<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โสมแดงฉุน สหรัฐโวกดดันจนยอมเจรจา เตือนยั่วยุระวังกลับเป็นเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อย่ากวนน้ำให้ขุ่น เกาหลีเหนือเตือนสหรัฐ การกล่าวอ้างว่าเกาหลีเหนือยอมเจรจาเพราะเป็นผลจากแรงกดดันนั้นเสี่ยงจะทำให้คาบสมุทรเกาหลีกลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และคิม จองอึน แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คำเตือนของรัฐบาลเกาหลีเหนือเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2561 มีออกมาในช่วงยามที่โลกกำลังเฝ้ารอการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ทรัมป์กล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะมีการประกาศวันและสถานที่จัดซัมมิตในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดซึ่งจะเป็นครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐที่ยังดำรงตำแหน่งกับผู้นำเกาหลีเหนือ เกิดขึ้นคล้อยหลังการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา คราวนั้นคิมได้ให้คำมั่นว่าประเทศของเขาจะล้มเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์และจะรื้อถอนแหล่งทดลองระเบิดนิวเคลียร์ โดยจะให้ภายนอกเข้าไปพิสูจน์เพื่อยืนยันความโปร่งใสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้อ้างความดีความชอบของการรณรงค์ &amp;quot;กดดันถึงขีดสุด&amp;quot;&amp;nbsp; ทั้งด้วยวาจาและด้วยการคว่ำบาตรอย่างเข้มงวด จนทำให้เกาหลีเหนือยอมเจรจาและล้มเลิกนิวเคลียร์&amp;nbsp; ทั้งยังคุยว่าความแข็งแกร่งของรัฐบาลสหรัฐจะทำให้สหรัฐรอดพ้นจากสงครามนิวเคลียร์ แต่รัฐบาลเกาหลีเหนือกลับไม่ได้มองเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าวตำหนิสหรัฐว่า กำลังพยายามบั่นทอนบรรยากาศของการสานเสวนา ด้วยการจงใจยั่วยุเกาหลีเหนือ และว่าการกล่าวถึงการดำเนินการในปัจจุบันของเกาหลีเหนือว่าเป็น &amp;quot;สัญญาณของความอ่อนแอ&amp;quot; หาได้มีส่วนช่วยต่อการเจรจา และอาจจะทำให้สถานการณ์กลับไปเริ่มต้นใหม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของเกาหลีเหนือไม่ได้กล่าวถึงซัมมิตระหว่างคิมกับทรัมป์อย่างชัดเจน แต่จนถึงขณะนี้รัฐบาลเปียงยางยังไม่เคยประกาศแผนการประชุมสุดยอดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีดีขึ้นนับแต่โอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่เกาหลีเหนือส่งผู้แทนมาเข้าร่วม และพัฒนาจนนำไปสู่ซัมมิตระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและใต้ ทั้งยังเปิดทางซัมมิตระหว่างคิมกับทรัมป์ แม้ว่าทั้งสองจะทำสงครามน้ำลายกันอย่างเผ็ดร้อนเมื่อปีที่แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8672</URL_LINK>
                <HASHTAG>กดดัน, ซัมมิต, สหรัฐ, เกาหลีเหนือ, โสมแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aeff939f2905.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
