<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านวังเวง! ส.ว.วันชัย แฉการเมืองในสภา 2 วันที่ผ่านมา เป็นการเมืองแบบหน้าไหว้หลังหลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64 - &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมชิกวัฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;การเมืองในสภา 2 วันที่ผ่านมา ผมถือว่าเป็นการเมืองแบบหน้าไหว้หลังหลอกหรือพวกลิงหลอกเจ้า ไม่ได้มีความจริงใจต่อการทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง คิดแต่จะเล่นการเมืองกันอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ฝ่ายค้านประกาศว่าต้องการให้กฎหมายประชามติผ่านสภา และถือว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญ เป็นกุญแจดอกแรกของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่สำคัญๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ครั้นเมื่อมีการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในสภา ฝ่ายค้านกลับไม่จริงจัง เข้าร่วมประชุมกันน้อยมากจนถึงขั้นองค์ประชุมล่ม จะโทษฝ่ายรัฐบาลหรือส.ว.ก็คงจะไม่ได้ โดยเฉพาะส.ว.เข้าร่วมประชุมกันหนาแน่นมากถึง 230 คนทั้งสองวัน มีความมุ่งมั่นที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาไปได้ด้วยความเรียบร้อย มีการเตรียมการจัดการเรื่ององค์ประชุมให้เป็นหลัก แม้จะมีภารกิจอะไรก็ให้ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เสียงส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะหายไปบ้างเพราะโควิด แต่รวมๆกันแล้วก็อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 300 เสียง ถ้าฝ่ายค้านทุกพรรคมุ่งมั่นทุ่มเทจริงจัง ระดมคนเข้าร่วมประชุมประมาณสัก 200 เสียง ทุกอย่างก็จะทำให้กฎหมายผ่านไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ควรจะโทษกันไปโทษกันมา ก็ในเมื่อกฎหมายฉบับนี้เป็นที่ต้องการของทุกพรรคการเมือง รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านด้วยมิใช่หรือ แล้วทำไมไม่เข้าร่วมประชุม หายหัวไปอยู่ที่ไหนกัน แล้วก็มาชี้หน้าด่าว่ากันไปกันมา เล่นการเมืองเหมือนลิงหลอกเจ้า ควรจะแยกแยะประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนมากกว่าที่จะมัวเล่นการเมืองกันไปวันๆ ผมว่าฝ่ายค้านทำงานไม่แข็งขัน ไม่ทุ่มเทต่อประเด็นสำคัญๆ สักแต่ว่าให้ผ่านๆไปในแต่ละวันแต่ละเรื่อง สังเกตดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ดี การแก้รัฐธรรมนูญก็ดี มีคนที่ตั้งใจเข้าร่วมประชุมน้อยมาก แม้จะอ้างว่าอยู่ข้างนอกพร้อมมาโหวต แต่ดูบรรยากาศแล้วมันโหรงเหรง เงียบเหงา ก็นี่แหละ...จึงทำให้ฝ่ายค้านวังเวงมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถือว่ากฎหมายประชามติที่ล่าช้ามาทุกวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายใดที่ดึงเกมแต่อย่างใดทั้งสิ้น เป็นเพราะฝ่ายค้านต่างหากเล่าที่ไม่เข้าประชุม ไม่มุ่งมั่นที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาโดยเร็ว สักแต่ว่าพูดจาดูดีเท่านั้น แต่การกระทำมันย้อนแย้งสวนทางกัน ต่อแต่นี้ฝ่ายค้านควรจะปรับท่าทีการทำงานกันเสียบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98965</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, การเมือง, วันชัย สอนศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058418753246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 07:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สมชาย&#039;เปิดข้อมูลสส.สว.ที่ร่วมประชุมร่างพรบ.ประชามติโต้ใครกันแน่ที่ทำสภาล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 -นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติ ไม่ครบองค์ประชุมกระทั่งนายชวน หลีกภัย ประธานที่ประชุมต้องเลื่อนไปพิจารณาในสมัยการประชุมหน้า มีรายละเอียดดังนี้
ฝากตัวอย่างมาตราที่เริ่มมีปัญหาองค์ประชุมครับ. ใครกันแน่ที่ทำสภาล่ม?
