<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์ใช้ กม.ข่าวปลอม สั่งเฟซบุ๊กแก้โพสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสิงคโปร์ใช้กฎหมายต่อต้านข่าวปลอมออกคำสั่งเมื่อวันศุกร์ให้เฟซบุ๊กลงคำเตือนข้อมูลเท็จประกอบข่าวของเว็บไซต์ต่อต้านรัฐบาลที่ &amp;quot;กล่าวหาอย่างหยาบคาย&amp;quot; ว่ามีการโกงเลือกตั้ง ภายหลังเจ้าของโพสต์ไม่ทำตามโดยอ้างว่าเป็นคนต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงของรัฐบาลสิงคโปร์เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน กล่าวว่า รัฐบาลได้มีคำแนะนำโซเชียลมีเดียจากสหรัฐแห่งนี้ลงคำเตือนข้อมูลผิดพลาด ประกอบเนื้อหาข่าววันที่ 23 พฤศจิกายน ที่กล่าวหาว่ามีการทุจริตเลือกตั้งในสิงคโปร์และมีการจับกุมผู้ที่เปิดโปงเรื่องราวนี้ เนื้อหานี้มาจากเว็บไซต์ข่าวต่อต้านรัฐบาล &amp;quot;สเตทส์ไทมส์รีวิว&amp;quot; ของอเล็กซ์ ตัน บล็อกเกอร์เชื้อสายสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์อ้างว่าคำกล่าวหาในโพสต์นี้เป็นเท็จและหยาบคาย หน่วยงานของรัฐบาลได้มีคำสั่งตามกฎหมายต่อต้านข่าวปลอมที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว ให้ตันแก้ไข แต่ชายคนนี้ ซึ่งไม่ได้อยู่ที่สิงคโปร์และอ้างว่าเขาเป็นพลเมืองออสเตรเลีย ปฏิเสธทำตามคำสั่งจาก &amp;quot;รัฐบาลต่างชาติ&amp;quot; และทำให้ทางการสิงคโปร์ต้องดำเนินการกับเฟซบุ๊กแทน โดยสั่งให้ลงคำเตือนตรวจแก้ข้อมูลพร้อมกับลิงค์ที่เชื่อมไปยังคำแถลงในเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นเว็บของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก ซึ่งเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายข่าวปลอมของสิงคโปร์ ยังไม่มีท่าทีใดๆ และในวันศุกร์ข่าวชิ้นนั้นยังคงปรากฏบนเฟซบุ๊กโดยไม่ได้แก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ทางการสิงคโปร์เพิ่งนำกฎหมายต่อต้านข่าวกรองมาใช้เป็นครั้งแรก โดยสั่งให้แบรด โบว์เยอร์ สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน แก้ไขข้อมูลที่โพสต์ทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงของกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐ 2 กองทุน โบว์เยอร์ซึ่งมีเชื้อชาติอังกฤษแต่เปลี่ยนสัญชาติมาเป็นสิงคโปร์ ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำกฎหมายข่าวปลอมมาบังคับใช้มากขึ้นเกิดในช่วงยามที่คาดเดากันว่าสิงคโปร์อาจจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านที่อ่อนแอจะถูกมองว่าไม่สามารถต่อกรกับพรรคกิจประชาชนซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลมายาวนานก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51420</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายข่าวปลอม, สิงคโปร์, สเตทไทมส์รีวิว, อเล็กซ์ ตัน, เฟซบุ๊ก, แก้ไขโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de11bea98f48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์เริ่มใช้กฎหมายข่าวปลอม โทษหนักจำคุก 10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กฎหมายต่อต้าน &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; ของสิงคโปร์เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันพุธ ระบุโทษหนักผู้เผยแพร่อาจติดคุกนาน 10 ปี ส่วนบริษัทเทคโนโลยีมีโทษปรับ 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ฝ่ายค้านหวั่นเป็นเครื่องมือกดขี่เสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักท่องเที่ยวพักผ่อนด้านหน้ารูปปั้นเมอร์ไลออน ที่รีสอร์ตเวิลด์เซ็นโตซา ในสิงคโปร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 2 ตุลาคม กล่าวว่า กฎหมายใหม่ฉบับนี้ให้อำนาจรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบออกคำสั่งเว็บไซต์สังคมออนไลน์ลงคำเตือนประกอบกับโพสต์ที่เจ้าหน้าที่ทางการเห็นว่าเป็นข้อมูลเท็จ และกรณีที่รุนแรงที่สุด เจ้าหน้าที่สามารถสั่งให้ลบโพสต์ได้ แต่รัฐบาลยังให้เวลาบริษัทเทคโนโลยี เช่น เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และกูเกิล ซึ่งมีสำนักงานประจำเอเชียอยู่ในสิงคโปร์ ในการปรับตัว