<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นพิษ PM 2.5 สถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่น่าจับตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แฟ้มภาพ : ปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นี้ ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน หรือ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ยังเป็นสถานการณ์อันตรายต่อเนื่องที่น่าจับตา วิกฤตฝุ่นพิษเหล่านี้ส่งผลกระทบกับชีวิตของคนไทย เข้าสู่ฤดูหนาวเดือนธันวาคม ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ฝุ่นพิษมาตามนัด ห่มคลุมกรุงเทพมหานครขมุกขมัวจนติดอันดับต้นๆ เมืองมลพิษอากาศย่ำแย่ &amp;nbsp;ขณะที่ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในจังหวัดภาคเหนือเกินเกณฑ์มาตรฐานทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ทั้งที่รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนดูสถานการณ์มลพิษ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในไทยผ่านข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2559-2562&amp;nbsp;มลพิษอากาศ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเกินเกณฑ์มาตรฐาน (50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) ในช่วงต้นปี ระหว่างเดือนม.ค.-มี.ค.&amp;nbsp;และปลายปี คือ ในเดือนธันวาคมของทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในภาคเหนือ จากการตรวจดูข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;แห่งของ คพ.&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค. 62-วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;พ.ค.63&amp;nbsp;พบว่า สถานการณ์&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;จะเกินค่ามาตรฐานระหว่างเดือน ก.พ.-เม.ย.&amp;nbsp;ลงลึกระดับพื้นที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบสุขภาพมากถึง&amp;nbsp;75&amp;nbsp;วัน และพบวันที่มีค่าฝุ่นสูงสุดถึง&amp;nbsp;366&amp;nbsp;&amp;nbsp;มคก.ต่อลบ.ม.&amp;nbsp;หรือเกินมาตรฐานถึง6&amp;nbsp;เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่เกณฑ์มาตรฐานฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ที่กำหนดโดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของไทยก็สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของนานาชาติที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก หรือ&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;กำหนดไว้ถึงเท่าตัว (เฉลี่ยไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.&amp;nbsp;) ซึ่งในบ้านเรามีเสียงเรียกร้องให้ปรับค่ามาตรฐานลงมาเท่า&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;พร้อมคำถามดังๆ ปอดคนไทยทนมลพิษได้ดีกว่าของคนต่างประเทศหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แฟ้มภาพ : ฝุ่นละอองขนาดเล็กปกคลุมชั้นบรรยากาศกรุงเทพฯ เมื่อเดือนธ.ค.2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีมานี้ หลายคนได้ยินคำว่า ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ถี่ขึ้นในข่าวและโลกโซเชียล &amp;nbsp;เจ้าฝุ่นจิ๋ว&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมอย่างน้อย&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp; ขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เล็กจนกระทั่งขนจมูกของคนเราไม่สามารถกรองได้ ที่สำคัญ คือ สามารถแทรกซึมผ่านผนังถุงลมฝอยเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ส่งต่อไปทั่วร่างกายพร้อมกับเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรังและมะเร็งได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าตกใจพบสัญญาณสุขภาพคนภาคเหนือตายด้วยโรคมะเร็งปอดและปอดอุดกั้นเพิ่มมากขึ้น ยืนยันด้วยข้อมูลล่าสุดของ&amp;nbsp;Thaihealth Watch&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ ซึ่งรวบรวมสถิติสถานการณ์สุขภาพคนไทย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี ย้อนหลังรายเขตสุขภาพระหว่างปี&amp;nbsp;53-62&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่า แนวโน้มอัตราตายจากโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกภาค แต่ภาคเหนือมีอัตราตายสูงกว่าภาคอื่น เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;เท่า จาก&amp;nbsp;20.3&amp;nbsp;คนต่อแสนประชากรในปี&amp;nbsp;53&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;30.7&amp;nbsp;คนในปี&amp;nbsp;62&amp;nbsp;รองลงมา กรุงเทพฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ทุกภาคมีแนวโน้มตายจากโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;1.3 - 