<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยาสูบ&#039;อ้างปิดตัวแน่หากคลังไม่เก็บภาษีบุหรี่2อัตราพร้อมลุยธุรกิจใหม่ปลูกกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ย.2563นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ในเดือน ธ.ค. นี้ ให้พิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ 2 อัตรา คือ 20% และ 40% ซึ่งหากมีการประกาศใช้โครงสร้างเดิม และจัดเก็บที่อัตราเดียว 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2564 จะส่งผลให้ ยสท.ไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ และอาจจะต้องปิดโรงงาน ซึ่ง ยสท.มีกำไรจากการขายบุหรี่ที่อัตราภาษีปัจจุบัน ซองละ 67 สตางค์ต่อซอง ปรับลดลงจาก 7 บาทต่อซอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอภาษีสรรพสามิตบุหรี่ 2 อัตราโครงสร้างใหม่ จะคงอัตราจัดเก็บไว้ที่ 20% และ 40% เหมือนเดิม แต่จะพิจารณาองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ 1.โครงสร้างภาษีใหม่จะไม่เพียงทำให้ ยสท.อยู่รอดเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมบุหรี่และภาคเอกชนจะอยู่รอดทั้งหมด 2.การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจะไม่ลดลง 3.ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัวแทนจำหน่าย เกษตรกรผู้ปลูกใบยามีรายได้เพิ่มขึ้น 4.กองทุนต่าง ๆ จะได้รับเงินจัดสรรเท่าเดิม เช่น สสส. 5.จะไม่มีคนสูบุหรี่มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุพล กล่าวว่า หากโครงสร้างภาษีใหม่ได้รับการเห็นชอบในปีหน้า ยสท.จะสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีราคาขายต่ำกว่า 60 บาท โดยยังสามารถมีกำไรได้ นอกจากนี้ จากการหารือกับ รมว.การคลัง ก่อนหน้านี้ ได้ให้นโยบาย ยสท. ไปคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ สูตรพรีเมียม เพื่อส่งออกไปขายในต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่บริษัทบุหรี่ต่างชาติ นำบุหรี่เข้ามาขายในไทย โดย ยสท. มีศักยภาพดำเนินการได้ และบุหรี่พรีเมียมก็มีราคาสูง ซึ่งจะทำให้ยาสูบมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงสร้างภาษีปัจจุบัน ทำให้ ยสท.ยังมีฐานะแข็งแกร่ง 100% ปี 2563 มีกำไรกว่า 900 ล้านบาท เพราะนโยบายรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย แต่ถ้าขยับภาษีอัตราเดียวที่ 40% ยาสูบก็จะขายไม่ได้ ต้องปิดโรงงานไปเลย เพราะต้องเป็นการขึ้นราคาบุหรี่ เพื่อหาเงินมาจ่ายภาษี คงอยู่ไม่ได้&amp;rdquo;นายภาณุพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุพล กล่าวอีกว่า ได้หารือกับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ซึ่งให้ความเห็นชอบ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้ ยสท.เดินหน้าปลูกกัญชง-กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ จากที่ร่วมมือกับสถานศึกษาเพื่อวิจัย พัฒนาเพื่อใช้ในการแพทย์ ให้เพิ่มเป็นสามารถทำข้อตกลงกับภาคเอกชน เพื่อต่อยอดการใช้กัญชง-กัญชาในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งหลักการ ข้อติดขัดทางกฎหมายต่างๆ ได้เสนอหารือไปที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หาก สคร.และคลังเห็นชอบ ก็ต้องมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ขั้นตอนต่อไป ยสท.ก็จะต้องเปิดรับลงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกกัญชง-กัญชา ให้ชัดเจน ซึ่ง ยสท.มีข้อมูลผู้ปลูกใบยาทั้งหมด สามารถควบคุมได้ จะมีความชัดเจนในปีงบประมาณ 2564 และเริ่มมีการขายได้ในปลายปีงบประมาณ ซึ่งจากการหารือกับเอกชนจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกใบยาสูบเพิ่มจากเดิมที่ 23,000 บาทต่อไร่ เป็น 250,000-500,000 บาทต่อไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายยาสูบ, การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.), ก็บภาษีบุหรี่ 2อัตรา, ปลูกกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fadefa76ad27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาสูบเล็งขายกัญชาแทนบุหรี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.2562 นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยถึงแผนดำเนินธุรกิจหลังการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ 40%ว่า ยสท.