หาใช่ตามที่คนรุ่นใหม่ไร้สมองถุยแถลงมั้ย
https://www.matichon.co.th/politics/news_2664867
@ข้อมูลการร่วมประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาพรบประชามติ 7 เมย64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)สมาชิกลงชื่อเข้าร่วมประชุม 609 คน จาก 738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 238 คนจาก 250 คนคิดเป็นร้อยละ 95.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 371 คนจาก 488 คนคิดเป็นร้อยละ 76.02&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)มาตรา11 สมาชิกลงคะแนน 504 คน จาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 219 คน จาก250คน คิดเป็นร้อยละ 87.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 285คน จาก 488 คน คิดเป็นร้อยละ 58.4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)มาตรา12 สมาชิกลงคะแนน 479 คนจาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 214 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 85.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 265 คน จาก488 คน คิดเป็นร้อยละ 54.3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)มาตรา15 สมาชิกลงคะแนน 446 คนจาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 208 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 83.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 238 คน จาก488 คน คิดเป็นร้อยละ 48.77&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)มาตรา16/1 สมาชิกลงคะแนน 434 จาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 206 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 82.4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 228 คน จาก 488 คน คิดเป็นร้อยละ 46.72&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6)มาตรา42/1 สมาชิกลงคะแนน 371 จาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 183 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 73.2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 188 คน จาก488 คน คิดเป็นร้อยละ 38.52&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7)มาตรา42/2 สมาชิกลงคะแนน 387คนจาก738 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สว 184 คน จาก250 คน คิดเป็นร้อยละ 73.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; สส 203 คน จาก488คน คิดเป็นร้อยละ 41.59
ส่วนวันที่8เมย รอสักครู่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูตามตัวเลขที่ผมส่งมามีสสมาประชุม281 คน ไม่รวมพรรคเล็กๆอีก
สว อยู่ช่วยโหวตตลอดทั้งวันตั้งแต่180-230 เสียง
นับมาตราท้ายๆ มีเสียงแค่277-280 ในนี้มีสว อยู่180
แสดงว่า สส หายไปไหนตั้งเป็นร้อยๆคน
แต่บางคนยังมาโม้โอ้อวดว่า พร้อมเต็มที่ในสภา5555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, ที่ประชุมรัฐสภา, นายสมชาย แสวงการ, สภาล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210220/image_big_60307f26d34e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่างพรบ.ประชามติ ค้างเติ่ง! เจอพิษโควิดต้องปิดประชุม เลื่อนถก พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แต่เมื่อเริ่มเปิดประชุมมีสมาชิกรัฐสภามาประชุมบางตา ไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากมีส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนโควิดตามโรงพยาบาลต่างๆที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประสานงานให้ส.ว.ไปฉีดวัคซีน ทำให้ต้องรอสมาชิกมาครบองค์ประชุมเกือบ 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น. มีสมาชิกครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงดำเนินการประชุมตามวาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพรเพชร แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.ส.กลุ่มอดีตแกนนำ&amp;nbsp;กปปส.