<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉผู้ผลิตไอโฟนในจีนทำผิดกม.แรงงาน มีลูกจ้างชั่วคราวเกินอัตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มสิทธิแรงงานจากสหรัฐแฉว่า บริษัท ฟอกซ์คอนน์ จากไต้หวัน ผู้ผลิตโทรศัพท์ไอโฟนให้แอปเปิล ละเมิดกฎหมายแรงงานของจีนด้วยการจ้างแรงงานชั่วคราวมากเกินที่กฎหมายกำหนด ขณะแอปเปิลและฟอกซ์คอนน์ยอมรับ แต่อ้างว่ากำลังแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ร้านขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทแอปเปิลในกรุงปักกิ่ง / Greg Baker / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2562 ว่าการละเมิดสิทธิแรงงานของบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์ไอโฟนในจีนเคยตกเป็นข่าวครึกโครมมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน โดยมีคำกล่าวหาว่าสภาพการจ้างงานภายในโรงงานเหล่านี้ทำให้ลูกจ้างฆ่าตัวตายหลายราย, แรงงานก่อความวุ่นวาย และมีการใช้เด็กฝึกงานที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานล่าสุดของกลุ่มไชน่าเลเบอร์วอตช์ (ซีแอลดับเบิลยู) เผยแพร่เมื่อวันจันทร์กล่าวว่า กลุ่มมีทีมงานหลายคนทำงานอยู่ในโรงงานของบริษัทฟอกซ์คอนน์ที่เมืองเจิ้งโจว ภาคกลางของจีน ซึ่งผลิตโทรศัพท์ไอโฟนราวครึ่งหนึ่งของโลก เพื่อประเมินสภาพการจ้างงานภายในโรงงานของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์จากไต้หวันแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีแอลดับเบิลยูอ้างว่า โรงงานเจิ้งโจวฟอกซ์คอนน์พยายามประหยัดเงินด้วยการจ้างลูกจ้าง &amp;quot;ชั่วคราว&amp;quot; โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องผลิตสินค้าจำนวนมาก ชั่วคราวเหล่านี้จะไม่ได้รับเงินชดเชยเมื่อหมดสัญญาจ้าง โดยบริษัทใช้โบนัสเป็นเครื่องกระตุ้น แต่มีคนงานหลายคนถูกโกงเงินโบนัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แรงงานถึงครึ่งหนึ่งของโรงงานแห่งนี้เป็นลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งเกินเกณฑ์ขั้นต่ำ 10% ตามกฎหมายแรงงานของจีน นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า มีนักเรียนมัธยมปลายทำงานที่เจิ้งโจวฟอกซ์คอนน์จำนวนมาก โดยต้องทำงานแบบเดียวกับลูกจ้างประจำ ซึ่งรวมถึงชั่วโมงทำงานล่วงเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท แอปเปิล ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ชี้แจงว่า บริษัทตรวจสอบข้อกล่าวหาในรายงานฉบับนี้แล้ว และพบว่า &amp;quot;ข้อกล่าวหาเกือบทั้งหมดเป็นเท็จ&amp;quot; บริษัทยืนยันว่าคนงานทุกคนได้รับเงินชดเชยตามความเหมาะสม ซึ่งรวมถึงค่าล่วงเวลาและโบนัส การทำงานล่วงเวลาทั้งหมดเป็นความสมัครใจและไม่มีหลักฐานของการบังคับใช้แรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราค้นพบระหว่างการสอบสวนของเราว่า สัดส่วนของลูกจ้างชั่วคราวเกินมาตรฐานของเรา และเรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับฟอกซ์คอนน์เพื่อแก้ไขปัญหานี้&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฟอกซ์คอนน์มีแถลงการณ์เช่นกันว่า บริษัททบทวนการดำเนินงานในเจิ้งโจว และพบปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานบางประการซึ่งบริษัทกำลังแก้ไข โดยพบว่ามีจำนวนลูกจ้างชั่วคราวไม่เป็นไปตามแนวทางของบริษัท แต่ยืนยันว่า บริษัทไม่พบหลักฐานการบังคับใช้แรงงาน และตอนนี้โรงงานแห่งนั้นก็ไม่มีเด็กฝึกงานที่ทำงานล่วงเวลาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45375</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแรงงาน, ฟอกซ์คอนน์, ลูกจ้างขั่วคราว, แอปเปิล, ไชน่าเลเบอร์วอตช์, ไอโฟน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d765f1f049c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;บุกสมุทรปราการ ระบุปฏิรูปกองทัพสำเร็จ ผู้ใช้แรงงานอิ่มท้องแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม​ ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านชลเทพ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นายธนาธร จึง​รุ่งเรือง​กิจ​ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายสุนทร บุญยอด กรรมการบริหารพรรคปีกแรงงาน พร้อม ส.ส.ปีกแรงงาน อาทิ น.ส.วรรณวิภา ไม้สน นายทวีศักดิ์ ทักษิณ นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภา​ผู้แทน​ราษฎร​แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่, นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ​ เขต4 นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี​ เขต6&amp;nbsp; ร่วมเปิดเวทีรับฟังสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ​และปากท้องพี่น้องแรงงาน จากกลุ่มแรงงานใน 9 อุตสาหกรรม​


