<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทูตนริศโรจน์&#039; อธิบายเพิ่มปม &#039;อียิปต์-ซูดาน&#039; ผ่านขั้นตอนกฎอนามัยระหว่างประเทศทุกอย่างตามหลักสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;เอ้า มาอีกรายแล้ว แชร์เพจผมไปด่าบอกว่า&amp;nbsp;ผมเขียนอธิบายเรื่องกฏหมายระหว่างประเทศ กรณีอียิปต์ ซูดาน เชื่อถือไม่ได้ เพราะผมไม่ได้อ้างถึงกฏอนามัยระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โถ...เขาคงไม่ได้ตามข่าวว่า กต.และ ศบค. เขาทำงานประสานสอดรับกันในเรื่องนี้ โดยเท่าที่ทราบ กต.ก็เวียนแจ้ง คณะทูตว่าในกรณีที่บุคคลในคณะทูต หรือ สมาชิกในครอบครัวคณะทูต ก่อนเข้าประเทศไทยจักต้องไปตรวจหาเชื้อ และมีใบรับรองแพทย์ก่อนถึงจะขึ้นเครื่องมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อมาถึงแล้วก็ต้องผ่านการคัดกรองที่สนามบินอีกชั้นหนึ่ง ถึงแม้จะไม่สามารถรับประกันได้ 100 % แต่ก็เป็นมาตรการเบื้องต้นที่เป็นระเบียบของรัฐผู้รับ (ประเทศไทย) ใช้บังคับทุกคน ซึ่งคณะทูตและครอบครัวที่เข้ามาทั้งหมดก็ปฏิบัติตามกฏหลักอนามัยนี้ ยกเว้นเพียงการ SQ ที่เขาขอ SQ ในที่พักของเขาซึ่งมีเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเด็กซูดานในเบื้องต้นเขาก็ผ่านเกณฑ์อันนี้ ถึงสามารถขึ้นเครื่องบินมาได้ (เพราะถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ก็ขึ้นเครื่องบินไม่ได้) ตามข่าวสื่อไทยอ้างว่าตรวจพบเจอเชื้อที่สนามบินแต่เนื่องจากเป็นคณะทูตจึงปล่อย !!?? (ฟังดูตลกๆ) แต่แหล่งข่าวที่เพื่อนผมเป็นหมอก็บอกว่าการตรวจเชื้อทางแล็บจริงๆต้องอย่างน้อย 2 วันให้หลังถึงรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อเขามาถึงแล้ว ถ้าผ่านเกณฑ์เบื้องต้นแล้ว จะให้เขาเคว้งที่ไหนล่ะครับ เขาก็ต้องไปพักที่บ้านพักของเขา จนทราบว่าติดเชื้อแน่นอนที่บ้านพักจึงถูกนำส่งไปรักษาที่ รพ. (ข้อมูลนี้ผมไม่ขอยืนยันนะครับว่าใครถูกต้องที่สุด เพราะกระแสข่าวทั้งจริงทั้งมั่วมันออกมามากเกินไป เอาเป็นว่าเด็กมาเจอการติดเชื้อหลักๆที่บ้านพักละกัน) ตรงนี้แหละที่ทั้งกฏอนามัยระหว่างประเทศ และกฏหมายระหว่างประเทศที่เราใช้กับคณะทูต มัน blend กันอยู่ในขั้นตอนต่างๆเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของลูกเรือเที่ยวบินพิเศษของอียิปต์ก็ทำนองคล้ายกันกับเด็กซูดาน ทางสถานทูตอียิปต์ก็ยืนยันว่าได้ทำการตรวจและมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าไม่ติดเชื้อ ตามที่ฝ่ายไทย request เพื่อให้เป็นไปตามกฏอนามัยระหว่างประเทศ ซึ่งพวกเขาก็ผ่านเกณฑ์ถึงขึ้นบินได้ อย่าลืมว่าเขาต้องไปจีนต่อ ดังนั้นเขาต้องผ่านเกณฑ์ระเบียบอนามัยทั้งของไทยและของจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตอนเมื่อมาถึงอู่ตะเภาทาง ทร.ก็ยืนยันว่าตรวจตามเกณฑ์แล้วก็ไม่พบเชื้อ พวกเขาจึงทะยอยไปที่ รร.ได้ ยังไม่พอทางฝ่ายไทยก็ยังไม่ชัวร์ จึงตามไปขอตรวจแบบผลแล็บที่ รร.อีกครั้ง ดังปรากฏตามคลิป ซึ่งตอนแรกพวกเขางอแง ทางฝ่ายไทยจึงต้องให้จนท.สถานทูตอียีปต์มาช่วยเจรจา จนสามารถตรวจแล็บพวกเขาได้ และได้กำชับให้พวกเขาอยู่แต่ใน รร. ตรงนี้ฝ่ายไทยก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าอะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้ ถึงแม้จะผ่านเกณฑ์การตรวจเบื้องต้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ติดเชื้อ จนกว่าผลตรวจทางแล็บจะออกมายืนยันจริงๆ ซึ่งกรณีแบบนี้คนไทยที่มาจากต่างประเทศก็ตรวจเจอจากผลแล็บภายหลัง ขนาดผ่านขั้นตอนตามกฏอนามัยระหว่างประเทศทุกอย่างจนเดินทางกลับไทยได้แล้ว แต่ไม่แสดงอาการ จนผลแล็บออกมา ตามที่เราได้ยินแถลงจาก ศบค.บ่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ที่แชร์เพจผมไปด่าแล้วบอกว่าเชื่อถือไม่ได้นั้นก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนนะครับ ผมไม่ได้บอกให้เชื่อ ผมแค่ชี้แนะหรืออธิบายแง่มุมให้ฟัง ส่วนการที่ผมไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องกฏอนามัยระหว่างประเทศนั้น เพราะผมคิดว่ามันซ่อนอยู่ในขั้นตอนที่ทุกคนก่อนเข้าประเทศไทยต้องปฏิบัติอยู่แล้ว ผมจึงอธิบายเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับกฏหมายระหว่างประเทศ ในส่วนของเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่เราต้องให้แก่คณะทูตตามอนุสัญญากรุงเวียนนาที่เราให้สัตยาบันไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71587</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายระหว่างประเทศ, นริศโรจน์ เฟื่องระบิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e4200e288eb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขวางโลก ชี้ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเวสต์แบงก์ไม่ผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ละทิ้งนโยบายที่ยึดถือมานาน 