ไว้พิจารณา ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ดังนั้นจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่มีอยู่ขณะนี้จึงเหลือ&amp;nbsp;731&amp;nbsp;คน มีองค์ประชุม&amp;nbsp;366 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ วาระที่สอง มาตรา&amp;nbsp;42/3&amp;nbsp;ถึงมาตรา&amp;nbsp;42/6&amp;nbsp;เรื่องการลงคะแนนออกเสียงโดยเครื่องออกเสียงอิเลคทรอนิกส์หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่กมธ.เพิ่มเติมให้ลงคะแนนออกเสียงประชามติด้วยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเลคทรอนิกส์ นอกเหนือจากช่องทางลงคะแนนในบัตรลงคะแนนปกติและลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีใครคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรา&amp;nbsp;42/6&amp;nbsp;กรณีให้อำนาจคณะกรรมการสามารถเห็นสมควรให้ลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีอื่นได้นอกจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ และการลงคะแนนด้วยวิธีอิเลคทรอนิกส์ ปรากฏว่า มีส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายทักท้วงอย่างมาก เนื่องจากกมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่า วิธีการอื่นคืออะไร เกรงว่าจะเป็นการตีเช็กเปล่าให้กกต. ไปกำหนดวิธีลงคะแนนด้วยวิธีใดๆก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มาตรา42/6&amp;nbsp;เป็นการเขียนเผื่อไว้ในอนาคต กมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่า วิธีการอื่นที่นอกเหนือจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนทางไปรษณีย์ และการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร เขียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีใดในการออกเสียง คิดแบบไกลเกินไป อะไรที่ฟุ่มเฟือยจะเขียนไปทำไม อย่างไรก็ตามหลังจากที่สมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้วที่ประชุมลงมติเห็นชอบ มาตรา42/3-42/6&amp;nbsp;ตามที่กมธ.เสนอมาทุกมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การลงมติในแต่ละมาตรา แม้องค์ประชุมครบก็ตาม แต่ก็มีความกระท่อนกระแท่นโดยองค์ประชุมเลยมาไม่เกิน 15 เสียง จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 50/1&amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประชุมขณะนั้นว่า หากองค์ประชุมไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างพ.ร.บ.ประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ชี้แจงว่า การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ รัฐสภาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งแล้ว และคงจะไม่มีครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แน่นอน เราทำเรื่องขอกราบบังคมทูลเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เราก็ต้องทำหน้าที่ หากไม่ทำเราจะอธิบายไม่ได้เลย แต่เรื่ององค์ประชุมมีปัญหาเราก็ต้องขอร้องกัน วันนี้การพิจารณาดำเนินมาเกินขึ้นทางแล้ว ขอให้สมาชิกรัฐสภาอดทนกันอีกไม่นาน อย่างไรก็ตาม ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ กฎหมายฉบับนี้ก็ต้องค้างการพิจารณา แล้วพิจารณากันใหม่ในเดือนพ.ค. ซึ่งก็ต้องดูกันว่ามีความพร้อมหรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมก็ได้ดำเนินการพิจารณาต่อ จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 53 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ได้ขอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่นายชวนได้ขอร้องให้ดำเนินการประชุมต่อไป เพราะองค์ประชุมยังครบอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.40 น. นายชวนขออนุญาตพักประชุม 10 นาที เพื่อขอพบวิป 3 ฝ่าย และได้เปิดประชุมอีกครั้งในเวลา 15.05 น.