<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;เซ็ง!ปล่อยม็อบเสรี  ชี้มี2ทางเลือกเปิดประเทศกับประกาศกฏอัยการศึก เลือกเอา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.64- ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เปิดประเทศเถิดครับ ถ้ายังปล่อยให้ม็อบออกมาเสรีได้ขนาดนี้ ไม่สงสารคนอื่น บ้างหรือครับ ยังไงก็รักษาตัวกันให้รอดกันเองก็แล้วกัน โควิดมันไม่เข้าใคร ออกใคร ทำไปตามสั่งกันเลยครับ แล้วจะได้ฮีโร่ตัวจริง ออกมาปราบยุคเข็ญ และความวุ่นวายของพระราชอาณาจักรนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีสองทางเลือก เปิดประเทศ กับประกาศกฏอัยการศึก อย่างใดอย่างหนึ่งตอนนี้ เลือกเอา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, จุลเจิม, ท่านใหม่, พรก.ฉกเฉิน, ม็อบ, เปืดประเทศ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c0f6eff66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกรียนคีย์บอร์ดเล่นแรง!ปล่อยเอกสารเก๊ &#039;ศบค.ทบ.&#039; เตรียมประกาศ &#039;กฎอัยการศึก&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก &amp;nbsp;กล่าวว่า ด้วยในขณะนี้มีการ จัดทำเอกสารเท็จและถูกปล่อยออกมาในโซเชียลมีเดีย อ้างว่าเป็น การแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ก่อนการประกาศใช้กฎอัยการศึกใน กทม. เพื่อป้องกัน อันตรายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในราชอาณาจักร ประกาศโดย ศบค19ทบ. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่าเป็นข่าวเท็จโดยสิ้นเชิง อย่าได้หลงเชื่อเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายและไม่มีหน่วยงานใดจัดทำขึ้น หากได้อ่านข้อความก็คงจะประเมินได้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขอย้ำอย่าส่งต่อ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ปล่อยข่าวเท็จ ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการต่อข่าวเท็จดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110409</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ศิริจันทร์ งาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6502df1ea5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ. เตือนอย่าหลงเชื่อเอกสารเท็จปล่อยข่าวประกาศ &#039;กฎอัยการศึก&#039; ว่อนโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ด้วยในขณะนี้มีการ จัดทำเอกสารเท็จและถูกปล่อยออกมาในโซเชียลมีเดีย อ้างว่าเป็น การแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ก่อนการประกาศใช้กฎอัยการศึกใน กทม. เพื่อป้องกัน อันตรายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในราชอาณาจักร ประกาศโดย ศบค 19 ทบ. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่าเป็นข่าวเท็จโดยสิ้นเชิง อย่าได้หลงเชื่อเพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายและไม่มีหน่วยงานใดจัดทำขึ้น หากได้อ่านข้อความก็คงจะประเมินได้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ขอย้ำอย่าส่งต่อ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ปล่อยข่าวเท็จ ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการต่อข่าวเท็จดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110342</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, กองทัพบก, เฟกนิวส์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086a139859a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจ‘เชียร์ลุง’ยอมโพสต์ขอโทษ หลังบิดเบือนคำพูดของ‘ฮิวโก้’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศิลปินหนุ่ม ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ โพสต์ผ่านแฟนเพจ &amp;ldquo;Hugo&amp;rdquo; ถึงเพจ &amp;ldquo;เชียร์ลุง&amp;rdquo; ที่มีการบิดเบือนคำพูดของตนเอง โดยเพจดังกล่าวโพสต์รูปของหนุ่มฮิวโก้พร้อมคำบรรยายในภาพที่เขียนว่า &amp;ldquo;ถ้าอะไรๆ มันหนักหนามาก ก็ขอกฎอัยการศึกก็ได้นะ รับได้&amp;rdquo; ซึ่งทำให้มีคนเข้าใจว่าเป็นคำพูดของฮิวโก้เอง งานนี้ทำเอาศิลปินหนุ่มโพสต์ถึงการกระทำดังกล่าวว่า &amp;ldquo;หยุดบิดเบือนข้อมูล Just