2&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;ที่มาของความเสี่ยงเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งอาจมาจากสูดดมฝุ่นควันอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ย้ำกันอีกครั้งแหล่งกำเนิดฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มาจาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปัจจัยหลัก ได้แก่ การคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;,ภาคอุตสาหกรรม,ภาคการก่อสร้าง&amp;nbsp;,การเกษตรและป่าไม้ โดยเฉพาะการเผาในที่โล่งแจ้งที่ทำให้ทุกพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp; ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงถึงจุดความร้อนจากการเผา หรือ&amp;nbsp;Hot Spot&amp;nbsp;กับค่ามลพิษอากาศ &amp;nbsp;อีกแหล่งPM2.5&amp;nbsp;เป็นมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ภาคเหนือเผชิญหมอกควันซ้ำเติมจากเมียนมา ใต้จากการเผาป่าในอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจาก&amp;nbsp;Thaihealth Watch&amp;nbsp;ชี้ด้วยว่า นโยบายภาครัฐมีส่วนทำให้เกิดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ทั้งจากการเก็บภาษีรถยนต์เก่าในอัตราที่ต่ำกว่ารถยนต์ใหม่ ทำให้มลพิษที่เกิดจากรถเก่าที่เครื่องยนต์สันดาปไม่สมบูรณ์เพิ่มขึ้น พบรถเก่าอายุตั้งแต่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ปี เพิ่มจาก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านคัน ปี&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มาเป็น&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านคันปี&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ผลจากลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นตามปีรถคันนั้นใช้งาน อีกทั้งการไม่ยกระดับมาตรฐานไอเสียและมาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ก่อมลพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันไทยยังใช้มาตรฐาน&amp;nbsp;EORO 4&amp;nbsp;สำหรับรถบรรทุกขนาดเล็ก ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;55&amp;nbsp;และใช้&amp;nbsp;EURO 3&amp;nbsp;รถบรรทุกขนาดใหญ่ ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ไม่ปรับเปลี่ยนเพราะเกรงกระทบภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่หลายชาติ เช่น จีน ขยับไปEURO 5&amp;nbsp;ปล่อยไอเสียน้อยลง ส่วนรัฐบาลไทยเลื่อนเป้าสู่&amp;nbsp;EURO 5&amp;nbsp;ไปเป็นปี&amp;nbsp;67&amp;nbsp;จากเดิมปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทั้งที่ควรรปรับให้เร็วที่สุด ทำให้ปัญหามลพิศอากาศจากการคมนาคมแก้ไขได้อย่างล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เด็กเล็กกลุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์&amp;nbsp;โฆษกศูนย์แก้ไขมลพิษทางอากาศ และหัวหน้าโครงการ&amp;nbsp;Prime mover&amp;nbsp;มลพิษทางอากาศที่ส่งต่อสุขภาพ สสส.&amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ที่พยายามสื่อสารมาตลอด คือ อย่าติดกับดักเกณฑ์มาตรฐานฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;ไทยควรขยับลงไปที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มคก.ต่อ ลบ.ม.&amp;nbsp;แต่เรายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำต่อ อีกประเด็นที่อยากสื่อสารป่าไม้ก็ปล่อยสารตั้งต้น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้น ถ้ายึดติดค่าวัด โดยไม่สนใจสารพิษมีอะไรบ้าง คงไม่ครบทุกมิติ ผลกระทบฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;สัมพันธ์กับโรคระบบทางเดินหายใจและมะเร็งปอด แต่มีอีกหลายโรคเพิ่มขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;อย่างมีนัยยะสำคัญ &amp;nbsp;แต่คนไทยไม่ทราบ จากการศึกษาแบ่งกลุ่มตัวอย่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม &amp;nbsp;กลุ่มแรกอยู่ในพื้นที่อากาศสะอาดค่าฝุ่นไม่เกินมาตรฐาน อีกกลุ่มอยู่ในพื้นที่เสี่ยง มีค่ามลพิศอากาศสูง กลุ่มหลังพบป่วยโรคเบาหวาน ตับ ไต โรคอัลไซเมอร์ สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;เพราะฝุ่นขนาดเล็กมาก เข้าสู่เม็ดเลือดแดง ไปอวัยวะต่างๆ รวมไต ซึ่งทำหน้าที่กรองฟอกเลือดให้สะอาด เมื่อเลือดสกปรก ไตทำงานหนัก มลพิษอากาศกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเสี่ยง ผู้หญิงเสี่ยงมากกว่าชาย เด็กเล็กจะอ่อนไหวต่อมลพิษอากาศมากกว่ากลุ่มช่วงวัยอื่น ขณะที่ก๊าซที่ส่งผลมากต่อการแอดมิทในโรงพยาบาล คือ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ &amp;ldquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศ.ดร.