&amp;nbsp;โดยนายชวนให้สมาชิกรัฐสภาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติ หมวด 8 การคัดค้านการออกเสียง และได้ทอดเวลาอยู่ระยะหนึ่ง เพื่อรอให้สมาชิกรัฐสภาได้เสียบบัตรแสดงตน ระหว่างนั้นนายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่ทราบสมาชิกกลัวอะไรกับพ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้นขอให้ทุกคนเข้ามาร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องกลัว แต่ด้วยเหตุที่เราทราบว่าอะไรเกิดขึ้น&amp;nbsp;และการเปิดสมัยวิสามัญเป็นเรื่องที่ต้องทำเรื่องทูลเกล้าฯ เพื่อกราบบังคมทูล เราได้เปิดวิสามัญกับเรื่องนี้สองครั้งแล้ว เรามาลงเอยอย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา ตนให้โอกาสสมาชิกได้แสดงตนเพื่อให้ท่านได้มีชื่ออยู่ในห้องประชุมในวาระของการประชุมในวันนี้&amp;nbsp;ขออนุญาตที่ประชุมขอเลื่อนการประชุมเรื่องนี้ไปประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้องค์ประชุมมีความสมบูรณ์ แม้จะยังไม่นับองค์ประชุม แต่ก็เห็นว่าควรจะเลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และปิดประชุมในเวลา 15.19 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98799</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, พรบ.ประชามติ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d215282198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.วุฒิสภา คาด &#039;พรบ.ประชามติ&#039; จบวาระ 3 วันนี้ กำชับสมาชิกไปพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 - ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในวันนี้ว่า จะพยายามให้เสร็จสิ้นวาระที่สาม เนื่องจากค้างมาตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนการพิจารณาร่างกฎหมายอื่น ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าจะสามารถพิจารณาเสร็จสิ้นวันนี้หมดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร ยังกล่าวถึงการระบาดของโควิด-19 ว่า ได้แจ้งไปยังส.ว.แล้ว ว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี อย่าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือถ้าเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงมา ก็ขอให้รับผิดชอบตัวเองด้วยการกักตัว หากไม่ได้ไปไหนก็ขอให้อยู่บ้านจะดีที่สุด อย่างไรก็ตาม สมาชิกหลายคนก็มีความตื่นตัว บางคนก็นัดฉีดวัคซีนแล้ว ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ต่างมีภารกิจหน้าที่ต้องทำประจำ ซึ่งทุกภารกิจมีความเสี่ยง และหลังจากนี้อาจจะมีการหารือกับกิจการสภา เพื่อขอลดการประชุมลงเหลือเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98744</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, พรเพชร วิชิตชลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e82a4b2873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ5หมื่นชื่อเสนอครม.ทำประชามติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถก &amp;quot;กฎหมายประชามติ&amp;quot; หวิดไม่รอดหลังผวาโควิด&amp;nbsp; แต่ &amp;quot;ประธานชวน&amp;quot; สั่งเดินหน้า ที่ประชุมไม่พลาดเคาะตาม กมธ.แก้ไข ทั้งเรื่อง 5 หมื่นชื่อเสนอโหวต คงอำนาจ ครม.ตัดสินใจ ห้าม &amp;ldquo;พระ-เณร&amp;rdquo; ใช้สิทธิ์ อ้างยึดโยงรัฐธรรมนูญ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; รวบรวม 110 รายชื่อชงแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตราแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน มีระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) โดยมีวาระที่สำคัญคือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อถึงเวลา 09.30 น. ตามเวลานัดหมาย พบว่าที่ประชุมไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นกล่าวตำหนิสมาชิกรัฐสภาที่ไม่มาประชุม พร้อมเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สอบสวนสมาชิกที่ไม่มาร่วมประชุม ขณะที่นายชวนประกาศให้สมาชิกทยอยมาลงชื่อจนครบองค์ประชุม ซึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ส.ส.พรรคการเมืองต่างๆ ลุกขึ้นหารือว่าควรเลื่อนการประชุมออกไปหรือไม่ จากความสุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก โดยเฉพาะ ส.ส.