<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 50 ปีแห่งการรอคอย!&#039;คำนูณ&#039;เผยกฎหมายขายฝากใกล้คลอดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.62 - &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการปฏิรูปกฎหมาย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ว่ากม.ขายฝากใหม่ &amp;#39;กลับหลัก&amp;#39; กม.แพ่ง - เกือบ 50 ปีแห่งการรอคอย !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการของร่างกฎหมายขายฝากที่ดินคนจนคนด้อยโอกาสฉบับใหม่ หรือชื่ิอยาว ๆ อย่างเป็นทางการ &amp;#39;ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ....&amp;#39; มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองคนจน จึงต้องเขียนบทบัญญัติขึ้นใหม่ที่มีลักษณะเป็นข้อยกเว้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) มาตรา 491 - 502 ไว้หลายประเด็น บางประเด็นเป็นการเขียนชนิด &amp;#39;กลับหลัก&amp;#39; เลย ประกอบกับในทางปฏิบัติของการขายฝากเดิมที่ทำ ๆ กันอยู่บางประการก็ไม่ตรงกับตัวบทในปพพ.อยู่แล้ว สาเหตุก็เพราะบทบัญญัติว่าด้วยการขายฝากในปพพ.เอาเข้าจริง ๆ แล้วในโลกแห่งความเป็นจริงก็คือ &amp;#39;ธุรกรรมกู้เงินอำพราง&amp;#39; ไม่ใช่ซื้อขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจพิจารณาในชั้นกฤษฎีกาจึงต้องดูทั้งหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงไปพร้อม ๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในชั้นกรรมาธิการของสนช.ก็ยอมรับและแก้ไขให้เป็นประโยชน์ต่อคนจนผู้ขายฝากมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเขียนกฎหมายพิเศษชนิด &amp;#39;กลับหลัก&amp;#39; ปพพ.ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือมาตรา 12 และมาตรา 13 ทั้ง 2 วรรค (ตามภาพที่ 1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมาตรา 8 (ภาพที่ 2) ที่มีการปรับแก้ในชั้นกรรมาธิการของสนช. !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในมาตรา 12 ตามหลักปพพ.เมื่อการขายฝากคือการซื้อขายประเภทหนึ่ง กรรมสิทธิ์จึงโอนไปยังผู้ซื้อฝากทันทีในวันทำสัญญาขายฝาก ผู้ซื้อฝากหรือนายทุนจึงจะทำอะไรกับที่ดินนั้นได้ นำไปขายต่อก็ได้ แม้ว่าผู้ขายฝากจะยังมีสิทธิไถ่ถอนก็ตาม รวมทั้งการทำกินและการเก็บผลประโยชน์ในที่ดินที่นำมาขายฝาก ก็ต้องถือว่าเป็นสิทธิของผู้ซื้อฝากตามหลักกรรมสิทธิ์ แต่ในทางปฏิบัติแล้วผู้ซื้อฝากไม่ค่อยจะสนใจประโยชน์ส่วนนี้ เพราะรอให้ที่ดินขาดจากการไถ่ถอนดีกว่า จึงปล่อยให้ผู้ขายฝากทำกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 12 เลยเขียนใหม่กลับหลักปพพ. ให้การขายฝากเป็นเสมือนการจำนอง คือไม่ต้องส่งมอบทรัพย์ แม้กรรมสิทธิ์จะโอนไปตามกฎหมาย แต่ยังคงทำกินอยู่ได้ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ เพราะถ้าไม่ได้ ผู้ขายฝากจะหาเงินที่ไหนไปไถ่ถอนได้ แม้ราคาไถ่ถอนจะต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาดก็เถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ แล้ว &amp;#39;ค่าเช่า&amp;#39; ที่ดินล่ะ ผู้ขายฝากยังคงเก็บไว้ได้ไหม ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเก็บค่าเช่าไว้ได้ อย่างนี้จะถือว่าจนจริงหรือ ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ว่ามุ่งคุ้มครองคนจนที่ไร้ทางออกจริง ๆ จะไม่ถูกโต้แย้งหรือ ชื่อร่างก็บอกว่าเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย เมื่อให้เช่าเสียแล้วก็ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างไม่ใช่หรือ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ต้องย้อนไปดูข้อเท็จจริงส่วนใหญ่ว่าคนมีที่ดินหริอในกรณีนี้คืิอที่นาให้เช่าไม่ได้แปลว่าไม่จน หรือมีทางเลือกเหลืออยู่ หลายกรณีมีที่ดินตกทอดมาแต่มีความสามารถทำนาเองได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะแก่เฒ่า ลูกหลานก็ไม่ทำแล้ว ส่วนที่เหลือจึงให้เช่าในราคาที่ไม่ได้สูงอะไร เพราะถ้าสูงก็หาคนเช่าทำไม่ได้ ค่าเช่าที่ได้ก็แค่พอยังชีพ เมื่อต้องการใช้เงินมากกว่ายังชีพ เช่น ส่งลูกเรียน เจ็บไข้ได้ป่วยต่อเนื่อง จึงนำไปขายฝากทั้งผืนรวมส่วนที่ทำเองและให้เช่า ถ้าไม่ให้เก็บค่าเช่าเสียแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปไถ่ถอน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของมาตรา 13 วรรคแรก ที่กลับหลักปพพ.