Quit&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนอกจากนี้ศิลปินหนุ่มได้ให้ทีมงานติดต่อไปทางเพจดังกล่าวให้โพสต์ขอโทษหากไม่ดำเนินการภายใน 3วัน ให้เตรียมรับจดหมายได้เลย&amp;nbsp; ภายหลังทางเพจต้นเรื่องก็ได้ติดต่อกลับมาเคลียร์กรณีดังกล่าวกับทางฮิวโก้ พร้อมโพสต์ขออภัยในความผิดพลาดผ่านเพจ &amp;ldquo;เชียร์ลุง&amp;rdquo; เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทางเพจของฮิวโก้ก็ได้แชร์โพสต์ขอโทษของเพจดังกล่าวพร้อมเสริมว่า &amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ทางเพจ Hugo ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้และพร้อมจะเรียนรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขการโพสต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์บิดเบือนข้อมูลดังกล่าวขึ้นอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากแฟนเพจ Hugo&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110209</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, บิดเบือน, ฮิวโก้ จุลจักร, ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์, เพจเชียร์ลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f3f598ee720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาตัดสินประหาร19ผู้ประท้วง ฮิวแมนไรต์วอตช์ประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อเมียนมารายงานว่า ศาลทหารเมียนมาตัดสินประหารชีวิตผู้ประท้วง 19 คน ฐานฆ่าผู้ร่วมงานของทหารยศร้อยเอกนายหนึ่งที่กรุงย่างกุ้งซึ่งอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก กลุ่มฮิวแมนไรต์วอตช์ประณาม ชี้เป็นกลยุทธ์ปรามไม่ให้คนออกมาลงถนนและทำลายอารยะขัดขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารเมียนมาลาดตระเวนบนถนนในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายน อ้างรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์เมียวดีของทางการเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ศาลทหารเมียนมามีคำพิพากษาประหารชีวิตผู้ประท้วง 19 คน ฐานปล้นและฆาตกรรมเพื่อนร่วมงานของทหารยศร้อยเอกนายหนึ่ง ที่เขตออกกะลาปาเหนือของนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งถือเป็นการตัดสินประหารชีวิตครั้งแรกนับแต่ทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตออกกะลาปาเหนือเป็น 1 ใน 6 เขตของย่างกุ้งที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก หมายความว่าผู้ที่ถูกจับกุมต้องโดนดำเนินคดีในศาลทหาร ซึ่งถือเป็นที่สิ้นสุดโดยไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา ในจำนวนผู้ที่ถูกตัดสิน 19 คนนั้น 17 คนเป็นการพิพากษาลับหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำเอเชีย กล่าวว่า แม้เมียนมาจะมีโทษประหารชีวิตบัญญัติไว้ในกฎหมายอาญา แต่เมียนมาไม่ได้ประหารชีวิตนักโทษมานานกว่า 30 ปีแล้ว คดีนี้บ่งชี้ว่ากองทัพเตรียมจะกลับสู่ยุคที่เมียนมาประหารชีวิตคนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้ด้วยว่า การพิจารณาคดีในศาลทหารหมายความว่าไม่สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้ และไม่มีการรับประกันว่าจะมีการพิจารณาคดีที่เสรีและยุติธรรม คำพิพากษาดังกล่าวอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อบังคับให้ผู้ประท้วงออกจากถนนแล้วกลับไปทำงาน เพราะการหยุดงานทั่วประเทศทำให้เศรษฐกิจของเมียนมาหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภารกิจหลักของพวกเขาคือการใช้กำลังและความรุนแรง เพื่อให้ทุกคนออกจากถนนและเพื่อสลาย (ขบวนการอารยะขัดขืน)&amp;quot; โรเบิร์ตสันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีเน อีริกเซน เซอไรดา ของนอร์เวย์ ทวีตเมื่อวันเสาร์ประณามโทษประหารชีวิตนี้ว่า ยอมรับไม่ได้และเป็นพัฒนาที่น่ากังวลอย่างยิ่ง &amp;quot;นอร์เวย์เรียกร้องอย่างหนักแน่นต่อเมียนมาอย่าได้ประหารชีวิต, ยุติความรุนแรง และอนุญาตให้ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นเยือน&amp;quot; รัฐมนตรีหญิงนอร์เวย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติ กำลังอยู่ในประเทศไทยระหว่างรอเข้าเมียนมาเพื่อพบกับพวกผู้นำทหารด้วยตนเอง แต่ถึงขณะนี้รัฐบาลเมียนมายังไม่อนุญาตให้เธอเข้าประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99085</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ตัดสินประหารชีวิตผู้ประท้วง, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, ศาลทหารเมียนมา, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071aad0bd950.