ซีกรัฐบาล ในขณะที่ซีก ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงระบุให้เดินหน้าต่อไป ซึ่งสุดท้ายนายชวนก็ระบุว่า เมื่อองค์ประชุมครบแล้วประธานก็ต้องทำหน้าที่ ไม่สามารถเลื่อนการประชุมได้ ซึ่งหากจะขอเลื่อนการประชุม ต้องไปหารือทั้งหมดเพื่อให้เป็นมติเอกฉันท์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.15 น. ที่ประชุมเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รายงานภาพรวมการนำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับไปปรับปรุง จากนั้นได้พิจารณามาตรา 10 เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีสมาชิกขออภิปราย ทำให้นายชวนสั่งลงคะแนน ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบมาตรา 10 ด้วยคะแนน 449 ต่อ 0 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพิจารณามาตรา 11 ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญ เนื่องจากมีการกำหนดว่า ถ้ารัฐสภามีมติเห็นสมควรให้มีการทำประชามติต้องเป็นมติเห็นชอบของแต่ละสภา และให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกฯ ทราบ นอกจากนี้ ยังกำหนดว่าถ้าประชาชนจะเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอทำประชามตินั้น ประชาชนต้องเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ทั้งนี้ ให้ ครม.พิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรให้จัดทำประชามติในประเด็นนั้นๆ หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 166&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และนายชูศักดิ์ ศิรินิล จากพรรค พท. ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วยให้ประชาชนเข้าชื่อ 5 หมื่นคน โดยเสนอให้เข้าชื่อเพียง 1 หมื่นคนแทน โดยหลังการให้เหตุผลทั้ง กมธ.เสียงข้างน้อยและข้างมากแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 11 ยืนตาม กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 347 ต่อ 154 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ประชุมมีการพิจารณาไล่เรียงตามมาตราต่อเนื่องไป โดยที่น่าสนใจคือ มาตรา 20 เรื่องการกำหนดบุคคลต้องห้ามออกเสียงประชามติ ที่ กมธ.ระบุห้ามพระภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช และผู้อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นผู้ออกเสียงประชามติ แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยและ ส.ส.ฝ่ายค้านมีความเห็นว่า ไม่ควรตัดสิทธิ์พระภิกษุ สามเณร ในการออกเสียงประชามติ เพราะพระภิกษุสงฆ์ก็มีความเป็นเจ้าของประเทศ ควรมีสิทธิ์ทำประชามติได้ แต่ กมธ.เสียงส่วนใหญ่มองว่าต้องยึดโยงรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังแต่ละฝ่ายชี้แจง ที่ประชุมลงมติเห็นชอบกับเนื้อหาที่ กมธ.แก้ไขมาด้วยคะแนน 338 ต่อ 105 งดออกเสียง 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 19.20 น. หลังรัฐสภาได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติมาถึงมาตรา 42/2 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามที่ กมธ.เสนอ ด้วยเสียง 381 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 5 เสียง ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากขณะนี้องค์ประชุมของรัฐสภาเหลือน้อยลง จึงขอปิดการประชุมไปก่อนแล้วมาประชุมกันใหม่ในวันที่ 8 เม.ย. เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ มีทั้งสิ้น 736 คน และองค์ประชุมคือ 368 เสียง แต่จากการลงมติมาตรา 42/2 ปรากฏว่ามีผู้แสดงตนทั้งสิ้น 387 เสียง ซึ่งเกินองค์ประชุมมาเพียง 19 เสียงเท่านั้น โดยกฎหมายประชามตินั้นมีทั้งสิ้น 67 มาตรา ซึ่งการลงมติที่ผ่านมาก็เป็นไปตามที่ กมธ.แก้ไข ไม่มีการพลิกโผเหมือนการประชุมครั้งแรกแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อม ส.ส.ของพรรค ร่วมกันยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมต่อนายชวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ระบุว่า พรรค พปชร.รวบรวมรายชื่อ ส.ส.พรรค 110 ชื่อ เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตรา ซึ่งร่างแก้ไขที่พรรคเสนอ ต้องการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ จริงจัง เพื่อให้การแก้ไขเป็นรูปธรรม ขอให้เพื่อนสมาชิกทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านได้พิจารณาร่างของพรรค โดยหากบรรจุร่างแก้ไขในช่วงต้นเดือน มิ.ย. การพิจารณาวาระ 1-3 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าประเด็นที่เป็นความขัดแย้งอย่างมากในสังคม เช่น ที่มาและอำนาจของ ส.