ต้องมาทำระบบรองรับอีก อาจจะมีการปรับเป็นสายพันธ์ลูกผสมกับของไทยก็ได้ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายกัญชา, กัญชากับประโยชน์ทางการแพทย์, ตั้งกรรมการ 4ชุดวิจัยกัญชา, วิจัยกัญชา, อภ., อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af4290dc8616.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