โดยยกเว้นบทบัญญัติบางข้อให้ชั่วคราวภายหลังกฎหมายนี้ผลบังคับใช้เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายนี้ หากการกระทำใดที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าประสงค์ร้ายและทำลายผลประโยชน์ของสิงคโปร์ บริษัทที่เป็นเจ้าของช่องทางเผยแพร่นี้อาจถูกปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 22.13 ล้านบาท) ส่วนบุคคลที่กระทำผิดอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กฎหมายนี้ผ่านสภาเมื่อเดือนพฤษภาคม กลุ่มสิทธิ, บริษัทเทคโนโลยีและองค์กรสื่อ ต่างวิตกว่า กฎหมายนี้จะถูกใช้เพื่อจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่รัฐบาลสิงคโปร์ยืนกรานว่ากฎหมายข่าวปลอมมีความจำเป็นต่อการหยุดการแพร่กระจายข้อมูลผิดๆ ที่สร้างความแตกแยกในสังคมและบั่นทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์ยังวิตกด้วยว่า การตัดสินว่าเนื้อหาใดเป็น &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; นั้นอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเดียว แต่รัฐบาลอ้างว่าประชาชนสามารถต่อสู้ในชั้นศาลได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47193</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายข่าวปลอม, จำกัดเสรีภาพ, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94bd8b9ebcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์&#039; ลั่นทบทวนกฎหมายข่าวปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะทบทวนกฎหมายข่าวปลอมของมาเลเซียที่ผ่านสภาอย่างเร่งรีบก่อนการเลือกตั้ง และถูกมองว่ารัฐบาลชุดที่แล้วออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อใช้เล่นงานพวกที่วิจารณ์รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2561 ว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซีย ซึ่งเพิ่งชนะการเลือกตั้งอย่างพลิกความคาดหมายเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา แถลงทางโทรทัศน์ในวันเดียวกัน โดยกล่าวถึงกฎหมายข่าวปลอมที่ตัวเขาเองก็ถูกสอบสวนตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย ว่าเขาจะทบทวนกฎหมายฉบับนี้เพื่อจำกัดนิยามข่าวปลอมให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ประชาชนและองค์กรด้านการข่าวจะได้เข้าใจว่าอะไรคือข่าวปลอมและอะไรที่ไม่ใช่ข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเมื่อต้นเดือนเมษายน โดยกำหนดโทษความผิดฐานเจตนาเผยแพร่ข้อมูลเท็จทั้งโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี และปรับเงินก้อนโต กลุ่มสิทธิพากันประณามการออกกฎหมายฉบับนี้ว่ารัฐบาลของนายกฯ นาจิบ ราซัค ตั้งใจจะใช้เป็นเครื่องมือปราบปรามฝ่ายต่อต้านก่อนหน้าวันเลือกตั้ง โดยเฉพาะพวกที่วิจารณ์นาจิบซึ่งเผชิญข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีวัย 92 ปีซึ่งกลายเป็นผู้นำจากการเลือกตั้งที่อายุมากที่สุดในโลก ก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าปราบปรามสื่อในสมัยที่เขาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีช่วงแรกๆ แต่ในการแถลงเมื่อวันอาทิตย์ มหาเธร์รับปากว่า รัฐบาลของเขาจะไม่จำกัดเสรีภาพสื่อ ต่อให้เป็นการรายงานข่าวที่รัฐบาลรู้สึกไม่สบายใจก็ตาม แต่เขาเสริมว่ารัฐบาลจะ &amp;quot;ดำเนินการ&amp;quot; หากข่าวนั้นถูกเผยแพร่ด้วยเจตนาสร้างความโกลาหลวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ผ่านสภา กฎหมายฉบับนี้เพิ่งใช้จัดการกับผู้กระทำความผิดเพียง 1 ราย นั่นคือชายชาวเดนมาร์กที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 สัปดาห์ฐานถ่ายคลิปวิดีโอเผยแพร่ออนไลน์ วิจารณ์การทำงานของตำรวจในคดีที่อาจารย์ชาวปาเลสไตน์โดนคนร้ายยิงเสียชีวิตในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนเมษายน โดยเขากล่าวหาว่าตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุล่าช้า ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวมหาเธร์ก็เคยถูกสอบสวนตามกฎหมายเผยแพร่ข่าวปลอมระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ที่เขากล่าวอ้างว่าเครื่องบินที่เขาจะเช่าใช้นั้นอาจถูกลอบก่อวินาศกรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9109</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายข่าวปลอม, ทบทวน, นาจิบ, มหาเธร์, มาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af848154d3fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นกฎหมายข่าวปลอม