<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป.จี้เอาผิดผู้ชุมนุมคุกคามศาล สลดใจมีสส.อยู๋ใกล้แต่ไม่ห้ามปราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 เม.ย.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีการชุมนุมที่ศาลอาญา วันที่ 29 เม.ย.64 ของผู้ชุมนุมแนวร่วมกลุ่มราษฎร เพื่อยื่นเรียกร้องศาลให้ประกันตัวแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎรว่า การกระทำดังกล่าวของผู้ชุมนุม ไม่ถือว่าเป็นการเรียกร้องที่ชอบกฎหมาย แกนนำและผู้ชุมนุมทราบกระบวนการต่างๆของศาลดี ว่าศาลต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อนำมาชั่งน้ำหนักออกมาเป็นดุลพินิจที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ หากจำเลยหรือผู้ต้องหาที่จะขอประกันตัวได้ประกันตัวมาแล้วหลายต่อหลายครั้งแต่กลับไม่ใช้โอกาสในการใช้ชีวิตในสังคม กลับเดินหน้าทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า การอนุญาตให้ประกันตัวศาลก็ย่อมนำข้อเท็จจริงต่างๆเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า การที่ผู้ชุมนุมได้เปิดปราศรัยที่หน้าบันไดศาล มีถ้อยคำมุ่งหมายโจมตี ศาลอย่างชัดเจนที่น่าสลดใจคือมี ส.ส.อยู่ในบริเวณใกล้ๆนั้นด้วย ควรห้ามปราม และไม่ควรสร้างพฤติกรรมที่บุกไปประชิดถึงบริเวณหน้าบันใดอาคารที่ทำการศาล ซึ่งถือว่าอยู่ในบริเวณศาล การกล่าวปราศรัยด้วยถ้อยคำที่คุกคามศาล ผู้ชุมนุมต้องระวัง ควรให้อยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมือง อย่าชุมนุมด้วยเจตนาทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการ ควรให้ทนายความเตรียมคดีต่อสู้คดี โดยยึดหลักที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย บ้านเมืองก็วุ่นวายไม่จบสิ้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักงานศาลยุติธรรมควรดำเนินการตามกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดตัวอย่างที่ไม่ดีในบ้านเมือง หากปล่อยให้ทำได้ ต่อไปใครไม่พอใจผลการพิจารณาของศาลก็ยกพวกมากดดัน ข่มขู่ คุกคาม ก็จะเกิดความวุ่นวายไม่จบสิ้น การกระทำดังกล่าวเป็นการการกระทำความผิดฐานละเมิดศาลอย่างชัดเจน และเทียบเคียงได้ชัดว่าเป็นการกระทำที่ไม่ต่างจากกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมวางพวงหรีดหน้าศาลแพ่งรัชดาฯ และชูป้ายข้อความ วิจารณ์การทำหน้าที่ของศาลแพ่ง แต่กรณีนี้ชัดเจนกว่ามาก&amp;quot; นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101309</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมู่อยู่่เหนือกฎหมาย, คุกคามศาล, นายราเมศ รัตนเชวง, แกนนำม็อบ3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bc757a0b37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;มาแล้ว!จี้ตร.ดำเนินคดีม็อบฝ่าพรก.ฉุกเฉิน เตือนหากไม่ดำเนินการจะมีความผิดม.157เสียเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีกลุ่มนักศึกษา-ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุบลราชธานี รวมตัวชุมนุมกันเพื่อแสดงความไม่พอใจการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยมีจุดยืนเดียวกันกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่ชุมนุมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ เมื่อเย็นวันที่ 19 ก.ค.63 โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อเช่นกัน คือ 1.ให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ยุบสภาเพื่อเปิดทางให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ 2.หยุดคุกคามประชาชน และ 3.ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ยังไม่ยุติ และการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ที่ยังห้ามการรวมกลุ่ม หรือการชุมนุมต่างๆอยู่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมดังกล่าวเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.44 วรรคแรกบัญญัติ แต่ทว่าในวรรคสอง มีข้อยกเว้นไว้ คือ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น นั้นคือ พรก.ฉุกเฉิน 2548 ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศและบังคับใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังไม่ถูกยกเลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่กลุ่มนักศึกษา-ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดอุบลราชธานี รวมตัวชุมนุมเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนม.9(2) แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 มีอัตราโทษตาม ม.18 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ การฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา ม.215 ฐานมั่วสุมกันเกินกว่าสิบคนหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นแกนนำม็อบหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกชุมนุมแล้วยังฝ่าฝืนมีความผิดตาม ม.216 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังมีความผิดตาม ป.อาญา ม.209 ฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท และความผิดฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาตตาม ม.4 แห่งพรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และอุบลราชธานี ที่จะต้องเร่งดำเนินการออกหมายเรียกและติดตามจับกุมผู้ที่ต้องสงสัยโดยเฉพาะแกนนำม็อบทั้งหมดที่จับไมโครโฟนปราศรัยปลุกระดมมาดำเนินการสอบสวนและทำความเห็นทางคดี ตามข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยระเบียบการดำเนินคดีอาญา 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 9 และประมวลการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะ 8 บทที่ 2 ข้อ 278 เฉกเช่นเดียวกันกับม็อบเยาวชนปลดแอกที่ชุมนุมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯตามครรลองของกฎหมาย เพราะจะใช้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายมิได้ แต่หากตำรวจไม่ดำเนินการก็จะเข้าข่ายความผิดตาม ปอ.157 เสียเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71949</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมู่อยู่่เหนือกฎหมาย, นายศรีสุวรรณ จรรยา, พรก.ฉุกเฉิน, ม็อบนักศึกษา, หมิ่นเบื้องสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f02fc7318840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.เสรี&#039;เตือนอย่าใช้กฎหมู่กดดันศาลตัดสินคดีความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.63-นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ศาลทุกศาล รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ ต้องตัดสินคดีความไปตามกฎหมาย ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกดดันศาลในการตัดสินคดี มิฉะนั้นจะกลายเป็นกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ในที่สุดก็จะตัดสินกันเอง ไม่เคารพกฎหมาย บ้านเมืองกลียุค อันจะทำให้บ้านเมืองอยู่ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57327</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมู่อยู่่เหนือกฎหมาย, นายเสรี สุวรรณภานนท์, ศาล, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a602afc1f055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