เป็นจุดที่ 2 ให้ผลประโยชน์จากการนี้ตกเป็นของผู้ขายฝาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่านั้นยังไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นกฤษฎีกาได้มีการถกประเด็นต่อเนื่องกันต่อไปว่า แล้วถ้าตอนขายฝากยังทำกินเองทั้งหมด แต่ระหว่างช่วงรอไถ่ถอน ทำเองไม่ไหว นำไปให้เช่าล่ะ เพราะปรากฎข้อเท็จจริงว่าหลายกรณีผู้ขายฝากออกจากที่ดินผืนที่ขายฝากเพื่อนำไปให้เช่า แล้วตัวเองไปอยู่ที่เล็กกว่า ก็เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นกฤษฎีกาให้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกัน แต่ถ้าไม่ได้ตกลงกัน ให้ผลประโยชน์จากการนี้ตกเป็นของผู้ซื้อฝากหรือนายทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะไม่ต้องการให้กลับหลักปพพ.มากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของมาตรา 13 วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงชั้นกรรมาธิการสนช. ได้อภิปรายกันหนักในมาตรา 13 วรรคสอง เสียงส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับร่างของกฤษฎีกาที่ไม่ต้องการให้กลับหลักปพพ.มากไป เดี๋ยวจะตอบคำถามทางวิชาการได้ลำบากและจะเป็นตัวอย่างให้เกิดร่างกฎหมายกลับหลักฉบับอื่น ๆ ต่อไป แต่เสียงอีกส่วนเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้กลับหลักมาแต่ต้นแล้ว ชื่อร่างฯก็ระบุชัดว่าคุ้มครองใคร ไฉนจะมายืนหลักในมาตรา 13 วรรคสองนี้เล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการพิจารณาพบกันครึ่งทาง เพื่อให้ประโยชน์ตกกับผู้ด้อยโอกาสเต็มเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือที่มาของการย้อนกลับไปแก้ไขมาตรา 8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามภาพที่ 2 ข้อความตัวพิมพ์ที่ขีดเส้นใต้คือข้อความปรับแก้ที่เติมเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมาธิการฯไม่ปรับแก้มาตรา 13 วรรคสอง คงยืนตามร่างฯกฤษฎีกา คือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหลังวันทำสัญญาหากไม่ได้ตกลงกันให้ตกเป็นของผู้ซื้อฝาก แต่มาปรับแก้มาตรา 8 ว่าถ้าเป็นเช่นนั้น ให้ผลประโยชน์ดังว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าไถ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกว่าแม้ไม่ปรับแก้มาตรา 13 วรรคสอง คนจนคนด้อยโอกาสผู้ขายฝากก็ได้ประโยชน์อยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือกฎหมายที่พี่น้องชาวนาชาวไร่เรียกร้องต้องการมายาวนานเกือบ 50 ปี สูญเสียชีวิตเลือดเนื้อไปมาก กำลังจะปรากฎเป็นจริงในอีกไม่นาน เอาเป็นว่าก่อนเลือกตั้งผ่านสภาสนช.วาระ 3 แน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมาธิการฯสนช.จะพิจารณาทบทวนครั้งสุดท้ายวันจันทร์ที่ 14 มกราคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวแล้ว ผมยินดีอย่างยิ่งครับที่ได้มีส่วนร่วมกับร่างกฎหมายฉบับนี้มาแต่ต้นจนจะจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่ในฐานะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนที่ได้จุดประกายเรื่องนี้มาเมื่อปีเศษ ๆ ที่ผ่านมาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในฐานะส่วนหนึ่งของสหพันธ์นักศึกษาเสรีที่ร่วมทำงานกับสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทยเมื่อเกือบ 50 ปีก่อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการกฤษฎีกาคณะพิเศษที่ตรวจแก้ร่างกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณท่านอนุวัฒน์ เมธีวุฒิกุล ประธานกรรมาธิการฯสนช.ที่ปรับแก้ร่างฯนี้ในชั้นสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณกรรมการกฤษฎีกา กรรมาธิการฯสนช. และสนช.ทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ของผมทันทีที่ได้รับทราบ และสนับสนุนต่อเนื่องอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ลืมไม่ได้ ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชาที่นำเรื่องนี้ไปพูดในรายการศาสตร์พระราชาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ที่ทำให้การทำงานสะดวกขึ้นมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26375</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายขายฝาก, คำนูณ สิทธิสมาน, ที่ดิน, ปฏิรูปกฎหมาย, โฉนดที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b476a0217254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