นายสุนทร กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัญหาพี่น้องผู้ใช้แรงงาน เป็นปัญหาที่ถูกหมักหมมมานาน พรรคอนาคตใหม่จะนำไปปรับแก้กฎหมายหลายอย่าง ด้วยเรื่องของนโยบายของพรรค ที่จะต้องการยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน กลุ่มคนใช้แรงงาน ผู้ใช้แรงงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งแรงงานที่ทำงาน อยู่ในห้างร้าน บริษัท​ที่มีประกันสังคม เรียกว่าแรงงานในระบบ มี 12 - 13 ล้านคน อีกส่วนหนึ่งคือกลุ่มแรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ชาวสวนชาวไร่ ชาวนา มอเตอร์ไซค์วินรับจ้างหรือแท็กซี่ กลุ่มคนเหล่านี้เรียกว่า มีอยู่ประมาณ 20 ล้านคน รวม 2 กลุ่มนี้เป็นประชาชนชาวไทยมากกว่า 30 ล้านคน มีปัญหาอยู่ 2 หลักใหญ่คือ 1.กฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2.คือรัฐสวัสดิการ


&amp;ldquo;เรื่องของกฎหมายคุ้มครองแรงงานนั้นมีประเด็นที่จะต้องขับเคลื่อน เช่น ค่าจ้างขั้นต่ำทุกวันนี้ไม่พอค่ายังชีพ พี่น้องประชาชน 30 กว่าล้านคน ไม่สามารถยังชีพได้ ในการทำงาน 8 ชั่วโมง ตอนนี้พรรคอนาคตใหม่ จะดำเนินการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยค่าจ้างขั้นต่ำให้สมดุลกับสภาวะเศรษฐกิจ ถ้าสามารถ​ยกระดับความเป็นอยู่ในเรื่องของค่าจ้างที่พอยังชีพได้ จะสร้างคุณภาพชีวิต ให้ทำงานได้ภายใน 8 ชั่วโมง&amp;rdquo; นายสุนทร กล่าว


ด้าน นายธนาธร กล่าวว่า ขอบคุณที่สละเวลามาในวันนี้ วัตถุประสงค์​ในวันนี้ ต้องการมารับฟังปัญหาพี่น้องแรงงานและชาวจังหวัดสมุทรปราการ​ ทุกปัญหาที่ได้รับฟัง จะนำเสนอให้ ส.ส.ปีกแรงงาน ตั้งกระทู้สดในสภาอีกทีหนึ่ง แม้เราจะเป็นฝ่ายค้าน แต่จะผลักดันเป็นร่างกฎหมาย​เข้าไปในสภาฯ เราจะแก้ปัญหาเล็กๆเริ่มตั้งแต่ปัญหาฝาท่อ ปัญหาสายไฟ หรือสภาพถนนแต่ละท้องที่ ไปถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างเช่นเมื่ออาทิตย์​ที่ผ่าน การต่อสัญญาบริหารทางด่วนซึ่งจะหมดภายในปีหน้า โดยหลักความเป็นจริง เมื่อหมดสัญญาจะต้องเปิดประมูล แต่ภายในกรรมาธิการ​ มีเพียง 10 จาก 30 คน จากหลายพรรคการเมือง ที่ยืนยันว่าต้องมีการประมูลใหม่ ที่ยืนยันว่าไม่ต้องการทุนผูกขาด เพราะงบประมาณตรงนี้มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท&amp;nbsp; และ 6 ใน 10 คนนี้คือ ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ยืนยันชัดว่า เมื่อหมดสัญญาต้องประมูล​ใหม่เท่านั้น