ว. ไม่มีการแก้ไขใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่แก้ไข อะไรที่ดูแล้วมีข้อขัดแย้ง และดูแล้วอาจไม่สำเร็จ แต่ไม่ได้ห้าม พรรคการเมืองอื่นเสนอแก้ไข แต่เราไม่อยากมีเงื่อนไขในลักษณะเอาประชาชนเป็นตัวประกัน เราไม่เห็นด้วย เห็นว่าควรเอาประชาชนเป็นหลักก่อน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ร่างนี้ได้ผ่านตา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แล้วหรือยัง นายไพบูลย์กล่าวว่า ได้ดูแล้ว และท่านเห็นชอบ โดยประเด็นแรกที่ท่านเห็นชอบคือการเพิ่มเติมในหมวดสิทธิและเสรีภาพให้ประชาชนให้มีกระบวนการยุติธรรม การเพิ่มสิทธิชุมชน การเพิ่มสิทธิให้พรรคการเมือง ฯลฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้มาตรา 256 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พรรค พปชร.จะสนับสนุนหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถาม ส.ว. เพราะกระทบเขา และต้องไปถามฝ่ายค้านด้วย เพราะฝ่ายค้านเขาก็มีสิทธิ์โต้แย้ง และสุดท้ายต้องถามรัฐบาลด้วย เพราะเป็นผู้ใช้งบประมาณในการทำประชามติ เนื่องจากหากเป็นรูปแบบนี้ต้องออกเสียงประชามติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98714</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, ประชุมร่วมกันของรัฐสภา, สมัยวิสามัญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dc82d954cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรชัย&#039; เชื่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ผ่านวาระ 3 ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกมธ. ว่า การประชุมกมธ.วันนี้จะพิจารณามาตราที่เป็นผลกระทบกับมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ซึ่งจากการได้คุยนอกรอบกับผู้แทนกฤษฎีกาเห็นตรงกันว่า ปรับให้สอดคล้องกับมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แล้ว โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาว่าจะไปขัดกับรัฐธรรมนูญ และให้กระทบกับมาตราที่เหลือให้น้อยที่สุด ดังนั้น ร่างที่ตนจะเสนอให้ที่ประชุม กมธ.พิจารณา คือร่างที่มีการแก้ไขเฉพาะมาตรา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรานี้ เป็นมาตราที่ระบุถึงรายละเอียดวิธีการทำประชามติ ตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมติที่มาจาก ครม. รวมถึงมติของรัฐสภา และกฎหมายอื่นๆที่ระบุให้ทำประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวว่า แต่เนื่องจากมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบตามกมธ.เสียงข้างน้อย เมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่าบางประเด็นมีรายละเอียดไม่เพียงพอ ถือเป็นความยากระดับหนึ่ง เราจึงต้องเขียนกฎหมายให้สอดคล้อง ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างมาก เช่น ร่างที่ให้ประชาชนสามารถเสนอทำประชามติ ในมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไม่ได้บอกว่าต้องใช้จำนวนประชาชนเท่าใด แต่เขียนให้อำนาจ กกต. เป็นผู้กำหนด เราก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ กกต. มีอำนาจกำหนดจนเกินขอบเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สามารถกำหนดกรอบเวลาในกฎหมายได้หรือไม่ว่า กกต. จะต้องจัดทำระเบียบรองรับให้แล้วเสร็จภายในเวลาเท่าใด นายสุรชัย กล่าวว่า ต้องหารือกับผู้สงวนคำแปรญัตติกันต่อไป เพราะมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไม่ได้ระบุตรงนี้ไว้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า ควรกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิเสนอทำประชามติไว้เลยหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ควร อย่างเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชนแต่ละเรื่อง เรากำหนดกรอบหลักไว้หมด แต่เรื่องนี้ไม่ได้กำหนดกรอบหลักไว้ ทั้งนี้ จำนวนที่จะกำหนดควรไม่ต่ำกว่าจำนวนที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเข้าชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องจำนวนตัวเลขนี้จะไม่ทำให้ร่างตกไป เพราะเราคิดทางออกไว้แล้วด้วยการเพิ่มเป็นข้อสังเกตท้ายรายงานให้ กกต. เป็นแนวทางในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าการพิจารณา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน จะได้ข้อสรุปทันนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ต้องเสร็จ เพราะตนรับปากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าร่างที่ปรับแก้จะผ่านวาระ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า น่าจะผ่านได้ แต่ต้องดูผลการพิจารณาวันนี้ก่อนว่า กมธ. เสียงข้างมากเห็นด้วยกับตนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d96c78088e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันชัย&#039; เชื่อไร้ ส.