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าดับ180ศพ เซ่นสลายม็อบ แฉโซรอสหนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฉปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารในเมียนมาทำให้คนตายเกิน 180 คนแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่กฎอัยการศึกของย่างกุ้งแห่อพยพออกนอกพื้นที่เมื่อเช้าวันอังคารหลังเกิดการนองเลือดหลายวัน ทางการเมียนมาสงสัยเอ็นจีโอโยงมูลนิธิจอร์จ โซรอส ให้ทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 16 มีนาคม อ้างข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมาที่รวบรวมข้อมูลการจับกุมและยอดบาดเจ็บล้มตายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร ว่าการใช้กำลังของฝ่ายความมั่นคงทหาร-ตำรวจเมียนมาในการปราบปรามผู้ประท้วงในหลายเมืองนับแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเอเอพีพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยการปราบปรามเมื่อวันจันทร์ทำให้มีคนเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 20 คน และแม้แต่พลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านรัฐประหารก็โดนลูกหลงเสียชีวิตด้วยหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันนองเลือดที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ เอเอพีพีระบุว่ามีคนตายถึง 74 คน จำนวนมากเสียชีวิตที่เขตไลง์ตายาในนครย่างกุ้ง เขตที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนจีน โรงงานหลายแห่งโดนวางเพลิง และทำให้รัฐบาลทหารตอบโต้ด้วยการประกาศกฎอัยการศึกที่เขตนี้และอีก 5 เขตของย่างกุ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงเช้าวันอังคาร สำนักข่าวอิรวดีเผยแพร่ภาพที่ชาวเมียนมาพากันอพยพออกจากเขตไลง์ตายา ทำให้รถติดยาวเหยียด มีทั้งรถจักรยานยนต์ รถกระบะ และรถตุ๊กๆ รายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่าบอกว่า พวกคนงานต่างถิ่นจากไลง์ตายากำลังหนีกลับรัฐบ้านเกิดของพวกเขา สามารถมองเห็นขบวนของผู้คนบนถนนไกลสุดลูกหูลูกตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รอยเตอร์รายงานอ้างข่าวของสื่อทางการเมียนมาว่า ทางการกำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเงินทุนจากมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงิน กับขบวนการอารยะขัดขืน (ซีดีเอ็ม) ในเมียนมา โดยมีลูกจ้างของมูลนิธิโอเพนโซไซตีเมียนมา (โอเอสเอ็ม) รายหนึ่งถูกควบคุมตัวไว้สอบปากคำตั้งแต่วันศุกร์ และเจ้าหน้าที่กำลังตามหาลูกจ้างอีก 11 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมาที่เป็นกระบอกเสียงให้กองทัพมานานหลายปี กล่าวว่า มูลนิธิดังกล่าวโอนเงินเข้าเมียนมาโดยไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักงานจัดการการปริวรรตเงินตราของเมียนมา กลุ่มนี้แลกเปลี่ยนเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลจัตของเมียนมาโดยไม่ได้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่จำเป็น พร้อมกันยังชี้ให้เห็นว่าองค์กรเอกชนที่ไม่ระบุชื่อได้ให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสดแก่ขบวนการซีดีเอ็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมายังได้ตีพิมพ์ภาพนางอองซาน ซูจี ขณะพบกับโซรอสที่นิวยอร์กเมื่อปี 2559 และภาพที่ซูจีพบกับอเล็กซานเดอร์ โซรอส ผู้ลูกในเมียนมา แต่รายงานไม่ได้กล่าวโยงนางซูจีหรือมูลนิธิโอเพนโซไซตีกับการโอนเงินทุนผิดกฎที่กล่าวถึง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96287</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, การเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน, ต่อต้านรัฐบาลทหาร, ปราบปรามผู้ประท้วง, พื้นที่กฎอัยการศึก, รัฐบาลทหารในเมียนมา, สลายม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050c6edaca0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเมียนมาอพยพจากพื้นที่อัยการศึก