&amp;ldquo;อีกเรื่องนึงที่ตนพึ่งไปรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชน​มา คือที่จังหวัดชลบุรี​ ตำบลแสมสาร​ หมู่บ้านหนึ่งเกิดมาตั้งแต่ปี 2460 แต่ไม่เคยได้โฉนด ไม่เคยได้สิทธิ​ตรงนั้น แต่เมื่อปี 2559 ทหารบุกเข้าไปไล่ที่บีบบังคับให้ยอมรับว่าที่ดินที่อยู่มาตรงนั้นเป็นที่ดินของรัฐ บีบบังคับให้เซ็นรับการเช่าที่ มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งในพื้นที่ถูกกดขี่คุกคาม ถึงขนาดเส้นเลือดในสมองแตกจนเสียชีวิตในสัปดาห์​ที่ผ่านมา ถ้าทุกคนเกรงกลัวต่อผู้มีอำนาจที่ ใครจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชน​ นี่คือความสำคัญของการมีพรรคการเมืองเพื่อประชาชน ทั้งนี้ แม้จะเป็นฝ่ายค้าน ตนยังยืนยันจะทำให้ดีที่สุดและจะทำให้อย่างที่พูดได้จริงๆ&amp;rdquo; นายธนาธร กล่าว


นายธนาธร กล่าวอีกว่า ในด้านของพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ​ มีความเป็นไปได้สูงว่า พรรคอนาคตใหม่จะส่งทีมลงเลือกตั้ง อบจ.สมุทรปราการ​ ซึ่งจากที่พี่น้องประชาชน​อยากให้แก้ปัญหาไม่ว่าสภาพจราจร​ ก็ตามตนคิดว่าสามารถทำได้อย่างแน่นอน และอยากจะกระจายอำนาจสู่ชุมชน​ คนในชุมชนควรจะมีสิทธิตัดสินว่าจะใช้ทรัพยากร​ในพื้นที่อย่างไร หรือแม้กระทั่งการค้าปลีกในพื้นที่ คนในชุมชนควรจะเป็นคนกำหนดเอง เพื่อที่จะกระจายรายได้ให้คนในท้องที่ คนที่ตกงาน ว่างงาน หรือคนที่เออรี่รีไทร์​ จะสามารถค้าขายในพื้นที่ได้ แต่ในสภาพปัจจุบัน​มีกลุ่มทุนที่ผูกขาด ทำให้คนในพื้นที่ยากต่อการสร้างธุรกิจสร้างอาชีพภายในชุมชน


&amp;quot;ด้านรัฐสวัสดิการ โครงสร้างพื้นฐานเงินภาษีเหล่านั้นใช้เพื่อใคร เรือดำน้ำกว่าหลายหมื่นล้าน ไม่ได้การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สู้อายุ หรือเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ เราสามารถ​ทำยกระดับรัฐสวัสดิการ​ได้ทันที ถ้าลดขนาดกองทัพ ลดตำแหน่งนายพลที่ไม่จำเป็น เงินที่ซื้อเรือดำน้ำ คือเงินที่ไม่นำมาสร้างโรงเรียนให้ลูกหลาน ถ้าเงินเหล่านั้น เปลี่ยนเป็นเงินที่ทำให้คุณภาพอาหารกลางวันของเด็กมีคุณภาพที่ดีขึ้น หรือแม้แต่การสร้างห้องสมุด เงินสวัสดิการผู้สูงอายุสามารถเพิ่มขึ้นได้ทันที หากเราลดโครงสร้างของกองทัพไทย และหากพูดถึงแรงงานนอกระบบ เราไม่ได้หลงลืมแรงงานนอกระบบ เราจะผลักดันประกันสังคมคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ให้ได้มีสวัสดิการขั้นพื้นฐาน สำหรับแรงงานในระบบยังมีสัญญาจ้าง มีสวัสดิการ แต่พี่น้องแรงงานนอกระบบยังมีอีกจำนวนมาก ถ้าผลักดันสิทธิ​ประกันตนคุ้มครองแรงงานนอกระบบได้สำเร็จ พี่น้องกลุ่มคนใช้แรงงานจะมีหลักประกันชีวิตที่ดีขึ้น&amp;quot; ธนาธร กล่าว