ได้ทำ 2 ด้านคู่ขนานกัน คือการเสนอข้อมูลให้รัฐบาลพิจารณาขยายเวลาบังคับใช้การเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ ในอัตรา 40% ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค.62 นี้ออกไป เพราะถ้าไม่มีการขยายเวลา ก็จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยาสูบลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากทำให้บุหรี่ของ ยสท. แพงขึ้น เป็นไม่ต่ำกว่า 93 บาทต่อซอง หรือเพิ่มขึ้นอีก 33 บาทต่อซอง เนื่องจากเนื้อภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 78 บาทต่อซอง และแม้ราคาจะแพงขึ้น ผู้บริโภคก็ไม่เลิกสูบ แต่จะไปสูบบุหรี่เถื่อนและยาเส้นมากขึ้น

&amp;ldquo;ถ้ารัฐไม่เลื่อนใช้ภาษี คาดว่า สัดส่วนในตลาดทั้งบุหรี่ไทยและนำเข้า กว่า 3.2 หมื่นล้านมวนต่อปี ก็จะลดลงเหลือ 1.9 หมื่นล้านมวน ขณะที่ของ ยสท. จากกำลังการผลิต 1.9 หมื่นล้านมวนก็จะเหลือแค่ 8,500 พันล้านมวนต่อปี ซึ่ง ยสท.จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ นอกจากขายบุหรี่ เราก็ต้องทำธุรกิจอื่น ซึ่งมีการเตรียมตัวไว้บ้างแล้ว&amp;rdquo;

นางสาวดาวน้อย กล่าวว่า ภายใต้กฎหมายใหม่ ที่เปลี่ยนจากโรงงานยาสูบ เป็น นิติบุคคล ภายใต้ชื่อ ยสท. ทำให้ ยสท.สามารถทำธุกิจอื่นได้เพิ่มขึ้น โดยมั่นใจว่าแม้จะได้รับผลกระทบจากภาษี 40% ยาสูบก็จะกลับมาทำกำไรได้ภายใน 3 ปี ที่ 2-3 พันล้านบาท โดยเบื้องต้นจะดำเนินการใน 5 แนวทาง คือ 1.เป็นหน่วยงานสนับสนุนการปลูกกัญชา-กัญชง เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์และเวชภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยจะดูแลตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูก กระบวนการผลิต ซัพพลายเออร์ และนำร่องใช้กัญชากับ โรงพยาบาลของ ยสท. ซึ่งอยู่ในกระบวนการยื่นขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข

2.ดำเนินการขายยาเส้นและใบยา ซึ่งขณะนี้ ยสท.มีสต็อกที่รับซื้อจากเกษตรกร เพียงพอใช้ได้ถึงปี 2566 โดยทยอยขายลดสต็อกได้ไปแล้วกว่า 6 เดือน ซึ่งต้องค่อยๆทยอยดำเนินการ เพราะส่วนใหญ่เป็นใบยาที่รับซื้อมาในต้นทุนแพง เฉลี่ยบวกเพิ่ม 24 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถขายต่ำกว่าต้นทุนได้ หากจะขายต่ำกว่าต้นทุนต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ

3.นำบุหรี่ไปขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ ยสท.ปรับโครงสร้างใหม่ มีฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด เน้นทำงานเชิงรุกเพิ่มขึ้นอีก 3-4 กอง ในการส่งออกบุหรี่ที่มีอยู่เดิม รวมทั้งคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ไปขายในต่างประเทศ 4.วางแผนการขายยาเส้น และ 5.ร่วมลงทุนกับบริษัทต่างประเทศ ในกระบวนการผลิตยาสูบ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างเจรจากับบริษทเอกชนในเวียดนามที่จะให้ ยสท.เข้าไปร่วมผลิตบุหรี่ เพื่อจำหน่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29767</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กม.กัญชา, กฎหมายยาสูบ, ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์, ยสท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c57051d31b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2026 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้านร่างพ.ร.บ.ยาสูบใหม่ประเคนกิจการต่างชาติถือหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มเครือข่ายฯ เตรียมยื่นหนังสือขอยุติ ร่างพ.ร.บ.