ศิวัช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าโครงการ&amp;nbsp;Prime mover&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;WHO&amp;nbsp;ระบุแต่ละปีมีคน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านคนต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพราะโรคที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ เช่น โรคหัวใจ ปอดอักเสบ และโรคหลอดเลือดสมอง บางโมเดลทะลุ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิดทั่วโลก &amp;nbsp;1.77&amp;nbsp;ล้านคน ในช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;หากเทียบความเสียหายฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;คงไม่ได้ ถือเป็นมัจจุราชเงียบบั่นทอนชีวิตคนไทยและคนทั่วโลกมาตลอด ในไทยบางโมเดลมีคนไทย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมื่นคนต่อปีต้องเสียชีวิตจากฝุ่นพิษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แนวทาง คือ แก้ต้นเหตุ และแก้ปลายเหตุ ศ.ดร.ศิวัช ชี้ว่า การแก้ต้นเหตุใช้เวลานานมาก และเป็นงานช้าง &amp;nbsp;ก่อนจะถามว่าประเทศไทยทำอะไรได้บ้าง ควรศึกษาจากประเทศพัฒนาแล้วที่เผชิญสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และแก้ปัญหาอย่างไร ตนเห็นด้วยกับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ทำไมเราไม่ใช้กฎหมายที่มีอยู่บังคับใช้ให้เกิดประโยชน์ &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp;มีการพูดถึงตัวเลขมูลค่าความเสียหายจากฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;พันล้าน แต่อีกข้อมูลจากนักเศรษฐศาสตร์ในโครงการ&amp;nbsp;Prime mover&amp;nbsp;ประเมินไว้สูงถึง&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;ของจีดีพี เพราะรวมต้นทุนสุขภาพ การเสียโอกาสจากรายได้ที่ลดลง เม็ดเงินลงทุน ภาพลักษณ์ของประเทศที่เสียหายจากฝุ่นปกคลุมเมืองใหญ่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; แหล่งกำเนิดฝุ่นมาจากขนส่ง เกษตรกรรม อุตสาหกรรม &amp;nbsp;ปัญหาที่ตามมา&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;เป็นลูกบอลปัญหาที่ไม่มีใครอยากรับ หน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องเกือบทุกกระทรวง แต่ทุกคนไม่อยากเป็นเจ้าภาพ รับเละ กรมควบคุมมลพิษก็ไม่มีอำนาจจัดการและไม่มีกฎหมายรองรับของตัวเอง เทียบกับสหรัฐอเมริกา มีหน่วยงาน&amp;nbsp;USEPA&amp;nbsp;สำนักพิทักษ์สิ่งแวดล้อม มีอำนาจตรวจสอบ รับผิดชอบเวลามีปัญหา&amp;nbsp; ถ้าทำงานแย่ ประชาชนเรียกร้องให้เปลี่ยนได้ &amp;nbsp;ซึ่งมีดาบให้ซามูไร คือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือ&amp;nbsp;Clean Air Act&amp;nbsp;ฉะนั้น ประเทศไทยต้องมีทั้งสองอย่างนี้ ผมพยายามเรียกร้องมาตลอด ไม่เช่นนั้น จะเจอเรื่องเดิม และทุกคนแตะบอลไปให้ไกลที่สุด ผลักให้หายะของส่วนรวม เป็นความรับผิดชอบของทุกคน&amp;ldquo; ศ.ดร.ศิวัช ย้ำไทยต้องมีเจ้าภาพไล่บี้ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หยุดเผาตอซังและไร่อ้อย มีการจัดการที่เหมาะสม ลดปัญหาฝุ่นพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกแนวทางสำคัญเกี่ยวข้องภาคคมนาคมและการขนส่ง นักวิชาการระบุ &amp;nbsp;ตราบใดที่บ้านเรายังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพไม่ดี ไม่เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้ว ยากที่จะลดเพดานค่ามาตรฐานมาที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มคก.ต่อลบ.ม.&amp;nbsp;ได้ รัฐควรยกระดับมาตรฐานไอเสียและมาตรฐานน้ำมันเป็น&amp;nbsp;EURO 5&amp;nbsp;โดยเร็วที่สุด ไม่ใช่เลื่อนไปเรื่อยๆ ส่วนภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ยึดหลักแนวคิด&amp;nbsp;Food Traceability&amp;nbsp;เป็นการตรวจสอบย้อนกลับการเพาะปลูกพืช เช่น ข้าวโพด อ้อย สามารถใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจสอบว่า พื้นที่เกษตรเกี่ยวข้องกับจุดความร้อน&amp;nbsp;Hot Spot&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าไม่มี คุณไม่เกี่ยว รวมถึงส่งเสริมการปลูกพืชยืนต้นแทนพืชเชิงเดี่ยว ลดการเผา อยากย้ำว่า &amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เป็นเรื่องใหญ่กว่าแค่ฝุ่นจิ๋ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝุ่น&amp;nbsp;PM 2.5&amp;rdquo; หากไม่แก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม จะกลับมาเขย่าปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ต้องวิตกกังวลกันทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88776</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thaihealth Watch, กฎหมายอากาศสะอาด, นสพ.ไทยโพสต์, ฝุ่นพิษ, สถานการณ์สิ่งแวดล้อมปี 63-64, โครงการ Prime mover</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2befe79b49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