ด้าน น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจ​ที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้เกิดจากปัญหาทางการเมือง การแก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน​ต้องเริ่มจากในสภาฯ ลำพังแค่การเลือกตั้งยังไม่ใช่ทางออก รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำไม่สามารถบริหารอย่างมีเสถียรภาพ​ได้ ในตอนนี้พรรคอนาคตใหม่จะผลักดัน พระราชบัญญัติ​คุ้มครองแรงงาน เป็นร่างกฎหมายฉบับแรก ที่พรรคอนาคตใหม่ เร่งผลักดัน ในลำดับถัดมาคือการยกเลิกเกณฑ์ทหาร​และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ สำหรับงานนอกสภา พรรคอนาคตใหม่ได้ดำเนินงานไปพร้อมในสภา ทั้งในด้านรับฟังปัญหาแต่ละท้องที่เพื่อจะเสนอไปในสภาฯ และการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ​ เราลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เปิดเวทีรับฟังปัญหาแบบงานในวันนี้ เพราะพรรคอนาคตใหม่คือพรรคของประชาชน และมีประชาชน​เป็นเจ้าของ การระดมทุนโดยการขายของ อาทิ เสื้อ หมวก กระเป๋า และการสมัครสมาชิก​พรรค ไม่ว่าจะรายปีหรือตลอด​ชีพ เงินทุกบาททุกสตางค์​ คือเงินที่พรรคอนาคตใหม่ทำเพื่อประชาชน เพราะเงินเหล่านี้ประชาชนเต็มใจจ่ายเพื่อสนับสนุนอย่างเต็มใจ ตนและพรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่


ขณะที่นายทวีศักดิ์​&amp;nbsp; ทักษิณ ส.ส.ปีกแรงงาน พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นจุดเริ่มต้นให้ตนได้มายืนอยู่ในจุดนี้ ตนเคยดูแลบุคลากรอยู่ในบริษัทผลิตรถยนต์กว่า 12,000 คน ในฐานะของประธานสหภาพแรงงาน&amp;nbsp; ให้เขาอยู่ดีกินดี และในตอนนี้คิดว่าจะทำอย่างไร ให้คนกลุ่มแรงงานทั้งหมด ที่อยู่ภายใต้การจ้างงานของนายจ้าง ได้มีสวัสดิการ ที่คล้ายๆกัน มีค่าครองชีพมีเงินเดือน มีโบนัสมีการเพิ่มขึ้นทุกปี มีการเพิ่มเงินเดือนแบบชัดเจน นี่คือสิ่งที่ตน จะผลักดันก่อนที่จะปิดประชุมสภาสมัยนี้ ขณะนี้ ส.ส.ปีกแรงงาน ได้ร่างพ.ร.บ.กฎหมาย​แรงงานเรียบร้อยแล้ว แล้วจะยื่นเป็นญัตติเร่งด่วน ในการขอแก้กฎหมายฉบับนี้ นี่คือชิ้นงานชิ้นแรก ของ ส.ส.ปีกแรงงาน เพื่อพี่น้องประชาชน