ส.-ส.ว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างกม.ประชามติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 - เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกมธ. ว่า เท่าที่พิจารณาในเบื้องต้น ประเด็นสำคัญที่มีการปรับเพื่อให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ ข้อความใดๆต่างๆทั้งหมดที่มีความวิตกกังวลในมาตรา 9 ว่าอาจจะมีปัญหาที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; เชื่อว่าข้อกังวลดังกล่าวน่าจะหมดไป การแก้ไขครั้งนี้เป้าประสงค์สำคัญจะไม่ไปแตะในมาตรา 9 เดิมที่ให้อำนาจรัฐสภาและประชาชนยังให้อยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ปรับปรุงเสริมเติมให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ มาตรา166 และมาตรา 156 ที่กำหนดไว้ว่ารัฐสภาต้องประชุมร่วมกันได้นั้น มีเฉพาะ 16 เรื่องเท่านั้น ไม่มีเรื่องประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย กล่าวว่า เพราะฉะนั้นเวลามาปรับในประเด็นนี้ก็ต้องปรับให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญไม่ให้ขัดแย้ง แปลว่าให้อำนาจของรัฐสภาตามมาตรา9ยังเดินไปได้ตามปกติ ตนเชื่อว่าเมื่อมีการถกแถลงทำความเข้าใจกันแล้ว ทั้งกมธ.เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ฝ่ายรัฐบาล ส.ส. ส.ว. แนวโน้มร่างพ.ร.บ.ประชามติน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี และไม่มีข้อวิตกกังวลอื่นใดทั้งสิ้น เท่าที่ตนพิจารณาในเบื้องต้น แต่เป็นธรรมดาที่ในชั้นกมธ.จะต้องถกแถลงกันจนตกผลึก และในที่สุดหากหาข้อยุติกันไม่ได้ก็ต้องลงมติ แต่ส่วนใหญ่จะพยายามตกลงกันให้ได้ การลงมตินั่นใช้น้อยมาก แต่จะพยายามใช้ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเมื่อมีการปรับแก้ให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญแล้วเชื่อว่าจะไม่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกใช่หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า เชื่อว่าคงจะไม่มีใครไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะเกรงว่าประชาชนจะมองว่าเป็นการแตะถ่วงยื้อเวลา ทั้งนี้ จะไปห้ามสมาชิกคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่ภาคประชาชนก็ยังมีสิทธิที่จะยื่นได้หากเห็นว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ส่วนตัวและจากที่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุมวิปวุฒิสภาไม่น่าจะมีประเด็นเหล่านี้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันใครจะไปยื่นหรือไม่ แต่เท่าที่ได้ทำความเข้าใจกันเบื้องต้นทุกฝ่ายยอมรับได้&amp;nbsp;การมีกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของกุญแจดอกแรกที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า คณะกรรมกฤษฎีกามีการปรับแก้อย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายวันชัย กล่าวว่า เท่าที่อ่านแล้วเป็นทั้งกระบวนการ ขั้นตอนและวิธีการในการที่จะดำเนินการ เพราะในมาตรา9 ที่เติมเข้ามาไม่ได้บอกถึงวิธีการ กระบวนการ แต่เมื่อปรับแก้แล้วจะบอกถึงขั้นตอนวิธีการและสุดท้ายจะต้องเดินไปจุดใดที่จะไม่ให้ขัดมาตรา166 เพราะฉะนั้นรายละเอียดตรงนี้เป็นสิ่งที่เติมเข้ามาและทำให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญที่สุดคือการลดข้อขัดแย้งแต่ละมาตราให้สามารถไปด้วยกันได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, วันชัย สอนศิริ, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058418753246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