การยาสูบฉบับใหม่ เปิดทางให้บริษัทบุหรี่ข้ามชาติเข้ามาถือหุ้นได้ &amp;nbsp;เผยผ่านการพิจารณาสนช.วาระ 2แล้ว เรียกร้องให้รัฐถือหุ้น&amp;nbsp;100% เหมือนเดิม ย้ำชัดการควบคุมยาสูบต้องทำเพื่อสุขภาพประชาชน ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซนจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) พร้อมภาคีเครือข่าย จัดง่านเสวนาวิชาการและการแถลงข่าว &amp;ldquo;ร่าง พ.ร.บ. การยาสูบแห่งประเทศไทย : การสูญเสียอธิปไตรในการควบคุมยาสูบครั้งใหม่ &amp;quot; โดย นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.การยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ&amp;hellip;.ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีเนื้อหา การแปรสภาพโรงงานยาสูบเป็นนิติบุคคล &amp;nbsp;โดยให้เหตุผลในเรื่องการปรับปรุงสภาพการทำงาน โดยในมาตรา 8 (7) เปิดโอกาสให้ขายหุ้นของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดของ การยาสูบแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ยสท.)ให้กับบุหรี่ต่างชาติและเอกชน ซึ่งคณะนักวิชาการเห็นว่ามีเรื่องที่ร้ายแรงต่อการควบคุมยาสูบในประเทศ จะทำให้บุหรี่ข้ามชาติเข้ามาครอบงำ เป็นเรื่องที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนไทย จึงมีข้อเสนอไปถึง นายกฯ ระงับและแก้ไข ให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกมาในลักษณะนิติบุคคล โดยให้รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น 100 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ ศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล กล่าวว่า มาตราดังกล่าวจะขัดกับความมุ่งหมายในการจัดตั้งโรงงานยาสูบในปี พ.ศ.2482 ที่รัฐบาลเห็นว่า กิจการยาสูบเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ควรอยู่ในการควบคุมของรัฐ เท่ากับเป็นการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 เพราะหากต่างชาติหรือเอกชนสามารถซื้อหุ้นจากบริษัทต่างๆในการเข้ามาทำธุรกิจ 


สล็อตออนไลน์ อาจทำให้มีบทบาทในการกำหนดทิศทางตลาดบุหรี่ในประเทศส่งผลร้ายแรงต่อประเทศ หรือทำให้ ยสท.อ่อนแอลง กำไรลดลง แล้วเข้าซื้อกิจการของ ยสท. ส่งผลกระทบต่อการควบคุมนโยบายยาสูบของภาครัฐ นอกจากนี้ ในมาตรา 7 ในเรื่องการผลิตบุหรี่ซิกกาแรต &amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ของ ยสธ.จะมีการเปิดโอกาสให้สามารถดำเนินกิจการอื่นได้ด้วย ซึ่งอาจจะเอื้อต่อการทำธุรกิจการปลูกกัญชงที่&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์ ครม.มีมติให้ชาวไร่สามารถปลูกได้ด้วยซึ่งกัญชงก็มีข้อดีอยู่บ้าง มีหน่วยงานในการดูแลอยู่แล้ว &amp;nbsp;ซึ่งก็จะนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของการควบคุมยาสูบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นักวิชาการกล่าวอีกว่า กฎหมายควรมีมาตรการในการป้องกันบริษัทข้ามชาติเข้ามาซื้อหุ้น ให้รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น 100 %เพราะหากไม่มีมาตรการก็จะเหมือนการขายสมบัติของชาติ เพราะในปัจจุบันต่างชาติก็สามารถนำบุหรี่เข้ามาขายในประเทศได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง ซึ่งหากปล่อยให้เข้ามามีอิทธิพลเพิ่มขึ้นโดยการถือหุ้นอันนี้จะเป็นเรื่องสำคัญ ที่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมธุรกิจยาสูบ และจะส่งผลกระทบในภาพรวมต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งการพิจารณาได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)วาระที่ 2 แล้ว ดังนั้นการที่มีข้อเสนอให้ล่ารายชื่อคัดค้านอาจจะไม่ทัน เพราะคาดว่าจะมีการพิจารณาแล้วเสร็จภายในปลายเดือน ก.พ. นี้ &amp;nbsp;เพื่อให้ทันเวลาจึงจะทำในลักษณะยื่นหนังสือ ต่อ สนช. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การยาสูบแห่งชาติ พ.ศ&amp;hellip;. โดยการรวบรวมตัวแทนจากองค์กรต่างๆเข้ายื่นหนังสือแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทพญ.ดร. ศิริวรรณ ทิพยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)กล่าวว่า ทางภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันทางด้านลดการสูบบุหรี่ อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อองค์กรที่จะเข้าร่วมในการขอให้มีการแก้ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ให้ดำเนินการในลักษณะบริษัทมหาชน ซึ่งจะเอื้อต่อการแสวงหาผลกำไรของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ โดยเบื้องต้นจะมีการเข้ายื่นหนังสือต่อ ประธาน สนช. เลขาคณะกรรมาธิการฯ และศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีการส่งต่อเรื่องไปยังสำนักเลขานายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นช่องทางที่จะทำให้นายกฯรับทราบข้อร้องเรียนได้ ในขณะนี้มีเครือข่ายที่ลงชื่อเข้าร่วมแล้วส่วนหนึ่ง อาทิ มูลนิธิเพื่อนหญิง เครือข่ายอาจารย์มหาวิทยาลัยเพื่อการลดบุหรี่ และเครือข่ายเภสัชกรอาสาพาเลิกบุหรี่ ซึ่งการดำเนินการยื่นหนังสือต้องเร่งให้ทันภายในวันที่ 8 มี.ค. ที่จะมีการพิจารณา &amp;nbsp;โดยเร็วที่สุดคาดว่าจะติดต่อเพื่อเข้ายื่นหนังสือได้ทันภายในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ทางเครือข่ายยังจะได้มีข้อเสนอเพิ่มเติมว่า ควรต้องเพิ่มคุณสมบัติของคณะกรรมการพิจารณายกร่างให้มีสัญชาติไทยเท่านั้น &amp;nbsp;เราไม่ได้ปกป้องโรงงานยาสูบ แต่กำลังปกป้องชาติในเรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนไทย โดยหวังว่ารัฐบาลจะเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้และแก้ไขอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายบัณฑิต แป้นวิเศษ หัวหน้าฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า เรื่องนี้จะส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน แต่ประชาชนไม่รู้เรื่อง เพราะไม่ได้มีการเสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข การที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ โดยไม่คำนึงถึงลูกหลานว่าจะเป็นอย่างไร &amp;nbsp;ควรมีการตีแผ่ความเดือดร้อนของสังคมให้รับรู้กัน และต้องให้ประชาชนที่ไม่รับรู้ข้อกฏหมายได้รู้ในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งตอนนี้ได้ผ่านการพิจารณาวาระ 2 ไปแล้ว ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ภาคธุรกิจกำลังวิ่งเต้น เราก็ต้องเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอานนท์ บัวเทศ รองประธานสหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจยาสูบ กล่าวว่า ทางโรงงานยาสูบเห็นพ้องรัฐควรเป็นผู้ถือหุ้น 100 % ว่าไม่ควรให้บริษัทบุหรี่ข้ามชาติเข้ามามีบทบาทซื้อหุ้นได้ &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาเรายอมรับความจริงในเรื่องสุขภาพ และการควบคุมเก็บภาษีของรัฐบาล และตามอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ &amp;nbsp;(FCTC) ที่ไทยร่วมเป็นภาคีระบุว่าการควบคุมยาสูบต้องไปไปเพื่อรักษาสุขภาพ แต่ต้องไม่เอื้อต่อภาคธุรกิจ โดยขณะนี้รัฐบาลสามารถควบคุมจำนวนยาสูบที่ขายในแต่ละจังหวัดและปริมาณสารนิโคตินได้ซึ่งเราก็ยอมรับ แต่หากมีธุรกิจข้ามชาติเข้ามามีบทบาทก็จะกลายเป็นอุปสรรคในการควบคุม อย่างทุกวันนี้ในการควบคุมภาษียาสูบของกรมสรรพสามิตทางต่างชาติที่นำเข้าก็ยังมีการเลี่ยงภาษีด้วยการลดราคาสินค้าลงทำให้คนหันไปบริโภคบุหรี่ต่างชาติแทน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐบาลบอกว่าต้องการลดจำนวนผู้สูบลง ซึ่งเป็นสิ่งเรารู้สึกรับไม่ได้เพราะตอนที่มีการคำนวนภาษีแบบใหม่ออกมาโรงงานยาสูบต้องปิดถึง 5 วัน ส่งผลกระทบต่อชาวไร่ ในขณะที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างชาติเข้ามาเติบโตมากขึ้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3019</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a829539b2e70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