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44239</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, กฎหมายแรงงาน, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, ปฏิรูปกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46e12c16529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบร่าง 2 คนงานเมียนมาติดใต้ซากนั่งร้านอาคารถล่มที่ภูเก็ต รวมผู้เสียชีวิต 3 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.62 - นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์ค้ำยันนั่งร้านก่อสร้างพังถล่มลงมาขณะทำการก่อสร้างโครงการ VIP ในพื้นที่ ตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น เทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องดำเนินการกู้ภัยช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่เป็นคนงานก่อสร้างชาวเมียนมาทั้งหมดส่งโรงพยาบาล&amp;nbsp;รวมทั้งค้นหาผู้ติดค้างใต้อาคารอีก 2 ราย ด้วยเครื่องขุดเจาะ และรถแบคโฮ 2 คัน ระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้การช่วยเหลือทั้งสองคนที่ติดใต้ซากอาคาร ล่าสุดพบร่างแล้วทั้งสองราย แพทย์ยืนยันเสียชีวิตและได้นำร่างขึ้นมาส่งตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคนงานก่อสร้างที่บาดเจ็บเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลต่างๆนั้น ได้กลับบ้านแล้ว 5 ราย อยู่โรงพยาบาล 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp;โดยเมื่อทำการค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากอาคารอีก 2 ราย พบว่า เสียชีวิต 2 ราย นั้น&amp;nbsp;ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด&amp;nbsp;3 ราย และที่ผ่านมา บริษัทฯก่อสร้างได้ลงนามร่วมกับกระทรวงแรงงาน ดังนั้น การเกิดเหตุครั้งนี้เป็นไปตามความรับผิดชอบของกฏหมายแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแรงงาน, คนงานก่อสร้างเสียชีวิต, จังหวัดภูเก็ต, นั่งร้านถล่ม, นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ, แรงงานเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d50ff65dd9ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>THBA แนะระบบพรีแฟบแก้โจทย์แรงงานขาดแคลน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมไทยรับสร้างบ้าน หวั่นแรงงานกระเพื่อมหลังกัมพูชาปลุกเร้าแรงงานกลับบ้าน แนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวหันมาใช้ระบบพรีแฟบให้มากขึ้นแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค. 61 นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) เปิดเผยถึงกรณีนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกมาเรียกร้องให้แรงงานชาวกัมพูชาที่กำลังทำงานอยู่ในประเทศไทย ให้เดินทางกลับไปทำงานในบ้านเกิด โดยเฉพาะแรงงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเชื่อว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมกับชาวกัมพูชา ที่เข้ามาค้าแรงงานในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นหากแรงงานกัมพูชาส่วนหนึ่งเดินทางกลับตามคำเรียกร้อง ปัญหาแรงงานก่อสร้างขาดแคลนก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาคมประเมินว่า นับวันปัญหาแรงงานขาดแคลนและค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น หากผู้ประกอบการรับสร้างบ้านรายใด ไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เชื่อว่าการดำเนินธุรกิจหรือผลประกอบการก็จะค่อย ๆ ถดถอยลงหรือรับงานได้น้อยลง และอาจถึงขั้นจะต้องออกจากธุรกิจนี้ไป ขณะเดียวกัน ระบบพรีแฟบหรือโครงสร้างสำเร็จรูปก็เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งดีเวลลอปเปอร์และบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำ ที่ใช้ระบบพรีแฟบหรือโครงสร้างสำเร็จรูป ต่างมีมูลค่าแชร์ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นและขยายตลาดได้ทั่วประเทศ&amp;rdquo;นายสิทธิพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามด้วยสถานการณ์ดังกล่าว สมาคมเชื่อว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งในปัจจุบันพบว่า ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ยังคงใช้ระบบก่อสร้างรูปแบบเดิม&amp;nbsp; โดยยังคงต้องอาศัยแรงงานจำนวนมาก สวนทางกับดีเวลลอปเปอร์ที่ต่างเปลี่ยนมาใช้ระบบพรีแฟบกันเป็นส่วนใหญ่ และด้วยระบบพรีแฟบหรือโครงสร้างสำเร็จรูปนั้น ยังไม่เป็นที่นิยมของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมากเนื่องจากยังไม่คุ้นเคยและต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาแรงงานขาดแคลนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9214</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแรงงาน, กัมพูชา, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, รับสร้างบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa6a7112ca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมายห้ามข่มขืนใจ ขู่เข็ญ ผู้อื่นทำงานโดยไม่สมัครใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.61 - &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ เนื่องจากประเทศไทยจะต้องดำเนินการให้สัตยาบันพิธีสาร ค.ศ.2014 ว่าด้วยแรงงานบังคับภายในเดือนมิ.ย.นี้ &amp;nbsp;ซึ่งพิธีสารฉบับดังกล่าวได้กำหนดพันธะกรณีเฉพาะในการป้องกันการใช้แรงงานบังคับ การคุ้มครองเหยื่อ และการเข้าถึงการเยียวยา โดยประเทศสมาชิกต้องมีนโยบาย รวมถึงแผนปฏิบัติการของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.นี้ ได้กำหนดลักษณะความผิดฐานใช้แรงงานบังคับ ได้แก่ การข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานโดยไม่ได้สมัครใจ มีการข่มขู่ ขู่เข็ญว่าจะลงโทษโดยมิชอบ ใช้กำลังทำร้าย ยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้ นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือบุคคลอื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ หรือด้วยวิธีอื่นใดโดยมิชอบที่ทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถขัดขืนได้ หรือไม่ได้สมัครใจที่จะทำเอง ถ้าการกระทำแบบนั้นไม่เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานใช้แรงงานบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับมาช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ขณะเดียวกันยังได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ 1.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการป้องกันและปราบปราม 2.คณะกรรมการกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ จะกำหนดมาตรการช่วยเหลือ คุ้มครองสวัสดิการของผู้เสียหาย รวมถึงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด โดยจะคุ้มครองผู้เสียหายที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้พิการ ผู้ที่มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และกรณีที่มีการกระทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส เป็นโรคร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8247</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายแรงงาน, ข่มขืนใจผู้อื่น, ครม., ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัตร, ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ, วันแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae823b523e4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