วันจันทร์ดับอีก20</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวบ้านในเขตอัยการศึกของย่างกุ้งพากันอพยพออกนอกพื้นที่ในวันอังคาร หลังจากเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสังหารปราบผู้ประท้วงทำชาวบ้านโดนลูกหลงหลายคน นักเคลื่อนไหวเผยยอดสังเวยวันจันทร์ไม่ต่ำกว่า 20 ศพ ตายรวมเกิน 180 คนแล้ว เผยมีชาวเมียนมาหนีข้ามแดนเข้าอินเดียแล้วว่า 400 คน มีตำรวจและดับเพลิงปะปนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มควันลอยขึ้นจากสิ่งกีดขวางถนนที่ผู้ประท้วงจุดไฟเผาเพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ ในเขตไลง์ตายาของนครย่างกุ้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (Photo by Stringer/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 16 มีนาคม อ้างข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมาที่รวบรวมข้อมูลการจับกุมและยอดบาดเจ็บล้มตายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร ว่าการใช้ความรุนแรงของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงในหลายเมืองเมื่อวันจันทร์เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันนองเลือดที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์นับแต่ทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี โดยเอเอพีพีรายงานว่ามีคนตายถึง 74 คนทั่วเมียนมาในวันเดียว จำนวนมากเสียชีวิตที่เขตไลง์ตายาในนครย่างกุ้ง เขตที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนจีน โรงงานหลายโรงโดนวางเพลิงเมื่อวันอาทิตย์ และทำให้รัฐบาลทหารตอบโต้ด้วยการประกาศกฎอัยการศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเขตไลง์ตายา กฎอัยการศึกยังครอบคลุมอีก 5 เขตหรือตำบล รวมกันมีประชากรราว 2 ล้านคน หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งย่างกุ้ง ใครก็ตามที่โดนจับกุมภายในพื้นที่กฎอัยการศึกจะถูกส่งขึ้นศาลทหาร และอาจเผชิญกับโทษตั้งแต่ใช้แรงงานหนัก 3 ปี ไปจนถึงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงเช้าวันอังคาร สำนักข่าวอิรวดีเผยแพร่ภาพที่ชาวเมียนมาพากันอพยพออกจากเขตไลง์ตายา ทำให้รถติดยาวเหยียด มีทั้งรถจักรยานยนต์ รถกระบะ และรถตุ๊กๆ รายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่าบอกว่า พวกคนงานต่างถิ่นจากไลง์ตายากำลังหนีกลับรัฐบ้านเกิดของพวกเขา สามารถมองเห็นขบวนของผู้คนบนถนนไกลสุดลูกหูลูกตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอพีพีกล่าวว่า มีคนเสียชีวิตมากกว่า 180 คนแล้วนับแต่รัฐประหาร คำแถลงเมื่อวันอังคารกล่าวว่า จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นอย่างมาก และแม้แต่พลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านรัฐประหารก็โดนลูกหลงเสียชีวิตด้วยหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการรายงานว่า มีตำรวจเสียชีวิต 1 นายเมื่อวันอาทิตย์ จากการโดนยิงที่เมืองพะโคระหว่างการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลสหรัฐประณามความรุนแรงในเมียนมาอีกครั้ง และเรียกร้องให้ทุกประเทศดำเนินการที่เป็นรูปธรรมเพื่อคัดค้านระบอบทหาร &amp;quot;รัฐบาลทหารตอบโต้เสียงเรียกร้องให้รื้อฟื้นประชาธิปไตยในพม่าด้วยกระสุนปืน&amp;quot; จาลินา พอร์เตอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มีชาวเมียนมาหนีข้ามชายแดนเข้าอินเดียแล้วมากกว่า 400 คน หลายคนเป็นตำรวจที่ปฏิเสธทำตามคำสั่งของทหารที่ให้ยิงหรือฉีดน้ำสลายการชุมนุมและหวั่นเกรงว่าจะโดนลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอินเดียนายนี้บอกว่า เมื่อวันศุกร์มีคนเมียนมาข้ามแดนเข้ามาที่รัฐมิโซรัม 116 คน ในจำนวนนี้รวมถึงตำรวจและพนักงานดับเพลิง บางคนหอบหิ้วมาแค่เสื้อผ้าใส่ถุงปุ๋ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, ชาวบ้านอพยพ, ต้านรัฐประหาร, พม่า, ย่างกุ้ง, เมียนมา, ไลง์ตายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050579503f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
