<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สรรพากร” จับตาช็อปออนไลน์หนีใช้เงินสด หลังกฎหมายอีเพย์เมนต์บังคับใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย. 2562 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 หรือ กฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์ ที่ประกาศลงราชกิจนุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว ว่าเป็นการเพิ่มอำนาจให้กรมสรรพากร สั่งให้ธนาคารส่งข้อมูลการทำธุรกรรม เพื่อไปตรวจสอบเก็บภาษี เพราะต่อให้ไม่มีกฎหมายดังกล่าว กรมฯ ก็มีอำนาจตรวจสอบได้อยู่แล้ว โดยข้อมูลที่ธนาคารส่งมา ไม่ใช่ข้อมูลที่จะนำไปคำนวณการเสียภาษี แต่กรมฯ ต้องการข้อมูล เพื่อมาประกอบการวิเคราะห์แยกแยะระหว่างผู้เสียภาษีถูกต้อง กับผู้ที่เลี่ยงภาษีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยข่าวว่าจากนี้หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ให้เลี่ยงการโอนเงินเข้าธนาคารเพราะจะถูกตรวจสอบ และให้ไปใช้เงินสดมากขึ้น เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะกรมฯ มีนโยบายชัดเจนว่าจากนี้ ใครที่โอนเงินด้วยอีเพย์เมนต์ กรมฯ จะอำนวยความสะดวก ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะถือว่าเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนกับกรมสรรพากร และจากนี้ ใครใช้เงินสด ก็จะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่จะเข้าไปตรวจสอบมากขึ้น ซึ่งกรมฯ ได้มีการทำข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และแยกแยะฐานข้อมูลผู้เสียงภาษี (Risk Base Audit)&amp;nbsp;ทำให้แยกข้อมูลผู้เลี่ยงภาษีได้แม่นยำมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากนี้ ใครที่ทำธุรกรรมการเงินด้วยอีเพย์เมนต์ กรมฯ ก็จะอำนวยความสะดวก เพราะถือว่าให้ข้อมูลครบถ้วน ใครที่ใช้เงินสดคือกลุ่มเสี่ยง ขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าเสี่ยงเพราะไม่คุ้มค่า ส่วนที่ไปแตกบัญชี 10 บัญชี จะถูกตรวจสอบมากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ยังมีความเข้าใจผิดอีกเรื่องคือ กฎหมายอีเพย์เมนต์ จะเป็นการไปตั้งเป้าหมายเก็บภาษีผู้ค้าขายออนไลน์ ซึ่งขอย้ำว่ากรมฯ ไม่เคยตั้งเป้าหมายเก็บออนไลน์เป็นพิเศษ และได้ให้นโยบายว่า ธุรกรรมใด โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ ที่หนีมาขายของออนไลน์ ก็ต้องเสียภาษี เพราะหน้าที่คนไทยต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียภาษี ไม่อย่างนั้นก็หนีไปขายบนออนไลน์หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวเปิดงานสัมมนาให้ผู้ประกอบการมาลงทะเบียนบัญชีเดียว ว่า เป็นโอกาสสุดท้ายที่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ทำบัญชีการเงินไม่ถูกต้อง มาปรับปรุงให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของตัวเอง โดยเฉพาะเวลาเอาไปขอกู้เงินกับสถาบันการเงินที่จะให้ใช้บัญชีที่ยื่นกับสรรพากรเท่านั้น โดยผู้ประกอบการที่มายื่นถูกต้องภายใน 30 มิ.ย. จะไม่เสียเบี้ยปรับเงินเพิ่ม และย้ำว่าไม่ใช่การนิรโทษกรรมภาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ (1 เม.ย.) เป็นวันแรกที่เปิดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาลงทะเบียน ในการปรับงบการเงินให้ถูกต้อง หรือที่เรียกว่าการทำบัญชีเดียว แต่ในอดีตผิดพลาดไม่ได้ตั้งใจให้เข้ามาลงทะเบียนกับกรมสรรพากรจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2562 เชื่อว่าการทำบัญชีเดียวจะทำให้รู้สถานภาพที่แท้จริงของบริษัท และอย่าไปเชื่อว่ากรมสรรพากรไปลวงให้มาลงบัญชีแล้วไปตรวจสอบ แต่กรมฯ จะช่วยทำให้เข้มแข็งขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32774</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายภาษีอีเพย์เมนต์, ช็อปออนไลน์, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ใช้เงินสด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