ชาวเดนมาร์กนอนคุกฐานโพสต์ยูทูบด่าตำรวจมาเลย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลมาเลเซียตัดสินลงโทษจำคุกชายชาวเดนมาร์ก 1 สัปดาห์ ฐานเผยแพร่ข่าวปลอม กล่าวหาตำรวจมาเลเซียอย่างผิดๆ ว่าใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุนักทำจรวดของฮามาสโดนลอบยิงเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้โดยสารรถไฟดูป้ายโฆษณาที่ติดไว้ในสถานีกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เขียนเตือนว่า &amp;quot;แชร์เรื่องโกหก คุณก็เป็นคนโกหกด้วย&amp;quot; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของศาลมาเลเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 ทำให้ซาลาห์ ซาเลม ซาเลห์ สุไลมาน พลเมืองเดนมาร์กวัย 46 ปี เป็นบุคคลแรกที่ถูกตัดสินและลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการเผยแพร่ข่าวปลอมของมาเลเซีย ที่ผ่านสภาเมื่อต้นเดือนเมษายน และถูกกลุ่มสิทธิวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามปิดปากฝ่ายต่อต้านรัฐก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 9 พฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการมาเลเซียกล่าวหาสุไลมานว่าเผยแพร่ข่าวเท็จ จากการที่เขาโพสต์คลิปวิดีโอความยาวไม่ถึง 2 นาทีลงยูทูบ กล่าวหาตำรวจมาเลเซียว่าใช้เวลาถึง 50 นาที นับจากได้รับแจ้งเหตุ จนมาถึงที่เกิดเหตุที่ฟาดี อัลบาตช์ อาจารย์ชาวปาเลสไตน์โดนยิงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน แต่ในความเป็นจริง ตำรวจได้แสดงหลักฐานว่าพวกเขามาถึงที่เกิดเหตุภายหลังรับแจ้งราว 8 นาทีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุไลมาน ซึ่งมีเชื้อสายซีเรียและอยู่ระหว่างเยือนมาเลเซียนาน 10 วัน ยอมรับสารภาพผิด โดยอ้างว่าเขาไม่ทราบข้อกฎหมายของประเทศนี้เกี่ยวกับข่าวปลอม และเขาโพสต์วิดีโอนี้ขณะที่อารมณ์โกรธแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นด้วยว่าผมทำผิดพลาดไป ผมขอโทษอย่างจริงจังต่อทุกคนในมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงต่อตำรวจมาเลเซียเท่านั้น&amp;quot; สุไลมานซึ่งไม่มีทนายแก้ต่าง กล่าวเป็นภาษาอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายการเผยแพร่ข่าวปลอม กำหนดโทษสูงสุดจำคุก 6 ปี และปรับสูงสุด 500,000 ริงกิต&amp;nbsp; (ราว 4 ล้านบาทเศษ) แต่ศาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ตัดสินลงโทษสุไลมาน โดยให้จำคุก 1 สัปดาห์ และปรับอีก 10,000 ริงกิต (ราว 80,000 บาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุไลมานซึ่งเป็นมุสลิมและพูดภาษาอาหรับในคลิปที่ถูกนำมาเปิดในศาล กล่าวว่า เขามีภรรยา 3 คน และลูก 6 คน เขาไม่มีเงินพอจ่ายค่าปรับ ทำให้เขาต้องถูกจำคุก 1 เดือนแทนค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียเป็นประเทศแรกๆ ที่ออกกฎหมายห้ามการเผยแพร่ข่าว, สารสนเทศ, ข้อมูล และรายงาน ที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิงหรือบางส่วน โดยครอบคลุมถึงการตีพิมพ์เผยแพร่ทางดิจิทัลและโซเชียลมีเดียด้วย และยังมีผลกับการกระทำผิดภายนอกมาเลเซีย ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติ หากข้อมูลปลอมนั้นกระทบต่อประเทศมาเลเซียหรือพลเมืองมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟาดี อัลบาตช์ อาจารย์วิศวกรรมพลังงานของมหาวิทยาลัยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่ว่ากันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจรวดของกลุ่มฮามาส โดนยิงเมื่อเช้ามืดวันที่ 21 เมษายน โดยมือปืนซ้อนรถจักรยานยนต์กันมา ครอบครัวของเขากล่าวหาสายลับอิสราเอลว่าเป็นผู้ลงมือ อิสราเอลปฏิเสธและตำรวจยังจับกุมคนร้ายไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายข่าวปลอม, กุข่าว, ข่าวปลอม, จำคุก, ชาวเดนมาร์ก, ด่าตำรวจ, มาเลเซีย, ยูทูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae721df0ff82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