4 ทศวรรษที่ว่า ที่ตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในดินแดนที่ยึดครองมาจากชาวปาเลสไตน์นั้นไม่เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรืออีกนัยหนึ่งคือการหนุนหลังชาวอิสราเอลสร้างนิคมยิวในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ ทั้งที่นานาชาติคัดค้านหวั่นบั่นทอนกระบวนการสร้างสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายจากหมู่บ้านคิฟิ ฮาเรส ของปาเลสไตน์ เผยให้เห็นที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวเรวาวา ในเขตเวสต์แบงก์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน กล่าวว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ประกาศที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ภายหลังทำการศึกษาการโต้แย้งทางกฎหมายจากทุกฝ่ายอย่างรอบคอบแล้ว รัฐบาลสหรัฐได้ข้อสรุปว่า การสถาปนาที่ตั้งถิ่นฐานของพลเรือนชาวอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์นั้นโดยตัวของมันเองไม่ได้เป็นการขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของเขาทำให้สหรัฐมีจุดยืนขัดแย้งกับทุกประเทศบนโลกนี้ รวมถึงข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่ถือเป็นชัยชนะของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่กำลังดิ้นรนรักษาอำนาจไว้ หลังจากไม่สามารถรวบรวมที่นั่งตั้งรัฐบาลข้างมากได้ แม้จะจัดการเลือกตั้ง 2 รอบแล้วในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวด้วยว่า การตัดสินใจของสหรัฐไม่ได้หมายความว่าสหรัฐพิจารณาว่าที่ตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในเวสต์แบงก์เป็นสิ่งถูกกฎหมายเช่นกัน แต่สหรัฐจะมีจุดยืนคล้อยตามการตัดสินของศาลอิสราเอลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการปาเลสไตน์ ซึ่งปฏิเสธจะเข้าสู่กระบวนการพูดคุยสันติภาพภายใต้การไกล่เกลี่ยของรัฐบาลของทรัมป์ ซึ่งพวกเขาเห็นว่าลำเอียงเข้าข้างอิสราเอล ประณามการตัดสินใจของสหรัฐครั้งนี้ นาบิล อาบู รูไดนาห์ โฆษกประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐไม่มีคุณสมบัติหรือมีอำนาจที่จะยกเลิกข้อมติของกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งยังไม่มีสิทธิ์ที่จะยกความชอบธรรมตามกฎหมายให้แก่ที่ตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ เนทันยาฮู ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ กล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐเป็นการ &amp;quot;แก้สิ่งที่ผิดในประวัติศาสตร์ให้ถูกต้อง&amp;quot; สำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล 600,000 คน ที่อาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออก ท่ามกลางชาวปาเลสไตน์ราว 2.9 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าคำประกาศของรัฐบาลทรัมป์ต้องถูกตีความว่าเป็นการโอบอุ้มเนทันยาฮู ซึ่งกำลังลุ้นให้เบนนี แกนตซ์ คู่แข่งของเขาที่มีแนวคิดสายกลาง จัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมายภายใน 2 วันนี้ แต่ปอมเปโอปฏิเสธทัศนะดังกล่าว โดยอ้างว่า ช่วงเวลาของการประกาศนั้นไม่ได้ผูกโยงกับการเมืองภายในประเทศไม่ว่าในอิสราเอลหรือที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา นโยบายของสหรัฐอิง อย่างน้อยในทางทฤษฎี กับทัศนะทางกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2521 ที่ระบุว่าการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในดินแดนของชาวปาเลสไตน์ที่อิสราเอลยึดไว้เมื่อทศวรรษก่อนหน้านั้น เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 ที่ว่าด้วยกฎหมายสงครามนั้น ห้ามไว้อย่างชัดเจนไม่ให้เคลื่อนย้ายพลเรือนเข้าไปในดินแดนยึดครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ที่ผ่านมา โดยทั่วไปรัฐบาลสหรัฐมักจะใช้อำนาจยับยั้งข้อมติที่วิจารณ์อิสราเอล แต่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เคยหักหน้าเนทันยาฮูช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่โอบามาจะพ้นตำแหน่ง ด้วยการสนับสนุนข้อมติ 2334 ที่กล่าวถึงการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทรัมป์เคยขวางโลกกรณีอิสราเอลมาแล้วหลายครั้ง เมื่อปี 2560 ทรัมป์รับรองนครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และปีถัดมาก็ย้ายสถานทูตสหรัฐไปประจำที่นั่นอย่างเป็นทางการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายระหว่างประเทศ, ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิว, ปาเลสไตน์, สหรัฐ, อิสราเอล, เขตยึดครอง, เวสต์แบงก์, ไม่ผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3ffe20f09a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
